ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    เลือกตั้งเยอรมัน เสียงประชาชนไม่หาย

    คุณนิติ นวรัตน์8 ธ.ค. 2557 05:01 น.
    SHARE

    จันทร์วันนี้ ร.ต.อ. ดร.นิติภูมิ นวรัตน์ พูด “อาเซียนกับการท่องเที่ยว” 13.00-15.30 น. ที่วิทยาลัยชุมชนสระแก้ว อ.เมือง จ.สระแก้ว

    ท่านถามว่า ระบบการเลือกตั้งของประเทศไหนในโลก ที่ผ่านร้อนผ่านหนาวจนตกผลึกและมีความเป็นประชาธิปไตยสูง? ผมขอตอบว่า คือระบบของสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี

    ผมเคยเรียนมัธยมปลายในเยอรมนี และเห็นว่าระบบเลือกตั้งของเยอรมันเป็นระบบที่ทุกเสียงของประชาชนมีค่า ไม่สูญเปล่า ไม่เหมือนระบบการเลือกตั้งของไทยก่อนหน้านี้

    ยกตัวอย่างในเขตเลือกตั้งที่ 1 ของจังหวัด ก. ของไทย มีผู้สมัคร 5 คน ผู้สมัคร A ได้ 34 คะแนน B ได้ 30 คะแนน C ได้ 25 คะแนน D ได้ 10 คะแนน และ E ได้ 1 คะแนน

    ผู้ชนะได้เป็น ส.ส.คือ A ที่ได้เพียง 34 คะแนน

    นาย A เป็นตัวแทนของประชาชนคนทั้งเขตจริงหรือ? เพราะมี คนเลือกแกเพียง 34 คน และเสียงของคนอีก 66 คนเล่าหายไปไหน?

    แต่ระบบของเยอรมัน คะแนนของประชาชน 30, 25, 10 และ 1 คะแนน จะถูกนำไปนับรวมกับคะแนนในระบบบัญชีรายชื่อ

    ถ้าเอาระบบของเยอรมันมาใช้ในการเลือกตั้ง พรรคการเมืองจะเข้มแข็งขึ้น เพราะคะแนนของคนที่โหวตให้ผู้สมัคร ส.ส.เขตของพรรคประชาธิปัตย์ในภาคอีสานและภาคเหนือเดิมสูญเปล่า ต่อไปก็จะไม่สูญแล้วครับ จะถูกนำมานับรวมด้วย เช่นเดียวกัน คะแนนของคนที่โหวตให้ผู้สมัคร ส.ส.เขตของพรรคเพื่อไทยในภาคใต้ ก็จะถูกนำมานับรวมด้วย ไม่สูญเปล่าไปอย่างไร้ความหมายเหมือนในการเลือกตั้งครั้งก่อนๆ

    ถ้าเอาระบบการเลือกตั้งเยอรมันมาใช้ นักการเมือง พรรคการเมือง จะต้องแคร์ประชาชนทุกคน ไม่ใช่แคร์เฉพาะกลุ่ม เฉพาะภาค เหมือนในอดีต

    เมื่อมีผู้โยนระบบการเลือกตั้งแบบเยอรมันมาถามทาง ท่านนักวิชาการทั้งหลาย ทุกสาย ทุกสี จึงออกมาส่งเสียงเชียร์ เพราะระบบการเลือกตั้งเยอรมันจะทำให้การเมืองมั่นคง การเลือกตั้งมีความหมาย เพราะสะท้อนทุกเจตนารมณ์ของประชาชนอย่างแท้จริง

    คนที่ดิ้นไม่เอาระบบการเลือกตั้งแบบเยอรมันก็จะเป็นนักการเมืองหน้าเก่าๆ ที่ออกมาบอกกับสังคมว่า การเลือกตั้งแบบเยอรมันจะทำให้ผู้แทนเขตไม่มีความหมาย ซึ่งไม่ค่อยจริงนักเท่าใดนะครับ ผู้ชนะเลือกตั้งในเขตก็ยังได้เป็น ส.ส. เหมือนเดิม ระบบเยอรมันขอเพียงให้คะแนนของคนที่ไม่ได้เลือก ส.ส.เขตคนนั้น ยังถูกนำไปใช้ในการนับคะแนนของบัญชีรายชื่อด้วย

    ระบบการเลือกตั้งของเยอรมนี ถูกเรียกว่าระบบเลือกตั้งแบบผสม Mixed Electoral Systems คือเอาการคิดคะแนนจากระบบบัญชีรายชื่อกับระบบเขตมาคิดรวมกัน

    ระบบเดิมของไทยนั้นมีการนับคะแนนแยกกันทั้ง ส.ส.เขต และ ส.ส.บัญชีรายชื่อ แต่ระบบผสม จะนำทั้งสองแบบมาคิดรวมกันเพื่อให้คะแนนบัญชีรายชื่อที่ประชาชนเลือกเป็นตัวแทนบอกว่าพรรคนั้นควรจะมีที่นั่งในสภาเท่าไหร่

    จะปฏิรูประบบเลือกตั้งกันแล้ว ผมก็ขอเสนอว่าให้ท่านจะปฏิรูปอย่างไร ที่จะป้องกันไม่ให้เกิดการซื้อเสียงประชาชนในเขตเลือกตั้งได้ง่าย ถ้าเขตเล็ก เรื่องซื้อเสียงทำได้ง่าย เขตใหญ่ ซื้อกันไม่ไหว นักการเมืองในอดีตจึงพูดว่า “เขตเล็ก ใช้เงินสู้ เขตใหญ่ ใช้นโยบายสู้”

    สู้กันในระหว่างรณรงค์หาเสียง ไม่หนักนักดอกครับ แต่หนักสู้กันรายเดือน ซึ่ง ส.ส.ธรรมดาต้องใช้เงินเป็นจำนวนมาก/เขต/เดือน ถ้าเป็น ส.ส.ที่เรียกกันว่าเกรดเอ ที่ไม่ค่อยมีโอกาสสอบตกจะต้องใช้เงินเป็นจำนวนมากกว่า ส.ส.ธรรมดายิ่งขึ้นไปอีก

    แทนที่ ส.ส.ไทยจะสู้กันในเรื่องการออกกฎหมายที่ทันสมัย ส.ส.ไทยกลับต้องไปพะวงเรื่องการทำงานในพื้นที่แข่งกันกับ ส.ก., ส.ข., ส.จ. นายก อบจ.หรือ นายกเทศมนตรี ผู้แทนไทยจึงขาดความเป็น ส.ส.ระดับชาติ เพราะต้องไปทำงานแข่งกับนักการเมืองท้องถิ่น

    ผู้ร่างรัฐธรรมนูญจะต้องออกแบบการเลือกตั้งให้การเข้าสู่สถานะ ส.ส.และทำหน้าที่ของ ส.ส.พ้นจากอำนาจเงิน อำนาจทุน ให้ได้

    อย่าเอาคนไทยเป็นเครื่องทดลองซ้ำซากๆๆ อีกเลยครับ ในโลกนี้ มีสิ่งที่คนอื่นเขากระทำซ้ำๆ ลองผิดลองถูก จนตกผลึกใช้การได้แล้ว ก็ไปเอามาประยุกต์ใช้ดูเถิด.

    คุณนิติ นวรัตน์

    อ่านเพิ่มเติม...

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    เปิดฟ้าส่องโลกคุณนิติ นวรัตน์เลือกตั้งเยอรมันเสียงประชาชนแบบผสมMixed Electoral Systems

    ข่าวแนะนำ

    Most Viewed

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    วันอังคารที่ 20 ตุลาคม 2563 เวลา 15:08 น.