ข่าว
100 year

เขลางค์นคร...เมืองต้องคำสาป (1)

ไทยรัฐฉบับพิมพ์7 ธ.ค. 2557 05:01 น.
SHARE

เอ่ยชื่อ “เขลางค์นคร” หลายคนอาจนึกไม่ออก ว่า เมืองที่มีชื่อเพราะพริ้งสวยงามขนาดนี้ตั้งอยู่ที่ไหนในประเทศไทย แต่ถ้าบอกว่า “เมืองรถม้า” ทั้งคนรุ่นเก่า รุ่นใหม่ คงเข้าใจได้ทันทีว่า เรากำลังพูดถึง นครลำปาง ที่สมัยอดีตอาจมีคนเรียกชื่อยาวๆว่า “เมืองเขลางค์ นครลำปางหลวง”

เมื่อเร็วๆนี้ สายการบินบางกอกแอร์เวย์ส บูธีคแอร์ไลน์ พาสื่อมวลชนลัดฟ้าร่วมงานฉลองครบรอบ 9 ปี ที่บางกอกแอร์เวย์ส ร่วมกับบัตรเครดิตเคทีซี จัดโปรโมชั่นสะสมคะแนนเพื่อแลกเป็นบัตรโดยสารได้เร็วที่สุดในประเทศไทย ที่เรียกว่า “ฟลายเออร์ โบนัส” โดยปีหน้า เขามีการขยายฐานอีกใน 5 จังหวัด คือ ลำปาง เชียงใหม่ เชียงราย อุดรธานี และ ภูเก็ต

งานนี้ เจ้าภาพทั้งสองเชื้อเชิญสื่อมวลชนนั่งรถม้าชมเมือง ทั้งพาไปไหว้ศาลหลักเมืองและดูบ้านโบราณหลังใหญ่ที่เรียกว่า “บ้านเสานัก” ซึ่งหมายถึงบ้านที่มีเสามาก เพราะ “นัก” เป็นภาษาเหนือ แปลว่า “มาก” ซึ่งเมื่อดูจากตัวบ้านแล้วก็มีเสานักจริงๆ คือ มีเสาถึง 116 ต้น

บ้านหลังนี้อายุมากกว่า 100 ปี เพราะสร้างเมื่อปี 2438 เจ้าของชื่อ นายหม่องจันโอง เป็นต้นตระกูลจันทรวิโรจน์ ลักษณะของบ้าน เป็นบ้านไม้สักทรงไทยหลังใหญ่ ผสมผสานระหว่างศิลปะแบบล้านนาและพม่า คือ หลังคาและโครงสร้างบ้านเป็นแบบล้านนา ส่วน พาไลย หรือ ระเบียง รอบบ้านเป็นแบบพม่า ทั้งสวยงามและน่าสนใจมากๆ

เอาล่ะ...เรื่องของคนเชิญจบแล้ว ไปแอ่วเมืองลำปางหลวงกันดีกว่าเน้อ...!!

เมืองลำปาง เป็นเมืองที่มีเสน่ห์อันเป็นเอกลักษณ์มาแต่ครั้งอดีต แต่ก็มีคำถามว่า เพราะเหตุใดความเจริญทั้งหลายจึงไปอยู่ที่เชียงใหม่
มิใช่ลำปาง

บางคนก็ว่าเหตุเพราะเมืองนี้เป็น “เมืองต้องคำสาป”

คำสาปอะไร และ ใครเป็นคนสาปแช่ง ต้องไปหาคำตอบกันล่ะ...

เริ่มต้นกันที่...พิพิธภัณฑ์หอปูมละกอน ซึ่งตั้งอยู่บริเวณเทศบาลนครลำปาง พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ บอกเล่าเรื่องราวของเมืองลำปาง ผ่านนิทรรศการอันทันสมัย ย้อนอดีตเรื่องราวการทำไม้ในลำปาง ที่ทำให้เมืองลำปางคึกคัก รุ่งเรืองอย่างที่สุด จากการหลั่งไหลเข้ามาของชาวต่างชาติ ทั้งจีน พม่า อินเดีย จนมาถึงยุคที่รถไฟมาถึงเมืองลำปาง ทำให้มีการค้าขายผ่านทางรถไฟ ผลผลิตทางการเกษตรต่างๆถูกขนมาขายที่ลำปางเพื่อที่จะขึ้นรถไฟไปที่ต่างๆ จนกระทั่งสงครามโลกเกิดขึ้น ลำปางก็เริ่มตกต่ำ จนมีการพูดถึงตำนาน “คำสาป” ของเมือง

เรื่องคำสาปนี้ ต้องไปหาคำตอบกันที่ “วัดพระแก้วดอนเต้า” หรือ“วัด พระแก้วดอนเต้าสุชาดาราม” ที่ตำบลเวียงเหนือ อ.เมืองลำปาง วัดนี้มีตำนานที่เป็นประวัติศาสตร์อันน่าสนใจของเมืองลำปาง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของพระแก้วมรกต หรือ นางสุชาดา

วัดพระแก้วดอนเต้านี้ มีอายุร่วมกว่าพันปี เคยเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร หรือพระแก้วมรกต ตามประวัติบอกว่า เมื่อประมาณปี พ.ศ.1979 พระเจ้าสามฝั่งแกน เจ้าเมืองเชียงใหม่ ทรงจัดขบวนแห่เพื่อรับพระแก้วมรกตจากเชียงรายไปเชียงใหม่ แต่เมื่อขบวนแห่มาถึงทางแยกที่จะไปนครลำปาง ช้างที่รับเสด็จพระแก้วมรกต กลับวิ่งตื่นไปทางเมืองลำปาง แม้หมอควาญจะขู่เข็ญ เล้าโลมประการใด ก็ไม่ยอมไปทางเชียงใหม่ ในที่สุดพระเจ้าสามฝั่งแกน ต้องยอมให้อัญเชิญพระแก้วมรกตประดิษฐานไว้ ณ วัดพระแก้วดอนเต้า นานถึง 32 ปี กระทั่ง ในปี พ.ศ.2011 พระเจ้าติโลกราช เจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่ ได้มาอัญเชิญพระแก้วมรกตไปประดิษฐานที่เชียงใหม่

ส่วนตำนานที่เกี่ยวข้องกับ “คำสาป” นั้น ว่ากันว่า มีสตรีนางหนึ่งชื่อว่า นางสุชาดา ได้พบแก้วมรกตในผลแตงโม ซึ่งชาวเหนือเรียกว่า “หมากเต้า” จึงได้นำมาถวายเจ้าอาวาส เพื่อแกะสลักเป็นพระพุทธรูป ระหว่างที่มีการแกะสลักพระจนสำเร็จนั้นนางได้แวะเวียนมาสนทนากับพระเถระเจ้าอาวาสอยู่เป็นประจำ จนมีผู้นำความไปฟ้องเจ้าเมืองว่า นางสุชาดากับพระเถระมีความสัมพันธ์กันในทางชู้สาว เจ้าเมืองลำปางในเวลานั้นยังมิทันได้ไต่สวน ก็สั่งให้นำตัวนางไปประหารชีวิต ส่วนพระเถระเมื่อรู้ข่าวจึงอัญเชิญพระพุทธรูปหลบหนีไป โดยนำพระไปฝากไว้ที่วัดพระธาตุลำปางหลวง และประดิษฐานอยู่ที่นั่นจนถึงทุกวันนี้

ในอดีตนั้น ช่วงสงกรานต์ของทุกปี ประเพณีปฏิบัติในหมู่เจ้านายจะมีการทำพิธีขอขมาต่อเจ้าแม่สุชาดา ณ วังย่าเฒ่า ริมฝั่งแม่น้ำวัง ตรงข้ามวัดพระแก้วดอนเต้า ซึ่งเชื่อกันว่า เป็นสถานที่ประหารชีวิตนาง พิธีดังกล่าวกระทำกันในกลุ่มเล็กๆ เพื่อขออโหสิกรรมแทนบรรพบุรุษของตน จนกระทั่งในปี พ.ศ.2515 เจ้านายคณะหนึ่งได้ขอความเมตตาจากหลวงพ่อเกษม เขมโก พระเถระผู้มีเชื้อสายเจ้าเมืองลำปาง ให้ช่วยทำพิธีถอนคำสาป ด้วยการจัดสร้างอนุสาวรีย์ของเจ้าแม่สุชาดาขึ้น ณ วังย่าเฒ่า และในปี พ.ศ.2522 ได้มีการสร้างศาลเจ้าแม่สุชาดาในวัดพระแก้วดอนเต้า

ส่วนบริเวณข้างวัดพระแก้วดอนเต้า ซึ่งเชื่อกันว่าเคยเป็นที่ตั้งบ้านของนางสุชาดา ได้มีการจัดสร้างวัดขึ้นอีกวัดหนึ่งชื่อว่า “วัดสุชาดาราม” ซึ่งมีอุโบสถที่สวยงามมาก สถาปัตยกรรมเป็นแบบพื้นเมืองฝีมือช่างเชียงแสน ภายในประดับด้วยภาพจิตรกรรมลงรักปิดทอง ต่อมามีการรวมวัด พระแก้วดอนเต้าเข้ากับวัดสุชาดาราม จึงเรียกว่า “วัดพระแก้วดอนเต้าสุชาดาราม” ใครมาเที่ยวเมืองลำปางไม่ควรพลาด เพราะนอกจากจะเป็นตำนานที่เป็นประวัติศาสตร์หน้าสำคัญของเมืองลำปางแล้ว ยังมีปูชนียสถานสำคัญที่ควรค่าแก่การมากราบสักการบูชา ไม่ว่าจะเป็นเจดีย์ องค์ใหญ่บรรจุพระเกศาธาตุของพระพุทธเจ้า มณฑปศิลปะพม่า วิหารประดิษฐานพระพุทธไสยาสน์ ที่มีอายุราวพันปี

การไปวัดพระแก้วดอนเต้าให้ข้ามสะพานรัชฎาภิเษก แล้วเลี้ยวขวาไปตามถนนพระแก้ว ประมาณกิโลเมตรเศษๆจะเห็นองค์พระธาตุตั้งเด่นสง่าอยู่บนเนิน หาไม่ยาก

หลังเที่ยววัดชมเมือง เราเข้าพักที่โรงแรมลำปาง ริเวอร์ ลอดจ์ บูธีคโฮเต็ลริมแม่น้ำวัง ที่เน้นความสงบ เงียบ เรียบ งาม กลางสวนป่าขนาดใหญ่ เจ้าของทั้งคุณดุสิตและคุณอ้อ ภรรยา ให้การต้อนรับอย่างอบอุ่นมากๆ

แขกส่วนใหญ่เป็นชาวต่างชาติทั้งมาส่วนตัวและหมู่คณะ เรียกว่า ฝรั่งเขาเห็นของดีๆของคนไทย เลยอยากมาใช้บริการ

พรุ่งนี้เรามีโปรแกรมขี่จักรยานลัดทุ่งนาไปไหว้พระธาตุลำปางหลวง แต่จะมาเล่าให้ฟัง สัปดาห์หน้านะคะ...

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

เที่ยวทันใจวัยดิจิตอลเขลางค์นครเมืองรถม้าลำปางเชียงใหม่เชียงรายอุดรธานีภูเก็ต

ข่าวแนะนำ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้