ข่าว
100 year

สั่งสปช.-สนช.-กมธ. บิ๊กตู่เข้ม อย่าก่อปัญหาใหม่!

ทีมข่าวหน้า17 ธ.ค. 2557 05:38 น.
SHARE

ส่งสัญญาณชัด-ให้ทุกฝ่ายพอใจ ปธ.ปปช.ต่อรองถ้า5ปีขอต่ออีก5 ทักษิณสุดเห่อเอมคลอดลูกแฝด

“บิ๊กตู่” สั่งต้องจริงใจปฏิรูป ห้าม สปช.-สนช.-กมธ.ยกร่างฯสร้างปัญหาใหม่ เขียนรธน.ต้องจบที่พอใจกันทุกฝ่าย มีการถ่วงดุล 3 อำนาจอธิปไตย กรรมาธิการปฏิรูปการเมืองสาย สปช.ปิดจ๊อบชงเลือกนายกฯ-ครม.ตรง ย่อส่วน ส.ส.เหลือ 350-ปิดตำนานปาร์ตี้ลิสต์ ปชป.จวกสูตรไทยแลนด์โอนลี่ไม่มีในโลก ประธาน ป.ป.ช.ท้วงโดนเฉือนวาระ ต่อรองลด 9 ปี เหลือ 5 ปี มาเป็นวาระละ 5 ปี ไม่เกิน 2 สมัย ใครฉาวคัดออก ใครดีก็อยู่ต่อ “น้องเอม” คลอดลูกสาวฝาแฝด คน “ชินวัตร” สุดปลื้ม “แม้ว” เห่อหลานตาทั้งโทร. ทั้งไลน์ไปอวดซี้ๆตลอดวัน

หลังจากที่กรรมาธิการคณะต่างๆที่ สปช.-สนช.ตั้งขึ้นมาเพื่อเสนอความคิดเห็นต่อกรรมาธิการยกร่างฯเกี่ยวกับการร่างรัฐธรรมนูญได้มีข้อสรุปออกมาแล้วในหลายประเด็น โดยหลายประเด็นมีผลกระทบเกิดขึ้นในหลายองค์กร จนทำให้เกิดกระแสคัดค้านเพิ่มขึ้น

“บิ๊กตู่” ดัน ก.ม.ขอใบอนุญาตจากรัฐ

เมื่อเวลา 08.15 น.วันที่ 6 ธ.ค. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวในรายการ “คืนความสุขให้คนในชาติ” ซึ่งเลื่อนการออกอากาศจากปกติในเวลา 20.15 น.ของทุกคืนวันศุกร์มาเป็นช่วงเวลาดังกล่าวชั่วคราว โดยกล่าวถึงการดำเนินการตามนโยบายรัฐบาลว่า ขณะนี้รัฐบาลได้แก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าและการพัฒนาเพื่ออนาคต เช่น การอำนวยความสะดวกในการให้บริการภาครัฐและลดการทุจริต จากที่ผ่านมาเมื่อเอกชนต้องการขอใบอนุญาตจากรัฐ แต่มีขั้นตอนทางเอกสารที่จุกจิกและล่าช้า ทำให้ข้าราชการบางส่วน ฉกฉวยประโยชน์ ทุจริต มีค่าตอบแทนหรือเงินใต้โต๊ะแลกกับการอำนวยความสะดวกให้เร็วขึ้น รัฐบาลจึงปิดช่องทางฉ้อฉลต่างๆ โดยการเสนอร่าง พ.ร.บ.การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ ได้กำหนดให้ ครม.สามารถออกพระราชกฤษฎีกาเพื่อจัดตั้งศูนย์รับคําขออนุญาต ซึ่งเป็นหน่วยงานใหม่ ในการเป็นตัวกลางระหว่างประชาชน ผู้ขออนุญาตกับหน่วยงานรัฐเป็นผู้พิจารณาอนุญาตในเรื่องต่างๆ จะออกแบบให้เป็นหน่วยที่อำนวยความสะดวกให้เร็วยิ่งขึ้น ให้เกิดประโยชน์กับทุกส่วน

ตั้งศูนย์วันสต๊อปเซอร์วิส–ลดโกง

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวต่อว่า ศูนย์ดังกล่าวจะทำในลักษณะวันสต๊อปเซอร์วิส มีหน้าที่ในการรับคําขออนุญาตและค่าธรรมเนียม ให้ข้อมูล และแนะนําเกี่ยวกับหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขใน การอนุญาต ประชาชนสามารถยื่นคําขอ ส่งเอกสารหลักฐาน หรือค่าธรรมเนียม ณ ศูนย์นี้ แทนหน่วยงาน รัฐได้ทุกประเภท ยกเว้นรัฐสภา ครม. การพิจารณาคดีของศาล การดำเนินคดีทางอาญา และการขออนุญาตตามกฎหมายทรัพยากรธรรมชาติ ซึ่งต้องยื่นเรื่องกับหน่วยงานที่รับผิดชอบเรื่องนั้นๆโดยตรง แต่ต้องเร็วขึ้น เป็นเรื่องใหม่ที่ต้องดำเนินการให้ได้ หากคำขอไม่ถูกต้อง เจ้าหน้าที่ต้องให้คำแนะนำแก้ไข พร้อมต้องชี้แจงให้ประชาชนทราบโดยไม่เกิน 7 วัน พร้อมทั้งบันทึกการแจ้งดังกล่าวไว้ด้วย เป็นการทำงานในเชิงรุกและบูรณาการหน่วยงานของรัฐ เพื่อการให้บริการประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ลดเหลื่อมล้ำ–เข้าถึงบริการรัฐ

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวถึงการลดความเหลื่อมล้ำของสังคมและการสร้างโอกาสในการเข้าถึงบริการของรัฐว่า รัฐบาลได้เปิดการเปิดโอกาสให้ 1.กลุ่มแรงงานนอกระบบ 2.ผู้ประกอบอาชีพอิสระ 3. กลุ่มแรงงานซึ่งยังมิได้มีหลักประกันสังคมใดๆ ให้สมัครเป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 40 โดยรัฐบาลช่วยส่ง เงินสมทบร่วมกับผู้ประกันตนด้วยส่วนหนึ่ง ซึ่งมีชุดสิทธิประโยชน์ทางเลือกต่างๆ เช่น กรณี (1) เงินทดแทนการขาดรายได้เมื่อเจ็บป่วย 200 บาท/วัน (2) ทุพพลภาพ 500–1,000 บาท/เดือน แล้วแต่กรณี (3) กรณีเสียชีวิต 20,000 บาท/ราย และ (4) เงินออมสำหรับกรณีชราภาพ สามารถตรวจสอบสิทธิและเงื่อนไขการคุ้มครองต่างๆที่สำนักงานประกันสังคมกรุงเทพมหานครพื้นที่จังหวัด หรือสาขา หรือหน่วยบริการเคลื่อนที่ของสำนักงานประกันสังคม รวมทั้งสายด่วน 1506

เอาจริงสยบขบวนการค้ามนุษย์

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวถึงการแก้ปัญหาการค้ามนุษย์ในระยะเร่งด่วนของรัฐบาลว่า รัฐบาลได้กำหนดแนวทางขับเคลื่อน 3 ข้อคือ 1.จัดประชุมคณะกรรมการระดับชาติเพื่อเร่งการป้องกันและปราบปรามปัญหาการค้ามนุษย์ 2.การจัดตั้งศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์แห่งชาติในลักษณะวอร์รูมให้รัฐมนตรีเจ้ากระทรวงเป็น ผอ.ศูนย์เพื่อให้มีเอกภาพในทางปฏิบัติ 3.การกำหนดมาตรการเร่งรัดแก้ไขจุดอ่อน 3 ด้าน คือปรับปรุงแก้ไขกระบวนการยุติธรรมให้รวดเร็วขึ้น ต้องขยายผลให้สามารถนำตัวผู้กระทำผิดรายใหญ่สู่กระบวนการยุติธรรมให้เป็นรูปธรรม จัดระเบียบเรือประมงและแรงงานประมง ซึ่งเชื่อมโยงกับปัญหาการค้ามนุษย์โดยจัดระเบียบแรงงาน จดทะเบียนเรือและบุคคลบนเรือ เพิ่มมาตรการควบคุมและคัดแยกผู้หลบหนีเข้าเมืองพร้อมหาพื้นที่ควบคุมในระหว่างการดำเนินคดีให้มีมาตรฐาน ไม่เป็นการละเมิด สิทธิมนุษยชน เราต้องอุดช่องว่างทางกฎหมายเพื่อภาพลักษณ์ที่ดีของประเทศไทยที่มีผลต่อการค้าระหว่างประเทศ

ก.ม.ชุมนุมฯต้องได้มาตรฐานอินเตอร์

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวถึงความคืบหน้าในการออก พ.ร.บ. การชุมนุมสาธารณะว่า ขณะนี้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ได้นำกลับไปปรับปรุงแก้ไข และส่งมาให้สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีพิจารณาตรวจสอบอีกครั้งหนึ่ง เพื่อนำส่งให้คณะกรรมการกฤษฎีกา ตรวจสอบแก้ไขตามหลักของกฎหมาย ที่ผ่านมา ได้มีการเตรียมการเสนอไปแล้ว แต่ไม่ ทันสมัยเพราะร่างไว้ตั้งแต่ 3 ปีที่แล้ว เพื่อจะแก้ไข ปัญหาเรื่องการชุมนุม แต่ขณะนี้การชุมนุมได้เปลี่ยนรูปแบบ จึงต้องพัฒนาตามรูปแบบและสถานการณ์ โดยใช้มาตรฐานเดียวกับที่ใช้กันทั่วโลกและทำเพื่อทุกรัฐบาลในอนาคต ไม่ใช่ทำเพื่อรัฐบาลนี้ โดยมีวัตถุประสงค์ในการออกกฎหมายนี้ เพื่อคุ้มครองประชาชน ทั้งผู้ชุมนุมและผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องจะได้ไม่เดือดร้อน ไม่ถูกละเมิดสิทธิพื้นฐาน ในขณะเดียวกันก็คุ้มครองเจ้าหน้าที่ ในการบังคับใช้กฎหมาย และการปฏิบัติงานตามหน้าที่ด้วย เพื่อให้เกิดความเป็นธรรม และเป็นสากล

ชี้นโยบายรัฐผิดฉุด ปท.ล้มเหลว

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวถึงการปฏิรูปเพื่อเดินหน้าประเทศไทยว่า ในช่วง 3 ทศวรรษที่ผ่านมา ประเทศหนึ่งในอาเซียน เคยยิ่งใหญ่มีการเจริญเติบโต แต่วันนี้ต้องประสบภาวะเสื่อมถอยเพราะการดำเนินนโยบายของรัฐที่ผิดพลาด 3 ข้อนำไปสู่ภาวะล้มเหลว คือ 1.ขาดธรรมาภิบาล สนใจเฉพาะนโยบายที่สร้างคะแนนนิยม ไม่จริงจังวางรากฐานอนาคต ทำให้ขีด ความสามารถในการแข่งขันของประเทศเสื่อมถอย การกู้ยืมเงินมาทำโครงการที่ไม่ต่อยอดสร้างรายได้ ให้ประชาชน 2.มีการทุจริตคอร์รัปชันในทุกระดับ ไม่เว้นแม้แต่ในกระบวนการยุติธรรม 3.การปฏิรูปประเทศขาดความจริงใจ ทำให้ติดกับดักถาวรสถานการณ์ ทุกมิติ กลับเลวร้ายทำให้ประเทศล้มเหลว

ลั่นไทยจะกลับมาเป็นเสือติดปีก

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวต่อว่า แม้ประเทศไทยยังไม่ถึงขั้นนั้น แต่ต้องรีบหยุดเพราะปัญหาคล้ายกัน แต่ไม่ร้ายแรงเท่า ที่สำคัญคือ การทุจริต ถ้าไม่วาง ยุทธศาสตร์ให้ชัดเจน วันนี้ถ้าเราไม่ทำให้มั่นคงแข็งแรง จะเกิดสุญญากาศแห่งอำนาจใหม่ในการบริหารประเทศ จะไม่มีหัวหน้ารัฐบาลที่มีอำนาจเต็มในการแก้ไขความขัดแย้งทางการเมือง และยังมีปัญหาเศรษฐกิจที่เป็นภัย 2 ด้านที่ คสช.และรัฐบาลดูแลและเตรียมความพร้อมในการที่จะทะยานออกไปในอนาคต เหมือนเสือที่กำลังย่อตัวที่พร้อมทะยานออกไปในอนาคต

สปช.–สนช.–กมธ.อย่าซ้ำเติมปัญหา

นายกฯ กล่าวต่อว่า ขอให้เลี่ยงความผิดพลาด 3 ข้อคือ 1.ทำการปฏิรูปที่มีธรรมาภิบาล วางรากฐานอนาคตเยาวชนของชาติ ลดความขัดแย้งอย่าเอาประเทศไปเสี่ยงภัยหรือต่อสู้กัน สร้างภาระให้ประเทศโดยไม่จำเป็น ยึดแนวทางเศรษฐกิจแบบพอเพียง 2.ต้องแก้ปัญหาคอร์รัปชันโดยยึดหลัก 3 ข้อ คือ การพัฒนาอย่างมีวินัย การต่อต้านคอร์รัปชันอย่าสมยอมกัน การยึดหลักคุณธรรมให้ทุกคนอยู่ภายใต้กฎหมายเดียวกันอย่างเท่าเทียม ถ้าตรวจสอบพบก็ต้องลงโทษทันที 3.จะปฏิรูปสำคัญที่สุด คือ 5 ฝ่าย ที่ทำไว้แล้วปัจจุบัน ครม. คสช. สปช. สนช. และ กมธ.ยกร่างฯ ขอให้บูรณาการให้ดี อย่าสร้างปัญหาใหม่ ร่างอะไรออกมาก็ตาม ต้องได้รับการยอมรับ

ต้องลงเอยที่พอใจกันทุกฝ่าย

“ผมว่าจะทำให้ยอมรับทั้งหมดคงไม่ได้ แต่จะหาทางลงเอยที่พอใจกันทุกฝ่าย ขอให้คำนึงถึงว่าประเทศชาติจะไปทางไหนในอนาคตกระบวนการเลือก ตั้งจะเป็นแบบไหน มีการถ่วงดุลอำนาจ 3 อำนาจภายใต้พระมหากษัตริย์ รวมถึงการใช้จ่ายงบประมาณแผ่นดิน ต้องมีการตรวจสอบถ่วงดุล ที่สำคัญที่สุดคือการมีส่วนร่วมของภาคประชาชน พูดง่ายๆคือ มีคุณธรรม จริยธรรม ธรรมาภิบาลโดยมีปัจจัยเสริม 2 ข้อ ที่จะทำให้การปฏิรูปประเทศครั้งนี้สำเร็จคือ 1.การก้าวข้ามความขัดแย้ง 2.ตื่นตัวของประชาชน ผมดีใจที่ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมส่งข้อมูลเข้ามาที่สภาปฏิรูป ที่รัฐบาล วันนี้ ผมขอร้องอย่างเดียวว่า ถ้าเรายังขัดแย้งกัน ต่อต้านกัน เรื่องประชาธิปไตย ก็ไปไม่ได้ เราไม่ต่อต้านกัน” พล.อ.ประยุทธ์กล่าว

กมธ.ยกร่างฯนัด 8–12 ธ.ค. ดูโพย

นายไพบูลย์ นิติตะวัน สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ในฐานะคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ เปิดเผยว่า วันที่ 8 ธ.ค. เวลา 10.00 น. คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญจะประชุมเพื่อพิจารณาข้อเสนอของคณะอนุกรรมาธิการพิจารณากรอบการจัดทำรัฐธรรมนูญ คณะที่ 6 ว่าด้วยการพิจารณาศึกษา ภาค 2 ผู้นำการเมืองที่ดี และสถาบันการเมือง หมวด 7 การกระจายอำนาจ และการปกครองท้องถิ่น ที่มี นพ.กระแส ชนะวงศ์ เป็นประธาน ส่วนวันที่ 9 ธ.ค. จะพิจารณาข้อเสนอของคณะอนุกรรมาธิการ (กมธ.) ขับเคลื่อนเยาวชน เพื่อการปฏิรูปประเทศไทยและจัดทำรัฐธรรมนูญ เพื่ออนาคตที่ดีกว่าใน กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ ที่มีนายมีชัย วีระไวทยะ เป็นประธาน และในวันที่ 11 ธ.ค. และวันที่ 12 ธ.ค.จะพิจารณาข้อของอนุ กมธ.พิจารณากรอบการจัดทำรัฐธรรมนูญ คณะที่ 8 ว่าด้วยหลักนิติธรรม ศาลและการตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ ที่ตนทำหน้าที่เป็นประธาน

สปช.หัก 23 พรรคเลือก “นายกฯ” ตรง

นายประสาร มฤคพิทักษ์ สปช. ในฐานะโฆษกคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ปฏิรูปการเมือง สปช.เปิดเผยว่า กมธ.ปฏิรูปการเมืองได้สรุปข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะเสร็จเรียบร้อยแล้ว โดยจะส่งไปยังคณะ กมธ.วิสามัญติดตามให้ข้อเสนอแนะการยกร่างรัฐธรรมนูญในวันที่ 9 ธ.ค. ซึ่งในวันที่ 8 ธ.ค. กมธ.ปฏิรูปการเมืองจะประชุมเพื่อลงมติรับรองข้อเสนอดังกล่าวอีกครั้งสำหรับประเด็นสำคัญที่ กมธ. เห็นตรงกัน คือ การเลือกนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรี (ครม.) โดยตรงจะให้ผู้ที่จะสมัครเป็นรัฐบาลเสนอรายชื่อบุคคลคนที่จะเป็นนายกฯให้ประชาชนเลือก โดยการเลือกตั้งจะมีทั้งบัตรเลือกตั้ง ส.ส. และบัตรเลือกตั้ง ครม.

ย่อส่วน ส.ส.เหลือ 350–ตัดปาร์ตี้ลิสต์

นายประสารกล่าวอีกว่า ส่วนการเลือก ส.ส.ให้มี ส.ส.350 คน โดยไม่มี ส.ส.บัญชีรายชื่อ และให้มาจากการเลือกตั้งทั้งหมด โดยแบบแบ่งเขตไม่เกินเขตละ 3 คน เพื่อลดอิทธิพลและการซื้อสิทธิขายเสียง ส่วนการเลือก ส.ว. ให้มาจากการเลือกตั้ง 77 คน และมาจากกลุ่มอาชีพ หรือองค์กรที่จัดตั้งตามกฎหมาย อาทิ แพทยสภา สภาทนายความ อีก 77 คน รวมเป็น 154 คน

ปชป.ซัดสูตร สปช.ไทยแลนด์โอนลี่

นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณี กมธ.ปฏิรูปการเมืองมีข้อสรุปเสนอให้มีการเลือกนายกรัฐมนตรี-ครม.โดยตรงว่า ในโลกนี้ประเทศที่มีการปกครองระบบรัฐสภานายกฯมาจากการเลือกโดยตรงไม่มี ประเทศ ไทยเราไม่เก่ง และฉลาดพอที่จะใช้ระบบดังกล่าว รวมถึงถ้าประเทศไทยใช้ระบบนี้ก็จะใช้เพียงประเทศเดียวในโลก จึงเห็นควรว่าควรกลับไปใช้ระบบรัฐสภาแบบเดิม

เลิกปาร์ตี้ลิสต์ถอยหลังเข้าคลอง

นายนิพิฏฐ์ กล่าวต่อว่า ถ้าจะยกเลิก ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ ก็จะเป็นการปฏิรูปการเมืองที่ถอยหลัง ไม่ใช่ก้าวหน้า การเมืองไทยเรามาไกลและก้าวหน้าไปมากเกินกว่าจะเดินถอยหลังแล้ว ส่วนการเลือก ส.ส.แบบแบ่งเขตไม่เกินเขตละ 3 คนนั้น ส่วนตัวเห็นว่าควรเป็นระบบแบ่งเขตเรียงเบอร์ คือ ประชาชนมีสิทธิเลือกได้ 3 คนที่มาจากพรรคเดียวกัน หรือเลือก 3 คนแต่มาจากพรรคอื่นก็ได้

กปปส.เชียร์ลดวาระตุลาการศาล รธน.

นายถาวร เสนเนียม แกนนำ กปปส. กล่าวถึงกรณีนายวันชัย สอนศิริ โฆษก กมธ.ปฏิรูปกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) เสนอให้ลดวาระการทำงานของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญเหลือแค่ 5 ปีว่า ส่วนตัวเห็นว่าเหมาะสม เพราะวาระดำรงตำแหน่งนานเกินไปทำให้เกิดการยึดติดและมีอิทธิพล ส่วนข้อเสนอที่ห้ามตุลาการศาลรัฐธรรมนูญลงมติงดออกเสียง เพราะเกรงว่าจะเป็นการลอยตัวเหนือปัญหานั้น นายถาวรกล่าวว่า ขอให้ดูกรณีคดีซุกหุ้นของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่มีตุลาการบางคนไม่ลงมติวินิจฉัยเป็นบทเรียน แทนที่จะชี้ว่าผิดไปตามผิด ถูกก็ว่าไปตามถูก แต่กลับงดออกเสียง

อ.มสธ.ชี้ทำระบบรัฐสภาผิดเพี้ยน

นายยุทธพร อิสรชัย คณบดีคณะรัฐศาสตร์ ม.สุโขทัยธรรมาธิราช กล่าวว่า ระบบการเลือกตั้งนายกฯและ ครม. โดยตรงจากประชาชนจะไม่ใช่การปกครองแบบระบบรัฐสภาและการเลือกตั้งนายกฯโดยตรงอาจไม่ได้นายกฯที่สามารถเข้ามาแก้ไขปัญหาของประเทศได้จริงๆ อาจจะได้รับเลือกมาตามกระแสในช่วงนั้นๆ คนที่มีชื่อเสียงทำตลาดทางการเมืองเก่งๆก็จะได้รับการเลือกเข้ามาเป็นนายกฯ นอกจากนี้ยังจะทำให้กระบวนการการรับผิดชอบร่วมกันของรัฐสภาเสียไปด้วย ประเทศไทยใช้ระบบรัฐสภา ดังนั้นการเลือกนายกฯต้องมาจากการเลือกของรัฐสภา ส.ส.ของไทยยังต้องเป็นกระบอกเสียงของประชาชนเรื่องปัญหาปากท้องอยู่ ส่วนตัวจึงคิดว่าการเลือกนายกฯโดยตรงไม่เหมาะสมกับระบอบการปกครองของไทย

ปธ.ป.ป.ช.ท้วงโดนเฉือนวาระ

นายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ ประธาน ป.ป.ช. กล่าวถึงกรณีคณะกรรมาธิการปฏิรูปกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) และคณะอนุกรรมาธิการพิจารณากรอบการจัดทำรัฐธรรมนูญ คณะที่ 8 เสนอแนวทางยกร่างรัฐธรรมนูญให้ลดวาระการดำรงตำแหน่งของศาลรัฐธรรมนูญ และ ป.ป.ช.จาก 9 ปี เหลือ 5 ปีว่า เป็นสิ่งที่สามารถเสนอได้ ซึ่งกรรมาธิการฯคงเห็นว่า วาระ 9 ปี นานเกินไป จึงให้ลดลงเหลือ 5 ปี แต่ส่วนตัวเห็นว่า งานของ ป.ป.ช.เป็นเรื่องที่มีความต่อเนื่องทั้งการพิจารณาคดี การกำหนดยุทธศาสตร์ป้องกันและปราบปรามการทุจริต หากกำหนดให้เหลือวาระ 5 ปี อาจทำให้งาน ป.ป.ช.สะดุดได้

ต่อรองเป็น 5 ปีได้ 2 รอบ

นายปานเทพกล่าวอีกว่า ดังนั้นถ้าจะกำหนดให้เหลือวาระ 5 ปี ก็ควรมีเงื่อนไขว่า ให้เป็นต่อเนื่องได้ไม่เกิน 2 วาระ หากใครที่มีคุณสมบัติไม่เหมาะสมก็ให้หลุดจากตำแหน่งไป ไม่ต้องเลือกเข้ามาอีก เพื่อไม่ให้เกิดการฝังรากลึก แต่ใครที่ยังมีความเหมาะสมก็ให้ทำงานต่ออีกหนึ่งวาระ เพราะงานบางอย่างมีความต่อเนื่อง เช่น ยุทธศาสตร์ป้องกันและปราบปรามการทุจริตแต่ละฉบับ ที่มีระยะเวลาครั้งละ 5 ปี หรือคดีทุจริตที่ต้องพิจารณาต่อเนื่องยาวนาน ถ้าได้คนเก่ามาสานงานต่อ จะเดินหน้าทำงานต่อได้ทันที ไม่ต้องมาศึกษางานใหม่อีก

ตั้งองค์กรฯให้โจ๋ขับเคลื่อน รธน.

นายมีชัย วีระไวทยะ ฐานะประธานคณะ อนุ กมธ.ขับเคลื่อนเยาวชนเพื่อการปฏิรูปประเทศไทยและจัดทำรัฐธรรมนูญเพื่ออนาคตที่ดีกว่า ใน กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ กล่าวว่า ขณะนี้พบว่ากลุ่มเยาวชนให้การตอบรับโดยแสดงความคิดเห็นด้านการปฏิรูปและยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เป็นอย่างดี โดยกลุ่มเยาวชนส่งจดหมายผ่านตู้ ปณ.111 ปณฝ.รัฐสภา และอีเมลเข้ามาเป็นจำนวนมาก ส่วนใหญ่ให้ความสำคัญในเรื่องการป้องกันและปราบปรามการทุจริต รวมถึงการเมือง และการศึกษา โดยอนุ กมธ. เตรียมเสนอตั้งองค์กรอิสระหรือหน่วยงานภายใต้สถาบันพระปกเกล้า เพื่อให้เยาวชนร่วมการขับเคลื่อนประเด็นที่เกี่ยวกับบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญ รวมถึงสร้างเครือข่ายในสถาบันการศึกษาเพื่อทำงานหลังจากที่รัฐธรรมนูญฉบับใหม่มีผลบังคับใช้

เปิด 10 เวทีระดมกึ๋นทั่ว ปท.

นายมีชัยกล่าวอีกว่า ทางอนุ กมธ.เตรียมจัดเวทีรับฟังความเห็นเยาวชน 10 จุด ทั่วประเทศ โดยแบ่งออกเป็นภาค ภาคเหนือได้เลือก จ.เชียงใหม่ ภาคเหนือตอนล่าง ใช้ จ.พิษณุโลก ภาคอีสาน คือ จ.ขอนแก่น และแจ้งให้ทราบอีกครั้งในส่วนของภาคอื่น โดยในแต่ละเวทีรับฟังความคิดเห็นจะใช้เยาวชน ตั้งแต่มัธยมศึกษาที่ 1-6 จำนวน 60 คน แบ่งเป็นชาย 30 หญิง 30 คน เพื่อความเสมอภาคในการแสดงความเห็น ขณะเดียวกันยังขอความร่วมมือไปยัง กระทรวงศึกษาธิการประสานไปยังสถานศึกษาต่างๆ รวบรวมความเห็นของนักเรียนแล้วส่งกลับมาคณะ กมธ.อีกด้วย

นายกฯจะบินไปถกอาเซียน—เกาหลีใต้

นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว ปลัดกระทรวงการต่างประเทศ ให้สัมภาษณ์ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯจะเดินทางร่วมประชุมสุดยอดอาเซียน-เกาหลีใต้ ที่เมืองปูซาน ระหว่างวันที่ 10- 12 ธ.ค. โดยผู้นำประเทศอาเซียนกับผู้นำเกาหลีใต้จะได้พบหารือ เพื่อทบทวนการดำเนินงาน และความร่วมมือภายใต้การเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ทางเศรษฐกิจสันติภาพและความรุ่งเรือง ขณะนี้เกาหลีใต้มีบทบาทสำคัญต่อการลงทุนกับประเทศในอนุภูมิภาค และมีความมุ่งมั่นจะขยายการลงทุนมายังอาเซียน โดยให้ไทยเป็นศูนย์กลางเชื่อมโยงเส้นทางเศรษฐกิจ และโครงข่ายเส้นทางคมนาคมในภูมิภาค ในส่วนของไทยได้ผลักดันการลดกฎระเบียบ ว่าด้วยเรื่องการขนย้ายสินค้า เพื่อส่งเสริมให้เกิดการค้ากันในภูมิภาค และช่วยอำนวยความสะดวกทางการค้าเพิ่มมากขึ้น

“เอม” คลอดลูกแฝด—“แม้ว” เห่อหลานตา

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า น.ส.พินทองทา ชินวัตร คุณากรวงศ์ หรือน้องเอม บุตรสาวของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้คลอดบุตรแล้วเมื่อเวลาประมาณ 15.00 น. ที่โรงพยาบาลพระรามเก้า เป็นฝาแฝด เพศหญิงทั้งคู่ โดยมีนายณัฐพงศ์ คุณากรวงศ์ สามี อยู่เคียงข้างตลอดเวลา ท่ามกลางความปลาบปลื้มยินดีของเจ้าตัว ครอบครัว และเครือญาติ โดยเฉพาะ พ.ต.ท.ทักษิณที่ได้เป็น “คุณตา” ตลอดทั้งวันได้โทรศัพท์ และส่งข้อความผ่านแอพพลิเคชั่นไลน์ ไปหาพรรคพวก เพื่อนฝูง คนใกล้ชิด เพื่อแจ้งข่าวด้วยความดีใจมาก

“ปู” ไปเลี้ยงรุ่นอดอุ้มหลาน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับความเคลื่อนไหว น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี พร้อม ด.ช.ศุภเสกข์ อมรฉัตร หรือน้องไปก์ บุตรชาย ได้เที่ยวชมงานโครงการพัฒนาดอยตุง อันเนื่องมาจากพระราชดำริ มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงใน พระบรมราชูปถัมภ์ อ.แม่สาย จ.เชียงราย ที่ชนเผ่าต่างๆได้มาแสดงกิจกรรม นำสินค้าพื้นบ้านมาจัดจำหน่ายในรูปแบบถนนคนเดิน โดยได้รับความสนใจจากบรรดานักท่องเที่ยวจำนวนมากที่พบเห็นต่างเข้ามาถ่ายรูปด้วยเป็นจำนวนมาก หลังจากนั้นได้ไปเที่ยวตลาดแม่สาย ขณะที่ในช่วงค่ำ น.ส.ยิ่งลักษณ์ได้ร่วมงาน เลี้ยงกับเพื่อนนักศึกษา ในงานเลี้ยงสิงห์ขาวรุ่นที่ 21 ของสมาคมรัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ มหา– วิทยาลัยเชียงใหม่ ที่ปีนี้จัดขึ้นที่บ้านน้ำรีสอร์ต อ.แม่สาย จ.เชียงราย

นายทุนใจดำสวมสิทธิเงินชาวนา

นายประยงค์ ปรียาจิตต์ เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) ในฐานะเลขาธิการศูนย์อำนวยการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ (ศอตช.) กล่าวถึงกรณีพบทุจริตการจ่ายเงินช่วยเหลือชาวนาไร่ละ 1,000 บาทว่า เป็นการทุจริตในขั้นตอนขึ้นทะเบียน ที่มีการแจ้งจำนวนไร่ไม่ตรงกับข้อเท็จจริงในหลายจังหวัด ที่ไม่ได้ทำนาทั้งหมดตามที่แจ้ง มีการปลูกพืชอื่นๆร่วมด้วย และมีการรายงานพบนายทุนสวมสิทธิ ซึ่งทางศอตช.กำลังลงไปตรวจสอบ ทั้งนี้ จะตรวจผู้ที่ได้รับเงินไปแล้วด้วย อย่างไรก็ตาม ต้องดูด้วยว่าเจตนาหรือไม่ เพื่อความเป็นธรรม แต่ถ้าพบเจตนาทุจริตก็ต้องดำเนินการ ข้อมูลที่ได้จะแจ้งกระทรวงมหาดไทยและกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ดำเนินการต่อไป ทั้งนี้ การจ่ายเงินยังพบข้อบกพร่อง เนื่องจากชาวนาบางรายทำนาคาบเกี่ยว 2 จังหวัด แต่ได้เงินช่วยเหลือแค่จังหวัดเดียว เลยทำให้ได้แค่ครึ่งเดียว เพราะเงื่อนไขการจ่ายจะได้แค่ครั้งเดียว เป็นข้อขัดข้องทางเทคนิค ทั้งที่ชาวนาควรได้เงินช่วยเหลือตามที่กำหนด เรื่องนี้ได้แจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแก้ไขแล้ว

นายกฯ–ภริยาไปชม “พระมหาชนก”

เมื่อเวลา 20.00 น.วันที่ 6 ธ.ค. ที่สวนเบญจกิติ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. ร่วมชมการแสดงละครเพลงเฉลิมพระเกียรติพระบาท สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว “พระมหาชนก เดอะ ฟีโนมีนอน ไลฟ์ โชว์” เนื่องในโอกาสทรงเจริญพระชนมพรรษา 87 พรรษา โดยมีนางวราพร จันทร์โอชา ภริยานายกรัฐมนตรี คณะรัฐมนตรีและคณะทูตานุทูต เข้าร่วมชม

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ประยุทธ์ จันทร์โอชาห้ามสร้างปัญหาสปช.สนช.ยกร่างรัฐธรรมนูญ

ข่าวแนะนำ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้