ข่าว
100 year

ยางรถคุณ ดูแลมันหน่อยก็ดีนะ

อาคม รวมสุวรรณ8 ธ.ค. 2557 10:40 น.
SHARE

วิธีดูแลรักษายางรถยนต์

ความผิดปกติที่ตามมาด้วยอุบัติเหตุขณะใช้รถยนต์ ส่วนหนึ่งเกิดจากการขาดความเอาใจใส่ยางรถยนต์ซึ่งถือเป็นชิ้นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อน การเลือกใช้ยางที่ผิดวิธี ทำให้อายุของยางหดสั้นลง การโหลดที่ขาดการปรับแต่งช่วงล่างอย่างถูกต้องทำให้ยางสึกเฉพาะด้านหน้าของหน้ายาง ซึ่งเมื่อเกิดการสึกของหน้ายางแบบผิดปกติจะส่งผลไปถึงการสึกหรอของดอกยางอย่างรวดเร็ว ที่ส่งผลลัพธ์โดยตรงไปที่การบังคับควบคุมหรือแม้แต่การเบรก


สาเหตุที่ทำให้ดอกยางสึกในรูปแบบที่ผิดปกติ
สภาพรถยนต์ไม่สมบูรณ์โดยเฉพาะระบบรองรับหรือช่วงล่างที่ไม่ปกติ
ศูนย์ล้อและมุมของล้อ
การใช้แรงดันลมยางที่ไม่ถูกต้อง
สภาพการขับขี่ (ชอบนำรถไปดริฟต์เล่น)
สภาพผิวถนนที่ใช้งานเป็นประจำ


การเติมลมยาง
ยางรถยนต์แต่ละแบบ แต่ละขนาดมีการสูบลมที่ใช้แรงดันตามค่าท่ีถูกต้อง หรือค่าที่ระบุมาจากบริษัทผู้ผลิตยาง ผกผันแตกต่างกันออกไปตามประเภทของการใช้งานที่หลากหลาย การเติมลมยางให้ถูกต้องเหมาะสมกับบริษัทผู้ผลิตรถยนต์หรือบริษัทยางกำหนดมาให้ หรือตามคู่มือประจำรถ (ที่หลายท่านไม่เคยหยิบออกมาอ่าน) ในขณะขับใช้งานจริง แรงดันลมยางที่ถูกต้องเหมาะสม ขึ้นอยู่กับความพึงพอใจของผู้ขับขี่เป็นหลัก ซึ่งอาจแตกต่างจากค่าที่กำหนดบ้างแต่ไม่มาก เพราะการกำหนดค่านั้นออกมาในลักษณะกลางๆ ครอบคลุมการใช้งานแต่ไม่ค่อยมีความแม่นยำ ผู้ขับควรเริ่มจากแรงดันลมยางตามที่บริษัทกำหนด โดยจับอาการของพวงมาลัยและลักษณะของการตอบสนองของช่วงล่าง โดยทดลองเพิ่มหรือลดแรงดันลมยางตามที่กำหนดครั้งละ 1-2 ปอนด์ มากน้อยตามความพอใจ จับอาการของการสึกหรอ อาการกระด้าง เร่งแล้วหนืด วิ่งความเร็วสูงแล้วเสียงดัง รวมถึงหน้ายางมีการสึกที่สม่ำเสมอกันหรือไม่


หลักการสังเกตง่ายๆ เกี่ยวกับแรงดันลมยางก็คือยิ่งเติมมากหรือยิ่งมีแรงดันลมยางมาก ยางจะกระด้าง หน้ายางส่วนกลางสึกเร็วกว่า แต่ไม่หน่วงในการเร่งความเร็ว ส่วนแรงดันลมยางอ่อนนั้น หน้ายางจะสึกที่ขอบทั้งสองข้างมากกว่าจะสึกหรอตรงกลางหน้ายาง มีการหน่วงเมื่อเร่งความเร็ว และมีการกระด้างน้อยหรือไม่พบการกระด้าง สาเหตุที่บอกว่าค่ามาตรฐานของแรงดันลมยางที่ระบุมาจากบริษัทเป็นค่ากลางๆ ที่ผกผันได้นั้น หลานท่านเชื่อว่าค่าที่กำหนดไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ ในความเป็นจริงแล้ว ผู้ผลิตรถยนต์แม้จะทราบการกระจายน้ำหนักและขนาดของยางแล้ว แต่ไม่ทราบว่ายางที่ใช้จริงนั้น มีโครงสร้างอย่างไร มีน้ำหนักบรรทุกจริงเท่าไหร่ สภาพผิวถนนในขณะที่วิ่งเป็นอย่างไร ตลอดจนลักษณะของผู้ขับขี่ ว่าขับรถในลักษณะใด เช่น ขับช้า หรือขับเร็วและเปลี่ยนทิศทางอยู่ตลอดเวลา


สำหรับผู้ที่มีความรู้สึกไม่ไวพอที่จะจับความรู้สึกของยางในระดับของแรงดันที่อาจสูงหรือต่ำกว่าค่ามาตฐานเล็กน้อย การเติมลมยางก็เพียงแค่เติมในขณะที่ยางไม่ร้อนหรือรีบหาจุดเติมลมที่ใกล้ที่สุดก่อนท่ีลมยางเก่าจะขยายตัวจากการวิ่ง ค่าแรงดันลมยางในระดับมาตรฐานตามที่กำหนดมาจากโรงงานก็มีความเพียงพอต่อการขับใช้งานรถยนต์ของคุณ อย่างที่บอกว่าการวัดและเติมลมยางนั้นควรกระทำในขณะที่ยางยังคงเย็นตัว หรือขับใช้งานไปไม่ไกล หรือในขณะที่จอดอยู่ที่บ้าน หากวัดแรงดันลมยางในขณะที่ยางร้อนหรือวิ่งมาไกลมากแล้ว ค่าแรงดันลมยางที่วัดได้อาจผิดเพี้ยนไปจากค่าที่แท้จริงจากสาเหตุของความร้อนและแรงดันที่ผกผันกันไป


หากจำเป็นจะต้องวัดและเติมลมในขณะที่ยางร้อน แรงดันที่วัดได้จะเกินค่ามาตรฐานไป 1-3 ปอนด์ต่อตารางนิ้ว มากหรือน้อยขึ้นอยู่กับอุณหภูมิของยางในขณะที่ทำการวัดค่าแรงดัน สำหรับอุปกรณ์ที่ใช้วัดแรงดันลมยางส่วนใหญ่ที่พบเห็นตามปั๊มน้ำมัน รวมถึงอุปกรณ์วัดลมยางราคาถูกนั้นมีค่ามาตรฐานที่คลาดเคลื่อนอยู่พอสมควร ชุดวัดแรงดันลมยางดีๆ จะช่วยให้การวัดได้ค่าที่แท้จริง ควรเติมแรงดันลมยางให้มีความเหมาะสมกับสภาพถนนและการขับใช้งาน เช่น เมื่อขับด้วยความเร็วสูงอย่างต่อเนื่องบนไฮเวย์ในสภาพการขับทางไกล ควรเติมลมยางให้มากกว่าค่ามาตรฐานที่กำหนด 2-3 ปอนด์ต่อตารางนิ้ว เพื่อควบคุมให้ยางบิดตัวน้อยลง ความร้อนในการขยายตัวจะได้ไม่มากเมื่อขับด้วยความเร็วสูง


ในกรณีที่ขับเดินทางไกล หลายท่านเข้าใจว่าต้องลดแรงดันลมยางจากค่ามาตรฐานเป็นการเผื่อเอาไว้ ยางที่ลมยางอ่อนจะมีการบิดตัวและทำให้เกิดความร้อนอย่างรวดเร็ว เมื่อลมภายในยางก็ร้อน และเมื่อร้อนก็ขยายตัวมากยิ่งขึ้น ทำให้แรงดันเพิ่มขึ้น เมื่อเปรียบเทียบเป็นเปอร์เซ็นต์แล้วการเพิ่มของแรงดันสำหรับยางลมอ่อน จะมากกว่ายางที่เติมลมจนแข็ง เช่น ปกติ 30 ปอนด์ แต่ยางที่มีแรงดันลม 28 ปอนด์ เมื่อร้อนมันจะเพิ่มแรงดันอีก 20% คือ 5.6 ปอนด์รวมเป็น 33.6 ปอนด์ ในขณะที่ยางถูกเติมลมเผื่อไว้ที่ 32 ปอนด์ เมื่อร้อนแรงดันจะเพิ่มขึ้นเพียงแค่ 5% รวมเป็น 33.6 ปอนด์ แม้จะเท่ากันกับยางที่ลดแรงดันลมเอาไว้ แต่ยางและลมภายในของยางที่ทำการลดแรงดันยางจะมีอุณหภูมิสูงมากกว่ายางที่เติมลมเผื่อเอาไว้ก่อนออกเดินทางไกล ยางที่เติมลมน้อยกว่าค่ามาตรฐาน เมื่อขับด้วยความเร็วสูงมีโอกาสระเบิดหรือมีโครงสร้างภายในเสียหายมากกว่ายางที่เติมลมเผื่อก่อนวิ่งทางไกล


บนถนนที่เปียกลื่น ยางที่มีแรงดันลมอ่อนจะยึดเกาะได้ไม่ดีเท่าที่ควร เพราะหน้ายางตัดหรือรีดน้ำได้ไม่ดีเท่ากับยางที่มีแรงดันปกติ ควรตรวจสอบแรงดันลมยางเป็นประจำอาทิตย์ละหนึ่งครั้ง (ตรวจวัดแรงดันในขณะที่ยางยังคงเย็นตัว) ผลกระทบจากความไม่ถูกต้องของแรงดันลมยาง นอกจากจะทำให้เกิดสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงแล้ว ยังเกิดการสึกหรอที่ขอบยางอีกด้วย ลมยางอ่อน ตามมาด้วยการสึกหรอของหน้ายางบริเวณแก้มหรือไหล่ยาง ทำให้แก้มยางทำงานหนักมากจนเกินไป ส่งผลไปถึงโครงสร้างภายในของยางอาจทำให้แก้มยางบวม ประสิทธิภาพในการยึดเกาะผิวถนนลดลง ทำให้พวงมาลัยหนัก ยากต่อการหักเลี้ยวเปลี่ยนทิศทาง จากแรงต้านการหมุนที่เพิ่มขึ้นเมื่อลมยางอ่อน ทำให้สิ้นเปลืองเชื้อเพลิงโดยใช่เหตุ


ในทางกลับกันเมื่อลมยางแข็งมากจนเกินไป จะทำให้หน้ายางสึกเฉพาะตรงกลาง เมื่อถูกของมีคมบาดหรือกระแทกเข้ากับของแข็งแรงๆ อาจทำให้เกิดการระเบิดขึ้นได้ง่าย ในส่วนของการขับขี่จะมีอาการกระด้างมากยิ่งขึ้น ช่วงล่างหรือระบบรองรับต้องทำงานหนักขึ้น เกิดความกระด้างในระบบรองรับ ข้อควรสังเกต ยางล้อโตแก้มเตี้ยที่นิยมใส่กันอยู่ในขณะนี้ ควรเติมลมให้ยางแข็งอยู่ตลอดเวลามากกว่าจะขับด้วยลมที่อ่อนมากกว่าปกติ แก้มที่เตี้ยเพียง 45/35 หรือแม้แต่ 30 ในล้อขอบ 19 นิ้วบางรุ่นต้องมีแรงดันลมยางเกินค่ามาตรฐานนิดๆ เผื่อไว้เวลาขับตกหลุม หากลมยางอ่อนแรงกระแทกเมื่อขับตกหลุมจะทำให้ล้อวงนั้นคดหรือดุ้งได้ทันที ตามด้วยปัญหาลมรั่วจนขับต่อไปไม่ได้ต้องเปลี่ยนยางอะไหล่สถานเดียว


การดูแลรักษายาง

ตรวจสอบยางทุกครั้งก่อนออกเดินทาง แก้มยาง ร่องดอกยาง อาการบวมที่ข้างแก้มหรือหน้ายาง การแตกลายงาในทุกส่วนของยางแสดงว่ายางไม่อยู่ในสภาพที่จะใช้งานแล้ว อายุการใช้งานของยางเฉลี่ยอยู่ที่ 30,000 กิโลเมตร หรือ 3 ปี หากเกิดการฉีกขาดที่แก้มลึกจนถึงผ้าใบ ความเปลี่ยนยางใหม่สถานเดียว ไม่ควรซ่อมแล้วนำกลับมาใช้งานอีก เพราะแก้มยางคือจุดที่ต้องรับน้ำหนักของตัวรถที่กดทับลงมา รวมถึงมีการบิดตัวไปมาขณะขับขี่ อาจเกิดการระเบิดได้เมื่อมีการฉีกขาด


น้ำมันทุกชนิดมีผลที่จะทำให้ยางเกิดอาการบวมพอง หลีกเลี่ยงการจอดรถบนน้ำมัน หากมีน้ำกรดรดโดนยาง ล้างออกด้วยน้ำสบู่ หมั่นตรวจสอบสภาพล้อและจุ๊บเติมลมยาง และควรมีฝาปิดจุ๊บเติมลม


เมื่อรถเสียและต้องถูกลากจูงเป็นระยะทางไกลๆ ควรเติมลมยางเผื่อไว้อีก 3-4 ปอนด์จากค่ามาตรฐานที่กำหนดมาจากโรงงาน


การเข้าโค้งอย่างรุนแรงและการขับรถแบบกระชากกระชั้น เป็นตัวการทำให้ยางสึกหรอเร็วกว่าการขับใช้งานแบบปกติ


ตรวจสอบการสึกของร่องดอกยางว่าถึงระดับที่ควรจะต้องเปลี่ยนยางชุดใหม่หรือยัง ระดับของความลึกในร่องยางไม่ควรน้อยกว่า 2 มิลลิเมตร หากน้อยกว่านั้น ยางที่ไม่มีดอกหรือยางหัวโล้นจะอันตรายมากเมื่อนำมาใช้งานท่ามกลางฝนตกหนัก ถนนมีผิวที่ลื่นหรือมีน้ำท่วมขังผิวถนน


หาเหล็กเส้นเล็กๆ ไว้คอยเขี่ยเอาหินหรือเศษกรวดออกจากร่องดอกยาง เศษหินเศษกรวดเหล่านี้เป็นตัวการที่จะคอยทิ่มแทงเนื้อยาง

อาคม รวมสุวรรณ
E-Mail chang.arcom@thairath.co.th 
Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom 

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ARCOM ROUMSUWAN : ยางรถคุณ ดูแลมันหน่อยก็ดีนะกรุงเทพมหานครอาคม รวมสุวรรณวิธีดูแลรักษายางรถยนต์

ข่าวแนะนำ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้