ข่าว
100 year

"สมยศ"ปลดล็อกบช.ก. ไม่มีล้างบาง! ปลุกขวัญกำลังใจกลับคืน

ทีมข่าวอาชญากรรม7 ธ.ค. 2557 05:01 น.
SHARE

ยังเดินหน้าขุดคุ้ยหาความจริงจากเครือข่ายของ พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ อดีต ผบช.ก. กับผลประโยชน์มหาศาลที่ได้มาจากการแอบอ้างเรียกรับมาจากขบวนการค้าน้ำมันเถื่อน บ่อนการพนัน ทวงหนี้และการซื้อขายตำแหน่งในสังกัด บช.ก.

ทีมสืบสวนสอบสวนชุดใหญ่ระดับ ตร. ที่มี พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา รอง ผบ.ตร.เป็นประธาน พล.ต.ท.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล ผบช.น. และ พล.ต.ท.ดร.ประวุฒิ ถาวรศิริ ผู้ช่วย ผบ.ตร.รรท.ผบช.ก.

มีการทยอยเปิดโปงเครือข่ายเข้าร่วมขบวนการ ทั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ นักธุรกิจ พลเรือนเข้ามาเกี่ยวข้องทั้งทางตรงและทางอ้อม ค้นหาแหล่งซุกซ่อนทรัพย์สินล้ำค่าอีกมาก

เป็นคดีที่สร้างความสั่นสะเทือนหน่วยงานสอบสวนกลางที่ยิ่งใหญ่ในอดีต

การล้มผู้นำที่อยู่ในอำนาจมานานแบบสายฟ้าฟาด ทำให้ บช.ก.อยู่ในสภาพระส่ำระสาย

ท่ามกลางข่าวจงใจปล่อยทำลายกันเองของตำรวจด้วยกัน

การเตรียมโยกย้ายล้างบางตำรวจที่มีส่วนพัวพัน พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ พล.ต.ต.โกวิทย์ วงศ์รุ่งโรจน์ รอง ผบช.ก. และ พล.ต.ต.บุญสืบ ไพรเถื่อน ผบก.รน. เป็นเรื่องปกติในวงการตำรวจ เป็นเรื่องสมบัติผลัดกันชม ตำแหน่งดีย่อมมีคนที่หมายปอง

นายเก่าที่มีอำนาจพ้นไปจากตำแหน่ง ก็ต้องเปิดทางให้คนอื่นเข้ามาบริหารจัดการ ย่อมไม่พ้นการโยกย้ายเด็กสายคนเก่าออกไปเพื่อวางคนมาลงในตำแหน่งแทน

เป็น “วังวน” ของคำสั่งโยกย้ายตำรวจทุกยุคทุกสมัย

อีกไม่น่าเกิน 20 วัน คำสั่งโยกย้ายระดับรอง ผบก.ยัน สว.ทั่วประเทศ จะต้องคลอดออกมาเป็นคำสั่งการขยับโยกคนที่มองว่าอยู่เครือข่ายของ พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์เป็นเรื่องปกติ โดยเฉพาะคนที่ทุกฝ่ายมองเป็นตัวจักรสำคัญ พ.ต.อ.อัครวุฒิ์ หลิมรัตน์ ผกก.1 บก.ป. ตำรวจคนสนิทของ พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ โยงใยทุกเรื่องทั้งผลประโยชน์และการแต่งตั้งโยกย้ายตำรวจ

แต่ธรรมชาติของชีวิตตำรวจที่วนเวียนอยู่กับการทำงานเพื่อให้ได้ความดีความชอบในการเสนอเลื่อนยศเลื่อนตำแหน่ง บางคนต้องทำงานเข้าแลก บางคนต้องยอมอยู่ภายใต้อาณัติผู้มีอำนาจเพื่อขอโอกาสในการเสนอชื่อเลื่อนตำแหน่ง

บช.ก.เป็นหน่วยงานพิเศษ อำนาจเบ็ดเสร็จเด็ดขาดอยู่ที่ พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ตั้งแต่เป็น ผบก.ป. รอง ผบช.ก.และ ผบช.ก. เส้นทางวิ่งเต้นทุกสายต้องผ่านผู้มีอำนาจเต็มเท่านั้น

ตำแหน่งสำคัญทุกตำแหน่งต้องได้รับความเห็นชอบและมีการ “ตีตราจอง” กัน

นักการเมือง ผู้ใหญ่ในบ้านเมือง ผู้บังคับบัญชาตำรวจในอดีตไม่มีสิทธิเข้ามาเกี่ยวข้อง ไม่สนใจใบสั่งการเมืองเพื่อล้างบางขั้วฝ่ายตรงข้าม เป็นข้อดีของหน่วย บช.ก.ในช่วงขัดแย้งการเมืองที่ผ่านมา

แต่สิ่งที่ไม่ปกติคือการโยกย้ายตำรวจในหน่วยงานหลักที่ต้องใช้ความเป็นผู้นำ เด็ดขาดและเป็นที่ยอมรับของผู้บังคับบัญชา กลายเป็นคนที่ไม่ได้ครบเครื่องและได้รับการยอมรับของหน่วย

จุดเปลี่ยนคืออำนาจโยกย้ายที่มากมายเกินควบคุม ไม่สนทิศทางเหนือใต้ ไม่ยอมอ่อนโอนเอน เอื้อประโยชน์ให้ใครใดๆทั้งสิ้น

ผลประโยชน์ที่แทรกซ้อนจากการวางคนลงไปในตำแหน่งที่คุมผลประโยชน์

สุดท้ายระบบ บช.ก.ที่สร้างขึ้นมาใหม่ต้องพังยับเยินเหนือคำบรรยาย...

ตำรวจส่วนใหญ่คาดหวังจะได้เห็นภาพความเป็นปกติของตำรวจ

ไม่มีใครมีสิทธิเหนือคนอื่น ไม่มีใครที่ได้ล็อกตำแหน่งมาลง

แต่ตำรวจส่วนใหญ่ไม่มีใครต้องการเห็นนักการเมืองและ “คนนอก” เข้ามามีบทบาทชี้นิ้วสั่งการตำรวจ ละเว้นหรือทำเรื่องชั่วช้าเลวทรามเพื่อประโยชน์ของคนบางกลุ่ม

การจัดการเครือข่ายของ พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ไม่ใช่เรื่องยาก เพราะนายตำรวจพิเศษได้ถูกลด บทบาทลง ตั้งแต่มีคำสั่งเรียกตัวมาช่วยราชการที่ ศปก.ตร.

เท่ากับยุติบทบาทนายตำรวจพิเศษของ พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์

ปัญหาที่เกิดขึ้นในหน่วย ทุกคนต้องสนองนโยบายของ พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ที่มีอำนาจคนเดียว ถามว่าตำรวจส่วนใหญ่ที่คิดหาความก้าวหน้า วิ่งเต้นเข้าหา ถือว่ามีความผิดไหม

การปล่อยข่าวโจมตีฆ่าฟันกันเองของตำรวจเป็นข่าวทำลายขวัญกำลังใจของตำรวจ

ภารกิจที่หนักอึ้งกับความรับผิดชอบในฐานะหัวหน้าหน่วยงานของ พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผบ.ตร. เร่งสะสางปัญหาที่เกิดขึ้นใน บช.ก.

แม้จะเป็นเรื่องส่วนบุคคล บางคน ไม่กี่คน ไม่ใช่ทั้งองค์กรตำรวจ ทุกองค์กรมีคนดีและคนไม่ดี ทั้งตำรวจ ทหาร ข้าราชการและพลเรือน ตำรวจส่วนใหญ่มีความรักในเกียรติยศและศักดิ์ศรี ตำรวจส่วนใหญ่เป็นคนดีมากกว่าคนไม่ดี

เครือข่ายการกระทำผิดของ พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ เป็นเรื่องที่เหนือคาดหมาย

พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผบ.ตร. กล่าวกับ “ทีมข่าวอาชญากรรม” เกี่ยวข้องคดีเปิดโปงขุมอำนาจสอบสวนกลางในฐานะผู้นำหน่วยต้องนำหน่วยฝ่าฟันอุปสรรคใหญ่ไปให้ได้

“ผมเชื่อตำรวจดีมากกว่าตำรวจไม่ดี ใครทำดีสังคมรู้ ส่วนใครทำไม่ดีกรรมจะต้องตามสนองไม่ช้าก็เร็ว จงอย่าตำหนิคนอื่นว่ากระทำต่อเรา ต้องถามตัวเองว่าเคยทำอะไรไว้บ้าง ดีชั่วอย่างไร สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม กรรมใดใครก่อไว้กรรมนั้นก็ตามสนอง จงอย่าโทษคนอื่นจนลืมมองตัวเรา เมื่อมีโอกาสทำความดี อย่าปล่อยโอกาสนั้นให้ผ่านไป ในช่วงเวลาที่เหลือไม่ถึงปี ผมจะขอทำแต่สิ่งดีๆ ถ้าผมทำอะไรไม่ดีผมพร้อมจะรับฟังคำติชม และพร้อมจะปรับปรุงแก้ไข โอกาสอย่างเดียวไม่เพียงพอ ผมจะทำงานให้สำเร็จได้ ความร่วมมือของพี่น้องตำรวจทั้งประเทศเท่านั้นที่จะทำให้ผมทำงานไปสู่ความผาสุกของพี่น้องประชาชนได้ เมื่อนั้นความศรัทธาที่มีต่อตำรวจจะคืนกลับมา”

“ส่วนคำสั่งแต่งตั้งโยกย้ายไม่ต้องฟังข่าวลือ ขอให้ตำรวจในสังกัด บช.ก.ทุกคนตั้งใจทำงาน ไม่ต้องกลัวการโยกย้าย จะให้ความเป็นธรรม ทั้งนี้ทั้งนั้นพิจารณาจากความเหมาะสม ความรู้ความสามารถ ในการทำงาน ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น การแต่งตั้งโยกย้ายไม่มีการกลั่นแกล้ง ใส่ร้ายป้ายสี กล่าวหาใดๆทั้งสิ้น ผู้ที่กระทำผิดจะดำเนินการตามความหลักฐาน กฎหมาย ไม่ดำเนินการใดๆที่นอกเหนือ ไม่ได้ทำตามความรู้สึก คาดคะเน ถ้าไม่มีพยานหลักฐาน ไม่เกี่ยวข้อง ไม่มีอะไรเกิดขึ้น ผู้ที่กระทำความผิด เกี่ยวข้องต้องมีการโยกย้ายเพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลง เจ้าหน้าที่ตำรวจในสังกัด บช.ก.ที่ปฏิบัติตนอยู่ในกรอบ ไม่ได้เกี่ยวข้อง กระทำหน้าที่ในเรื่องที่ถูกต้อง ไม่ต้องกังวลใจ ในฐานะที่เป็น ผบ.ตร.จะให้ความเป็นธรรมที่สุด ทุกอย่างจะดำเนินการด้วยความถูกต้อง ยึดกฎหมาย ชอบธรรม และความรู้ ความสามารถ”

พล.ต.ท.ดร.ประวุฒิ ถาวรศิริ ผู้ช่วย ผบ.ตร. และ รรท.ผบช.ก. ที่อยู่ในสภาพผู้คุมอำนาจ บช.ก. และชุดสืบสวนคลี่คลายคดีย้ำว่า จะมีการโยกย้ายคนที่มีพฤติการณ์ส่อไปเพื่อหาผลประโยชน์ออกไป เอาคนที่มีผลงาน มีความรู้ความสามารถที่อยู่ในแต่ละ บช.เข้ามา คิดว่าจะมีคนออกไป ประมาณ 10 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น ส่วนใหญ่จะเป็นกุญแจสำคัญที่คุมทั่วประเทศ ไม่อยากปล่อยให้มีอำนาจแบบเดิมๆ ที่คิดทำเพื่อตัวเอง ทำตาม อำเภอใจให้คนไม่กี่คนใน บช.ก. ไม่มีใครฟังรอง ผบช., ผบก.หรือรอง ผบก. คนอึกอักไม่มีใครกล้าฝืน กล้าขัด การโยกย้ายเฉพาะผู้ที่เกี่ยวข้อง คนที่ไม่มีพฤติกรรมหนักหนา ปรับตัวได้ แค่เฝ้าระวัง

“ผู้ที่เกี่ยวข้องคดีส่วนใหญ่เป็นผู้ใหญ่และคนสนิท กระจุกอยู่ในกลุ่มเดียว ไม่ได้แทรกไปทั้งหมด ในหน่วย บช.ก. มี ผบช.ก. รอง ผบช.ก. ผบก.รน. แต่ทำเป็นสายรวมกัน 2-3 สาย ลงมา 2 ชั้น รู้เรื่อง เพื่อทำทุกอย่างให้คน คนเดียว สร้างเป็นระบบเข้ามา ส่งเสริมระบบ บช.ก.แบบรวมศูนย์อำนาจ เป็น บช.อิสระ จะต้องทำลายล้างระบบนี้ออกไป จะทำให้ตำรวจกลับมาเป็นธรรมชาติมากขึ้น บช.อื่นที่ต้องสัมผัสในเรื่องที่เกี่ยวข้อง บ่อน โต๊ะพนัน จะได้ไม่ต้องลำบากใจ คนจะรู้ข้อมูลทั้งหมดว่ามีใครเกี่ยวข้อง ไม่ใช่ทั้งหน่วย บช.ก. คนที่ไม่ได้ทำความผิดไม่ต้องกลัว การตรวจสอบถือว่าเป็นผลดี จะได้จบที่ขบวนการ จะทำให้ตำรวจในสังกัด บช.ก.กลับมาเป็นธรรมชาติมากขึ้น”

เป็นเสียงประสานชัดเจนของผู้นำตำรวจและผู้รับผิดชอบหน่วย บช.ก.ในเรื่องการปรับเปลี่ยนตำรวจเพื่อความเหมาะสม และความจำเป็นสอดคล้องสถานการณ์

ไม่มีการกลั่นแกล้ง แต่งเติมเพื่อให้ตำรวจคนอื่นที่ไม่เกี่ยวข้องได้รับผลกระทบ แยกแยะคนที่ไม่ได้เกี่ยวข้องจริง หรือคนที่จำเป็นต้องเข้าไปเกี่ยวข้อง เพื่อไม่ให้กระทบกระเทือนหน่วยงาน

“ทีมข่าวอาชญากรรม” ยังคงเชื่อมั่นความเป็นคนตรงไปตรงมา และความเข้าใจชีวิตตำรวจของ พล.ต.อ.สมยศ จะช่วยประคับประคองหน่วย บชก.ที่ไม่ต่างบ้านเรือนที่พังครืนในชั่วข้ามวัน ให้กลับมายืนอยู่ได้อย่างมีเกียรติและมีศักดิ์ศรี

ภายใต้เส้นทางชีวิตตำรวจแบบปกติเฉกเช่นหน่วยงานอื่น.

ทีมข่าวอาชญากรรม

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

แกะรอยสัปดาห์ทีมข่าวอาชญากรรมพงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์โกวิทย์ วงศ์รุ่งโรจน์บุญสืบ ไพรเถื่อนจักรทิพย์ ชัยจินดาศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล

ข่าวแนะนำ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้