ข่าว
100 year

ราชภัฏสงขลาโชว์"จัดหมฺรับ-แกงกะทิ-แทงต้ม" สืบสานสารทเดือนสิบ

ยายรหัส7 ธ.ค. 2557 05:01 น.
SHARE

วิถีชีวิตความเชื่อของคนในแต่ละภูมิภาค สะท้อนประเพณีวัฒนธรรมอันดีงาม อย่างเช่น ประเพณีวันสารทเดือนสิบ ซึ่งบ่งบอกเอกลักษณ์เรื่องราวสะท้อนตัวตนของชุมชนชาวใต้อย่างน่าสนใจ

มหาวิทยาลัยราชภัฏ (มรภ.) สงขลา โดยกองพัฒนานักศึกษาจึงได้จัด โครงการสืบสานและอนุรักษ์ประเพณีวันสารทเดือนสิบ เพื่อปลูกฝังให้นักศึกษามีส่วนร่วมในการสืบสานประเพณีที่งดงาม ไม่ให้สูญหายไปตามยุคสมัย โดยการเปิดเวทีให้ตัวแทนนักศึกษาทั้ง 7 คณะ เข้าร่วมแข่งขันจัดทำ แกงกะทิกุ้ง การแทงต้ม และ จัดการหมฺรับ ซึ่งถือเป็นเครื่องเซ่นในพิธีที่สำคัญ เป็นเอกลักษณ์ของชาวใต้ ในการทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้บรรพบุรุษที่ล่วงลับไปแล้ว โดยสอดคล้องกับพันธกิจของมหาวิทยาลัยที่มุ่งส่งเสริม สืบสาน และสร้างสรรค์ศิลปะและวัฒนธรรมท้องถิ่น

แต่ละทีมงัดกลยุทธ์ไม้เด็ดมาประชันชนิดไม่ยอมกัน ผลการแข่งขันปรากฏว่า ผู้ชนะเลิศการแทงต้ม ต้องยกตำแหน่งให้ ณัฐวรานาท ใหมตีบ “เมย์” ปี 4 โปรแกรมวิชาคหกรรมศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ซึ่งกล่าวถึงประเพณีวันสารทเดือนสิบว่า “เป็นประเพณีที่คุ้นเคยมาตั้งแต่เด็ก ซึ่งเกี่ยวข้องกับความเชื่อของคนชาวใต้ ที่แสดงออกถึงความกตัญญู ด้วยการทำบุญอุทิศส่วนกุศลแด่บรรพบุรุษที่ล่วงลับไปแล้ว และนับเป็นวันรวมญาติเพื่อร่วมทำบุญที่บ้านเกิด ทุกคนในครอบครัวได้กลับมาอยู่พร้อมหน้า ส่วนขนมต้มเรียกได้ว่าเป็นขนมไทยที่คู่กับประเพณีวันสารทเดือนสิบ ซึ่งเมย์เห็นคุณแม่ทำขนมต้มตั้งแต่ยังเด็ก เมื่อก่อนคิดว่าเป็นขนมที่ทำยาก เพราะมีหลายขั้นตอน แต่เมื่อโตขึ้นเริ่มจากการสังเกต ซึมซับและฝึกเรื่อยๆจนชำนาญ สามารถทำได้อย่างคล่องแคล่ว อีกทั้ง ขนมต้มในความคิดของเมย์เอง เปรียบเสมือนความเหนียวแน่นของเครือญาติ ที่จะกลับมารวมตัวกันในวันสารทเดือนสิบของทุกๆปีค่ะ”

“เมย์” ยังฝากถึงเพื่อนๆน้องๆ เยาวชนว่า “อยากให้ช่วยกัน สืบทอดประเพณีวันสารทเดือนสิบ เพราะเป็นวัฒนธรรมท้องถิ่นของคนภาคใต้ที่มีเอกลักษณ์ แสดงถึงความกตัญญูต่อบรรพบุรุษ และความสามัคคีของเครือญาติ”

ส่วน ทีมชนะเลิศการแข่งขันแกง กะทิ ขอยกเครดิตให้ 3 สาวสมาชิกในทีมมี อาภาพรร์ โกตะนานนท์ “ก้อย”, พรสุดา เสนา “ฮาร์ทบีท” และ ปิยะนุช คงแดง “อาร์” ปี 3 โปรแกรมวิชาคหกรรมศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ที่ปรุงรสได้ หร่อยจังฮู้ จนกรรมการเทคะแนนให้

“ก้อย” บอกว่า “แกงกะทิกุ้งเป็นแกงที่นิยมปรุงกันในวันสารทเดือนสิบรับประทานคู่กับขนมต้ม เป็นแกงที่มีสีเหลือง รสชาติเผ็ดจัดจ้าน มีความมันของกะทิ บวกความหวานของหน่อไม้ตง และมีกุ้งเป็นเนื้อสัตว์ที่เป็นโจทย์การแข่งขันครั้งนี้ จุดเด่นที่ทำให้ทีมชนะน่าจะมาจากเครื่องแกงซึ่งโขลกเอง และปรุงรสด้วยสูตรดั้งเดิม โดยไม่ได้แต่งเติมอะไรมากนัก”

ส่วน “ฮาร์ทบีท” เสริมว่า “เครื่องแกงที่เราปรุงเองนั้นเป็นสูตรจากพัทลุง ซึ่งฮาร์ทบีทได้เรียนรู้มาจากคุณแม่ที่ทำให้รับประทานจนสามารถทำได้ตั้งแต่อยู่ ม.2 ซึ่งส่วนผสมของเครื่องแกงประกอบด้วยพริกขี้หนู พริกไทยดำ ตะไคร้ ขมิ้น เกลือ และกระเทียม จึงคิดว่าน่าจะเป็น จุดเด่นที่ทำให้เราชนะคู่แข่งที่อาจจะใช้เครื่องแกงสำเร็จรูปที่รสชาติอาจจะไม่แน่นอน”

ขณะที่ “อาร์” บอกเพิ่มเติมว่า “อีกจุดที่คิดว่าน่าจะทำให้ประทับใจคณะกรรมการ มาจากการจัดวาง โดยเรานำแกงใส่ในผลมะละกอที่แกะสลักเป็นภาชนะ พร้อมทั้งจัดวางผักแกะสลักต่างๆเป็นเครื่องเคียง เพิ่มสีสันความสวยงาม การแข่งขันครั้งนี้ทำให้ พวกเราได้ประสบการณ์ เรียนรู้การทำงานเป็นทีม และได้เพื่อนมากมาย ด้วยค่ะ”

มาที่ ทีมชนะเลิศการแข่งขันจัดหมฺรับ ตกเป็นของคณะเทคโนโลยีการเกษตร โดยมี กรกฎ แก้วดี “กฎ” เป็นหัวหน้า พร้อมลูกทีม เปี่ยมศักดิ์ ยอดขวัญ “เปิ้ล” และ อัจจิมาพรรณ ชัยสนิท “เม”

หัวหน้าทีม “กฎ” บอกว่า “การจัดหมฺรับเป็นการนำขนม 4-5 อย่าง อาทิ ขนมพอง ขนมรา ขนมเทียน ขนมเจาะหูซึ่งรูปร่างเหมือนโดนัทแต่เล็กกว่า ทำมาจากแป้งข้าวเจ้า นำมาจัดตกแต่งเป็นรูปทรงกรวยสามเหลี่ยม เพื่อเป็นเครื่องเซ่นที่ไหว้ในวันสารทเดือนสิบ ซึ่ง ทีมของเราได้มีการศึกษาจากผู้ใหญ่ และพยายามทำตามแบบแผนโบราณเพื่อให้คงความเป็นเอกลักษณ์มากที่สุด โดยได้นำขนมรามาห่อเป็นรูปกรวย จากนั้นประดับด้วยขนมพองและขนมเจาะหู ส่วนตรงกลางใช้ขนมพองที่ทำเป็นรูปดอกไม้ใส่ตรงแกนกลาง ซึ่งแต่ละทีมจะมีวัตถุดิบเหมือนกัน แต่แพ้ชนะคงอยู่ที่ความประณีต รายละเอียดที่จะจัดให้เกิดความสวยงาม รู้สึกดีใจที่ทีมสามารถคว้ารางวัลชนะเลิศมาครอง ทำให้เห็นถึงความสามารถของคณะนอก เหนือจากเรื่องการเกษตรแล้ว เราก็มีความอ่อนช้อยในด้านศิลปหัตถกรรมเช่นกัน ซึ่งสิ่งที่ได้คือ ประสบการณ์ ความละเอียดในการทำงาน รวมถึงจินตนาการต่างๆ”

“ยายรหัส” ขอกดไลค์ให้กับกิจกรรมสืบสานประเพณีวันสารทเดือนสิบที่ มรภ.สงขลาจัดขึ้น เพื่อเป็นเวทีที่เปิดโอกาสให้นักศึกษาได้โชว์ศักยภาพ ความสามารถ ฝีไม้ลายมือ

และที่สำคัญที่สุดคือ การที่นัก ศึกษาตัวแทนคนรุ่นใหม่ ได้มีส่วนร่วมสืบสานศิลปวัฒนธรรมอันเป็นเอกลักษณ์ท้องถิ่นให้คงอยู่คู่สังคมต่อไป.

ยายรหัส/ รายงาน

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

แคมปัสยายรหัสสืบสานสารทเดือนสิบมหาวิทยาลัยราชภัฏ (มรภ.) สงขลาณัฐวรานาท ใหมตีบปิยะนุช คงแดงพรสุดา เสนาอาภาพรร์ โกตะนานนท์เปี่ยมศักดิ์ ยอดขวัญอัจจิมาพรรณ ชัยสนิท

ข่าวแนะนำ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้