วันจันทร์ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ปีใหม่ศาลสถิตยุติธรรม เปิดไกล่เกลี่ยออนไลน์

ปีใหม่ศาลสถิตยุติธรรม เปิดไกล่เกลี่ยออนไลน์

  • Share:

แม้ในปี 2558 ยังไม่มีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ แต่ก็เชื่อว่า ระบบศาลยุติธรรม ยังคงเป็น หนึ่งในสามอำนาจอธิปไตย ที่ผดุงความเป็นรัฐ ให้แก่ปวงชนชาวไทยแน่นอน ศาลยุติธรรมภายใต้การบริหารของ นายดิเรก อิงคนินันท์ ประธานศาลฎีกา และ นายภัทรศักดิ์ วรรณแสง เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม ได้ร่วมกันบริหารจัดการงานแก้ไขกฎหมายให้สอดคล้องกับสถานการณ์ การเปิดอาคารศาลแห่งใหม่เพิ่มความสะดวกสบายแก่ประชาชน ตลาดจนงานพัฒนาบุคลากร พัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศ 

ในปี 2558 นี้ จะมีการเปิดทำการอาคารศาลแห่งใหม่ทดแทนอาคารเก่าที่ทรุดโทรม คือศาลเยาวชน และครอบครัวกลาง ศาลจังหวัดสุรินทร์ ศาลจังหวัดสระบุรี ศาล จังหวัดลำพูน ศาลจังหวัดปัตตานี ศาลแขวงพระนครศรีอยุธยา และศาลเยาวชนฯ จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งบางแห่งทยอยเปิดให้บริการล่วงหน้าไปบ้างแล้ว ส่วนใหญ่เป็นศาลขนาด 14 บัลลังก์ พร้อมบ้านพักบุคลากร

ส่วน ปัญหาด้านบุคลากร จะมีการเสนอ แก้ไขกฎหมายเกี่ยวกับระยะเวลาในการปฏิบัติหน้าที่ของผู้พิพากษาอาวุโส คือให้ดำรงตำแหน่งผู้พิพากษาอาวุโสได้เมื่อสิ้นปีงบประมาณที่มีอายุครบ 65 ปีบริบูรณ์ และยังคงเดิมไว้ไม่ให้ผู้พิพากษาอาวุโสมีอำนาจเชิงบริหาร และไม่อาจเป็นคณะ กรรมการตุลาการได้ นอกจากนี้จะมีการ แก้ไขกฎหมายเกี่ยวกับองค์ประกอบของคณะกรรมการข้าราชการศาลยุติธรรม ที่ทำหน้าที่กำกับดูแลธุรการศาล ให้มีประสิทธิภาพเพื่อรองรับการให้บริการแก่ประชาชนอย่างรวดเร็วเป็นธรรมโปร่งใส

ยังมีงานที่น่าจับตาในปี 2558 ก็คือ โครงการไกล่เกลี่ยออนไลน์ เพื่อแก้ปัญหามีข้อพิพาทเกี่ยวกับการทำธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ซื้อขายผ่านเว็บ) เพราะมีคนใช้อินเตอร์เน็ตมากขึ้นทุกวัน แต่มาตรการที่จะเยียวยาเมื่อเกิดปัญหาจ่ายเงินแล้วไม่ได้ของมากขึ้น จนกฎหมายเดิมตามไม่ทัน สำนักระงับข้อพิพาทจึงนำวิธีไกล่เกลี่ยออนไลน์เพราะคู่กรณีหรือคู่ความอาจไม่สะดวกที่จะเดินทางมาศาล อีกเรื่องคือ โครงการไกล่เกลี่ยในสถานศึกษา เพื่อแก้ไขปัญหาการทะเลาะวิวาทยกพวกตีกัน ข่มขู่ในหมู่นักเรียนนักศึกษาที่เพิ่มขึ้นทุกวัน ซึ่งมักหันไปใช้วิธีการรุนแรงเพื่อแก้ปัญหา กลายเป็นปัญหาเรื้อรัง สำนักระงับข้อพิพาทในฐานะเป็นองค์กรส่งเสริมให้ความรู้ด้านระงับข้อพิพาทโดยสันติวิธี จึงคิดตั้งศูนย์ไกล่เกลี่ยในสถานศึกษา จะได้ก่อให้เกิดกระแสแก้ไขความขัดแย้งตั้งแต่ในวัยเรียนและต่อยอดอย่างยั่งยืน

เรื่องข้าราชการของรัฐไปทำละเมิดแก่ประชาชนจนเกิดเป็นคดี ไม่ว่าคดีตกฝาท่อเรื่อยไปถึงกลั่นแกล้งหรือทำให้เสียหายทุกกรณี ปกติจะเป็นความในข้อหาตาม พ.ร.บ.ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่รัฐ และปัญหาการบังคับคดีตามคำพิพากษานับวันมากขึ้นซับซ้อนขึ้นคดีก็มากขึ้น เลยคิด ตั้งกองกิจการคดี มี 9 กลุ่มงาน คือ งานคดี งานละเมิด การบังคับคดี เป็นต้น

คดีแพ่ง คดีอาญา ในปีหน้าจะมีการแก้ไขกฎหมายให้มี วิธีลดคดีพิพาทจากศาลอุทธรณ์ไปสู่ศาลฎีกา โดยเฉพาะ คดีไม่เป็นสาระ คดีที่ฎีกามาเพื่อกลั่นแกล้งกันหรือประวิงคดี โดยกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งและวิธีพิจารณาคดีอาญาใหม่จะทำให้ฎีกายากขึ้น นอกจากนี้มี การแก้ไขกฎหมายให้ผู้พิพากษา สามารถใช้ดุลพินิจโอน คดีที่มีผลกระทบต่อการอนุรักษ์หรือการบำรุงรักษาทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม การคุ้มครองผู้บริโภค หรือ คดีเกี่ยวกับประโยชน์สาธารณะ ไปยังศาลแพ่ง กล่าวคือไม่ว่าคดีจะเกิดที่ไหน ฟ้องกันศาลไหน ต่อไปการพิจารณาคดีเหล่านี้ ศาลแพ่งเท่านั้นที่มีอำนาจ และกฎหมายยังให้อำนาจศาลในการเดินเผชิญสืบนอกเขตอำนาจศาลด้วยตนเองได้

มาเรื่องคดีอาชญากรรม ปัจจุบันคดีทำร้ายร่างกายกันในครอบครัว การประพฤติตัวไม่เหมาะสม การขับขี่แข่งขันรถยนต์บนถนนหลวง กรณีเมาแล้วขับ ได้เกิดขึ้นอย่างกว้างขวาง ขณะที่บางศาลได้ใช้วิธีบังคับคดีโดยให้สวมกำไลข้อเท้าจนเป็นข่าวมาบ้างแล้ว แต่ต่อไปปีหน้าจะมีการ ออกกฎหมายรองรับให้ใช้กำไลข้อเท้ากับผู้ได้รับการปล่อยตัวชั่วคราว และการใช้อำนาจ บังคับคดีกับผู้ผิดสัญญาประกัน ให้มีความชัดเจนไม่ให้เกิดปัญหาในทางปฏิบัติ 

ยังคงจำกันได้ในปีที่แล้ว ปรับคนเก็บขยะเก็บแผ่นซีดีเก่ามาขาย เจอค่าปรับลดแล้วเหลือ 133,400 บาท โทษปรับไม่ชำระให้ขังแทนค่าปรับ วันละ 200 บาท ถามว่าถ้าไม่มีคนใจดีมาจ่ายค่าปรับ เขาจะถูกขังกี่วัน คดีนี้กลายเป็นกระแสความคิดนำไปสู่ การแก้ไขกฎหมายอาญา เรื่องการบังคับโทษปรับ การรอการกำหนดโทษ และการ รอการลงโทษ โดยเห็นว่าอัตราเดิมไม่สอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจและสังคมที่เปลี่ยนไป

ปีหน้าจะเห็นกฎหมายอาญาใหม่ ที่เน้นลงโทษผู้ใช้ จ้างวาน ยุยงส่งเสริมโยนการกระทำโดยเฉพาะการใช้เด็ก ผู้พิการ ลูกจ้างผู้ที่มีความอ่อนแอทางร่างกายหรือจิตใจให้ทำผิดทั้งที่พวกเขาไม่มีเจตนาชั่วร้ายและไม่มีมูลเหตุจูงใจในการก่อคดีอาญามาก่อน ต้องมารับโทษ กฎหมายใหม่จึงแก้โทษให้ผู้จ้างวานใช้ ให้รับโทษหนักกว่าเดิมกึ่งหนึ่ง ส่วน ผู้ถูกใช้ที่ได้เปิดเผยข้อมูลสำคัญจนสามารถดำเนินคดีกับผู้ใช้ ก็ให้รับโทษน้อยกว่าโทษขั้นต่ำ ที่กฎหมายอาญาได้.

เชษฐ์ สุขเกษม รายงาน

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้