ข่าว
100 year

จับตาการกระทำ พิสูจน์คำปฏิญาณ

ทีมการเมือง7 ธ.ค. 2557 05:01 น.
SHARE

5ธันวามหาราชกระหึ่ม “กิจกรรมทำดี” เพื่อพ่อ

ปรากฏการณ์เหลืองอร่ามครอบคลุมพื้นที่ประเทศไทย

เสียงตะโกน “ทรงพระเจริญ” ดังกระหึ่มไปทั่วทุกสารทิศ ดินแดนสยามประเทศ

บรรยากาศในห้วงวันมหามงคล เนื่องในวันเฉลิมพระชนม พรรษา “5 ธันวามหาราช” ที่กระตุ้นอารมณ์แห่งความสุขความปลาบปลื้มปีติให้หัวใจไทยทุกดวง

หลอมรวมเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันได้อย่างน่าอัศจรรย์

“วันพ่อ” ที่เมืองไทย เป็นอะไรที่ทำให้โลกหยุดหมุนไปชั่วขณะก็ว่าได้

ถึงแม้ปีนี้จะไม่ได้เห็นภาพของพระบาทสมเด็จพระเจ้า อยู่หัว พร้อมด้วยพระบรมวงศานุวงศ์ เสด็จออกมหาสมาคม พระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย พระบรมมหาราชวัง ประกอบพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา ณ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม

เนื่องจากคณะแพทย์ผู้ถวายการรักษาได้รายงานว่าคณะ แพทย์ฯได้ถวายตรวจพระวรกาย เมื่อเย็นวันที่4 ธันวาคม 2557 มีความเห็นว่า ยังไม่ทรงพร้อมที่จะเสด็จออก จึงได้กราบบังคมทูลขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้งด พระราชกิจไว้ก่อน

แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้เหล่าพสกนิกรย่อท้อแต่อย่างใด

บรรยากาศโดยรอบโรงพยาบาลศิริราชยังคงเนืองแน่นไปด้วยประชาชนที่มาจับจองพื้นที่เฝ้ารอรับเสด็จและต่างพร้อมใจสวมเสื้อสีเหลือง

พร้อมเตรียมป้ายข้อความ “ทรงพระเจริญ” ธงชาติไทย ธงตราสัญลักษณ์ประจำพระองค์ และพระบรมฉายาลักษณ์

ถวายเป็นกำลังพระทัยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว อย่างใกล้ชิด

ดวงจิตทุกดวงของไทยส่งกำลังใจให้พ่อของแผ่นดินหายประชวร

และไม่ใช่แค่คนไทยเท่านั้นที่ซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ ภาคภูมิใจกับองค์เอกอัครมหากษัตริย์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก

แม้แต่ชาวต่างชาติก็ยอมรับในผลงานพระอัจฉริยภาพของ “คิง ออฟ ไทยแลนด์”

ยืนยันด้วยการที่องค์การสหประชาชาติได้เทิดพระเกียรติ โดยการกำหนดให้วันที่ 5 ธันวาคมของทุกปี เป็น “วันดินโลก”

และยังประกาศให้ปี 2558 เป็น “ปีดินสากล” อีกด้วย

สืบเนื่องมาจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจเกี่ยวกับการพัฒนาที่ดินมาอย่างต่อเนื่องและยาวนาน ปรากฏผลสำเร็จเป็นที่ประจักษ์อย่างกว้างขวางทั้งในประเทศและนานาชาติ

โดยมีการทูลเกล้าฯถวายรางวัล “นักวิทยาศาสตร์ดินเพื่อมนุษยธรรม”

และขอพระบรมราชานุญาตให้วันที่ 5 ธันวาคมของทุกปีเป็นวันดินโลก เพื่อให้วันดังกล่าวเป็นที่รู้จักแพร่หลายในระดับนานาชาติ เกิดความต่อเนื่องและจริงจังในการรณรงค์ด้านทรัพยากรดินในทุกระดับ

นี่คือสิ่งแสดงให้เห็นว่า ทั่วโลกได้ประจักษ์ถึงพระราชกรณียกิจและพระราชวิสัยทัศน์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้า อยู่หัว ในการบริหารทรัพยากรดินอย่างยั่งยืน

โดยทรงให้ความสำคัญกับทรัพยากรดิน ทรงเป็นผู้นำและ ปฏิบัติด้วยพระองค์เอง ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจเกี่ยวกับการปรับปรุงแก้ไขดินปัญหา การพัฒนาและอนุรักษ์ดินตลอดระยะเวลาหลายสิบปี รวมถึงการจัดตั้งศูนย์ศึกษาการพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดำริตามพื้นที่ต่างๆทั่วประเทศไทย

ซึ่งทุกโครงการประสบผลสำเร็จอย่างดียิ่ง

นำความผาสุกมาสู่ปวงชนชาวไทย

เป็นตัวอย่างในการพัฒนาอย่างยั่งยืน

ยังไม่นับแนวพระราชดำริที่ทรงคุณค่าอนันต์อย่าง “ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง” ที่ถือเป็นพื้นฐานของการดำรงชีวิต ใช้ได้ทุกยุคสมัย ทำให้สังคมอยู่กันอย่างสงบสุข

ที่สำคัญยังแฝงการตัดความโลภโมโทสัน อันนำมาซึ่งพฤติกรรมโกงกิน ทุจริตคอร์รัปชัน

มะเร็งร้ายที่เกาะกินประเทศไทยมาตลอด

นี่คือสิ่งที่บ่งบอกว่า พ่อมองเห็นปัญหามานานแล้วแต่พวกหน้ามืดตามัวก็ยังไม่รู้สึกรู้สา

อย่างไรก็ตาม ถือเป็นปรากฏการณ์แปลกใหม่

ในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาปีนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี หัวหน้า คสช.ได้นำคณะรัฐมนตรี ข้าราชการทั่วประเทศ ร่วมพิธีถวายสัตย์ปฏิญาณที่ทำเนียบรัฐบาล

ด้วยประโยคที่เข้มขลังต่อหน้าพระบรมฉายาลักษณ์

“จะประพฤติตนเป็นข้าราชการที่ดี มีความซื่อสัตย์สุจริต เจริญรอยตามเบื้องพระยุคลบาท มุ่งมั่นแน่วแน่แก้ไขปัญหาของประเทศและประชาชน สร้างสรรค์คุณประโยชน์แก่แผ่นดิน และดำเนินชีวิตโดยยึดมั่นในหลักธรรมคำสอนแห่งศาสนา ตามแนวทางพระบรมราโชวาทต่อไป”

ผู้นำรัฐบาลและหัวหน้า คสช.แสดงความเอาจริงเอาจังกับการเจริญรอยตามเบื้องพระยุคลบาท

และที่เน้นเลยก็คือประเด็นซื่อสัตย์สุจริต

พร้อมๆกับที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ก็ได้จัดสัปดาห์ “รวมพลังล้างทุจริตให้สิ้นแผ่นดินไทย เพื่อเทิดไท้องค์ราชัน สร้างสังคมคุณธรรมสู่สากล” ระหว่างวันที่ 1–9 ธันวาคม 2557

โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อสร้างกระแสรณรงค์ในการต่อต้านการทุจริตและปลุกจิตสำนึกด้านคุณธรรมความโปร่งใสให้กลับคืนมาสู่สังคมไทย
รัฐบาล ป.ป.ช. เทกแอ็กชั่น

“กิจกรรมทำดีเพื่อพ่อ” กระหึ่ม

ต่างฝ่ายต่างใช้โอกาสในวันมหามงคลเดินหน้าล้างประเทศไทยให้ใสสะอาด ปราศจากทุจริต

และก็นับเป็นนิมิตหมายที่ดี ล่าสุดมูลนิธิองค์กรเพื่อความโปร่งใสในประเทศไทย ได้แถลงผลการจัดอันดับดัชนีชี้วัดภาพลักษณ์คอร์รัปชัน (ซีพีไอ) ประจำปี 2557 ปรากฏว่า ประเทศไทยอยู่ในอันดับ 85 จากการจัดอันดับทั้งหมด 175 ประเทศทั่วโลก

เลื่อนจากอันดับ 102 ขยับขึ้นมาพรวดเดียว 17 ลำดับ

เห็นตัวเลขของลำดับก็น่าดีใจ แต่อย่างไรก็ตามเมื่อมองลึกลงไปถึงคะแนนดิบ กลับดีขึ้นเล็กน้อย เพิ่มจาก 35 มาเป็น 38 จากคะแนนเต็ม 100
กระเตื้องขึ้นเล็กน้อย

อีกทั้งตามปัจจัยเหตุที่ประเมินกันว่า ประเทศไทยเพิ่งผ่านสถานการณ์อำนาจพิเศษ มีการเปลี่ยนรัฐบาล การบริหารงบประมาณยังไม่เดินหน้าเต็มสูบ

งบประมาณค้างท่อยังไหลได้ไม่เต็มที่

มันก็เลยยังไม่มีช่องให้โกยได้เป็นกอบเป็นกำ

พฤติกรรมของขบวนการงบประมาณแผ่นดินก็เลยยังงาบไม่ได้เต็มที่

ของจริง มันต้องจับตาห้วงหลังจากนี้ไปภายใต้การ บริหารโดยรัฐบาล คสช.ที่มีคิวเดินเครื่องสารพัดเมกะโปร-เจกต์ โครงการใหญ่ที่ใช้เงินมหาศาล

เข้าสู่ฤดูเบิกจ่ายงบประมาณปกติ

เสือหิวคงได้เวลาออกล่าเหยื่อกันเพ่นพ่าน

จริงอยู่ แม้ตามปรากฏการณ์จะเห็นถึงความแปลกใหม่ที่ผู้นำอย่าง พล.อ.ประยุทธ์ได้นำธงแสดงให้เห็นถึงความ
เอาจริงเอาจังกับปมคอร์รัปชัน

ปฏิญาณดังๆในวัน “5 ธันวามหาราช”

โดยพิธีกรรมมันกระตุก “ความเข้มขลัง” แสดงถึงพลังในการร่วมกันล้างโกงเพื่อพ่อ

แต่มันก็ยังเป็นแค่ภาพของกิจกรรมที่ออกมาดูดีเท่านั้น

เรื่องของเรื่อง พิธีการกล่าวคำปฏิญาณ โดยปกติไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง หรือรัฐบาลที่มาจากการรัฐประหาร

รัฐธรรมนูญบัญญัติไว้อยู่แล้วว่า ก่อนเข้ารับหน้าที่รัฐ-มนตรีต้องถวายสัตย์ปฏิญาณต่อพระมหากษัตริย์ ด้วยถ้อยคําดังต่อไปนี้

“ข้าพระพุทธเจ้า (ชื่อผู้ปฏิญาณ) ขอถวายสัตย์ปฏิญาณว่า ข้าพระพุทธเจ้าจะจงรักภักดีต่อพระมหากษัตริย์และจะปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต เพื่อประโยชน์ของประเทศ และประชาชน ทั้งจะรักษาไว้และปฏิบัติตามซึ่งรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทยทุกประการ”

ถือเป็นขั้นตอนสำคัญตามกฎหมาย

แต่ปัญหาก็คือ ถ้าผู้มีอำนาจทำตามคำปฏิญาณจริงๆอย่างในพิธีกรรม

มันก็คงจะไม่เกิดเหตุโกงซ้ำซาก จากอดีตที่งาบกันหลักร้อยล้านพันล้าน มาถึงปัจจุบันที่ดันตัวเลขขึ้นไปทะลุเพดาน

แบบที่โครงการจำนำข้าวขาดทุน 6–7 แสนล้านบาท

เมกะโปรเจกต์บ่อบำบัดน้ำเสียต้องจ่อเสียค่าโง่ให้เอกชนกว่า 9,000 ล้านบาท

หรือการขายทรัพย์สินขององค์การเพื่อการปฏิรูประบบสถาบันการเงิน (ปรส).ทำความเสียหายให้ชาติกว่า 8แสนล้านบาท

โกงกันอย่างบ้าคลั่ง

แนวโน้มถ้ายังหยุดไม่ได้ประเทศมีหวังพัง ประชาชนได้ฉิบหายไปตามๆกัน

แบบที่ต้องมีการออกพันธบัตรมาใช้หนี้ ขึ้นภาษีโปะ งบประมาณรายจ่ายประจำปี

ลูกหลานต้องแบกรับภาระหนี้ในอนาคต

ทั้งหมดทั้งปวง ด้วยความหวังของสังคมที่ถูกกระตุกโดยปรากฏการณ์ใหม่ภายใต้การนำธงของ พล.อ.ประยุทธ์ในการล้างคอร์รัปชัน ถือโอกาสวันสำคัญทำกิจกรรมดีเพื่อพ่อ

ยังต้องรอพิสูจน์กันด้วยผลการกระทำ

หรือจะเป็นแค่พิธีกรรมสร้างภาพหรือไม่.

“ทีมการเมือง”

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

วิเคราะห์การเมืองทีมการเมืองวันพ่อเมืองไทยกิจกรรมทำดีทรงพระเจริญวันมหามงคลประยุทธ์ จันทร์โอชา

ข่าวแนะนำ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้