ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    แท็กซี่โวย-รถบรรทุกขู่หยุดวิ่ง

    ทีมข่าวเศรษฐกิจ6 ธ.ค. 2557 05:00 น.
    SHARE

    ขึ้นแอลพีจี-เอ็นจีวี ทำต้นทุนขนส่งพุ่งรายได้หด

    ผู้ประกอบการแท็กซี่ยังไม่พอใจ โวยขึ้นค่าพลังงานทำรายได้หด จี้คมนาคมขอขึ้นค่าโดยสารเพิ่มจาก 13% เป็น 20% ส่วนสิงห์รถบรรทุกบ่นอุบ ขู่หยุดวิ่งหากขาดทุน ขณะที่ขนส่งคาดขึ้นค่าโดยสารแท็กซี่รอบแรกได้ภายในสิ้นปีนี้ ส่วนโครงการซื้อรถเมล์เอ็นจีวียังอาถรรพณ์อาจทำไม่ทันเดือน ม.ค.

    นายธีระพงษ์ รอดประเสริฐ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก เปิดเผยความคืบหน้าปรับขึ้นค่าโดยสารรถแท็กซี่มิเตอร์ใหม่ระยะแรกว่า จะดำเนินการได้ภายในสิ้นเดือน ธ.ค.นี้ โดยขณะนี้กำลังเร่งตรวจสอบคุณภาพตัวรถแท็กซี่ให้ได้มาตรฐานอยู่ ซึ่งข้อมูลล่าสุด ตั้งแต่วันที่ 3 พ.ย.-3 ธ.ค.57 มีรถแท็กซี่เข้าตรวจสอบมาตรฐานแล้ว 24,859 คัน คิดเป็น 23% ของจำนวนรถแท็กซี่ที่จดทะเบียนในกรุงเทพฯ ทั้งหมด 108,616 คัน โดยหากมีรถแท็กซี่ผ่านการตรวจสอบได้มาตรฐานเพียงพอให้บริการประชาชน กรมฯคาดว่าจะประกาศใช้อัตราค่าโดยสารใหม่ระยะแรกได้ในสิ้นปี 57

    ทั้งนี้ เพื่อให้การตรวจสอบมาตรฐานคุณภาพแท็กซี่มีความรวดเร็วยิ่งขึ้น กรมการขนส่งทางบก ยังได้ขยายเวลาการให้บริการตรวจสภาพรถแท็กซี่ที่สำนักงานขนส่งกรุงเทพมหานครพื้นที่ 1-5 ทุกวันตั้งแต่เวลา 07.00-18.00 น. โดยไม่เว้นวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ เริ่มตั้งแต่วันเสาร์ที่ 6 ธ.ค.เป็นต้นไป ดังนั้น จึงขอความร่วมมือให้ผู้ประกอบการรถแท็กซี่และเจ้าของรถแท็กซี่รีบนำรถเข้ามาตรวจสภาพด่วน เพื่อให้สามารถปรับปรุงมิเตอร์เพื่อใช้อัตราค่าโดยสารใหม่ได้ทันตามกำหนด โดยรถแท็กซี่ที่ผ่านมาตรฐานการตรวจสอบคุณภาพตัวรถแล้ว กรมการขนส่งทางบกจะออกเอกสารเพื่อใช้เป็นหลักฐาน ก่อนนำรถเข้าสู่กระบวนการปรับมาตรค่าโดยสารต่อไป โดยกรมฯจะออกสติกเกอร์รับรองคุณภาพ เพื่อแสดงถึงการผ่านการตรวจมาตรฐานคุณภาพบริการรถแท็กซี่และใช้อัตราค่าโดยสารใหม่ในระยะที่ 1

    ส่วนการปรับค่าโดยสารระยะที่ 2 กรมการขนส่งทางบกจะติดตาม และประเมินการให้บริการของรถแท็กซี่อีกครั้ง โดยผู้ขับรถแท็กซี่ต้องมีใบอนุญาตขับรถสาธารณะทุกคน ต้องแต่งกายสุภาพ สะอาด ไม่ปฏิเสธผู้โดยสาร และต้องใช้มาตรค่าโดยสารที่ถูกต้อง นอกจากนี้ ผู้ประกอบการจะต้องจัดส่งประวัติผู้ขับรถทุกครั้งที่มีการเปลี่ยนแปลง ต้องไม่ให้ผู้ไม่มีใบอนุญาตขับรถแท็กซี่มาขับรถ และต้องดูแลสภาพรถให้พร้อมใช้งานถูกต้องตามที่กฎหมายกำหนด

    นายธีระพงษ์กล่าวต่อว่า กรมการขนส่งทางบกยังได้จัดชุดปฏิบัติการลงพื้นที่โดยเฉพาะบริเวณหน้าห้างสรรพสินค้า ย่านชุมชนที่มีการจราจรหนาแน่นชานเมือง และสถานีขนส่งผู้โดยสาร เพื่อตรวจสอบการให้บริการรถแท็กซี่ รวมถึงแก้ปัญหาการปฏิเสธรับผู้โดยสารอย่างจริงจัง รวมทั้งเปิดรับข้อคิดเห็นผ่าน 1584 อีกด้วย

    ด้านนายวิฑูรย์ แนวพานิช ประธานเครือข่ายสหกรณ์แท็กซี่ในเขตกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า การปรับขึ้นราคาเอ็นจีวีและแอลพีจีได้ส่งผลกระทบต่อผู้ขับรถแท็กซี่อย่างมาก โดยการขึ้น กก.ละ 1 บาท ได้ทำให้ต้นทุนการขับรถเพิ่มขึ้นกะละ 50 บาท และรายได้อาชีพแท็กซี่เหลือไม่ถึงกะละ 200 บาท ซึ่งน้อยกว่าค่าแรงขั้นต่ำที่ได้อีก ที่สำคัญขณะนี้ผู้ขับรถแท็กซี่ก็ยังไม่ได้รับอนุญาตให้ปรับขึ้นค่าโดยสารแท็กซี่ ดังนั้น เครือข่ายสหกรณ์ฯจะหารือเพื่อกำหนดท่าทีขอความช่วยเหลือจากรัฐบาลอีกครั้งว่าจะให้การช่วยเหลืออย่างไร ทั้งเรื่องเงินชดเชยเอ็นจีวี รวมถึงการขอให้ทบทวนการขึ้นค่าโดยสารแท็กซี่ใหม่ให้สูงขึ้นจาก 8-13% เป็น 20% เพื่อให้ครอบคลุมกับราคาพลังงานที่ปรับสูงขึ้นด้วย

    ขณะที่นายอภิชาติ ไพรรุ่งเรือง นายกสมาคมขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย กล่าวว่า การปรับขึ้นราคาพลังงานได้ส่งผลกระทบต่อต้นทุนการประกอบการ แต่ผู้ประกอบการจำเป็นต้องแบกรับภาระไว้ ไม่สามารถปรับขึ้นค่าขนส่งได้เพราะเศรษฐกิจไม่ดี จึงอยากขอความร่วมมือให้บริษัท ปตท.เพิ่มสถานีหรือศูนย์บริการก๊าซเอ็นจีวีให้เพียงพอกับความต้องการของผู้ใช้บริการก๊าซเอ็นจีวี แต่หากสถานการณ์ยังไม่ดีขึ้นผู้ประกอบการรถบรรทุกบางส่วนอาจเลือกหยุดวิ่งรถแทน เพื่อแก้ปัญหาขาดทุน

    ส่วนนางปราณี ศุกระศร กรรมการและรักษาการผู้อำนวยการองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) เปิดเผยถึงความคืบหน้าโครงการจัดซื้อรถโดยสารเชื้อเพลิงธรรมชาติ (เอ็นจีวี) จำนวน 3,183 คัน วงเงิน 13,600 ล้านบาทว่า ขณะนี้ยังไม่ได้สรุปเงื่อนไขการประกวดราคา (ทีโออาร์) โครงการดังกล่าวถึงแม้ที่ผ่านมาจะเปิดให้ประชาชนแสงความคิดเห็นผ่านทางเว็บไซต์มาแล้วประมาณ 12-13 ครั้ง เนื่องจากยังจำเป็นต้องรอข้อมูลราคาจากทางผู้ผลิตรถโดยสาร จำนวน 11 ราย ที่ ขสมก.ได้ส่งหนังสือไปขอความคิดเห็นเร่งด่วน เพื่อนำข้อมูลมาประกอบการกำหนดราคากลางให้มีชัดเจนและโปร่งใสมากยิ่งขึ้น

    ดังนั้น การจัดซื้อรถเมล์ลอตแรก จำนวน 489 คัน ที่กำหนดจะเริ่มทยอยส่งมอบในเดือน ม.ค. 2558 นั้น ยังไม่แน่ใจว่าจะสามารถดำเนินการได้หรือไม่ เพราะต้องรอข้อมูลจากผู้ผลิตมาประกอบการจัดทำทีโออาร์ก่อน แต่หากในที่สุดไม่มีผู้ผลิตรายใดตอบกลับเรื่องที่ ขสมก.สอบถามไป ทางผู้ที่เกี่ยวข้องก็มีวิธีการที่จะดำเนินการเพื่อให้โครงการสามารถเดินหน้าต่อไปได้อยู่แล้ว จึงไม่น่าเป็นห่วง อย่างไรก็ตาม ตอนนี้ยังไม่ได้สรุปว่าจะต้องมีการปรับลดราคากลางลงจากเดิมหรือไม่ เพราะต้องดูข้อมูลต่างๆให้ชัดเจนก่อน.

    อ่านเพิ่มเติม...

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    แท็กซี่ขึ้นค่าโดยสารรถบรรทุกธีระพงษ์ รอดประเสริฐ

    ข่าวแนะนำ

    Most Viewed

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    วันเสาร์ที่ 24 ตุลาคม 2563 เวลา 20:39 น.