ข่าว
100 year

'เขาไม่รับการเจรจา'รัฐบาลไทย-มาเลย์! ผ่ามุมมองไฟใต้ ผ่าน'คนในพื้นที่'

ไทยรัฐออนไลน์8 ธ.ค. 2557 05:30 น.
SHARE

แม้ว่าในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยฝ่ายความมั่นคงไทย รุดเดินหน้าเปิดตัว "พล.อ.อักษรา เกิดผล" หัวหน้าคณะพูดคุยสันติสุขไทย และหารือกับทางการมาเลเซีย ซึ่งเป็นผู้อำนวยความสะดวกในการเจรจาสร้างสันติสุขสู่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ อันได้แก่ ยะลา นราธิวาส และปัตตานี 

ล่าสุด นายกรัฐมนตรีไทย กล่าวผ่านรายการคืนความสุขถึงผลการพูดคุยในวันที่ 1 ธ.ค.ว่า ทางมาเลเซียยินดี ทำหน้าที่ประสานกับกลุ่มเห็นต่างทุกกลุ่ม ตามข้อเสนอฝ่ายไทย อย่างค่อยเป็นค่อยไป และทางมาเลเซียได้ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี โดยจากนี้ไปได้ตั้งคณะทำงาน 3 ระดับ คือ ระดับนโยบายที่มีนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ระดับขับเคลื่อน ที่มี พล.อ.อักษรา เป็นประธาน และระดับพื้นที่มี พล.ท.ปราการ ชลยุทธ แม่ทัพภาค 4 เป็นประธาน

อ.ดร.ปณิธาน วัฒนายากร ที่ปรึกษา รมว.กลาโหม

รศ.ดร.ปณิธาน วัฒนายากร อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ ภาควิชาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และในฐานะที่ปรึกษาด้านความมั่นคงให้กับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ผู้ซึ่งเดินทางไปร่วมพูดคุยกับทางการมาเลเซีย เล่าผ่านไทยรัฐออนไลน์ว่า ทางมาเลเซียตอบรับเป็นอย่างดี เพราะว่าการเดินทางไปครั้งนี้เป็นการยืนยันว่า เราจะดำเนินการพูดคุยสันติสุขต่อ รวมถึงยืนยันว่า จะให้มาเลเซียจะเป็นผู้อำนวยความสะดวกอย่างเป็นทางการ ทั้งนี้ เท่าที่ได้พูดคุยกับเขา ที่ผ่านมายังไม่เป็นทางการ แต่ทว่าคราวนี้เป็นการเยือนอย่างเป็นทางการ รวมถึงมีการผลักดันความร่วมมือหลากหลายประเด็น ทั้งเรื่องเศรษฐกิจก็มีอยู่หลายเรื่อง เช่น เรื่องยางพารา ถนน ทางรถไฟ ปัญหาตามแนวชายแดนที่เป็นอาชญากรรมข้ามชาติ

ทั้งนี้ รศ.ดร.ปณิธาน เล่าต่อว่า ในส่วนของการพูดคุยแนวทางสันติสุข เนื่องจากที่ผ่านมามีความชะงักงันจากการเปลี่ยนแปลงรัฐบาล มาเลเซียจึงไม่แน่ใจว่า เราจะดำเนินการอย่างไร แต่วันที่ 1 ธ.ค. ความสงสัยเหล่านั้นก็ยุติลง เพราะมีความชัดเจนว่า 1. เราต้องการเดินหน้าต่อ 2. เราต้องการให้มาเลเซียเป็นผู้อำนวยความสะดวก 3. คือ เราแนะนำหัวหน้าคณะพูดคุย เรายังชี้แจงเขาว่า การจัดระบบต่างๆ เป็นเรื่องภายในของเรา ซึ่งก็จะมีคณะอำนวยการ คณะพูดคุย รวมถึงคณะอนุกรรมการอีก 7 คณะ ภายในพื้นที่ ที่จะคอยทำงานคู่ขนานกันไปในหลายเรื่อง เช่น เรื่องความปลอดภัย วัฒนธรรม การศึกษา การพัฒนา เรื่องต่างประเทศ ฯลฯ เขาก็รับทราบในกระบวนการเหล่านี้ ซึ่งก็จะมีการทำงานอย่างเป็นระบบค่อนข้างมาก เพื่อให้เกิดความชัดเจนในการจัดระบบใหม่

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคสช.

"หากดูโครงสร้างใหม่ ค่อนข้างเป็นระบบมาก ก็อาจจะต้องใช้เวลาในการดำเนินการ คณะกรรมการใหญ่ คณะกรรมการพูดคุย และคณะกรรมการอนุในพื้นที่ และการเชื่อมโยงนอกพื้นที่ข้ามไปต่างประเทศ ซึ่งเรื่องเหล่านี้ก็อาจต้องใช้เวลา แต่โดยทั่วไปไม่ถือว่าเป็นปัญหาในเชิงนโยบาย ซึ่งต้องขึ้นอยู่กับหน่วยปฏิบัติที่ต้องเร่งรัด" รศ.ดร.ปณิธาน กล่าว

เจ้าหน้าที่ลงตรวจสอบและถ่ายรูปเก็บไว้เป็นหลักฐาน

ด้าน นายนัฐพงค์ รุ่งเรือง นักศึกษาคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง จาก อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส และอดีตนายทหารกองประจำการ สังกัดจังหวัดทหารบกปัตตานี ค่ายอิงคยุทธบริหาร กล่าวกับไทยรัฐออนไลน์ ว่า การแก้ไขปัญหาความไม่สงบในชายแดนใต้นั้น ส่วนตัวตนคิดว่า ควรจะแก้ปัญหาตรงจุด และไม่เห็นด้วยกับการร่วมมือกับทางมาเลเซีย เพราะปัญหาส่วนใหญ่ที่เกิดขึ้นกับชาวบ้าน เจ้าหน้าที่รัฐ หรือ ผู้ก่อการร้ายก็ตาม ล้วนแล้วเกิดความไม่เข้าใจปัญหากันทั้งสิ้น จึงอยากให้เจ้าหน้าที่รัฐทุ่มเท แก้ปัญหาร่วมกันมากกว่านี้ รวมถึงรัฐบาลต้องแก้ปัญหายางพารา ที่เป็นผลกระทบหลักของคนในพื้นที่ภาคใต้เกือบ 80% ด้วย

สำหรับการเจรจานั้น นายนัฐพงค์ เล่าว่า คนในพื้นที่ส่วนใหญ่จะแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม คือ ไทย-พุทธ ไทย-มุสลิม ถ้าเป็นไทย-พุทธ ที่ไม่ใช่อยู่ใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ก็คงจะเห็นด้วยกับการเจรจาของรัฐบาลไทยและมาเลเซีย แต่ถ้าเป็นชาวพุทธ-มุสลิม ที่เห็นเหตุการณ์อยู่ทุกวันก็คงจะไม่เห็นด้วย เพราะการเข้ามาของรัฐบาลไม่ได้เข้ามาแบบเต็มอำนาจจริงๆ เขาเพียงแค่มอบอำนาจให้คนที่มีอำนาจรองลงมาเป็นทอดๆ เพราะฉะนั้นแล้ว ปัญหาที่เกิดขึ้นทุกวันก็ย่อมมีอยู่ต่อไป และเป็นสาเหตุให้คนบริสุทธิ์เสียชีวิตเพิ่มขึ้นทุกวัน

ตรวจสอบพทื้นที่หลังกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบก่อเหตุ...

ไม่ยอมรับการเจรจา!

ขณะที่ นางสาวดารุณี ทองศิริ เจ้าของร้านหนังสือบูคู จ.ปัตตานี ซึ่งเป็นชาวกรุงเทพฯ เข้ามาเปิดร้านหนังสือแห่งนี้ตั้งแต่ปี 2554 เปิดเผยผ่านไทยรัฐออนไลน์ว่า ความจริงแล้วปัญหาในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้มีเยอะมาก แต่ที่เป็นประเด็นหลักตอนนี้ที่รัฐบาลชุดปัจจุบันไปพูดคุยกับทางมาเลเซีย จะมีปัญหาอยู่ว่า เป็นการเจรจาในระดับข้างบน จริงๆ ในระดับของคนทั่วไป เช่นชาวบ้านในพื้นที่ เขาไม่ได้เห็นด้วย เช่น กรณีล่าสุดที่มีป้ายผ้าขึ้นในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ คือ เขาไม่ยอมรับการเจรจา

สำหรับเหตุผลที่ไม่ยอมรับ คือ 1. รัฐบาลไม่ได้มาจากรัฐบาลที่เขาเลือก 2. แนวทางในการพูดคุยเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม คือ สมัยรัฐบาลที่ผ่านมา มีการพูดคุยอีกคณะหนึ่ง รัฐบาลหนึ่ง พอภายหลังจากรัฐประหารมีการเปลี่ยนแปลงท่าทีการพูดคุย เช่น จากการพูดเรื่องสันติภาพ การปกครองตนเอง การมีส่วนร่วมในการปกครองตนเอง มีการพูดถึงบนเวที แต่พอภายหลังจากการรัฐประหารจะไม่มีการพูดถึงวิธีการแบบนี้ เขาจะไปพูดในระดับในสถานการณ์จะทำอย่างไรให้สงบ แต่เขาไม่พูดถึงการมีส่วนร่วมในการปกครอง

สถานการณ์ไม่สงบในพื้นที่ 3 จว.ชายแดนใต้

ทั้งนี้ นางสาวดารุณี เล่าต่อว่า ในช่วงการเจรจาของรัฐบาลชุดที่ผ่านมา สถานการณ์ในพื้นที่ดีขึ้น เพราะมีการจัดเสวนาองค์กรที่เป็นองค์กรอิสระ กลุ่มมหาวิทยาลัย องค์กรอิสระ เอกชน ได้จัดงานพูดเรื่องนี้เป็นวงกว้าง มีการลงทำเวทีในหมู่บ้าน ถามความเห็นว่า ต้องการแบบไหนอย่างไร พูดคุยกันได้มากขึ้น สถานการณ์เหมือนกับว่ามีความเปิดกว้างพูดคุยถึงเรื่องนี้กัน เช่น เห็นด้วยกับการเจรจาหรือไม่ อยากให้เป็นอย่างไร แต่พอเป็นรัฐบาลนี้อาจจะพูดได้ยากขึ้น คือเวลาจะไปพูดว่า อยากมีส่วนร่วมในการปกครองตนเอง ชาวบ้านที่นี่ จะพูดไม่ได้เหมือนเก่า ไม่สามารถออกความเห็นได้ และถูกจับตามอง เนื่องจากนโยบายทางทหารเปลี่ยน วิธีการทำงานเปลี่ยน ผอ.ศอ.บต. และแม่ทัพภาคที่ 4 เปลี่ยนคนใหม่

"คนที่เขาไม่เห็นด้วยกับรัฐบาลเขาจะมีพื้นที่ในการแสดงออกมากขึ้นในรัฐบาลที่ผ่านมา เขาค่อนข้างที่จะอะลุ่มอล่วยประนีประนอม มีชาวบ้านไม่พอใจส่วนไหน เจ้าหน้าที่ทำงาน จะสามารถคุยกันได้มากขึ้น แต่ปัจจุบันเวทีสาธารณะจัดได้ยากขึ้น ต้องส่งจดหมายขออนุญาต และเวทีเจรจาชาวบ้านก็จะไม่ได้รับรู้ด้วย คือรู้ข่าวอีกทีนึงเขาก็ไปเจรจากันแล้ว เราก็ไม่รู้ว่ามีใครบ้างที่อยู่ในทีมพูดเรื่องอะไรกัน" นางสาวดารุณี กล่าว

เจ้าหน้าที่เคลียร์พื้นที่ หลังผู้ก่อความไม่สงบแขวนป้ายผ้า

ส่วนสถานการณ์ความรุนแรงภาคใต้ก่อนหน้านี้ และปัจจุบันมีความแตกต่างกันอย่างไร เจ้าของร้านหนังสือบูคูมองว่า ตอนนี้เท่าที่เห็นข่าว คือ เริ่มรุนแรงขึ้น เริ่มมีการยิงกัน ฆ่ากันมากขึ้นแบบที่เราไม่ทราบว่า เป็นเรื่องส่วนตัว หรือว่าเป็นเรื่องของความมั่นคง ซึ่งเวลาเกิดเหตุการณ์ในภาคใต้จะรวมๆ กัน มีทั้งเรื่อง ส่วนตัว ขัดผลประโยชน์ หรือกระบวนการปะทะกับเจ้าหน้าที่ทหาร ซึ่งเราก็ไม่ทราบ แต่ทว่าในเวลานี้เริ่มจะมีขบวนการต่อต้านรัฐมากขึ้น เพราะว่าปัจจัยสำคัญคือ เขานำเสนอว่าเป็นประชาธิปไตย แล้วเวลาที่กลุ่มขบวนการกลุ่มต่อต้านจะต่อรองอะไร พูดเรื่องอะไรก็ไม่ได้ โดยรัฐบาลนี้เขาจะเน้นว่า จะไม่ยอมให้เกิดเหตุการณ์ความไม่สงบเกิดขึ้น

สำหรับการจัดการปัญหาภาคใต้ นางสาวดารุณี กล่าวว่า คนที่จะมาเจรจา หรือ แก้ปัญหาภาคใต้ต้องไม่ใช่กองทัพ เพราะวิธีคิดของทหาร หรือกองทัพ เป็นเรื่องการปราบปรามป้องกันเหตุร้าย และดูแลความปลอดภัยมากกว่า กลุ่มคนที่เจรจาควรจะเป็นคนที่รู้เรื่องการเมืองเป็นอย่างดี ไม่ควรเป็นแบบกลุ่มกองทัพทหารไปนั่งคุย ต้องเปลี่ยนระดับนโยบาย คือ ไม่สามารถแก้ปัญหาได้ง่ายๆ นโยบายที่ลงมาที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ก็ต้องเปลี่ยนด้วย เช่น ทำอย่างไรให้ส่งทหารมาน้อยลง หรือ ปืนที่เอาลงมาพอแล้วหรือไม่ 

บิ๊กตู่ นายกฯ หวัง 3 จว.ชายแดนภาคใต้สงบโดยเร็วพลัย

"ถามว่าปัญหาจริงๆ ที่อยู่ในพื้นที่ คืออะไร ตนยังไม่เห็นว่า นายกฯ จะเข้าใจปัญหาในพื้นที่ คือปัญหาไม่ใช่แค่ว่า มีคนแบ่งแยกดินแดน มันมีมากกว่านั้นเยอะ มีในระดับชาวบ้าน กับชาวบ้าน ค่อนข้างจะห่างกันมากระหว่างศาสนา วิถีชีวิต เพราะต่างคนต่างก็กลัวกัน คนมุสลิมก็รู้สึกหวาดกลัวเพราะโดนเยอะ คนพุทธก็เสียชีวิตเยอะ ชาวบ้านก็ไม่ค่อยไว้ใจกันอยู่กันด้วยความหวาดกลัว แล้วจะทำอย่างไร เพราะว่า ข้างบนก็แก้กันอยู่ข้างบนในระดับนโยบาย แต่ในระดับชาวบ้านไม่มีใครลงมาทำ มันมีความหวดระแวงกันสูงมาก ต่างคนต่างกลัวตาย โดนจับ เหมือนกับอยู่กันแบบหวาดระแวง"

นายกฯมาเลเซีย กับ นายกฯไทย จับมือกัน แสดงถึงความคาดหวังในการร่วมมือกันระหว่าง 2 ประเทศ เพื่อแก้ปัญหาให้ได้อย่างยั่งยืน

ทำไมชาวบ้านถึงหวาดกลัวกันเอง? เจ้าของร้านหนังสือบูคู เล่าว่า "เพราะเราไม่รู้ว่าใครทำ เวลาเกิดเหตุการณ์ขึ้น จะมีการโทษกันไปโทษกันมา อย่างคนไทยพุทธโดนยิงเสียชีวิตก็จะมีข่าวออกไปว่า โจรใต้เป็นคนทำ แล้วคนพุทธก็จะรู้สึกว่า คนมุสลิมเป็นคนทำ ชาวบ้านมุสลิมช่วยเหลือให้ที่อยู่โจร ไม่ให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ ทีนี้พอเป็นคนมุสลิมโดนทหารยิงเสียชีวิตบ้าง ทหารก็บอกว่าโจร แต่ชาวบ้านบอกไม่ใช่ ยิงผิด หรือเป็นครอบครัวที่ขับรถผ่านด่าน เด็กถูกยิงตาย แล้วข่าวก็เงียบแล้วพูดกันแต่ในวง ชาวบ้านเขาก็รู้สึกไม่พอใจ ทหารก็เอาเงินมาให้ ก็ไม่ออกมาพูดอะไร คือต่างฝ่ายต่างรู้สึกว่าเป็นคนที่โดนกระทำ เวลาที่อีกฝ่ายโดนกระทำ อีกฝ่ายก็จะไม่ออกมาพูดอะไร แต่ฝ่ายใดที่โดนกระทำเขาก็จะพูดขึ้นมา เช่นเด็กโดนยิงในโรงเรียน ก็มีการเดินขบวน ไม่เอาความรุนแรง แต่ว่าเวลาที่เป็นคนอื่น เช่นมุสลิมตาย ยิงผิดตัว คนจะไม่ออกไปเรียกร้อง ช่องว่างตรงนี้ห่างกันมากขึ้นเรื่อยๆ ถ้ามาอยู่ในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้จะรู้เลยว่า ต่างคนต่างอยู่มากขึ้น เมื่อก่อนก็อยู่กันได้ แต่ตอนนี้เริ่มมีคนตายมาขึ้น เริ่มไม่ไว้ใจ อพยพไปอยู่ข้างนอก ไม่ปลอดภัย เลยจำกัดตัวเองมากขึ้น คนพุทธจะไม่ออกไปตามตลาด เพราะกลัว"

เจ้าหน้าที่ลงตรวจสอบและถ่ายรูปเก็บไว้เป็นหลักฐาน

ส่วนเรื่องการใช้ชีวิตในพื้นที่นั้น นางสางดารุณี กล่าวว่า ก็ไม่ประมาท คือเราไม่รู้หรอกว่าใครทำและไม่รู้ว่าจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่ เพราะว่าสถานการณ์ค่อนข้างซับซ้อนมาก ต่างคนต่างโทษกัน แล้วทหารก็โทษชาวบ้านทำ แล้วชาวบ้านก็โทษทหารทำเอง นี่คือเสียงที่ชาวบ้านมุสลิมพูดกันอย่างนี้หมด อย่างชาวบ้านพุทธก็จะบอกว่าพวกนี้โจร คือเป็นอะไรที่แย่ และข่าวออกไปแบบนั้นด้วย ข่าวเวลานำเสนอไปก็มักจะใช้โจรใต้ตลอดเวลา ซึ่งจริงๆ บางเคสไม่ใช่เรื่องนั้น บางเคสเขาไม่ได้ทำ และบางเคสทหารก็เป็นคนยิงด้วย แต่ไม่มีการพูดถึง

"คนพุทธ คนไทยจีน คนมลายู คนมุสลิม ทหาร ทุกคนได้รับผลกระทบจากความไม่สงบทั้งนั้น ไม่มีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งได้รับผลกระทบมากน้อยไปกว่ากัน ทั้งนี้ ตนมองว่าปัญหาที่แท้จริงยังไม่ถูกพูดถึงในระดับชาติ นโยบาย แต่เสียงของชาวบ้านไปไม่ถึงข้างบน" นางสาวดารุณี กล่าว

นายกฯไทย พบปะ หารือ นายกฯมาเลเซีย

จากนี้ไปต้องจับตาดูนโยบายเดินหน้าคืนสันติสุขสู่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ จะสามารถคืนความสุข และทำให้เป็นที่ยอมรับของคนในพื้นที่ได้หรือไม่ เพราะเสียงสะท้อนจากคนในพื้นที่บางส่วนได้ป่าวประกาศออกมาเป็นระยะๆ แล้วว่า ...."เขาไม่ยอมรับ!" แต่ทว่ารัฐบาลก็ต้องพิสูจน์ตัวเองจนท้ายที่สุด เสียงอาจจะเปลี่ยนเป็นยอมรับก็เป็นได้ เข้าทำนอง..."ระยะทางพิสูจน์ม้า กาลเวลาพิสูจน์คน".

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ประยุทธ์ จันทร์โอชาสามจังหวัดใต้ปัญหาสามจังหวัดใต้รัฐบาลไทย มาเลย์แก้ปัญหาสามจังหวัดแก้ปัญหาไฟใต้ปัญหาไฟใต้นายกรัฐมนตรีข่าวการเมืองไทยรัฐออนไลน์

ข่าวแนะนำ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้