วันเสาร์ที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
วาทะผู้นำ 'วลีเด็ด-วาทะร้อน' จากรัฐประหารสู่ปฏิรูป : เข้มขลังฉูดฉาด-หลากอารมณ์

วาทะผู้นำ 'วลีเด็ด-วาทะร้อน' จากรัฐประหารสู่ปฏิรูป : เข้มขลังฉูดฉาด-หลากอารมณ์

  • Share:

ตลอดปี 2557 ที่ผ่านมา สถานการณ์บ้านเมืองสุกงอม ใกล้เข้าสู่กลียุคสงครามกลางเมือง ทำให้กองทัพนำโดย “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. ขณะนั้น เข้ามายึดอำนาจระงับเหตุไทยฆ่าไทย

ผันตัวเองขึ้นเป็นหัวหน้า คสช.ควบเก้าอี้นายกฯ กุมสภาพฝ่ายความมั่นคงและฝ่ายบริหาร ก่อกำเนิด 5 สายธารไหลรินเดินหน้าปฏิรูปประเทศไทย
การเคลื่อนไหวของ พล.อ.ประยุทธ์ ทุกท่วงท่า ลีลา สีหน้า จังหวะการให้สัมภาษณ์ วลี วาทกรรม คำพูด ต่างกรรมต่างวาระ ทั้งหมดส่งผลต่อทิศทางความเป็นไปของบ้านนี้เมืองนี้

เมื่อผ่านเข้าสู่ปีแพะพุทธศักราช 2558 รอลุ้นกันว่า “การปฏิรูปประเทศไทย” จะฝ่าด่านหินเดินตามโรดแม็ป เพื่อคืนความสุขแก่ประชาชนตามสัญญาหรือไม่

การปฏิรูปภายใต้การกุมหางเสือของ “บิ๊กตู่” จะเดินไปสู่ความสำเร็จอย่างที่คาดหวังหรือยิ่งเพิ่มความขัดแย้งในบ้านเมืองเป็นเรื่องต้องรอพิสูจน์กันในปีนี้

ในโอกาสนี้ “ทีมข่าวการเมืองไทยรัฐ” ขอคัดสรร “วาทะผู้นำจากห้วงรัฐประหารสู่การปฏิรูปประเทศ” สะท้อนภาพการเมืองไทยตลอดปีที่ผ่านมา และกำลังก้าวเดินต่อไปในปีแห่งการ “ปฏิรูปประเทศ” มานำเสนอ ณ ที่นี้.

กร้าวยึดอำนาจ

ห้วงต้นปี 2557 ม็อบนกหวีดปักหลักชุมนุมมาราธอนอยู่ใจกลางเมืองหลวง เปิดเวทีปราศรัยใหญ่ขับไล่รัฐบาล

เกิดเหตุการณ์รุนแรงระเบิดตูมตาม เสียงปืนดังปังๆๆ ผู้ชุมนุมตกเป็นเหยื่อบาดเจ็บ ล้มตายไปหลายราย แต่ยังวางยุทธวิธีเดินขบวน ใช้แผนดาวกระจายปิดหน่วยงานของรัฐ ชัตดาวน์กรุงเทพฯ ตั้งหน่วยเคลื่อนที่เร็วตามประกบรัฐมนตรี ปิดล้อมบ้านนายกฯ บีบนวด “รัฐบาลปู” ให้ก้ามปูคลายทิ้งอำนาจ เพื่อปฏิรูปประเทศก่อนเลือกตั้ง มีข่าวลือกระหึ่มกองทัพเตรียมยึดอำนาจ

ฟาก “บิ๊กตู่” ย้ำแล้วย้ำอีกทำนองว่า “ข่าวปฏิวัติแค่ลือ เวลานี้กองทัพเดินตามรัฐธรรมนูญ” แถมทหารยังอำพรางปรับบังเกอร์ตามจุดต่างๆทั่วกรุงที่ดูน่ากลัว เปลี่ยนโฉมติดผ้าม่านสีชมพู มีดอกไม้สีสวยสดมาประดับ ดูหวานแหวว แต่สถานการณ์ยังคุกรุ่น การชุมนุมขยายวงไปในตัวเมืองเป็นรายจังหวัดทุกภาคทั่วประเทศ รัฐบาลเมาหมัดซวนเซประคองตัวกอดอำนาจเอาไว้ ตกอยู่ในสภาพเป็ดง่อย จะเดินหน้าก็หัวล้มคะมำ จะถอยหลังก็ล้มก้นจ้ำเบ้า

รัฐบาลยิ่งอยู่ อำนาจยิ่งค่อยๆลาจรจากไป ยิ่งเมื่อเกิดเหตุถล่มเวที กปปส.จ.ตราด มีผู้บาดเจ็บล้มตายเป็นเครื่องเซ่นความโหดร้าย และ ณ หลักสี่ยังเปิดศึกคั่วป๊อปคอร์น จนเมืองไทยถูกมองว่าคืบใกล้มิคสัญญีเข้าไปทุกที

นปช.ก็เอ็กเซอร์ไซส์ ยืดแข้งขยับเคลื่อนขบวนทั่วประเทศ แสดงจุดยืนเลือกตั้ง-ต้านรัฐประหาร ยิ่งเคลื่อนไหวเหมือนเติมพลังให้คู่ปรับ มีปะทะพอหอมปากหอมคอในบางจังหวัด พอ นปช.รุกคืบปักหลักชุมนุมบนถนนอักษะ บรรยากาศการเมืองเขม็งเกลียว

“บิ๊กตู่” ตัดสินใจใช้อำนาจตามกฎอัยการศึก “ขุดบ่อล่อปลา” เชิญประชุม 7 ฝ่ายหารือผ่าทางตันประเทศ แต่เวทีล่มไม่เป็นท่า ฟางเส้นสุดท้ายขาดสะบั้นในบัดดลเมื่อ ชัยเกษม นิติสิริ รมว.ยุติธรรม ตัวแทนฝ่ายรัฐบาลยืนยันว่า “นาทีนี้ไม่ลาออก” จากรัฐบาลรักษาการ ถึงคิวไฟต์บังคับ “บิ๊กตู่” ปฏิบัติการสายฟ้าแลบ กร้าวใส่แบบนิ่มๆว่า “ขอโทษด้วยนะ ตั้งแต่นาทีนี้ผมตัดสินใจยึดอำนาจการปกครอง”

สีเขียวบานสะพรั่งนับแต่วันที่ 22 พ.ค.57 เวลา 16.30 น. ขอใช้อำนาจรัฏฐาธิปัตย์ชั่วคราว!!!

ท่องคาถากำราบโกง

ผลโพลหลายสำนักหงายไพ่ตรงกันเป๊ะ พอใจผลงานการปราบโกงของรัฐบาลในช่วงฮันนีมูน แค่กระโดดเข้ามาเป็นฝ่ายบริหารป้ายแดง “บิ๊กตู่” ออกลูกฮึด สตาร์ตนับหนึ่งทันที ขอ “ตีเส้นตั้งแต่วันที่ 22 พ.ค.เป็นต้นไป ใครทำผิดต้องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม”

เพราะโรคฉ้อราษฎร์บังหลวงถูกสั่งสมมายาวนาน เป็นต้นตอหลายปัญหาตามมาในบ้านเมือง สร้างความแตกแยกในวงการเมือง สร้างความวุ่นวายในสังคม

กระแสสังคมตอบรับเกรียวกราว แม้รัฐบาลจะสะดุดเหยียบเปลือกกล้วยเสียจังหวะไปนิด กรณีติดตั้ง “ไมค์แพง” ห้อง 501 ตึกบัญชาการ 1 เตรียมไว้ประชุม ครม.นัดปฐมฤกษ์ ยังดี “บิ๊กตู่” เอี้ยวหลบเผือกร้อน สั่งตั้งกรรมการสอบทันควัน คอนเฟิร์มความโปร่งใส

ในหลายโอกาสอาศัยตีเหล็กกำลังร้อน พยายามท่องคาถากำราบโกง ปลุกเร้าจิตสำนึกของสังคมว่า “ขอให้สังคมปฏิเสธคนโกง”
รัฐบาลและ คสช.เอาจริงถึงขั้นให้คำมั่นสัญญาต่อสาธารณะ ขอทำให้ประเทศปราศจากโกง โดยผลักดันการ “ปราบคอร์รัปชันเป็นวาระแห่งชาติ” และโดดเข้ามาเป็นประธานคณะกรรมการติดตามการทุจริตด้วยตัวเอง

เมื่อเจอข่าวลือกระฉ่อนโครงการในรัฐบาลถูกเรียก 50 เปอร์เซ็นต์ “ส่งส่วย” ให้ คสช. มือปราบโกงถึงขั้นควันออกหู ขึงขังใส่ว่า “ผมไม่มีต้นทุน ไม่เสียสักสลึงเข้ามาทำงาน ไม่เอากำไรกลับไป รัฐบาล คสช.ทำผิดต้องเจอโทษ”

ทิ้งท้ายส่งสัญญาณเตือนทุกคนอย่ามาอ้างว่า “ผมจะพังเพราะเพื่อน พังเพราะพี่”.

เผ็ดหวานใส่สื่อ

ทั้งวาทะวาจา และวจีที่เอื้อนเอ่ยกับนักข่าว หากประเมินท่าที “บิ๊กตู่” กันทันที ก็ต้องบอกยากยิ่ง เพราะที่เห็นออกงิ้ว ว้ากเพ้ย ปรี๊ดแตก บางครั้งก็เป็นแค่การหยอกเย้าด้วยสไตล์เฉพาะตัว

พักหลังนักข่าวพอจับทางได้ เวลาไหนเดือดจริง หรือแค่ “เผ็ดร้อนซ่อนหวาน” สไตล์ละครแนวตบจูบๆ

อันดับแรก กับบท “ฮาร์ดคอร์” ของ “ฮาร์ดแมน” ในยามโดนต้อนด้วยคำถามมากๆ นอกจากตีหน้าบึ้ง ทำตาขวางใส่ หรือเอานิ้วเคาะโพเดียมถี่ๆแรงๆ ยังมีสารพัดวาทะเผ็ดร้อนตามมา

“อย่ามโนมากนัก-จะมาเป็นนายกฯแทนมั้ย” หรือถึงขั้นหลุด “อะไรกันนักหนาวะ” รวมทั้งที่ฮือฮากับลูกหยอกแรง “เดี๋ยวทุ่มด้วยโพเดียมนี่เลย”
ล่าสุดช่วงปลายปี “บิ๊กตู่” เหมือนเหลืออดสื่อบางค่ายจ้องอัดรัฐบาล ขู่งัดไม้แข็ง “คราวนี้ผมจะปิดจริงๆ ไม่งั้นจะมีกฎอัยการศึกไว้ทำไม” ร้อนทะลุปรอทเลย

แต่บางทีก็ลดโทนแรงดื้อๆ เช่น ยกมือไหว้ขอโทษขอโพยนักข่าวอาวุโสภรรเมียรุ่นพี่ “บิ๊กตู่” ออกตัว “ผมเป็นคนดุ แต่ไม่โหด-ผมไม่ใช่พระอิฐพระปูน–ต่อไปตั้งใจจะเลิกโมโห พูดให้เพราะ”

ที่น่าสนใจ มุมฟรุ้งฟริ้งมุ้งมิ้ง “บิ๊กตู่” ใช่จะไม่มี ทั้งยืนร้องเพลง “คืนความสุข” กับนักข่าว โบกมือบ๊ายบายพร้อมโปรยยิ้มให้ หรือทำทีหยอกเย้า ยื้อแย่งอุปกรณ์ทำข่าว

กระทั่งยืนให้สัมภาษณ์ไปก็ “บี้หู–จับหัว” นักข่าวไป

และที่รู้กัน “คำข่าว” ที่นายกฯฟังแล้วปรี๊ด “โว-โม้-ฟุ้ง-” แสลงหูนะจ๊ะ!

วจีคืนความสุข

“ปวดหัวก็ปวด เหนื่อยก็เหนื่อย” พล.อ.ประยุทธ์ ถึงกับบ่นออกมาตรงๆเมื่อเจอแรงเสียดทานรอบด้าน หลังเข้ามาเป็นนายกฯ แบกความหวังของคนไทยทั้งประเทศไว้บนบ่า เจอสารพัดปัญหาของประเทศ รอให้ใช้อำนาจพิเศษสะสาง

แต่ยังตั้งปณิธานไว้สูง จะ “คืนความสุขให้ประเทศไทยในไม่ช้า” แถมขอเวลาสถานีวิทยุและโทรทัศน์ ออกอากาศพูดถึงการทำงานของรัฐบาลสัปดาห์ละหน ผ่าน “รายการนายกฯพบประชาชน” ปั่นเรตติ้งกระฉูด

แค่หยอดคำหวานจากหัวใจตีตราเป็นเจ้าของวลี “คิดถึงนะจ๊ะ” ก็เรียกรอยยิ้มจากมุมปากคนฟัง แต่ถูกวิจารณ์ว่า เจ้าของวลีดังกล่าวคิดถึงใครกันนะ ก่อนมาเฉลยที่หลังว่า “คิดถึงพี่น้องประชาชน ที่ยังคงมีความยากลำบากในการดำรงชีวิต”

ต่อมคิดถึงประเทศชาติและประชาชนตื่นตัว จึงโหมทำงานหนักชนิดไม่ได้หยุดพัก อดหลับอดนอน อาศัยเซฟเฮาส์ชาร์จแบต แต่กลับเปรยวันละสามเวลาหลังอาหารว่า “ผมต้องมาเหนื่อย แทนที่จะได้พัก” “ไม่ใช่ผมดีใจที่ได้เป็นนายกฯ แทนที่ผมจะได้พักผ่อน”

เป็นธรรมดาเมื่อปัญหาถูกหมักหมมมานมนาน จะแก้ไขให้ละลายหายไปภายในพริบตา คงยากยิ่งกว่าเข็นครกขึ้นภูเขา ถึงกับออกอาการให้เห็นผ่านคำพูดที่ว่า “คสช.ไม่ใช่เทวดาที่จะแก้ปัญหาทั้งหมดได้” ยิ่งแก้ยิ่งเจอปัญหาทับซ้อนปัญหา แม่น้ำ 5 สายเริ่มไหลกะปริดกะปรอย ปั๊มผลงานไม่ทันใจสังคม

“บิ๊กตู่” จำเป็นออกแรงเรียกถกแม่น้ำ 5 สาย ปรับจูนแนวคิดให้ตรงกัน เน้นย้ำให้ทุกฝ่ายปั๊มผลงานชิ้นโบแดง

โดยเฉพาะในระยะสั้นช่วงส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ขอให้แม่น้ำ 5 สายเป็นซานตาคลอส มอบมหกรรมคืนความสุขเฉพาะหน้าให้กับประชาชนเป็นของขวัญปีใหม่ แต่ความสุขฉบับถาวร ลุ้นแม่น้ำ 5 สายปรับโครงสร้างประเทศ ลดความเหลื่อมล้ำ-ความยุติธรรมจับต้องได้
สมกับความในใจของ “บิ๊กตู่” ที่มุ่งมั่นเรื่องเดินหน้าประเทศไทย!!!

ออกตัวเนียน

ถ้าว่ากันถึงลีลาหลบเลี่ยง บ่ายเบี่ยง หนีประเด็นที่ไม่อยากโดนซักไซ้ ถึงแม้จะเป็นผู้นำหน้าใหม่จากอดีตท็อปบูต มิใช่นักการเมืองเขี้ยวลากดิน แต่ “บิ๊กตู่” ก็ยังถูกยกให้เป็นผู้นำสุดยอดสไตล์ “ติ๊ดชิ่ง” พลิ้วไหวได้เนียนนิ่ม

ไล่ตั้งแต่เข้ามาควบคุมอำนาจปกครองประเทศ “บิ๊กตู่” แอ็กชั่นในบท “กรรมการ” หย่าศึกขัดแย้ง แต่หลังจากนั่งเก้าอี้ผู้นำประเทศแล้ว ปม “โรดแม็ป คสช. 1 ปี” ถูกซักเป็นระยะๆ “บิ๊กตู่” ก็มาแนวไม่ผูกมัดตัวเองล่วงหน้า เอ่ยถึงเงื่อนไขปัจจัยพลิกผัน นอกจากมี รธน.ฉบับใหม่
ยังต้องปั๊มกฎหมายลูก “ถ้าทำไม่ทันก็ต้องทำต่อให้เสร็จ” กั๊กแหล่มๆเลย

ส่วนที่ส่อแววร้อน เรื่อง “นิรโทษกรรม” โดนถามเมื่อไหร่ “บิ๊กตู่” ก็ใช้สไตล์ “ปัดลูกพ้นตัว” โยนไปให้ สนช. “ผมไม่ได้เป็นคนตัดสินใจ เป็นเรื่องฝ่ายกฎหมาย” ชิ่งออกจากมุมอับด้วยวจี “เซย์โน” เช่นเดียวกับแนวคิด “ประชามติ รธน.”เสนอไอเดีย “เลือกตั้งนายกฯ” รวมทั้งข้อสงสัยบิ๊กๆ คสช. มีแผนตั้ง “พรรคทหาร” สืบทอดอำนาจ “เขียนเลอะเทอะไปเรื่อย ไม่เคยคิดไม่อยากเป็นนักการเมืองอยู่แล้ว”

กระทั่งที่ถูกจับจ้องอาจมีการ “ล็อกสเปก รธน.” โดยมี “แป๊ะ” บงการอยู่เบื้องหลัง “ใครคือแป๊ะ ผมจะไปรู้เรอะ ไปถามคนพูดเอง”

ขณะที่ปมร้อนฉ่า กรณี พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตนายกฯ ออกมาพูดถึงเหตุเสี่ยง ปมปฏิวัติซ้ำ-รัฐประหารซ้อน “บิ๊กตู่” ก็มองในแง่ดี เป็นคำเตือนของผู้ใหญ่ที่เป็นห่วงและคงเหงา“ปฏิวัติมันง่ายนักหรือไง” รวมทั้งปมสัมพันธ์ในกองทัพ “ทำไม มันไม่ปึ้กตรงไหน ทหารไม่มีทะเลาะกัน” คำรามเข้ม ดับกระแสได้ชิลๆ

และแน่นอน ที่ถูกจับตาสถานการณ์ใน ครม. ทีมเศรษฐกิจ 2 ขั้ว 3 ฝ่ายมีข่าวขบเหลี่ยมปีนเกลียว “ไม่กินเส้น” เล็ดลอดเป็นระยะๆ ในฐานะผู้นำที่ต้องพึ่งบริการ “เพื่อนพ้องน้องพี่” “บิ๊กตู่” ยืนยันใน “สูตรพิเศษ” ไร้ปัญหา “รัฐบาลนี้ไม่มีเกาเหลาขาย” รวมทั้งยืนยันประเมินผลงานแล้ว บรรดา รมต. “สอบผ่าน” ยังไม่ต้อง “ปรับ ครม.”

เรียกว่าท่องคาถามหานิยม ย้ำคำว่า “ไม่” บวกสไตล์โหดมันส์ฮา “บิ๊กตู่” ก็เอาตัวรอดข้ามปีได้เนียนๆ!!

คำรามปราม“กระตั้ว”

เพราะฟอร์แมตท็อปบูตมีพิมพ์นิยมเฉพาะตัว สไตล์ “บิ๊กตู่” จึงเข้มขลัง จริงจัง โผงผาง ยิ่งช่วงบ้านเมืองวิกฤติ ในฐานะผู้ถือดุลอำนาจ ตั้งแต่เป็น ผบ.ทบ. กระทั่งเข้ายึดอำนาจเป็นนายกฯ ดีกรียิ่งเข้มเกินพิกัด

ปัญหาเฉพาะหน้าบานตะไท “บิ๊กตู่” จึงต้องเข้มเพื่อ “กุมสภาพ” แจงหลายหน “คสช.เข้ามาแก้วิกฤติ ไม่มุ่งทำลายล้างใคร” ย้ำความจำเป็นกระบอง กฎอัยการศึก “ตอนนี้มีประท้วงมั้ย มีการใช้อาวุธสงครามมั้ย หรือจะกลับไปแบบเก่า อย่าลืมง่ายนัก สมองจำไว้บ้างเกิดอะไรที่ผ่านมา” พร้อมวลีเด็ดทิ้งท้าย “เข้าใจตรงกันนะ”

แต่ที่นายกฯ “พยัคฆ์บูรพา” คำรามจนเจ็บคอ น่าจะเป็นแกนนำปลุกม็อบต้าน ทั้งอดีตบิ๊กเพื่อไทยที่ก่อตั้งองค์กรเสรีไทยในต่างแดน “พวกหนีอาชญากรรมทั้งนั้น” ขณะที่นักวิชาการดังเล่นเรื่องหมิ่นเหม่ “บิ๊กตู่” จวกหลายรอบ “เป็นครูบาอาจารย์สอนเด็กปฏิเสธกฎหมายได้ไง”

ที่ลดโทนมาใช้สไตล์ “โหดปนฮา” ก็คราวนักศึกษา “กลุ่มดาวดิน” ม.ขอนแก่น รวมตัวชู “สามนิ้ว” ประท้วงช่วงลงพื้นที่ “นึกว่าโชว์เล่นกระตั้วแทงเสือ” จนคำ “กระตั้ว” จากปาก “พยัคฆ์ตู่” จึงถูกเปรียบเป็น “กลุ่มต่อต้าน” โดยปริยาย

ที่ไม่เอ่ยถึงเลยมิได้ ในห้วงหลายขั้วเริ่มขยับ “บิ๊กตู่” ต้องเปิดข้อมูลดักคอ-รู้ทัน ทั้งเครือข่ายขั้วอำนาจเก่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ แม้เลี่ยงไม่เอ่ยถึงนัก แต่เมื่อมีเหตุร้อน “หุ้นร่วงมโหฬาร” ก็มีแฉลบถึง ชี้แก๊งทุบหุ้น “คนที่ลงสนามบินปี 2551 นั่นแหละ” แถมลูกติดพันพูดถึงฝีมือแก้ปมเศรษฐกิจ “ผมทำดีกว่ารัฐบาลบ้านั่นอีก” ก่อนจะพลิ้วภายหลัง “ตีความกันไปเอง”

ส่วน “อดีตนายกฯปู-ยิ่งลักษณ์” ที่เคยสนิท “บิ๊กตู่” ไม่อยากแตะ แต่เมื่อหลุดวิพากษ์ คสช. “เอาปืนมาจี้ให้ลงจากรถ” ทำ “บิ๊กตู่” ของขึ้น ทำเอ่ยถึงเรื่องคุมแรงต้านจากคนการเมือง “อยากไปต่างประเทศก็จะไม่ได้ไป อยากพูดก็พูดในประเทศ หรือห้ามทำธุรกรรม” เคาะกระบองโชว์คนเคยคุ้นกันเลย

ส่วนที่น่าจะปราม “ดักคอ” ท่าทีกับกลุ่มที่ยังไม่วางใจ อาจ “ผสมโรง” ขย่มรัฐบาล กรณีม็อบสวนยางปักษ์ใต้ ทางหนึ่ง “บิ๊กตู่” ประกาศ “ยกใจ” แก้ปัญหาให้ แต่อีกทางกับปูด “มีพวกไปปลุกระดม” ช็อตคำรามปรามเบาๆในภาวะเริ่ม “ระแวง”

ไม่วางใจพวกที่เคยเป็น “แนวร่วมกองเชียร์” จะพลิกเป็น “กระตั้ว” จ้องกะซวก “เสือตู่” กันซะเอง!

“ทีมการเมือง”

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้