วันพฤหัสบดีที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
'ไนกี้' ย้ำชีวิตยังโสด ไม่กลัวคนติดภาพพระเอกเซ็กซี่

'ไนกี้' ย้ำชีวิตยังโสด ไม่กลัวคนติดภาพพระเอกเซ็กซี่

  • Share:

ไนกี้ นิธิดล ไม่กลัวคนติดภาพพระเอกถ่ายเซ็กซี่ อยากให้คนติดภาพในละครมากกว่า บอกทุกวันนี้ตนเองยังเป็นคนติดดินเหมือนเดิม อยากให้คนรักในความเป็นตัวเอง ย้ำตอนนี้โสด รับมีคุยสาวบ้างแต่ทุกคนคือเพื่อน ไม่มีสเปกตายตัว แต่ต้องเป็นคนที่เข้าใจและคุยกันรู้เรื่อง...

เข้าวงการมาได้ไม่กี่ปี แต่เติบโตเร็วมาก สำหรับหนุ่ม ไนกี้ นิธิดล ป้อมสุวรรณ ซึ่งตอนนี้มีผลงานให้ได้ติดตามกันมากมาย ทั้งถ่ายแบบและเล่นละคร อย่างการถ่ายแบบของหนุ่มไนกี้ หากพิจารณาจากหุ่นล่ำแล้ว ส่วนมากจะออกแนวเซ็กซี่เล็กๆ น้อยๆ ทำเอาแฟนๆ ฟินตามกันเลยทีเดียว ซึ่งเจ้าตัวก็บอกว่าไม่กลัวคนจะติดภาพเป็นพระเอกเซ็กซี่อยากให้มองที่ผลงานและฝีมือการแสดงมากกว่า แม้จะเป็นพระเอกแต่หนุ่มไนกี้ก็ยังติดดินเหมือนตอนก่อนที่จะเข้าวงการ รถตู้สาธารณะ หรือแม้กระทั่งวินมอเตอร์ไซค์ ทุกวันนี้เจ้าตัวก็ยังใช้บริการในการเดินทางมาทำงานเหมือนเดิม

จะมีถ่ายแฟชั่นให้ได้ติดตามอีกไหม? "อ๋อ เดี๋ยวก็มีครับ วางแผงเดือนมกราคม" เป็นแนวไหน เซ็กซี่รึเปล่า? "อ๋อ ไม่ครับ อันนี้เป็นแบรนด์เหมือนแฟชั่นเสื้อผ้าญี่ปุ่นครับ ก็เป็นของนิตยสารสุดสัปดาห์เดือนมกราฯ เดี๋ยวรอติดตามครับ แล้วก็มีแฟชั่นเซตอื่นติดต่อมาเหมือนกัน ก็ให้ทางผู้ใหญ่เค้าเลือกว่าจะให้ถ่ายแนวไหน" อย่างปีที่ผ่านมาเราก็ถ่ายแบบเซ็กซี่เยอะ? "เยอะมากจนจำไม่ได้ เพราะที่ถ่ายที่ได้ขึ้นปกก็มีแพรว อันอื่นก็มีถ่ายโน่นนี่เยอะมาก มีทั้งลิปส์ สุดสัปดาห์ หลายเล่มเหมือนกัน" เรามีการจำกัดไหมว่าจะโชว์ได้มากน้อยแค่ไหน? "ก็แต่ละงานไนกี้ให้ทางผู้ใหญ่เป็นคนสกรีนงานให้เลย ว่างานไหนอะไรยังไง เราก็จะรับมาเพราะว่าทางผู้ใหญ่สกรีนให้แล้ว" เราเป็นพระเอกด้วย และถ่ายแฟชั่นเซ็กซี่ด้วย กลัวไหมว่าคนจะติดภาพเป็นพระเอกเซ็กซี่ไปเลย? "ไม่ได้กลัวนะครับ แต่ละบทบาทไนกี้ว่ามันมีการเปลี่ยนแปลงของละครแต่ละเรื่องอยู่แล้ว อยากให้คนติดตามภาพในละครมากกว่าครับ"

ละครเรื่องใหม่ "สัญญาแค้นแสนรัก" คู่กับสาว วิว วรรณรท จ้า

ในปีนี้มีละครเรื่องอะไรให้ติดตามบ้าง? "ตอนนี้มีถ่ายอยู่นะครับ คู่กับวิว วรรณรท เรื่องสัญญาแค้นแสนรัก ก็เป็นละครคอมเมดี้เรื่องแรกของไนกี้เลย ก็อยากให้ทุกคนติดตามว่าออกมาจะสนุกแค่ไหน เพราะในกองละครที่เล่นกันทุกคนฮามาก" อย่างที่ผ่านมาเราเล่นแต่ดราม่าตลอดเลย? "ใช่ครับ แรกๆ ก็ดราม่า แต่ว่าตั้งแต่มีเรื่อง เสือ มา เริ่มมีการพลิกบทบาทของตัวเอง อย่างเรื่องเสือ ก็เล่นบทบู๊ พอสัญญาแค้นแสนรักก็เปลี่ยนมาเล่นคอมเมดี้ คือไนกี้ตอนนี้เริ่มพลิกบทบาทตัวเองไปเรื่อยๆ เพราะคนดูจะได้ไม่เบื่อด้วย เค้าจะได้เห็นเราในหลายบทบาท" เปลี่ยนอารมณ์ทันไหม? "สนุกมาก ไนกี้ว่าสนุกดี ตั้งแต่เล่นเรื่องเสือ เรารู้สึกว่าเป็นการพัฒนาที่เราได้เรียนรู้เพิ่มเติม ได้ไปทำงานกับกองนอก ได้เรียนรู้เทคนิคหรือวิชาเพิ่มเติม มันทำให้เราได้พัฒนาตัวเองในหลายๆ เรื่องครับ" อย่างบทบู๊ในละครเรื่อง เสือ ที่ผ่านมาเราได้มีการไปเรียนเพิ่มเติมไหม? "มีครับ เราก็ต้องไปเรียนเพิ่มกับอาจารย์ที่สอนคิวบู๊ เตะต่อยมันจะต้องใช้ทักษะเหมือนกัน ไม่งั้นมันจะเกิดอันตราย ไม่เหมือนเรื่องๆ แรกที่ผ่านมา เรื่องหลังๆ เราจะต้องเตะต่อยมากขึ้น มีความเสี่ยงอันตรายเกิดขึ้น แต่ว่าทุกครั้งมันก็ไม่มีอันตรายเกิดขึ้นนะ พยายามตั้งใจเรียนอย่างเต็มที่ เพราะรุ่นพี่หลายคนสอนว่าถ้าคิวบู๊แล้วเราพลาดขึ้นมา ไม่ฟันหักก็ปากแตก มันเกิดขึ้นได้หมดเลย"

เราเพิ่งเข้าวงการมาแต่เราโตเร็วมาก กลัวไหมว่าสักวันหนึ่งถ้าเกิดว่ามีข่าวในแง่ลบออก จะดับเร็วมาก? "เราอยู่ตรงนี้เราเข้าใจนะครับ เราเข้าใจทุกอย่างที่เกิดขึ้นและก็ไม่ได้ซีเรียสอะไร ไนกี้ก็บอกกับตัวเองทุกวันว่าเราทำผลงานหรือทำตัวเองให้ดีที่สุดครับ เรื่องของอนาคตหรือเรื่องอะไรมันจะเกิดขึ้นก็ปล่อยไป เราค่อยไปแก้ไขกันในอนาคตดีกว่า" เรามีการป้องกันตัวเองจากข่าวฉาวยังไง? "ก็ถือว่าไม่ได้ป้องกันอะไรเลยนะครับ ก็ยังใช้ชีวิตเหมือนเดิมปกติ บางคนก็ยังเจอไนกี้ได้ตามรถตู้ (ยิ้ม)" รถตู้สาธารณะเหรอ? "ใช่ครับ อย่างบางวันเราอยากกลับบ้านโดยที่ไม่อยากให้พ่อแม่มารับเรา เราไม่อยากรบกวนท่าน ก็นั่งรถตู้กลับ เหมือนเดิมครับ" เราไม่ขับรถเองเหรอ? "มีบ้างครับ แต่รู้สึกว่าเราสบายกับการที่ไม่ขับเองมากกว่า ด้วยความที่กรุงเทพฯ รถก็ติดอยู่แล้ว บางคนอาจจะเจอไนกี้ทางไหนก็ได้ครับ แม้กระทั่งบนรถมอเตอร์ไซค์ แท็กซี่ บางทีก็ขึ้นรถเมล์ด้วยนะ คนไหนที่เจอเค้าก็นั่งมอง ยิ้มๆ เราก็คิดว่ามีคนจำเราได้ แต่ว่าไม่ได้ขึ้นบ่อย ส่วนมากจะเป็นมอเตอร์ไซค์ แท็กซี่ เพราะมันทำเวลาได้ดีกว่า"

หล่อจีจี

เป็นพระเอกติดดิน? "ก็สบายๆ ครับ เหมือนเดิมไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง (ยิ้ม) เราอยากให้ทุกคนรู้สึกว่าเราเป็นตัวเราเอง อยากให้ทุกคนรักและชอบในการที่เราเป็นตัวเราเองแบบนี้ครับ แล้วก็รู้สึกว่าถ้าคนที่ชอบเรา ก็ชอบที่เราเป็นตัวเราเองมากกว่า" จากวันนั้นถึงวันนี้ก็ยังเหมือนเดิมไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง? "ใช่ (ยิ้ม) มีแค่อย่างเดียวเองที่เปลี่ยนไปก็คือเรื่องของการทำงานนั่นเองครับ เราต้องจัดสรรเรื่องเวลา การทำงาน ครอบครัว ส่วนตัว เราก็ต้องจัดการให้ได้ มีกัลยาณมิตรที่ดีเพิ่มขึ้นครับ เราก็รู้สึกว่าเป็นสิ่งที่ดี" อย่างการทำงานในตรงนี้ เราต้องมีปรับฝีมืออะไรบ้าง? "ไนกี้รู้สึกว่าการที่เราได้รับคำชมมาเรื่องของการเล่นละครที่พัฒนาขึ้นเรื่อยๆ ต้องบอกว่าทุกอย่างที่ได้มา มาจากการฝึกฝนด้วย เราเรียนเยอะนะครับ เราเรียนเพิ่มเติมอะไรที่เกี่ยวกับละคร เราเรียนเพิ่มเติมให้ไม่หยุดอยู่กับที่ ดีใจที่ได้คำชมเยอะ เพราะเราทุ่มเทมาก ได้คำชมเยอะมากนะครับกับการที่เรามาเล่นในบทบาทที่เราไม่เคยเล่นมาก่อน" มีบทไหนที่ยังไม่เคยเล่นและอยากเล่น? "ที่อยากเล่นก็คือคือเล่นบทบู๊แบบยิงระห่ำ เพราะว่าคอมเมดี้ตอนแรกเราอยากเล่นก็ได้เล่นแล้ว"

เรื่องหัวใจเราเป็นยังไงบ้าง? "เรื่องหัวใจก็ยังเหมือนเดิมครับ ยังโสดเหมือนเดิม แต่ว่าก็เปิดใจให้คนเข้ามาคุยเยอะขึ้น มีคนคุยเยอะ เพราะว่าเรามีเพื่อนเยอะ ก็ไม่ได้ปิดกั้นอะไร แต่ว่าเราดูว่าใครที่สามารถพัฒนาไปได้ คุยกันเข้าใจ แต่ว่าทุกคนก็ยังเป็นเพื่อน" เราวางสเปกสาวไว้ยังไงบ้าง? "แรกๆ เราเคยวางสเปกว่าชอบเด็กกว่า แต่ว่าตอนนี้ไม่มีแล้ว ยิ่งเราเลือกก็ยิ่งตัดคนที่ดีๆ เยอะนะ บางคนไม่ว่าจะทั้งโตกว่าเด็กกว่าหรืออายุเท่ากัน ไนกี้รู้สึกว่าอยู่เรื่องของความเข้าใจ ถ้าเราเข้าใจกันมันก็ไปกันได้ ไม่ต้องมาฟิกซ์ คือไม่มีอะไรที่เพอร์เฟกต์ ไนกี้เชื่อว่าน้อยนะที่คนบนโลกใบนี้จะได้คนที่เราวางไว้" ที่คุยๆ มามีสาวๆเข้าตาบ้างหรือยัง? "ก็ยังคุยๆ ไปเรื่อยๆ นะครับ ยังต้องคุยแล้วก็ศึกษาไปเรื่อยๆ นะครับ"

เราเป็นคนเลือกเยอะไหม? "ไม่ได้เลือกเยอะนะครับ คือคนที่เคยคบกับเราแล้วไปไม่ได้ คือไม่เข้าใจเรื่องของเวลา เราก็เออ บางทีของแบบนี้ถ้ามันใช่มันก็ใช่ ไม่ต้องรีบ วันนั้นก็คงมีคนที่เข้าใจเรา" เคยตั้งเป้าไว้ไหมว่าจะแต่งงานอายุเท่าไหร่? "ไม่เคยเลยครับ ตอนนี้ 26 แล้ว ผมก็คิดว่าเรื่อยๆ นะ วันหนึ่งถ้าผมรู้ว่าเราพร้อม ไม่ต้องให้ใครบังคับ เราจะรู้สึกของเราเอง" บวชหรือยัง? "ยังครับ เพราะว่าติดเรื่องของละครด้วย รอเคลียร์งานก่อน แต่คุณแม่บอกว่าไม่รีบ สบายๆ เพราะคุณแม่เค้าเป็นเหมือนว่าเมื่อไหร่ก็เมื่อนั้น แม่เค้าสอนไนกี้ว่า การทดแทนบุญคุณเราไม่จำเป็นต้องทำแบบนี้ การที่เรารักหรือเป็นห่วง เอาใจใส่คนในบ้านให้ดี ก็ถือว่าเป็นการทดแทนพระคุณพ่อแม่แล้ว ไม่จำเป็นจะต้องบวชอย่างเดียว มันมีวิธีอย่างอื่นมากมาย แม่เค้าเลยไม่รีบเรื่องนี้ครับ".

ตั้งใจทำงานนะตัวเอง

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้