วันจันทร์ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
อันดับหนังไทยทำเงินตลอดกาล...หนังดังไม่ต้องดีจริงหรือ?

อันดับหนังไทยทำเงินตลอดกาล...หนังดังไม่ต้องดีจริงหรือ?

  • Share:

วงการภาพยนตร์ไทยในบ้านเราเรียกว่ากำลังอยู่ในช่วงซบเซา เนื่องจากปัญหาหลายๆ อย่าง ทั้งผลกระทบจากค่าครองชีพที่ขึ้นเอาๆ ซึ่งต่างจากรายรับที่ได้ในแต่ละเดือน หรือการขึ้นราคาตั๋วหนังที่นับวันจะแพงมากขึ้น เลยทำให้คนหันมาสนใจรอหนังออกแผ่น หรือรอดูจากอินเทอร์เน็ตดีกว่า ถ้าหากหนังเรื่องนั้นไม่ดีจริง เจ๋งจริง หรือทำให้คนสนใจได้ น้อยคนนักที่จะยอมเสียเงินค่าตั๋วหนังในราคาที่สามารถกินข้าวได้หลายมื้อเข้าไปดู การมีตัวเลือกมากขึ้นนี้เอง ทำให้คนดูหนังมีสิทธิ์มากขึ้น บวกกับหนังที่มีจำนวนมากขึ้นทุกปี แต่จำนวนหนังที่ฉายกับหนังที่ทำเงินไม่สมดุลกัน เลยทำให้กลายเป็นกระแสหนังไทยทุกวันนี้อยู่ในช่วงขาลงนั่นเอง แต่จะมีหนังสักกี่เรื่องที่โชคดี ลงทุนทำสูงและผลกำไรที่ได้รับก็สูงตามไปด้วย แต่ก็มีหนังจำนวนไม่น้อย ที่ผลรายได้แปรผกผันกับการลงทุน

และในช่วงนี้เหมือนกำลังเป็นที่นิยมการนับรายได้ของหนังที่เพิ่งเข้าฉายเพียงไม่กี่วัน อย่างเช่นเรื่อง “ไอฟาย...แต๊งกิ้ว...เลิฟยู้” ซึ่งเพิ่งเข้าฉายได้วันแรก ก็โกยรายได้ไปถึง 29.17 ล้านบาท ซึ่งทุบสถิติแซงหน้าหนังเรื่อง “พี่มาก..พระโขนง” ไป 21.20 ล้านบาท “บันเทิงไทยรัฐออนไลน์” จึงได้รวบรวมอันดับหนังไทยทำเงินสูงสุดหลังจบโปรแกรมเข้าฉาย ว่ามีเรื่องไหนติดอันดับบ้าง...

พี่มาก...พระโขนง รายได้ 1,000 ล้านบาท

เชื่อว่าหลายคนคงยังไม่ลืมหนังผีสุดฮาอย่างเรื่อง พี่มาก...พระโขนง ที่ปิดรายได้ไปอย่างสวยงามกับรายได้ในประเทศไปถึง 1,000 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นหนังไทยที่มีรายได้สูงสุดเป็นประวัติศาสตร์ของภาพยนตร์ไทยก็ว่าได้ เพราะที่ผ่านมายังไม่มี-ภาพยนตร์เรื่องใดสามารถทำเงินทะลุหลักพันล้านมาก่อน อีกทั้งเป็นหนังเรื่องแรกของค่าย GTH ที่ทำรายได้สูงสุดอีกด้วย นี่ยังไม่รวมยอดรายได้จากการนำไปฉายที่ต่างประเทศ ทั้งประเทศเพื่อนบ้านอย่าง พม่า ลาว เวียดนาม มาเลเซีย อินโดนีเซีย ซึ่งมีฐานแฟนคลับของค่าย GTH หนาแน่นพอสมควร จนมีกระแสข่าวความแรงมาเป็นระยะๆ ว่า รอบฉายที่ต่างประเทศของหนังเรื่องนี้ คนดูเต็มทุกรอบ ถือเป็นการพลิกประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของวงการภาพยนตร์ไทยเลยก็ว่าได้

ไม่ใช่ทุกครั้งที่มีการคิดนอกกรอบแล้วจะประสบความสำเร็จ แต่สำหรับ โต้ง บรรจง ปิสันธนกุล ผู้กำกับพันล้านคนแรกของวงการภาพยนตร์ทำมันได้สำเร็จ กับการเปลี่ยนหน้าประวัติศาสตร์ตำนานผีที่ลือเลื่องที่สุดของไทย กล้าที่จะฉีกตำนาน แม่นาคพระโขนงในรูปแบบเดิมๆ แต่การฉีกแนวหนังในครั้งนี้ ได้รับการวางแผนมาอย่างดี รู้จักวิธีที่จะอุดรอยรั่ว ช่องโหว่ที่จะเกิดขึ้นในหนังและรู้ว่าจะกระทบกับคนดูอย่างไร และจะแก้เกมอย่างไร การวางเส้นเรื่องให้ 4 เกลอ เผือก-เต๋อ-เอ-ชิน นำทางหนังด้วยความฮา และประกาศให้เป็นที่รู้กันว่า พี่มาก...พระโขนง คืออะไร ไม่ใช่การยืดตามตำนาน 100% และให้ มาริโอ้ กับ ใหม่ ดาวิกา รับหน้าที่ตัวละครหลักของเรื่อง รับผิดชอบด้านซีนอารมณ์ และสองพระนางก็สอบผ่านด้านความฮาด้วยเช่นกัน ความลงตัวทั้งหลายระหว่างนักแสดง ผู้กำกับ บทภาพยนตร์ และการตลาดที่แข็งแรง จึงไม่ใช่เรื่องยากที่จะทำให้ พี่มาก...พระโขนง ทำรายได้ 1,000 ล้านบาท

สุริโยไท รายได้ 550 ล้าน

เป็นที่ทราบกันดีว่าตำนานพระศรีสุริโยไทนั้นยิ่งใหญ่ และเมื่อมาอยู่ในมือของท่านมุ้ย หม่อมเจ้าชาตรีเฉลิม ยุคล ผู้กำกับที่มักจะจับงานใหญ่ๆ อยู่เสมอ บวกกับพลังดาราที่ทุกคนเรียกได้ว่า เป็นแถวหน้าของวงการบันเทิงไทยในขณะนั้น ทุกอย่างคือการรวมตัวของสิ่งที่เรียกว่ายิ่งใหญ่ ทั้งตัวละครหลักในประวัติศาสตร์ของสยามประเทศ นักแสดงที่มีผลงานการันตีฝีมือ ผู้กำกับที่เชี่ยวชาญงานสร้างสเกลใหญ่ๆ คนไทยทั้งประเทศต่างแห่แหนเพื่อเข้าชมภาพยนตร์ที่มีความยาวร่วม 3 ชั่วโมง แม้ว่าจะต้องต่อคิวซื้อบัตรนานหลายชั่วโมงอีกก็ตาม จึงเป็นปรากฏการณ์ 550 ล้าน สำหรับหนังไทยเรื่องยิ่งใหญ่แห่งสยามประเทศเมื่อ 13 ปีที่แล้วนั่นเอง

ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช

ด้วยความที่หนังเรื่องนี้มีทั้งหมด 5 ภาค ซึ่งแต่ละภาคนั้นรายได้ที่ได้รับไม่ต่ำกว่า 100 ล้าน โดยภาค 1 ตอน องค์ประกันหงสา 219.06 ล้านบาท ภาค 2 ตอน ประกาศอิสรภาพ 216.87 ล้านบาท ภาค 3 ตอน ยุทธนาวี 203.7 ล้านบาท ภาค 4 ตอน ศึกนันทบุเรง 135 ล้านบาท และ ภาค 5 ตอน ยุทธหัตถี 201.9 ล้านบาท จะเห็นว่ารายได้ของตำนานสมเด็จพระนเรศวร ทั้ง 5 ภาคนั้น รายได้ค่อยๆ ลดลงไปเรื่อยๆ ด้วยความที่ในแต่ละภาคมีระยะเวลาในการถ่ายทำห่างกันนานหลายปี เลยทำให้ดูเหมือนเริ่มขาดความน่าสนใจไป

แต่ความอลังการงานสร้างของหนัง ของการถ่ายทำ เมื่อขึ้นชื่อผู้กำกับว่าเป็นท่านมุ้ย หม่อมเจ้าชาตรีเฉลิม ยุคล แล้ว มีหรือจะเป็นงานน้อยๆ ท่านได้ระดมดาราทั่วฟ้าเมืองไทยพาเหรดกันมาผ่านจอให้ผู้ชมได้เห็น แม้ว่าบางคนจะได้เห็นแค่แว้บเดียวก็ตามที แต่ด้วยความที่หนังมีความยาวมาก จนต้องแบ่งออกเป็นภาคใหญ่ๆ ด้วยความที่ต้องละเอียดกับงานสร้างที่ลงทุนมหาศาล แต่ผู้ชมกลับไม่ตื่นเต้นเสียแล้วกับสูตรเดิมที่เคยสำเร็จจากสุริโยไท เพราะเคยเห็นมาแล้ว หนังก็ย่ำทางตามรอยสูตรเดิม บุคคลสำคัญของสยามประเทศ ฉากรบที่ยิ่งใหญ่ที่อาจจะดูทันบ้างไม่ทันบ้าง กระแสปากต่อปากก็เล่าสู่กัน แถมยังมีภาคต่อไปรอให้ไปชมอีก มันจึงลดความตื่นเต้น ลดความต้องการที่จะรีบไขว่คว้าไปดูในโรงใหญ่ แต่รายได้หลัก 200 ล้านบาทก็ดูไม่น้อยสำหรับหนังไทย

ต้มยำกุ้ง รายได้ 181.4 ล้านบาท

ฮือฮากันเป็นกระแสอยู่พักใหญ่กับหนังบู๊แอ็กชั่น ที่สร้างชื่อให้ "จา พนม" นักบู๊ตัวจริง ไม่ใช้สลิง ไม่อิงสตั๊นท์ เมื่อพูดถึงเรื่องราวในหนังสำหรับคนไทยก็ไม่ได้มีความแปลกใหม่อะไรมากนัก แต่ด้วยความสดในฉากบู๊ของจา พนม ต่างหากที่เป็นจุดขายสำหรับคนไทย มันจึงเป็นเรื่องแปลกใหม่ เมื่อมีใครสักคนที่ยอมเจ็บจริงๆ เสี่ยงตายจริงๆ ในหนังไทย แต่ก็ต้องยอมรับว่าการฝึกฝนจนทำให้จา พนม เป็นผู้ชำนาญคิวบู๊แบบสมจริงนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย ทั้งต้องอาศัยเวลาและใจที่สู้จริงๆ จนทำให้เขาเป็นตำนานนักบู๊ของไทยที่ไม่มีใครเหมือน จนประสบความสำเร็จระดับโลก มีชื่อเสียงโด่งดังไปถึงฮอลลีวูด ทำให้โลกได้รู้จักคนไทยเพิ่มขึ้น ได้รู้จักประเทศไทยมากขึ้น จากภาพยนตร์เรื่อง "ต้มยำกุ้ง"

ATM เออรัก เออเร่อ รายได้ 152.5 ล้านบาท

แทบจะเรียกได้ว่าเป็นหนังม้ามืด ที่คู่แข่งไม่ทันระวังตัว ตามสูตรของ GTH เป๊ะ พระเอก เต๋อ ฉันทวิชช์ ประสบความสำเร็จมาแล้วจาก กวน มึน โฮ นางเอกไอซ์ ปรีชญา เป็นใครมาจากไหนไม่มีใครรู้จัก ยิ่งพอพูดถึงชื่อผู้กำกับ เมษ ธราธร ก็ถึงกับกุบขมับว่าเป็นใครอ่ะ? หนังมีจุดแข็งเพียง เต๋อ ฉันทวิชช์ และยี่ห้อ GTH แต่ที่เหลือมันเหนือความคาดหมายจริงๆ หากรายได้อยู่ที่ระดับ 70-80 ล้านบาทก็เรียกได้ว่าไปวัดไปวาไม่อายใครแล้ว แต่ผู้กำกับหน้าใหม่อย่าง เมธ ธราธร และทีมนักแสดงที่เรามองข้ามไปกลับพาหนังมาไกลเกิน 150 ล้าน ซึ่งก็ต้องยอมรับในจุดที่ว่า ความฮาของหนังเอาคนดูอยู่หมัด ชนิดที่เรียกได้ว่า ทุกเม็ด ทุกมุก แลกหมัดกับความฮาแล้วหน้าท้องสะท้านไปหมด หนังเรื่องนี้เคยเป็นที่หนึ่งในบรรดาหนังทำเงินของ GTH จนกระทั่งถูกพี่มาก...พระโขนง สอยร่วงลงไป แต่ไม่เป็นไร หนังของ GTH ยังมีทำเงินอีกเย๊ออออ...

นางนาก รายได้ 149.6 ล้านบาท

ช่วงปี 2542-2543 เป็นยุคทองของผู้กำกับ อุ๋ย นนทรีย์ นิมิบุตร ที่หยิบจับงานชิ้นไหนก็เป็นเงินเป็นทองไปหมด การหยิบบทประพันธ์ แม่นาค พระโขนง ถ้าเป็นสมัยนี้ก็ต้องเรียกว่านำมา รีเมคใหม่ แบบที่ละครไทยเขาชอบทำกัน แต่นี่คือหนัง จากการตีความใหม่ของอุ๋ย นนทรีย์ สำหรับแม่นาคพระโขนงที่ใช้ชื่อว่า "นางนาก" นั้นเน้นความเป็นตำนานอย่างจริงจัง มีการทำรีเสิร์ชเรื่องของยุคสมัย การแต่งตัว เสื้อผ้าหน้าผม ที่เรียกว่าเหมือนจริงมาก เน้นความน่าสะพรึงกลัวของตำนานแม่นาคพระโขนง และสามารถทำให้เด็กๆ รวมถึงผู้ใหญ่ที่ไปดูกลับมาแล้วรู้สึกได้ถึงความน่ากลัวของแม่นาคกันจริงๆ แม้ในขณะนี้นำมาฉายใหม่ก็ยังคงความน่ากลัวมิเสื่อมคลาย และกลายเป็นผลงานการแสดงที่ดีที่สุดของ ทราย เจริญปุระ ทำให้เธอขึ้นแท่นนักแสดงตัวจริงได้อีกคน

รถไฟฟ้า...มาหานะเธอ รายได้ 145.82 ล้านบาท

เรื่องนี้ก็สูตรสำเร็จเผ็ดมันส์ แถมสนุกตามสไตล์ของ GTH อีกเหมือนกัน พระเอกจะต้องดังสุดกู่ อย่างเคน ธีรเดช วงศ์พัวพันธ์ ประกบกับนางเอกมือใหม่อย่าง คริส หอวัง ในขณะนั้น ซึ่งอาจจะเคยมีผลงานมาบ้างประปรายในวงการบันเทิง แต่เธอก็ยังไม่สามารถเรียกได้ว่าเป็นแม่เหล็ก ที่จะดึงคนดูได้ ส่วนผู้กำกับ ปิ๊ง อดิสรณ์ ก็เป็น 1 ในผู้กำกับแฟนฉันที่พอจะมีเครดิตขายได้อยู่บ้าง แต่เมื่อหน้าหนังเล่นกับสิ่งที่ใกล้จนแทบหายใจรดต้นคอคนดู กับเรื่องของรถไฟฟ้า ที่เพิ่งเข้ามามีบทบาทในชีวิตของคนกรุงในช่วงนั้น มันใกล้จนทำให้คนดูอินได้ไม่ยากกับเรื่องราวในหนัง ผนวกกับความลงตัวทุกสิ่งอย่าง ทั้งเคมีพระนางของเคน-คริส ซึ่งหนุ่มเคนก็ได้ชื่อว่าเป็นพระเอกหล่อตลอดกาลอยู่แล้ว ส่วนความสดของคริสที่ไม่มีภาพจำอะไรให้คนดูติด ทำให้เธอกลายเป็น “เหมยลี่” สาวหมวยบ้านๆ ที่เราสามารถเจอได้ตามรถไฟฟ้าจริงๆ หนังมันฮา มันซึ้ง มันลงตัวไปซะทุกอย่าง จนทำให้เกิดปรากฏการณ์สาวโสดจำนวนไม่น้อยหันมาใช้บริการรถไฟฟ้ากันมากขึ้น เผื่อดวงดีมีโชคได้เจอหนุ่มวิศวะซ่อมบำรุงรถไฟฟ้าแบบ “พี่ลุง” ก็เป็นได้

แฟนฉัน รายได้ 137.30 ล้านบาท

ใครจะคิดว่าหนังเด็ก จะสามารถทำเงินได้เกิน 100 ล้าน ถือเป็นเรื่องเหนือความคาดหมายมาก เมื่อเทียบกับฟอร์มของหนังที่ไม่ใหญ่ เป็นหนังเกี่ยวกับเด็กที่ไม่ใช่แนวโปรดของคนไทย แถมนักแสดงเด็กในตอนนั้นยังโนเนมอีกด้วย จากวันนั้นถึงวันนี้เป็นเวลากว่า 11 ปีแล้ว และเชื่อว่าหนังเรื่อง “แฟนฉัน” ยังอยู่ในใจของใครหลายๆ คน โดยหนังเรื่องนี้มีผู้กำกับถึง 6 คนด้วยกัน และหลังจากนั้นผู้กำกับเหล่านี้ได้แยกย้ายไปทำหนังเรื่องใหม่ของตัวเอง แต่ก็ได้พ่วงท้ายนามสกุล “หนึ่งในผู้กำกับแฟนฉัน” ห้อยท้ายไปด้วย นักแสดงในเรื่องหลายคนกลายเป็นดาราคนดังไปแล้ว จนมาวันนี้ความรู้สึกของคนไทยผู้ชมหนังเรื่องนี้ ก็ยังมีความรู้สึกกว่า เจี๊ยบและน้อยหน่า ก็คือลูกชายลูกสาวของคนทั้งประเทศแบบที่ไม่เคยลืมเลือน ดั่งเพลงประกอบหนังกับเพลง ความทรงจำสีจาง ที่ได้นักร้องสาวเสียงดี ปาล์มมี่ มาร้องให้และดังจนถึงทุกวันนี้

กวน มึน โฮ รายได้ 130 ล้านบาท

เป็นหนังรักของค่าย GTH ที่นอกจากจะมีหนังตลกทำเงินแล้ว หนังรักก็ยังทำเงินได้เกิน 100 ล้าน ไม่แพ้หนังตลกตามแนวถนัดของ GTH เลย โดยในช่วงระยะหลังมานี้จะสังเกตได้ว่า หนังเกาหลีได้มาตีตลาดหนังไทยของเราเป็นอย่างมาก เรียกว่าตีทั้งจอเงินและจอแก้วเลยทีเดียว จึงไม่น่าแปลกหากจะมีหนังไทยสักเรื่อง มีชื่อหนังกวนๆ ออกแนวเกาหลีๆ อย่าง “กวน มึน โฮ” โดยหนังเรื่องนี้ได้สร้างชื่อเสียงให้กับ หนูนา หนึ่งธิดา โสภณ และ เต๋อ ฉันทวิชช์ ธนะเสวี อีกทั้งยังมีประโยคเด็ดๆ สุดซึ้งตามสเต็ปของค่ายหนังอารมณ์ดีให้คนดูได้จำขึ้นใจอีกด้วย แม้ว่าในตอนจบของหนังเรื่องนี้ จะไม่แฮปปี้เอนดิ้งเหมือนเรื่องอื่น แต่ก็ทำให้คนดูที่เดินออกจากโรงหนังมารู้สึก Feel Good ไม่น้อยทีเดียว.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้