ข่าว
100 year

เพลงต้องห้าม

กิเลน ประลองเชิง8 ธ.ค. 2557 05:01 น.
SHARE

เรื่อง เพลงต้องห้าม...ลำตัด ผมเขียนไปแล้ว ระหว่างบรรยากาศการชุมนุมของลุงกำนัน เมื่อ 12 ก.พ.57 ย้อนไปอ่าน เห็นว่าเข้ากับเหตุการณ์ ห้ามพูด ห้ามยกนิ้ว และอีกหลายๆห้าม...จึงขอเอามาขยายใหม่...อีกครั้ง

หนังสือ ภาษา-ประเพณี-บันเทิง (สำนักพิมพ์แสงดาว 2551) เอนก นาวิกมูล เขียนว่า ลำตัดเกิดในสมัยรัชกาลที่ 4 พอถึงสมัยรัชกาลที่ 5 มีคนนิยมมาก ถึงขนาดมีการจัดลำตัดประชัน เก็บเงินค่าดู

แต่ลำตัดสมัยนั้น เล่นกันเฉพาะผู้ชาย พอลูกผู้ชายถูกจับมาประชัน ก็เกิดการกระทบกระแทกกันอย่างหยาบคาย

หลักฐานคือข้อเขียนเรื่อง ลำตัด ในหนังสือพิมพ์ชื่อ “วายาโม” ฉบับวันศุกร์ที่ 20 สิงหาคม พ.ศ.2463 หน้า 7 คุณเอนกอ่านผ่านไมโครฟิล์ม ในหอสมุดแห่งชาติ

การเล่นประชันแข่งขันกันนี้ โดยมากมักจะมีปากเสียงเอะอะทะเลาะวิวาทกันในระหว่างคนดูอยู่บ่อยๆ โดยต่างถือพวกพ้อง หนุนข้างโน้นข้างนี้

ตำรวจวินิจฉัยแล้ว เห็นว่า ถ้าขืนปล่อยให้เล่นต่อไป คงจะเกิดตีกันใหญ่สักครั้งหนึ่งเป็นแน่ โดยความรอบคอบอันนี้ของตำรวจ จึงได้ห้ามเป็น

อันขาด ไม่ยอมอนุญาตให้ใคร มีลำตัดประชันแข่งขันกันได้

เพราะเหตุนี้ ลำตัดประชันแข่งขัน จึงได้เงียบมาชั่วคราว

ครั้นมาเมื่อเร็วๆนี้ ได้มีคนไปขออนุญาตต่อตำรวจ กรมที่1แสดงลำตัดเก็บสตางค์ที่โรงละครปราโมทัย ตำรวจอนุญาต เนื่องจากอนุสนธินี้ คนอื่นจึงถือเอาเป็นบรรทัดฐาน ขออนุญาตเล่นลำตัดบ้าง

เมื่อตำรวจได้อนุญาตไปแล้ว ก็ต้องจำใจอนุญาตให้ หมู่นี้ในสัปดาห์เดียวกัน จึงได้มีลำตัดหลายแห่งแข่งขันกัน

เช่นเมื่อคืนวันอังคารที่ 17 สิงหาคม ที่วิกเงี้ยวเทียน ข้างโรงหนังพัฒนารมณ์ มีลำตัด นายอรุณสี่มิตร์ กับวงนายกลิ้งขันทอง แข่งขันกันก็เกิดเอะอะ เกือบจะตีกันในระหว่างพวกคนดู จนตำรวจต้องห้ามให้ลำตัดเลิก

ส่วนคนดูที่ไม่เกี่ยวข้องกับฝ่ายใด ก็ร้องตะโกนโพนทะนาจะเอาสตางค์คืน เพราะลำตัดแสดงไม่ครบเวลา

โดยเหตุผลดังที่เราได้บรรยายมานี้ ถ้าตำรวจได้ถือวินิจฉัยดั้งเดิมไว้ มั่นคงแล้ว ใครๆก็คงจะไม่ต้องร้อนใจ ไม่ใช่หรือ?

คุณเอนก ทบทวน และสรุปประเด็นหลายข้อ ข้อสุดท้าย คนเขียนข่าวในหนังสือพิมพ์วายาโม โจมตีตำรวจว่า ไม่ยึดหลักห้ามประกันเอาไว้จึงเกิดเรื่องร้อนใจขึ้นอีก

เป็นอันว่า งานนี้ตำรวจถูกหนังสือพิมพ์ด่า แต่ความจริงตำรวจเขาก็มีเหตุผล ต้นเรื่องจากนายอรุณ คนต้นแบบเล่นลำตัดหยาบลามก ได้มาทำทัณฑ์บนว่า จะไม่กล่าวคำหยาบอีกต่อไป ตำรวจจึงอนุญาตให้เล่นต่อ...

จะว่าไป ตำรวจเขาก็ใช้เหตุผล ไม่ใช่ตำรวจสองมาตรฐาน

แต่ลำตัด เป็นที่ถูกใจชาวบ้านติดลมบนไปแล้ว การเล่นลำตัดต่อมา เมื่อปรับให้เป็น ชายโต้คู่กับหญิง อย่าง พ่อหวังเต๊ะ แม่ประยูร เรื่องที่โต้กันแม้สัปดนบ้าง

แต่ก็ “หมกเม็ด” สองแง่สองง่าม ไม่หยาบคาย ผู้คนก็นิยมกันเรื่อยมา

คนดูลำตัดไม่ตีกัน ตำรวจก็ไม่ต้องเหนื่อย ไม่ต้องถูกด่า ยังไม่เคยมีข่าวคนดูตะโกนขอเงินค่าดูคืน เพราะดูเมื่อไหร่ ก็คุ้มค่า สนุกสะใจทุกเมื่อ

ผมคัดเรื่องลำตัดสมัยเก่า มาเล่าใหม่ เพื่อจะบอกว่า การด่าหยาบคาย ไร้เหตุผลนั้น ฟังตอนแรกก็สะใจ ขนาดคนกันเอง ฟังๆไปซ้ำซากมากๆเข้า ก็เบื่อ ถ้าไปดูแบบเสียสตางค์ ก็ไม่แน่ว่าจะต้องร้องขอเงินคืน

ส่วนคนฝั่งตรงกันข้าม ไม่แค่ไม่เคยฟังเหตุผล ดีชั่ว ก็ยังปักหลักต่อต้าน ยิ่งหยาบ ก็ยิ่งชิงชังรังเกียจสะสมบ่มเพาะอัดแน่นไว้ในอก ถึงเวลา ก็จะระเบิดออกมา

สถานการณ์ตอนนั้น ตำรวจบุกชุมนุมชาวบ้าน ทหารช่วย ผมมองเป็นเกม ตำรวจเล่นเชิงกับทหาร มีชาวบ้านอยู่กลาง

สถานการณ์ตอนนี้ ตำรวจทหารเป็นเนื้อเดียวกัน พยายามห้ามไม่ให้ชาวบ้านชุมนุมทะเลาะกัน กฎอัยการศึกจึงจำเป็นต้องใช้ ใครพูดจาเกินเลย...

ก็ทำท่าขึงขัง เชิญไปคุย

คนหนุ่มมองว่าลิดรอนเสรีภาพ...แต่คนแก่อย่างผม...ขอสอพลอทหาร ฟังลำตัดด่ากันมากแล้ว พักหูชั่วคราว อย่างน้อยก็เวลาที่คุณ
สมชาย ขอไว้ ฟังนายกฯประยุทธ์พูดอยู่คนเดียว...ก็พอทดแทนได้ ไม่เหงาเกินไปนัก.

กิเลน ประลองเชิง

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ชักธงรบกิเลน ประลองเชิงเพลงต้องห้ามลำตัดหนังสือเอนก นาวิกมูลทะเลาะพวกพ้อง

ข่าวแนะนำ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้