ข่าว
100 year

ขยาย2วัน 'มหาชนก'

ทีมข่าวหน้า18 ธ.ค. 2557 07:01 น.
SHARE

เพิ่มรอบ10-11ธ.ค. เพื่อคนได้ดูทั่วถึง

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จฯแทนพระองค์ไปทรงประกอบพิธีตรึงหมุดธง และพระราชทานธงชัยเฉลิมพลหน่วยทหารในสังกัดกระทรวงกลาโหม และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯ แทนพระองค์ เป็นองค์ประธานในงานสโมสรสันนิบาตเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลวันเฉลิมพระชนมพรรษา 87 พรรษา ด้านรัฐบาลสุดปลื้มผลตอบรับคนดูหนังเฉลิมพระเกียรติ “ไทยนิยม” 12 ค่านิยมไทยเฉลิมพระเกียรติพ่อของแผ่นดินฯ พร้อมหนุนให้คนไทยได้ดูละครเพลงเฉลิมพระเกียรติ “พระมหาชนก” โดยเพิ่มรอบแสดงอีก 2 รอบ วันที่ 10-11 ธ.ค.นี้

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้สมเด็จพระบรม โอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์ไปทรงประกอบพิธีตรึงหมุดธง และพระราชทานธงชัยเฉลิมพลให้แก่หน่วยทหารในสังกัดกระทรวงกลาโหม ณ พระอุโบสถ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม และพระที่นั่งชุมสาย บริเวณสนามหน้าศาลาสหทัยสมาคม ในพระบรมมหาราชวัง เมื่อช่วงบ่ายวันที่ 7 ธ.ค. โดยมี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พล.อ.ศิริชัย ดิษฐกุล ปลัดกระทรวงกลาโหม พล.อ.วรพงษ์ สง่าเนตร ผู้บัญชาการทหารสูงสุด พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร ผู้บัญชาการทหารบก พล.ร.อ.ไกรสร จันทร์สุวานิชย์ ผู้บัญชาการทหารเรือ พล.อ.อ. ตรีทศ สนแจ้ง ผู้บัญชาการทหารอากาศ และนายทหารชั้นผู้ใหญ่ เฝ้าทูลละอองพระบาท

การประกอบพิธีวันนี้ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ทรงประกอบพิธีตรึงหมุดธง ณ พระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ทรงบรรจุพระกรัณฑ์เส้นพระเจ้าในยอดคันธง ทรงย้ำตรึงหมุดติดผ้าคันธง และเสด็จพระราชดำเนินไปยังพระที่นั่งชุมสาย บริเวณสนามหน้าศาลาสหทัยสมาคม ในพระบรมมหาราชวัง ทรงพระราชทานธงชัยเฉลิมพลให้แก่หน่วยทหารในสังกัดกระทรวงกลาโหม จำนวน 63 หน่วย 66 ธง ประกอบด้วย หน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์ จำนวน 3 หน่วย กองบัญชาการกองทัพไทย จำนวน 1 หน่วย กองทัพบก จำนวน 32 หน่วย กองทัพเรือ จำนวน 25 หน่วย และกองทัพอากาศ จำนวน 2 หน่วย หลังจากนั้น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมนำทหารถวายคำสัตย์ปฏิญาณตนต่อองค์พระบาท สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

สำหรับธงชัยเฉลิมพล หมายถึง ธงซึ่งเป็นเครื่องหมายแห่งชัยชนะประจำหน่วยทหาร เป็นสิ่งชักนำความองอาจแห่งหมู่ทหารทั้งปวงให้มีชัยชนะต่อข้าศึกด้วยความกล้าหาญ นอกจากนี้แล้ว ธงชัย เฉลิมพลยังประกอบด้วยสิ่งที่แสดงออกถึงชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ โดยธงหมายถึง ชาติ บนยอดธงบรรจุพระพุทธรูป หมายถึง ศาสนา และเส้นพระเจ้า (เส้นพระเกศา) ของพระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัว หมายถึง พระมหากษัตริย์ธงชัยเฉลิมพลเป็นธงประจำหน่วยทหารที่ได้รับพระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ดังนั้นธงชัยเฉลิมพลถือเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์สูงสุดของทหาร เป็นเกียรติยศของหน่วยทหารนั้นๆ เมื่อเวลาเข้าสู่สงคราม ทหารทั้งปวงต้องพิทักษ์รักษาธงชัยเฉลิมพล ของหน่วยตนไว้ด้วยชีวิต ธงชัยเฉลิมพลจึงเป็นเครื่องนำความองอาจ กล้าหาญ แห่งหมู่ทหารทั้งปวงให้เข้าต่อสู้ข้าศึก ศัตรู ให้ได้ชัยชนะกลับมา และเป็นสิ่งที่ทหารทุกคนต้องรักษาไว้ยิ่งกว่าชีวิต และเป็นธรรมเนียมปฏิบัติ ไม่ว่าจะเป็นนายทหารหรือพลทหารจะต้องผ่านพิธีกระทำสัตย์ปฏิญาณตนต่อธงชัยเฉลิมพลจึงจะถือว่าเป็นทหารอย่างสมบูรณ์แท้จริง

ธงชัยเฉลิมพลที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานไปแล้วนั้น เมื่อเกิดชำรุดหรือมีหน่วยทหารเพิ่มขึ้นใหม่ กองทัพไทยจะนำความกราบ บังคมทูลพระกรุณาขอพระราชทานเส้นพระเจ้า ขอพระราชทานเชิญเสด็จไปทรงประกอบพิธีตรึงหมุดธง และพระราชทานธงชัยเฉลิมพลที่ได้สร้างขึ้นใหม่ให้แก่หน่วยทหารเป็นประเพณีสืบมา

ต่อมาในเวลาประมาณ 19.00 น. ที่บริเวณสนามหญ้าหน้าตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยาม บรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์ เป็นองค์ประธานในงานสโมสรสันนิบาต พร้อมด้วย พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชา ทินัดดามาตุ เพื่อเฉลิมพระเกียรติและถวายพระพรชัย มงคลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา โดยเมื่อเสด็จฯถึงบริเวณงาน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เฝ้าฯรับเสด็จถวายพวงมาลัยกราบบังคมทูลเชิญเสด็จตามลาดพระบาทผ่านแถวผู้รอเฝ้าฯรับเสด็จถึงที่ประทับ

จากนั้น พล.อ.ประยุทธ์กราบบังคมทูลขอพระ ราชทานพระบรมราชานุญาต กล่าวถวายพระพรชัยมงคล และเชิญชวนผู้มีเกียรติดื่มถวายพระพรชัยมงคล แด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว วงดุริยางค์บรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารี ก่อนกล่าว “ทรงพระเจริญ” 3 ครั้ง ต่อจากนั้น พล.อ.ประยุทธ์ถวายสูจิบัตรแด่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทอดพระเนตรการแสดงเฉลิมพระเกียรติชุด “แสงประทีปรวมใจไทยทั้งชาติ” และ “เทพประสาทพร” เสร็จแล้ววงดุริยางค์บรรเลงเพลงสดุดีมหาราชา 2 จบ จึงเสด็จพระราชดำเนินกลับ

สำหรับกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 87 พรรษา 5 ธันวาคม 2557 ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรีและปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการฉายภาพยนตร์ชุด “ไทยนิยม” 12 ค่านิยมไทย เฉลิมพระเกียรติพ่อของแผ่นดิน 5 ธ.ค.57 ว่า จากการฉาย 73 โรงภาพยนตร์ในเครือเมเจอร์ทั่วประเทศ เมื่อวันที่ 6 ธ.ค.ที่ผ่านมา ผลปรากฏว่าได้รับความสนใจจากประชาชนจำนวนมาก และต่างแสดงความซาบซึ้ง ในฐานะตัวแทนรัฐบาลขอขอบคุณประชาชน ขณะที่การแสดงละครเพลงเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว “พระมหาชนก เดอะ ฟีโนมีนอน ไลฟ์ โชว์” ระหว่างวันที่ 1-9 ธ.ค. ได้รับความสนใจอย่างกว้างขวาง และยังมีประชาชนจำนวนมากที่ไม่สามารถจองบัตรเข้าชมได้ นายโยธิน ดำเนินชาญวนิชย์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ดั๊บเบิ้ล เอ หนึ่งในคณะผู้จัดงาน ตัดสินใจเพิ่มรอบการแสดงพิเศษขึ้นอีก 1 วัน ในวันที่ 10-11 ธ.ค.นี้ เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระ ชนมพรรษา 87 พรรษา สนับสนุนคนไทยได้เข้าถึงหลักคิดที่ดีงามจากบทพระราชนิพนธ์พระมหาชนก ในความเพียรพยายาม ความวิริยะอุตสาหะ และการใช้สติปัญญาในการแก้ปัญหา

ม.ล.ปนัดดากล่าวว่า ยังเป็นการเปิดโอกาสให้ประชาชนทั่วไปโดยเฉพาะในต่างจังหวัดที่เป็นลูกชาวนา มีโอกาสเข้าชมการแสดงเพิ่มมากขึ้น และวันนั้นจะมีการแสดงพลุเฉลิมพระเกียรติแสดงคำถวายพระพร “Long Live The King” ที่มีขนาดความสูงและความกว้างของตัวอักษรถึง 50 เมตร ปิดท้ายด้วยการฉายพระบรมฉายาลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว บนม่านน้ำใหญ่ที่สุดในเอเชียอีกด้วย สำหรับ “พระมหาชนก เดอะฟีโนมีนอน ไลฟ์ โชว์” ในวันที่ 10-11 ธ.ค. จะเปิดให้ประชาชนเข้าชมการแสดงฟรี สามารถมารับบัตรที่นั่งได้ภายในเวลา 17.00-19.00 น. ณ บริเวณประตูทางเข้างานสวนเบญจกิติ ศูนย์การประชุม แห่งชาติสิริกิติ์ โดยประตูจะเปิดให้ประชาชนเข้าร่วมงานได้ตั้งแต่เวลา 18.00 น. และประตูจะปิดในเวลา 20.00 น.

สำหรับบรรยากาศที่ รพ.ศิริราช ตลอดวันที่ 7 ธ.ค.ที่ศาลาศิริราช 100 ปี พสกนิกรจากทั่วประเทศ แสดงความจงรักภักดี และความห่วงใยในพระอาการประชวรของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ต่างเดินทางมาแบบครอบครัว และพร้อมใจกันสวมเสื้อสีเหลือง นำแจกันดอกไม้ พวงมาลัย และสิ่งของ มาทูลเกล้าฯถวาย พร้อมกับลงนามถวายพระพรพระบาท สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ขอให้ทรงหายจากพระอาการประชวรโดยเร็ว มีพระพลานามัยสมบูรณ์แข็งแรง เจริญพระชนมพรรษายิ่งยื่นนาน เป็นร่มโพธิ์ให้กับคนไทยทั้งประเทศ หลังจากลงนามถวายพระพรเสร็จสิ้น พสกนิกรส่วนใหญ่นำกล้องถ่ายภาพ โทรศัพท์มือถือที่สามารถถ่ายภาพได้ นำมาถ่ายภาพคู่กับพระบรม ฉายาลักษณ์ที่อัญเชิญมาไว้ภายในศาลาดังกล่าว พร้อมกันนี้ยังได้ชมนิทรรศการพระบรม ฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ทางโรงพยาบาลได้จัดทำขึ้นภายในศาลาศิริราช 100 ปีด้วย

นายสันห์ สอนรักษ์ อายุ 39 ปี ผู้พิการเนื่องจากได้รับอุบัติเหตุเคลื่อนไหวไม่ได้ อยู่บ้านเลขที่ 2/92 หมู่บ้านรังสิยา ตำบลบางพูด อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี นั่งรถวีลแชร์มาถวายพระพรพร้อมกับญาติกล่าวว่า หลังจากที่ได้รับอุบัติเหตุจากรถยนต์เมื่อปี 2537 ทำให้กระดูกสันหลังแตกเคลื่อนไหวไม่ได้ ตอนนั้นอายุ 19 ปี รู้สึกท้อแท้มาก สิ้นหวังหมดกำลังใจที่จะใช้ชีวิตอยู่ แต่เมื่อได้รับฟังคำสั่งสอนของในหลวงว่า เกิดเป็นคนอย่าได้ท้อ ต้องทำตัวเราให้มีค่า มองคนรอบข้างที่เขาลำบากกว่าเราเป็นตัวอย่าง ทำให้ได้คิด กลับมาตั้งสติจนขณะนี้ได้มีการมีงานทำอยู่ที่ บริษัทกลางคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ จำกัด โดยทำหน้าที่คอยให้คำปรึกษาดูแลผู้ประสบอุบัติเหตุ ใช้ประสบการณ์ตรงที่ตนประสบมาให้ความรู้กับประชาชน ถือว่าได้ตอบแทนและช่วยเหลือสังคมทางหนึ่ง จนถึงทุกวันนี้ได้ยึดหลักความพอเพียงมาปฏิบัติในชีวิตประจำวันมีความสุขดี ขอถวายพระพรให้ในหลวงมีพระวรกายแข็งแรงและทรงพระเจริญยิ่งๆขึ้น

ส่วนที่บริเวณลานพระราชานุสาวรีย์ สมเด็จ พระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก พสกนิกรจำนวนหนึ่งนำพวงมาลัยเข้ากราบสักการะ และจุดธูปขอพรให้ทรงคุ้มครองพระบาทสมเด็จพระเจ้า อยู่หัว ให้ทรงมีพระพลานามัยสมบูรณ์โดยเร็ววัน และมีพระชนมายุยิ่งยืนนาน นอกจากนี้ พสกนิกรบางรายยังคงจับกลุ่มสวดมนต์ถวายแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้า อยู่หัวอีกด้วย

ขณะเดียวกัน ที่เมืองโลซาน สมาพันธรัฐสวิส เมื่อวันที่ 6 ธ.ค. (ตามเวลาท้องถิ่น) พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.การต่างประเทศ เป็นประธานในพิธีร่วมกับนายกเทศมนตรีเมืองโลซาน จัดกิจกรรมโครงการในหลวงในดวงใจ หรือ King of Heart ซึ่งจัดโดยสถานเอกอัครราชทูตไทยประจำ กรุงเบิร์น และชุมชนไทยในภูมิภาคยุโรปราว 2,000 คน จุดเทียนชัยถวายพระพร เพื่อเทิดพระเกียรติพระบาท สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 5 ธ.ค. โดยให้เมืองโลซานเป็นศูนย์กลางในการจัดกิจกรรม เนื่องจากเป็นเมืองที่พระองค์ทรงเคยประทับเมื่อครั้งทรงพระเยาว์ สำหรับกิจกรรมได้จัดขึ้นคู่ขนานพร้อมกับเมืองสำคัญต่างๆในยุโรป อาทิ กรุงลอนดอน กรุงปารีส โดยเชิญชวนชาวไทย ในยุโรปเข้าร่วมกิจกรรม พร้อมใจกันใส่เสื้อเหลือง และเปล่งเสียงทรงพระเจริญ

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ข่าวหน้า1พระมหาชนกการแสดงขยายวันภาพยนตร์ไทยนิยมเพิ่มรอบ

ข่าวแนะนำ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้