ข่าว
100 year

ตำรวจ-คณะลูกขุนเสื่อม ปลุกผีศึกเชื้อชาติสหรัฐฯ

บวร โทศรีแก้ว7 ธ.ค. 2557 05:01 น.
SHARE

แม้ “สหรัฐอเมริกา” จะอ้างว่า ยุคแห่งการแบ่งแยกเชื้อชาติสีผิวในประเทศยุติไปนานแล้ว แต่สำหรับ “คนผิวสี” ความรู้สึกที่ว่าถูกเลือกปฏิบัติอย่างไม่ยุติธรรม ไม่เท่าเทียมกับ “คนผิวขาว” ยังฝังรากลึก

เมื่อมีอะไรไปจุดชนวน เป็นต้องปะทุขึ้นมาแทบทุกครั้ง!

คงจำกันได้ เมื่อ 24 พ.ย. คณะลูกขุนเมืองเซนต์ หลุยส์ รัฐมิสซูรี ตัดสินไม่ฟ้องนายดาร์เรน วิลสัน ตำรวจผิวขาว ที่ยิงนายไมเคิล บราวน์ วัยรุ่นผิวสีวัย 18 ปีที่ไม่มีอาวุธเสียชีวิตที่เมืองเฟอร์กูสัน จุดชนวนให้เกิดการลุกฮือประท้วงใหญ่ทั่วประเทศ โดยเฉพาะที่เฟอร์กูสันเกิดจลาจลรุนแรงเผาบ้านเผาเมือง

ถัดมาแค่ 9 วัน คณะลูกขุนแห่งสแตเทน ไอส์แลนด์ 1 ใน 5 โบโรห์ของมหานครนิวยอร์ก มีมติไม่ฟ้องนายแดเนียล แพนทาลีโอ ตำรวจผิวขาว ที่ล็อกคอจับกุมนายเอริค การ์เนอร์ คนผิวสีวัย 43 ปี จนทำให้เขาเสียชีวิต

ขอความยุติธรรม–ฝูงชนจากหลายองค์กรเดินขบวนประท้วงในเมืองนวร์ก รัฐนิวเจอร์ซีย์ ทวงถามความยุติธรรมให้นายเอริค การ์เนอร์ ชายผิวสี ซึ่งถูกตำรวจผิวขาวล็อกคอจับกุมจนเสียชีวิต แต่คณะลูกขุนนิวยอร์กตัดสินไม่ฟ้องตำรวจ จุดชนวนให้เกิดการประท้วงระลอกใหม่ (เอพี)

การ์เนอร์ถูกกลุ่มตำรวจนครบาลนิวยอร์ก (เอ็นวายพีดี) องค์กรตำรวจท้องถิ่นที่ใหญ่ที่สุดในสหรัฐฯ สกัดจับบนท้องถนนในสแตเทนฯ เมื่อ
17 ก.ค.ปีนี้ ในข้อหาเร่แบ่งขายบุหรี่เถื่อนไม่เสียภาษี แต่มีการยื้อยุดกัน แพนทาลีโอใช้แขนล็อกคอและกดเขาลงกับพื้น ขณะที่ ตร.อีก 3 นายกลุ้มรุมพยายามใส่กุญแจมือ

ในช่วงนั้น การ์เนอร์ร้องซ้ำๆ ว่า “ผมหายใจไม่ออกๆ” ก่อนหัวใจหยุดเต้นกะทันหันและเสียชีวิตขณะถูกนำส่งโรงพยาบาล รายงานของเจ้าหน้าที่ชันสูตรศพระบุว่า การตายของการ์เนอร์เข้าข่ายฆาตกรรม มีสาเหตุจากการถูกกดทับที่หน้าอกและคอขณะอยู่ในท่านอนคว่ำหน้า บวกกับเป็นโรคหอบหืดและโรคหัวใจอยู่ก่อนแล้ว

เหตุการณ์ทั้งหมด มีผู้ใช้โทรศัพท์มือถือถ่ายคลิปวีดิโอออกเผยแพร่กันจะจะ ต่างจากคดีเฟอร์กูสัน ซึ่งมีแต่คำให้การของพยาน ทำให้ตำรวจผู้ก่อเหตุโต้แย้งได้ว่าถูกนายบราวน์ข่มขู่ ต่อสู้ขัดขืน จึงต้องยิงป้องกันตัว

แต่กรณีของการ์เนอร์ ผู้คนได้เห็นกับตาว่าอะไรเป็นอะไร และมองว่าแพนทาลีโอใช้ความรุนแรงเกินเหตุ ทั้งที่กฎของเอ็นวายพีดีห้ามล็อกคอ (chokehold) ผู้ต้องสงสัยขณะจับกุม อีกทั้งการ์เนอร์ก็ไม่มีอาวุธ ไม่ได้ต่อสู้ทำร้ายตำรวจในลักษณะที่จะก่ออันตรายร้ายแรง

ต้องสู้–สาธุคุณ อัล ชาร์ปตัน และผู้นำกลุ่มสิทธิพลเมืองอื่นๆ แถลงข่าวที่นิวยอร์ก นัด ชุมนุมประท้วงครั้งใหญ่ที่กรุงวอชิงตัน 13 ธ.ค.นี้ หลัง คณะลูกขุนนิวยอร์กตัดสินไม่ฟ้องตำรวจผิวขาวที่ล็อกคอจับกุมชายผิวดำจนเสียชีวิต (เอพี)

หลายคนชี้ว่า ยังไงๆ แพนทาลีโอต้องมีความผิด อย่างน้อยในข้อหาทำให้ผู้อื่นเสียชีวิตโดยประมาท!

คำตัดสินของคณะลูกขุนชุดนี้ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นคนผิวขาวเหมือนในคดีเฟอร์กูสัน จึงค้านสายตาประชาชีโดยเฉพาะคนผิวดำอย่างแรง เมื่อผสมโรงกับการประท้วงคดีเฟอร์กูสัน และคดีที่ตำรวจยิงด.ช.ทามีร์ ไรซ์ อายุ 12 ปี ซึ่งถือปืนปลอม ที่เมืองคลีฟแลนด์ รัฐโอไฮโอ เมื่อ 22 พ.ย. ทำให้การประท้วงปะทุรุนแรงขึ้นมาอีก

คำตัดสินของคณะลูกขุนยังทำให้นักกฎหมายจำนวนมากงุนงง นายเจมส์ โคเฮน ศ.คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยฟอร์ดแฮม ถึงกับกล่าวว่า “ไม่มีการใช้ตรรกะในกระบวนการตัดสินคดีนี้”

แม้แต่ประธานาธิบดีบารัค โอบามา ยังดูข้องใจ แถลงว่าคดีนี้เผยให้เห็นถึงประเด็นที่ใหญ่กว่า เมื่อใครในประเทศนี้ไม่ได้รับการปฏิบัติโดยเท่าเทียมภายใต้กฎหมาย นั่นคือปัญหา ตนในฐานะประธานาธิบดีต้องช่วยแก้

นายเอริค โฮลเดอร์ รมว.ยุติธรรม ซึ่งเป็นคนผิวสีเหมือนโอบามา ก็ประกาศจะสอบสวนคดีนี้ว่าตำรวจละเมิดสิทธิพลเมืองหรือไม่ ขณะที่นาย
บิล เดอ บลาซิโอ นายกเทศมนตรีนครนิวยอร์กกล่าวว่า คำตัดสินของคณะลูกขุนเป็นสิ่งที่ชาวรัฐนิวยอร์กจำนวนมากไม่ต้องการ

ส่วนสาธุคุณ อัล ชาร์ปตัน ผู้นำกลุ่มสิทธิพลเมืองชื่อดัง ถึงขั้นชี้ว่าระบบคณะลูกขุนของสหรัฐฯ ในรัฐต่างๆ “แตกสลาย” แล้ว และเรียกร้องให้รัฐบาลกลางเข้ามาแก้ปัญหา เขายังนัดชุมนุมประท้วงครั้งใหญ่ในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. 13 ธ.ค.นี้ เพื่อเรียกร้องความยุติธรรมและให้มีการปฏิรูปตำรวจครั้งใหญ่ จากนั้นจะจัดประชุมสุดยอดกลุ่มสิทธิพลเมืองทั่วประเทศ

หลังเหตุจลาจลที่เฟอร์กูสัน โอบามาเพิ่งขออนุมัติงบประมาณ 263 ล้านดอลลาร์จากสภาคองเกรส เพื่อเพิ่มการฝึกอบรมและปฏิรูปตำรวจ รวมทั้งงบฯ 75 ล้านดอลลาร์ ใช้ติดตั้งกล้องที่ปกเสื้อให้ตำรวจ 50,000 นายทั่วประเทศ เพื่อบันทึกการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจ และลดความไม่ไว้วางใจของชุมชนที่มีต่อตำรวจ

แต่หลังคณะลูกขุนตัดสินคดีสแตเทนฯ มีผู้ตั้งข้อสงสัยว่าการติดกล้องบันทึกการทำงานของตำรวจจะมีประโยชน์อะไร ในเมื่อคดีสแตเทนฯ คลิปวีดิโอก็ชี้ให้เห็นกันจะจะแล้วว่าตำรวจใช้ความรุนแรงเกินเหตุ แต่คณะลูกขุนกลับตัดสินไม่ฟ้องซะดื้อๆ นั่นบ่งชี้ถึงความล้มเหลวของกระบวนการยุติธรรมทางอาญาในสหรัฐฯ

ผลการสอบสวนหมาดๆของกระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ ยังระบุว่า ตำรวจเมืองคลีฟแลนด์ รัฐโอไฮโอ ใช้กำลังโดยไม่สมเหตุสมผลและประมาทอย่างเป็นระบบ ซึ่งในอีกหลายรัฐอาจเป็นเช่นเดียวกัน

ปัญหาใหญ่อีกอย่างก็คือ ตำรวจในหลายรัฐทำงานสไตล์ทหาร และใช้อาวุธยุทโธปกรณ์ของทหาร ซึ่งเน้นความดุดันเฉียบขาด แต่มักใช้กำลังรุนแรงเกินเหตุและขาดความยืดหยุ่นรอบคอบ ดังกรณีตำรวจในชุดเกราะเต็มตัว ใช้รถหุ้มเกราะ บุกกวาดล้างผู้ก่อจลาจลที่เฟอร์กูสัน

เป็นปัญหาใหญ่ที่ทุกภาคส่วนต้องช่วยกันคิดช่วยกันแก้ ก่อนที่ความขัดแย้งและความรุนแรงจะบานปลายจนเกินแก้ไหว!

บวร โทศรีแก้ว

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

7 วันรอบโลกบวร โทศรีแก้วเอริค โฮลเดอร์อัล ชาร์ปตันกระทรวงยุติธรรมคลีฟแลนด์โอไฮโอโอบามา

ข่าวแนะนำ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้