วันอาทิตย์ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
กู้7ศพบินตก จากทะเลชวา  ได้หลักฐานชัด ตกกระแทกนํ้า

กู้7ศพบินตก จากทะเลชวา ได้หลักฐานชัด ตกกระแทกนํ้า

  • Share:

ชี้ชัด เครื่องบินแอร์เอเชียอินโดนีเซีย เที่ยวบิน QZ 8501 ประสบเหตุตกทะเลเนื่องจากต้องการหลบเลี่ยงสภาพอากาศที่มีพายุฝนฟ้าคะนองและการติดต่อกับหอบังคับการบินสับสน ทำให้เกิดโศกนาฏกรรมสลดใจส่งท้ายปี 2014 ขณะที่มีการสันนิษฐานเครื่องบินเสียการทรงตัวเพราะโดนพายุจนตกกระแทกน้ำ แต่ไม่ระเบิด ส่วนการกู้ศพที่ลอยกลางทะเล ต้องหยุดชะงักชั่วคราว เนื่องจากมีฝนและลมแรง ด้านตัวเครื่องบินพบจมใต้ทะเลและอาจมีศพติดในเครื่อง

โลกยังคงสลดใจกับการเสียชีวิตหมู่ 162 ศพ ของผู้โดยสารเครื่องบินสายการบินแอร์เอเชีย อินโดนีเซีย เที่ยวบิน QZ8501 ที่ตกทะเลเพราะเจอสภาพอากาศเลวร้าย และเจ้าหน้าที่ระดมกำลังค้นหาและพบชิ้นส่วนเศษซากเครื่องบินลำดังกล่าว รวมร่างเหยื่อที่ลอยกลางทะเลชวา ฝั่งตะวันตกเฉียงใต้ของเกาะ บอร์เนียว ถือเป็นโศกนาฏกรรมอีกครั้งแก่สายการบินของมาเลเซียส่งท้ายปี 2014

ความคืบหน้าเรื่องนี้ สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อวันที่ 31 ธ.ค.ว่า นักประดาน้ำ รวมถึงเรือรบและเครื่องบินหลายลำเริ่มปฏิบัติการครั้งใหญ่ กู้ร่างผู้เคราะห์ร้ายเสียชีวิตทั้งหมด 162 ศพ รวมถึงการค้นหากล่องดำ หลักฐานบันทึกข้อมูลการบินชิ้นสำคัญที่จะไขปริศนาทั้งหมด โดยจุดที่เครื่องบินตกอยู่ห่างจากจุดที่สัญญาณบอกครั้งสุดท้ายขาดหายบริเวณน่านน้ำทะเลชวา 100-200 กม. เจ้าหน้าที่ได้ใช้อุปกรณ์เครื่องมือระบบโซนาร์ช่วยค้นหาและพบชิ้นส่วนใหญ่ที่สุด คาดว่าเป็นลำตัวเครื่องบินอยู่ใต้ท้องทะเลลึก 40-50 ม. ท่ามกลางสภาพอากาศและกระแสลมพัดแรง คลื่นทะเลสูง 2-3 ม. รวมถึงฝนที่ตกลงมาและเมฆปกคลุมหนา ทำให้ปฏิบัติการกู้ซากเครื่องบินต้องหยุดภารกิจชั่วคราว

พลเรือเอกซิกิต เซติอายันตา ผู้บัญชาการศูนย์การบินกองทัพเรือ ประจำฐานทัพเรือสุราบายา เกาะบอร์เนียว เผยว่า จนถึงวันที่ 31 ธ.ค. เจ้าหน้าที่กู้ร่างเหยื่อที่พบห่างจากจังหวัดกาลิมันตันกลางราว 160 กม.แล้ว 7 ราย รวมถึงพนักงานต้อนรับบนเครื่อง 1 ราย ที่อยู่ในชุดพนักงานแอร์เอเชีย กับร่างผู้โดยสารเครื่องบินอีก 1 ราย ถูกพบว่าสวมใส่เสื้อชูชีพ แต่พลเรือเอกซิกิตปฏิเสธรายงานข่าวก่อนหน้านี้ที่อ้างว่าพบร่างผู้เสียชีวิตแล้ว 40 ราย ขณะที่ญาติพี่น้องของผู้โดยสารที่สูญหายราว 125 คน เตรียมเดินทางไปยังเมืองปังกาลันบุน เพื่อช่วยระบุอัตลักษณ์บุคคลอันเป็นที่รัก ส่วนถุงบรรจุศพและโลงศพที่ต้องใช้หมายเลขกำกับถูกกระจายจัดส่งไปตามโรงพยาบาล 3 แห่ง

นายปีเตอร์ เกลอซ์ อดีตผู้อำนวยการฝ่ายจัด การประจำคณะกรรมการความปลอดภัยการคมนาคมแห่งชาติสหรัฐฯ (เอ็นทีเอสบี) เปิดเผยว่า ร่างผู้เสียชีวิตบางรายอาจลอยขึ้นสู่ผิวน้ำ และอีกหลายรายยังติดอยู่ภายในห้องโดยสารของเครื่องบิน ซึ่งจมอยู่ใต้ท้องทะเลชวา ถือเป็นภารกิจท้าทายนักประดาน้ำ ที่ต้องดำดิ่งไปถึงร่างเหยื่อเนื่องจากระดับความลึกมากเกินกว่าที่นักประดาน้ำทั่วๆไปจะดำถึงได้ คาดว่าภารกิจยากลำบากนี้อาจต้องใช้เวลานานเป็นสัปดาห์ หรือ 10 วันกว่าจะแล้วเสร็จ

นอกจากนี้ นายนีล ฮันสฟอร์ด อดีตกัปตันเครื่องบินและประธานบริษัทที่ปรึกษาแก้ไขกลยุทธ์ด้านการบินพลเรือน เผยว่า จากข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นตามสภาพเศษซากชิ้นส่วนเครื่องบินที่ปรากฏเห็นอยู่ในสภาพไม่เสียหายมากนัก จึงเป็นไปได้อย่างมากว่าเครื่องบินตกกระแทกพื้นผิวน้ำมากกว่าระเบิดกลางอากาศ อีกทั้งจากเสื้อผ้าของผู้โดยสารหลายรายยังอยู่ครบ คือหลักฐานสนับสนุนทฤษฎีที่ว่าเครื่องบินลำนี้สูญเสียการทรงตัวกลางอากาศและตกกระแทกพื้นน้ำกลางทะเล

นายวิสนุ ดาร์โจโน ผู้อำนวยการด้านความปลอดภัยแอร์เนฟ ซึ่งให้บริการด้านการบอกทิศทางกับเที่ยวบินของอินโดนีเซีย เผยว่า ก่อนเครื่องบินทะยานขึ้นเหนือรันเวย์ กัปตันติดต่อกลับมาเพื่อขออนุญาตปรับเพดานบินจาก 32,000 ฟุต เป็น 38,000 ฟุต เพื่อเลี่ยงสภาพอากาศพายุฝนฟ้าคะนอง แต่ถูกหอควบคุมการบินปฏิเสธ เพราะเพดานบินระดับดังกล่าวมีเที่ยวบินอื่นใช้หนาแน่นเส้นทาง กระทั่งการติดต่อครั้งสุดท้ายกัปตันติดต่อกลับไปยังหอควบคุมการบิน เพื่อเปลี่ยนเส้นทางการบินโดยเบี่ยงไปทางซ้ายและย้ำคำร้องขออีกครั้งก็ได้รับอนุญาตทันที แต่หลังจากนั้นไม่กี่วินาทีกัปตันติดต่อขอไต่ระดับสูงขึ้นเป็น 38,000 ฟุต อีก 2-3 นาทีต่อมาและหอควบคุมการบินอยู่ระหว่างเปิดเส้นทางบินให้ระดับ 34,000 ฟุต แต่ไม่ได้รับการติดต่อกลับจากเครื่องบินเที่ยวบิน QZ8501

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้