วันเสาร์ที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ของขวัญปีใหม่ 2558 จาก กต. ย่อโลกบริการ-ประหยัดถึงใจ

ของขวัญปีใหม่ 2558 จาก กต. ย่อโลกบริการ-ประหยัดถึงใจ

  • Share:

ในปีที่ผ่านมา กระทรวงการต่างประเทศ นับเป็นอีกกระทรวงหนึ่งที่มีผลงานที่โดดเด่น โดยเฉพาะช่วงรัฐบาลของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เข้ามาบริหารประเทศ การวางยุทธศาสตร์การต่างประเทศให้ พล.อ.ประยุทธ์ ไปประชุมระดับนานาชาติพบผู้นำประเทศต่างๆ รวมทั้งการเยือนประเทศเพื่อนบ้าน

และมิตรประเทศ ได้รับคำชมว่าส่งให้บทบาทนายกรัฐมนตรีไทยโดดเด่น

ทั้งนี้เพราะได้ พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร อดีตผู้บัญชาการทหารสูงสุด มาเป็นรองนายกรัฐมนตรีและ รมว.ต่างประเทศ ประสบการณ์ผ่านงานเป็นผู้ช่วยทูตทหาร และติดต่อกับต่างประเทศด้านการทหาร ทำให้คุ้นเคยกับข้าราชการกระทรวงการต่างประเทศทั้งในอดีตและปัจจุบัน ตั้งแต่ปลัดกระทรวง อธิบดี เอกอัครราชทูต ที่รู้จักมานาน

แม้กระทั่งข้าราชการระดับเล็กๆ นักการทูตและเลขานุการ ที่เคยประจำในต่างประเทศ

เจ้าหน้าที่หมุนเวียนให้บริการแก่คนไทยทั่วโลกทั้งคนไทยและต่างประเทศ


พล.อ.ธนะศักดิ์ รู้จักและจำแม่นทั้งชื่อเล่นชื่อจริง จนปัจจุบันเติบโตในกระทรวง ทำให้การเข้ามาบริหารงานกระทรวงการต่างประเทศดูง่ายดาย เพราะรู้ทั้งคนและงาน

พล.อ.ธนะศักดิ์ เผยว่า ได้สร้างขวัญและกำลังใจแก่ข้าราชการให้มีโอกาสได้รับแต่งตั้งตามความสามารถ แม้ยังไม่ได้ผ่านการอบรมตามระเบียบ ก็เปิดโอกาสให้ได้รับแต่งตั้งในตำแหน่งก่อน แล้วค่อยไปอบรมภายหลัง พร้อมทั้งสร้างแรงจูงใจให้ข้าราชการอยากกลับมาทำงานที่กระทรวงมากขึ้น ไม่ใช่มุ่งแต่ไปประจำในต่างประเทศ

นอกจากเดินหน้าทำความเข้าใจกับนานาประเทศแล้ว ยังมอบนโยบายที่โดนใจประชาชนในต่างประเทศ รวมถึงข้าราชการประจำสถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุลด้วย นั่นคือการสอดส่องพฤติกรรมการทำงานของ เอกอัครราชทูต อัครราชทูต กงสุลใหญ่ รองกงสุลใหญ่ และ ข้าราชการที่ประจำในต่างประเทศ ใครที่ทำงานแบบ “ลอยชาย” ไม่สนใจงานในหน้าที่ สร้างสายสัมพันธ์กับเจ้าของประเทศ ทูตานุทูต รวมทั้งเอาใจใส่คนไทยในต่างประเทศจะให้ย้ายกลับโดยไม่ต้องรอครบวาระ

ส่วนการบริการประชาชนทั้งในและนอกประเทศ ตามนโยบาย “การทูตเพื่อประชาชน” ได้ย้ำให้ปรับการทำงานให้กระชับ รวดเร็ว ประหยัดเวลา และลดค่าใช้จ่ายให้แก่ประชาชนทุกด้าน

นับได้ว่า “สร้างความสุขใจ” ในการทำงานแก่ ข้าราชการกระทรวงการต่างประเทศ และ “สร้างความสุขให้แก่ประชาชน” ที่ได้รับบริการแบบประทับใจ

สำหรับ งานบริการคนไทย นั้น หน่วยงานที่รับผิดชอบโดยตรงคือ กรมการกงสุล ทาง พล.อ.ธนะศักดิ์ ได้มอบนโยบายให้คิดและปรับงานบริการ “ทำอย่างไรให้ประชาชนสะดวกที่สุด ประหยัดที่สุด และประทับใจในบริการที่ได้รับ” เพื่อมอบเป็น “ของขวัญปีใหม่” ของ กระทรวงการต่างประเทศ ที่มอบให้แก่ประชาชนทั้งในและต่างประเทศ ในปี 2558

กรมการกงสุล มุ่งบริการประชาชน


เริ่มต้นปีคือ ศูนย์ช่วยเหลือประชาชน ซึ่งจะเปิดบริการใหม่เป็นศูนย์พิเศษบริการ 24 ชั่วโมง ตั้งอยู่ที่กรมการกงสุล ถนนแจ้งวัฒนะ มีเจ้าหน้าที่ประจำหมุนเวียนกันให้บริการแก่คนไทยทั่วโลกซึ่งเดินทางไปต่างประเทศและอาศัยอยู่ในต่างประเทศ ที่แจ้งขอความช่วยเหลือและสอบถามปัญหาต่างๆ ทั้งก่อนเดินทางและขณะประสบปัญหาในต่างประเทศ

ยกตัวอย่าง กรณีหนังสือเดินทางหาย หรือต้องเจรจาเรื่องต่างๆ แจ้งมาที่ศูนย์ฯ ทางศูนย์ฯจะรับข้อมูลสถานที่พักไว้ และติดต่อสถานทูตหรือสถานกงสุลในประเทศที่พำนักอยู่ แจ้งให้ทราบถึงปัญหา เพื่อให้เจ้าหน้าที่ประสานงานการช่วยเหลือ รวมถึงแนะนำสถานีตำรวจที่ใกล้ที่สุดที่สามารถติดต่อได้ในเมืองที่พักอยู่ เพื่อแจ้งความและแนะนำการดำเนินขั้นตอนต่างๆ หรือจะเดินทางไปประเทศใดก็สอบถามเรื่องภัยพิบัติ, ความปลอดภัย, เตือนภัยได้ เจ้าหน้าที่จะแจ้งผลให้ทราบทันทีหรือเร็วที่สุด

ในทางคู่ขนานกัน ทางศูนย์ฯจะจัดทำ แอพพลิเคชั่น ที่จะเปิดให้ประชาชนดาวน์โหลดได้ฟรี และแอพนี้จะมีข้อมูลด้านการกงสุล เช่น เบอร์โทรศัพท์สถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุลไทยทั่วโลก พร้อมทั้งอัพเดตข่าวต่างๆที่ควรทราบในต่างประเทศ ทุกวันเวลา 07.00-17.00 น. เช่น เกิดภัยพิบัติ, เกิดเหตุการณ์การเมืองในประเทศใด ควรหลีกเลี่ยงเดินทางหรือไม่ รวมไปถึงข้อมูลในประเทศไทย บริการเช่นนี้เหมือนมี กรมการกงสุล อยู่เคียงข้างไปทั่วโลก

การบริการรับรองเอกสาร แบบ One– Stop–Service เพื่อรองรับการเข้าสู่ ประชาคมอาเซียน (AEC) ปกติประชาชนจะมาให้ กองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล รับรองเอกสาร คำแปล เพื่อใช้ในการศึกษา การเดินทาง และประกอบธุรกิจในต่างประเทศ นอกจากเสียค่าใช้จ่ายในการรับรองเอกสารแล้ว ยังเสียค่าใช้จ่ายในการเดินทางและที่พัก บริการนี้จะเปิดบริการที่เคาน์เตอร์ไปรษณีย์ทั่วประเทศ นำเอกสารไปติดต่อและจ่ายค่าไปรษณีย์ไป-กลับ ซึ่งจะส่งกลับถึงบ้านไม่ต้องมาติดต่อเองที่กรุงเทพฯ ช่วยประหยัดเวลาและค่าใช้จ่าย

มุ่งให้บริการตามมาตรฐาน


ขั้นตอนบริการรับรองเอกสารที่ไปรษณีย์ ให้ผู้ต้องการรับรองเอกสารนำเอกสารไปติดต่อที่ไปรษณีย์ ไปรษณีย์ก็จะส่งเอกสารไปยังเอเย่นต์กลาง ทางเอเย่นต์กลางก็จะจัดส่งต่อให้กรมการกงสุลเพื่อดำเนินการแปล และรับรองเอกสารให้ เมื่อดำเนินการเสร็จ กรมการกงสุลก็จะจัดส่งกลับให้ถึงบ้านทางไปรษณีย์ เสียค่าบริการ 500 บาท ช่วยประหยัดค่าน้ำมันและค่าเดินทางให้ประชาชนคนละไม่ต่ำกว่า 2,000 บาท รวมแล้วนับพันล้านบาท อีกทั้งไม่ต้องมาเสียเวลารอคิวแน่นขนัดกองหนังสือเดินทาง จะเปิดจุดทำหนังสือเดินทางครบ 4 มุมเมือง เพื่อบริการให้ทั่วถึงและลดปัญหาการจราจรติดขัด โดยเปิดบริการสำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราวให้ครบ 4 มุมเมืองของกรุงเทพฯ เพิ่มจากที่กองหนังสือเดินทาง กรมการกงสุล, ศูนย์ราชการ ถนนแจ้งวัฒนะ, ศูนย์การค้าธัญญาพาร์ค ถนนศรีนครินทร์ จะเปิดสำนักงานหนังสือเดินทางเพิ่มอีก 1 แห่ง ด้านถนนรามอินทรา เพื่อให้ประชาชนเกิดความสะดวกสบาย ไม่ต้องเข้ามาทำที่อาคารกรมการกงสุล ถนนแจ้งวัฒนะ ซึ่งการจราจรแออัด นอกเหนือจากสำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราวในต่างจังหวัดอีก 14 แห่ง

จองคิวทำหนังสือเดินทางออนไลน์ ขณะนี้ กรมการกงสุล ได้จัดทำโปรแกรมเปิดรับลงทะเบียนนัดเวลาทำหนังสือเดินทางล่วงหน้าออนไลน์ ตามนโยบายรัฐบาลและ กระทรวงการต่างประเทศเพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชนไปถึงกองหนังสือเดินทางตามเวลานัดหมาย ใช้เวลาไม่เกิน 15 นาทีเสร็จตามกระบวนทำ แล้วกลับบ้านได้เลย

บริการจัดส่งหนังสือเดินทางทางไปรษณีย์เร็วขึ้น กองหนังสือเดินทางได้ปรับบริการจัดส่งหนังสือเดินทางทางไปรษณีย์ให้รวดเร็วยิ่งขึ้นปกติ 7 วันได้รับ ตั้งแต่เดือน ส.ค.2557 ได้เปิดบริการส่งทางไปรษณีย์ในกรุงเทพฯเร็วขึ้น จ่ายค่าไปรษณีย์ 40 บาท ได้รับไม่เกิน 5 วัน หากเร่งด่วนจ่าย 60 บาท ภายใน 3 วัน จะได้รับเล่ม ปีใหม่ 2558 จะเปิดให้บริการส่งไปต่างจังหวัด เร่งด่วนจ่าย 60 บาท ได้รับหนังสือเดินทางทั่วประเทศ 3 วัน ยกเว้นอยู่อำเภอห่าง ไกลประมาณ 4 วัน ได้มีการ ตกลงกับ บริษัท ไปรษณีย์ ไทย จำกัด เรียบร้อยแล้วพร้อมกันนี้ได้

แก้ปัญหาการส่งหนังสือ เดินทางทางไปรษณีย์ให้ประชาชนที่อาศัยตามคอนโดมิเนียม และอพาร์ตเมนต์ เจ้าหน้าที่ไปรษณีย์ไปส่งไม่พบผู้รับก็จะตีกลับ โดยจะให้ประชาชนแจ้งรับ ณ ที่ทำการไปรษณีย์ตามห้างสรรพสินค้าหรือศูนย์การค้าใกล้ที่พัก ซึ่งเปิดบริการวันเสาร์และวันอาทิตย์ จะได้ไปรับได้สะดวก

กรมการกงสุล ให้ความเชื่อถือการบริการของ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด ที่ได้มาตรฐาน ตั้งแต่ดำเนินการมาร่วมกันยังไม่มีความผิดพลาด และช่วยสนับสนุนบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด กิจการของรัฐอีกทางหนึ่งด้วย

การปรับบริการประชาชนในประเทศ ตามนโยบาย “การทูตเพื่อประชาชน” สนอง นโยบายของรัฐบาล และ รมว.ต่างประเทศ ที่ต้องการอำนวยความสะดวก ประหยัดเวลา และประหยัดเงินให้แก่ประชาชนครั้งนี้ คาดว่าจะสามารถประหยัดเงินได้หลายพันล้านบาท ซึ่งสามารถคืนสู่สังคมและระบบเศรษฐกิจในรูปแบบต่างๆได้มาก

ด้าน การบริการชาวไทยที่อาศัยอยู่ในต่างประเทศ ทาง กระทรวงการต่างประเทศ ก็ยังเดินหน้าไม่หยุดเช่นกัน นอกจากสถานเอกอัครราชทูต และสถานกงสุล จะให้บริการด้านเอกสารของหน่วยงานต่างๆที่มอบอำนาจให้ดำเนินการแทนแล้ว การบริการต่อหนังสือเดินทาง ให้กับ ชาวไทยในต่างประเทศ ช่วยประหยัดเงินให้ชาวไทยปีละนับพันล้านบาทเช่นกัน

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การต่อบัตรประจำตัวประชาชนในต่างประเทศ ซึ่ง กระทรวงมหาดไทย มอบอำนาจให้สถานเอกอัครราชทูต และสถานกงสุลไทยในต่างประเทศ ดำเนินการต่อบัตรประจำตัวประชาชนในต่างประเทศ ตั้งแต่ ปี 2555 จำนวน 6 แห่ง ปี 2556 14 แห่ง ปี 2557 อีก 26 แห่ง ในปี 2558 จะเปิดให้บริการอีก 22 แห่ง และปี 2559 จะครอบคลุมทั่วโลก

เฉพาะ ปี 2557 ต่อบัตรประจำตัวประชาชน ให้ชาวไทยในต่างประเทศ 46 แห่ง ถึงเดือน พ.ย. 2557 มีจำนวน 10,982 คน ประหยัดค่าเดินทางและค่าใช้จ่ายแต่ละครอบครัว ที่ต้องมาต่อบัตรประจำตัวประชาชนในประเทศไทย เฉลี่ยครอบครัวละ 100,000 บาท เป็นเงินประมาณ 1,098 ล้านบาทเศษ ซึ่งเงินที่ประหยัดได้เขาก็ส่งกลับมาให้ญาติพี่น้องในประเทศไทย

ชาวไทยในต่างประเทศ จึงฝากขอของขวัญปีใหม่ 2559 จาก รัฐบาล และ กระทรวงการต่างประเทศ ไว้ล่วงหน้า ให้ช่วยประสานกับ กระทรวงมหาดไทย แก้กฎหมายมอบอำนาจให้ สถานเอกอัครราชทูต และ สถานกงสุลไทย ในต่างประเทศ ทำบัตรประจำตัวประชาชนใบแรกให้ชาวไทยในต่างประเทศได้

โดยให้สถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุล ซึ่งรับแจ้งเกิด รับแจ้งหย่าอยู่แล้ว ส่งรายชื่อเด็กที่แจ้งเกิดมาให้ กระทรวงมหาดไทย ออก เลขประจำตัว 13 หลัก และแจ้งกลับไป เพื่อให้เด็กทำบัตรประจำตัวประชาชนได้ เชื่อว่าจะมีลูกหลานไทยในต่างประเทศที่ถือสัญชาติไทยเพิ่มขึ้นอีกจำนวนมาก

กระทรวงการต่างประเทศใช้นโยบาย “การทูตเพื่อประชาชน” ขานรับนโยบายรัฐบาล ย่อการบริการทั่วโลกมาสร้างความสะดวกรวด เร็วและประหยัดให้แก่ประชาชน นับเป็นบริการที่ประทับใจ ส่วนแต่ละบริการจะเริ่มวันไหนต้องติดตามกัน.

ทีมข่าวภูมิภาค

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้