ข่าว
100 year

บันทึก 5 ธันวา 2557 หนึ่งในทะเลแสงเทียน

ซูม8 ธ.ค. 2557 05:01 น.
SHARE

ผมไม่ได้ไปสนามหลวง ทั้งเพื่อเดินชมงานเฉลิมฉลองและอยู่ร่วมจุดเทียนถวายพระพรชัยมงคลในวันที่ 5 ธันวาคม มานานหลายปีแล้ว...ไม่น่าจะต่ำกว่า 20 ปีอย่างแน่นอน

อาจจะไปในวันที่ 3 หรือ 4 ธันวาคมบ้างในบางปี เพื่อเก็บบรรยากาศแห่งการเฉลิมฉลองมาเขียนในคอลัมน์ซูมซอกแซกฉบับวันอาทิตย์

แต่สำหรับวันที่ 5 โดยตรงนั้น ถ้าผมไม่ยืนร้องเพลงสรรเสริญพระบารมีและสดุดีมหาราชากับเพื่อนๆที่หน้าจอทีวีของกองบรรณาธิการไทยรัฐ ก็จะไปร่วมร้องและจุดเทียนที่บ้านของผู้ใหญ่ที่ผมเคารพนับถือจัดขึ้น

ปีนี้ผมพอมีเวลาว่างและเห็นว่าสุขภาพร่างกายแข็งแรงดี พอจะ เบียดเสียดกับผู้คนได้ จึงตัดสินใจไปร่วมจุดเทียนถวายพระพรชัยมงคลแด่องค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ท้องสนามหลวงอีกครั้ง

ไปแล้วก็รู้สึกตื้นตันจนน้ำตาแทบไหลกับบรรยากาศแห่งความ จงรักภักดี ที่ผมมีโอกาสพบเห็น นับตั้งแต่วินาทีแรกที่ผมตัดสินใจลงจากรถเมล์ แล้วออกเดินจาก “เฉลิมกรุง” ไปทางกรมรักษาดินแดน ผ่านหน้ากระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงกลาโหม ฯลฯ

ท่านผู้อ่านครับ ผู้คนแน่นขนัดไปหมด ทั้งที่มุ่งเดินไปท้องสนามหลวงและปักหลักนั่งอยู่หน้าจอทีวี และเวทีจัดงานเล็กๆในบริเวณนั้น
เมื่อไปถึงสนามหลวงและเดินเข้าไปในบริเวณงานแล้ว ผมก็ขนลุกซู่ขึ้นมาในฉับพลัน จากภาพที่ผมเห็นอยู่ข้างหน้า

คลื่นมนุษย์ ไงครับ...ถ้อยคำเปรียบเปรยที่หนังสือพิมพ์ชอบใช้บ่อยๆ เวลารายงานข่าวการชุมนุมหรือการมีงานใหญ่ๆ ที่ผู้คนหลั่งไหลไปร่วมงานหรือร่วมชุมนุมจำนวนมากๆนั่นแหละ

ยิ่งไปกว่านั้น คลื่นมนุษย์ที่ผมเห็น...น่าจะไม่ใช่คลื่นบริเวณชายหาดอย่างแน่นอน แต่เป็นคลื่นที่ค่อนข้างออกไปในทะเลลึกพอสมควร เพราะเป็นคลื่นที่หนาแน่น และรุนแรงไม่น้อยทีเดียว

ในบางช่วงบางขณะถึงกับทำให้ผมซึ่งพาตัวเข้าไปอยู่ในคลื่นนั้นด้วย อดนึกขึ้นมาไม่ได้ว่า นี่เราหาเรื่องหาเหตุเกินไปหรือเปล่าหนอ ที่เข้ามาเบียดผู้คนจำนวนมากขนาดนี้

เพราะแน่นจริงๆ แน่นจนได้ยินเสียงร้องไปตลอดทางว่า หายใจไม่ออกแล้ว จะเป็นลมแล้ว เป็นระยะๆ

มีเพียงบางจุดบางบริเวณเท่านั้นที่พอจะให้ประชาชนหยุดยืนเพื่อผ่อนลมหายใจได้บ้าง...ได้แก่บริเวณโรงทาน และอาหารฟรีต่างๆที่มูลนิธิการกุศลหลายๆแห่งร่วมกันมาเปิด พร้อมด้วยอาหารที่น่ารับประทาน ตั้งแต่ก๋วยเตี๋ยว เย็นตาโฟ ผัดไทย ไปจนถึงข้าวราดแกงอย่างง่ายๆ

แม้จะมีผู้คนไปยืนรอคิวรับอาหารแน่นขนัดเช่นเดียวกัน แต่ก็ยังพอมีพื้นที่สำหรับให้ยืนรับประทานและช่วยให้ผมซึ่งรับประทานไปจากข้างนอกแล้วหลบเข้าไปยืนพักเหนื่อยได้ระยะหนึ่ง

จากนั้นผมก็มีพลังออกเดินต่อเพื่อไปสู่บริเวณที่ประชาชนส่วนใหญ่จะไปยืนรอจุดเทียนชัยอย่างที่เราเห็นในจอทีวีเวลาถ่ายทอด
บริเวณดังกล่าวมีทางเข้าเพียงทางเดียว จากทางด้านหอประชุมธรรมศาสตร์เท่านั้น แต่ผู้คนส่วนมากไม่ทราบ จึงไปเบียดเข้าทางด้านศาลฎีกา ซึ่งเขาจัดไว้สำหรับเป็นทางเข้าของนายกรัฐมนตรี และผู้มีเกียรติ ที่จะไปถวายพานพุ่ม

เมื่อไปถึงแล้วเข้าไม่ได้ จึงหันกลับและก็มาเจอกับคลื่นมนุษย์ที่เข้ามาใหม่ เพราะไม่รู้เช่นกัน จึงเกิดการเบียดเสียดและโกลาหล จนได้ยินเสียงร้องว่าจะเป็นลม ดังที่ผมรายงานไว้ข้างต้น

ในที่สุดผมก็ไปถึงทางเข้าสู่บริเวณที่จัดไว้สำหรับให้ประชาชนยืนถวายพระพร ซึ่งอยู่หน้าเวทีที่มีพระบรมสาทิสลักษณ์ขนาดใหญ่ประดิษฐานอยู่ ดังที่เราเห็นในจอทีวี

จากจุดที่ผมไปยืนนั้น ยังไกลมาก มองเห็นลิบๆเท่านั้น เนื่องจากไม่สามารถจะเข้าไปสู่บริเวณด้านในใกล้ๆได้ เพราะผู้คนที่มาจับจองที่บริเวณนี้มากันตั้งแต่ 4-5 โมงเย็น มาปูเสื่อนั่งรอก่อนเลย

เรามาถึงทุ่มเศษๆอย่างนี้ ได้ยืนอยู่ข้างนอกแม้จะไกลลิบไปหน่อย...แต่ก็ถือว่าบุญแล้ว

ที่สุดของที่สุดผมก็ได้มีโอกาสเป็น 1 ในคลื่นมนุษย์ และ 1 ในทะเลแสงเทียนจากเปลวเทียนไม่ทราบกี่แสนเปลว ณ ท้องสนามหลวง เมื่อค่ำ วันที่ 5 ธันวาคม 2557 สมดังที่ตั้งใจ

เป็นภาพที่ติดตาตรึงใจ และตื้นตันใจอย่างบอกไม่ถูก โดยเฉพาะเสียงเพลงแห่งความจงรักภักดีทั้ง 2 เพลง และเสียงตะโกนคำว่า “ทรงพระเจริญ” ยังกึกก้องอยู่ในหูผม แม้จนขณะที่นั่งเขียนต้นฉบับวันนี้.

“ซูม”

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

เหะหะพาทีซูม5 ธันวาคมจุดเทียนถวายพระพรบันทึกทะเลแสงเทียนทรงพระเจริญ

ข่าวแนะนำ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้