วันศุกร์ที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
2558 ปีแห่งการรักษา-ปกป้อง-ทวงคืน ป่าอนุรักษ์ผืนสุดท้ายของแผ่นดิน : เชือดเหลือบสูบ ทรัพยากรชาติ

2558 ปีแห่งการรักษา-ปกป้อง-ทวงคืน ป่าอนุรักษ์ผืนสุดท้ายของแผ่นดิน : เชือดเหลือบสูบ ทรัพยากรชาติ

  • Share:

“ทวงคืนผืนป่า!”

คำนี้เป็นที่คุ้นเคยและได้รับการยอมรับจากสังคมไทยไปแล้ว สำหรับภารกิจปกป้อง รักษาและทวงคืนผืนป่า ภายใต้การดำเนินงานอย่างต่อเนื่องของ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ที่ปัจจุบันมี นายนิพนธ์ โชติบาล เป็นอธิบดีกรมอุทยานฯ และที่สำคัญในปี 2558 กำหนดเป้าหมายในการเปิดปฏิบัติการทวงคืนผืนป่า อย่างเข้มข้น

“ทีมข่าวสิ่งแวดล้อม” ขอเจาะเวลาย้อนอดีตการปฏิบัติการของกรมอุทยานฯ เริ่มต้นจากการทวงคืนผืนป่าวังน้ำเขียว จากกลุ่มนายทุน ข้าราชการ นักการเมือง ที่บุกรุกสร้างบ้านพักตากอากาศ และรีสอร์ต บุกรุกอุทยานแห่งชาติทับลาน อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา และ อ.นาดี จ.ปราจีนบุรี ก่อนจะปฏิบัติการขยายไปทั่วประเทศ ตั้งแต่ภาคเหนือที่อุทยานฯห้วยน้ำดัง จ.เชียงใหม่ ลงมาจนถึงอุทยานฯทุ่งแสลงหลวง จ.พิษณุโลก ภาคอีสานตั้งแต่ในอุทยานฯภูพาน จ.สกลนคร ไล่มาจนถึงอุทยาน และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าตามแนวตะเข็บชายแดนไทย-กัมพูชา ส่วนภาคใต้ ที่อุทยานฯสิรินาถ จ.ภูเก็ต อุทยานฯหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี จ.กระบี่ ไปจนถึงอุทยานฯหมู่เกาะตะรุเตา จ.สตูล เป็นต้น

เป้าหมายเพื่ออนุรักษ์ป่าผืนสุดท้ายของประเทศไทย

ปฏิบัติการทวงคืนผืนป่าอย่างเข้มข้น

ที่มีอยู่ประมาณ 20 เปอร์เซ็นต์ และเป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพสูงในการรักษาความหลากหลายทางชีวภาพในการเป็นแหล่งที่อยู่ของสัตว์ป่า ต้นน้ำและเก็บรักษาแหล่งพันธุกรรมของพืชเอาไว้ให้ลูกหลาน

ตลอดปี 2557 ที่ผ่านมา กรมอุทยานฯสามารถทวงคืนผืนป่า ยึดคืนพื้นที่ได้มากกว่า 3 หมื่นไร่ และสามารถจับกุมการกระทำผิดได้ถึง 6,905 คดี ผู้กระทำผิด 3,555 ราย แบ่งเป็นคดีไม้พะยูง 2,533 คดี ยึดไม้พะยูงได้รวม 58,804 ท่อน/เหลี่ยม ปริมาตร 1,823,659 ลูกบาศก์เมตร และอุปกรณ์เครื่องมือที่ใช้ในการกระทำผิดอีกหลายชนิด นอกจากนี้ ยังมีคดีบุกรุก 20,732-2-9.26 ไร่ คดีทำไม้/ของป่า จำนวนคดี 3,953 คดี คดีเกี่ยวกับสัตว์ป่า 493 คดี ยึดสัตว์ป่าของกลางได้ 8,194 ตัว ยึดซากสัตว์ป่าของกลางได้ 5,163 ซาก 2,520.04 กิโลกรัม

ที่สำคัญสามารถควบคุมไม่ให้มีการบุกรุกพื้นที่ป่าอนุรักษ์เพิ่มขึ้นได้

ผลงานที่โดดเด่นที่สุด คือ การทวงคืนผืนป่าอุทยานฯสิรินาถ จ.ภูเก็ต ที่มีกลุ่มนายทุนทั้งไทยและต่างชาติ นักการเมือง นักธุรกิจ ผู้มีอิทธิพล พากันเข้าไปบุกรุกยึดครองพื้นที่ที่ได้ชื่อว่ามีมูลค่ามหาศาลได้สำเร็จ จนคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ยกย่องให้เป็นการทวงคืนผืนป่านำร่องของประเทศ ขณะที่กรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ยกย่องให้เป็นโมเดลในการทวงคืนที่ดินและเอาผิดกับนักการเมือง ข้าราชการที่เกี่ยวข้อง รวมทั้ง กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ได้รับเอาคดีการบุกรุกพื้นที่อุทยานฯสิรินาถทุกคดีเป็นคดีพิเศษอีกด้วย

การออกมาปกป้องอุทยานฯแม่วงก์ จ.นครสวรรค์ ด้วยการไม่อนุญาตให้กรมชลประทาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เข้ามาก่อสร้างเขื่อนแม่วงก์ รวมถึงการดำเนินคดีกับกรมชลประทาน ที่เข้ามาใช้พื้นที่อุทยานฯห้วยน้ำดัง จ.เชียงใหม่–แม่ฮ่องสอน เพื่อสร้างฝายกักเก็บน้ำในพื้นที่อุทยานฯโดยไม่ได้รับอนุญาต

ทหารช่วยรื้อถอนคนที่บุกรุกผืนป่า

นอกจากนี้ กรมอุทยานฯยังสามารถปลดล็อกเงื่อนไขอันตรายของกลุ่มป่ามรดกโลกดงพญาเย็น-เขาใหญ่ ที่ประกอบด้วย อุทยานฯ เขาใหญ่-ทับลาน-ปางสีดา-ตาพระยาและเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าดงใหญ่ ให้พ้นจากการถูกขึ้นบัญชีมรดกโลกในภาวะวิกฤติในปี 2557

และที่โดดเด่นอีกเรื่องหนึ่ง คือการเจรจาให้บ้านผางาม รีสอร์ตชื่อดังที่บุกรุกอุทยานฯทับลาน ที่ดำเนินคดียืดเยื้อยาวนานมากว่า 14 ปี จนกระทั่งศาลฎีกามีคำพิพากษาถึงที่สุด ซึ่งรีสอร์ตดังกล่าวยอมรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างออกจากพื้นที่เอง ซึ่งขณะนี้มีความคืบหน้าไปมากกว่า 80% โดยหลังช่วงปีใหม่กรมอุทยานฯจะปฏิบัติการต่อเนื่องในปี 2558 โดยเข้าไปดำเนินการฟื้นฟูสภาพป่าต่อไป ซึ่งกรมอุทยานฯไม่ต้องสูญเสียงบประมาณและกำลังคนในการเข้าไปรื้อถอน ซึ่งเป็นตัวอย่างที่ดีให้กับ รีสอร์ต บ้านพัก และผู้บุกรุกพื้นที่อุทยานฯ ในพื้นที่อื่น ที่ไม่ว่าจะอย่างไรก็ต้องถูกดำเนินการตามกฎหมายและต้องรื้อถอนสิ่งปลูกสร้าง ที่บุกรุกพื้นที่ป่าออกไปในที่สุด

“ปี 2558 กรมอุทยานฯต้องเดินหน้าในการทวงคืน ผืนป่าต่อไป หยุดไม่ได้ เพราะถือเป็นหน้าที่ของเจ้า-หน้าที่กรมอุทยานฯทุกคน โดยจุดที่น่าเป็นห่วงก็ยังอยู่ที่อุทยานฯทับลาน จ.นครราชสีมา–ปราจีนบุรี อุทยานฯ ทุ่งแสลงหลวง จ.พิษณุโลก อุทยานฯน้ำหนาว จ.เพชร-บูรณ์ อุทยานฯสิรินาถ จ.ภูเก็ต อุทยานฯหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี จ.กระบี่ และการบุกรุกอุทยานฯทางทะเล เนื่องจากเป็นที่ต้องการของนายทุน เพราะพื้นที่อุทยานฯมีความสวยงาม ขณะเดียวกันก็มองในเชิงธุรกิจท่องเที่ยวมากกว่าการอนุรักษ์ผืนป่าให้คงอยู่ โดยกรมอุทยานฯได้ทำแผนปฏิบัติการพื้นที่เป้าหมาย (Area of Operation : AO) ซึ่งเป็นแผนการปฏิบัติการโดยจำแนกพื้นที่เป้าหมายในการดำเนินการออกเป็น 4 ระดับ ประกอบด้วย AO1 คือ พื้นที่ที่คดีถึงที่สุดแล้ว หรือได้มีการปิดประกาศตามมาตรา 22 แห่ง พ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติฯ 2504 ซึ่งเป็นพื้นที่ที่สามารถดำเนินการรื้อถอนได้ทันที เช่น ที่อุทยานฯทับลาน AO2 คือพื้นที่ที่อยู่ระหว่างการดำเนินคดีหรือมีปัญหาอุปสรรคบางประการ ที่ไม่สามารถดำเนินการได้ทันที เช่น ที่อุทยานฯสิรินาถ AO3 คือพื้นที่บุกรุกใหม่หลังปี 2545 หรือพื้นที่ที่คาดว่ามีการบุกรุก ต้องมีการตรวจสอบก่อนการดำเนินการ และ AO4 คือพื้นที่ที่ยังคงสภาพป่าอยู่ หรือพื้นที่ป่าที่ยึดคืนมาได้” นายนิพนธ์ โชติบาล อธิบดีกรมอุทยานฯ กล่าวถึงแผนปฏิบัติการต่อเนื่องในปี 2558

ภารกิจปกป้อง รักษาและทวงคืนผืนป่า ภายใต้การดำเนินงานอย่างต่อเนื่องของ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

อธิบดีกรมอุทยานฯยังระบุด้วยว่า สำหรับปัญหาที่น่าเป็นห่วง ที่สุด คือ การบุกรุกพื้นที่โดยกลุ่มนายทุนและมีการให้นอมินี หรือตัวแทนเข้าไปถือครองสิทธิ หรือเอาชาวบ้านเป็นตัวประกันบังหน้า เอาพื้นที่ป่าไปออกเอกสารสิทธิ และใช้ประโยชน์ในพื้นที่ของประเทศ ซึ่งที่ผ่านมาการดำเนินการใช้อิทธิพลออกเอกสารสิทธิ ทำได้รวดเร็วมาก แต่การดำเนินการทวงคืนกลับสวนทางกัน เพราะจะทำได้ช้ามาก เนื่องจากในการเพิกถอนสิทธิ กรมอุทยานฯจะต้องจัดทำเอกสาร หลัก– ฐาน เพื่อส่งต่อให้กรมที่ดิน กระทรวงมหาดไทย ตรวจสอบเพิกถอนและรอให้ศาลมีคำสั่ง จึงจะเพิกถอนได้ อย่างไรก็ตาม จากนี้เป็นต้นไปกระบวนการแก้ไขปัญหาการออกเอกสารสิทธิโดยมิชอบ หรือการบุกรุกน่าจะรวดเร็วยิ่งขึ้น เนื่องจากดีเอสไอจะมีการแก้กฎหมายเพื่อรับโอนคดีที่มีการบุกรุกทรัพยากรเป็นคดีพิเศษ โดยอาจจะกำหนดว่าถ้ามีการบุกรุกเกิน 50 ไร่ขึ้นไป จะรับเป็นคดีพิเศษ แต่ถ้าไม่ถึง 50 ไร่ ก็ให้กรมอุทยานฯส่งกรมที่ดิน กระทรวงมหาดไทย เพิกถอนเอกสารสิทธิได้ทันที

นอกจากนี้ กรมอุทยานฯยังได้ร่วมกับคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จัดทำอากาศยานไร้คนขับ หรือเครื่องบินยูเอวี เพื่อบินสำรวจสภาพพื้นที่ป่าที่ถูกบุกรุกและเจ้าหน้าที่เข้าถึงได้ยาก เพื่อเป็นการตรวจสอบและป้องกันพื้นที่ด้วย

และในปี 2558 ภารกิจหลักที่สำคัญของกรมอุทยานฯยังคงมีในเรื่องการชี้แจงต่อคณะกรรมการมรดกโลกถึงสถานะของกลุ่มป่าดงพญาเย็น-เขาใหญ่ ว่า กรมอุทยานฯได้แก้ปัญหาตามมติ

พื้นที่ที่โดนบุกรุก

ที่ประชุมคณะกรรมการมรดกโลกอย่างไรบ้าง ในช่วงเดือน มิ.ย.-ก.ค. 2558 โดยเฉพาะประเด็นการก่อสร้างถนนสาย 304 ซึ่งขณะนี้ได้ข้อสรุปว่าจะมีการสร้างแนวเชื่อมระหว่างป่าทับลานกับเขาใหญ่ เพื่อให้สัตว์ป่าข้ามไปมาได้ ส่วนการก่อสร้างเขื่อนห้วยสะโตน ในเขตรักษาพันธุ์ฯดงใหญ่ กรมอุทยานฯไม่อนุญาตให้มีการสำรวจและก่อสร้าง ประเด็นการเลี้ยงปศุสัตว์ในพื้นที่อุทยานฯทับลาน จะมีการจัดระเบียบสัตว์เลี้ยงให้อยู่ในบริเวณเดียวกันทั้งหมด ก่อนหาวิธีเคลื่อนย้ายออกจากพื้นที่ต่อไป

ขณะเดียวกัน กรมอุทยานฯจะผลักดันให้กลุ่มป่าแก่ง-กระจาน–กุยบุรี–ไทยประจัน และเขตรักษาพันธุ์ฯลุ่มน้ำภาชี ขึ้นเป็นมรดกโลกทางธรรมชาติแห่งที่ 3 ของประเทศไทยให้สำเร็จ

พร้อมกันนี้จะมีการดำเนินโครงการอุทยานฯต้นแบบใน 4 อุทยานฯ ประกอบด้วย อุทยานฯเขาใหญ่ จ.นครราชสีมา อุทยานฯอินทนนท์ จ.เชียงใหม่ อุทยานฯเอราวัณ จ.กาญจนบุรี และ อุทยานฯธารโบกขรณี จ.กระบี่ เพื่อปรับปรุงพัฒนาคุณภาพสิ่งก่อสร้างและสิ่งอำนวยความสะดวกให้แก่นักท่องเที่ยว พร้อมทั้งดูแลเรื่องสิ่งแวดล้อมให้เหมาะสม

และยังหมายถึงงานปกป้อง รักษาทวงคืนผืนป่ายังคงเป็นงานใหญ่ของกรมอุทยานฯในปี 2558

“ทีมข่าวสิ่งแวดล้อม” ขอสนับสนุนและเอาใจช่วยในภารกิจทวงคืนป่าอย่างต่อเนื่องของกรมอุทยานฯในปี 2558

เรามองว่าภารกิจในการปกป้อง รักษาและทวงคืนผืนป่า ถือว่าเป็นภารกิจสำคัญและมีความหนักหนาสาหัส เพราะต้องต่อสู้กับกลุ่มผู้มีอิทธิพลที่ต้องการนำทรัพยากรของชาติไปเป็นสมบัติ ของตนเองและหาผลประโยชน์จากผืนป่าของชาติโดยมิชอบ

ทั้งเรามองว่าเรื่องการปกป้อง รักษาผืนป่าเอาไว้ให้ลูกหลานสืบต่อไปนั้น ควรถือเป็น “วาระแห่งชาติ” ที่ทุกภาคส่วนต้องร่วมมือร่วมใจกัน

บุกรุกสร้างบ้านพักตากอากาศ และรีสอร์ต

ถึงเวลาเชือด “เหลือบสูบทรัพยากรชาติ” ให้หมดสิ้นไปจากแผ่นดินไทยเสียที.

ทีมข่าวสิ่งแวดล้อม

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้