ข่าว
100 year

สัมผัสแห่งพระเจ้า.. เสน่ห์ "โยคะศาสตร์" ที่เมือง...ฤาษีเกศ

ไทยรัฐฉบับพิมพ์6 ธ.ค. 2557 05:01 น.
SHARE

โยคะยามเช้า...ริมฝั่งคงคา.

"ไทยแลนด์โยคะเฟส 2014 บี ออริจินัล" (Thailand Yoga Fest 2014 Be Original)ซึ่งกำลังจะจัดขึ้นในวันที่ 5-7 ธันวาคม 2557 ที่ตึกเคซีซี สีลม ซอย 9 เป็นอีกงานเล็กๆแต่ยิ่งใหญ่ คนซึ่งสนใจศาสตร์ โยคะ หรือที่ในภาษาอังกฤษเรียกว่า Yoga ไม่ควรพลาด เพราะนอกจากจะได้เรียนรู้ศาสตร์ของการเยียวยากาย ใจ และจิตวิญญาณอย่างลึกซึ้งแล้ว ผู้ที่เข้าร่วมงานยังจะได้สัมผัสกับกูรูด้านโยคะกว่า 20 คน ซึ่งเดินทางมาจากเมืองฤาษีเกศ ประเทศอินเดีย

เราได้มีโอกาสไปเยือนเมืองฤาษีเกศ เพื่อสัมผัสความยิ่งใหญ่ของโยคะ ที่ถือกำเนิดขึ้นในเมืองนี้ มานานนับเป็นพันๆปี เช่นเดียวกับ “โยคี” และ “ฤาษี” นักบวชผู้บำเพ็ญเพียรสู่โมกษะหรือการหลุดพ้นจากสภาวะความทุกข์ ทางโลกก่อนพุทธกาลนานกว่า 1,000-4,000 ปี

กิจกรรมล่องแก่งด้วยเรือยางในแม่น้ำคงคา...เมืองฤาษีเกศ.
ถนนในเมืองฤาษีเกศ..เต็มไปด้วยโรงเรียนสอนโยคะ.

จึงไม่ต้องแปลกใจว่า ทำไมถนนเกือบทุกสายในฤาษีเกศจึงมีทั้งฤาษี โยคี ชีเปลือย ให้เห็นกันอย่างดาษดื่น

“พี่แอมป์” ชญาดา มาตรเจริญ บรรณาธิการบริหารนิตยสารโยคะเจอร์นัล ประเทศไทย และกรรมการผู้จัดการบริษัทเมคเฟรนด์ จำกัด เปิดม่านเมืองฤาษีเกศต้อนรับพวกเรา ด้วยการบรรยายถึงศาสตร์โยคะที่มีคุณอนันต์ต่อชีวิตมนุษยชาติว่า ต้นทางความรู้ของโยคะศาสตร์ เริ่มต้นที่นี่ และแพร่ขยายไปทั่วโลก พวกเรามาที่ฤาษีเกศ จึงเหมือนการมาย้อนอดีตความรู้อันยิ่งใหญ่ ที่ในแต่ละปีจะมีผู้คนจากทั่วโลกเดินทางมาฤาษีเกศ เพื่อสัมผัสเมืองที่เปรียบเสมือนรอยต่อจากมนุษย์ถึงพระเจ้า

เหตุที่พี่แอมป์พูดเช่นนี้ น่าจะมาจากชื่อเมือง “ฤาษีเกศ” ที่มาจากคำว่า “Rishikesh” ตามภาษาสันสกฤตซึ่งเป็นชื่อของพระนารายณ์ มีความหมายตรงตัว ว่า “สัมผัสแห่งพระเจ้า”

ร้านขายผลไม้ในเมือง.
วัดฮินดู 14 ชั้น ใกล้สะพานลักษมันจุฬา.

น่าแปลกที่แม้วันนี้โลกจะเจริญก้าวหน้าไปด้วยเทคโนโลยี แต่ที่ฤาษีเกศ สิ่งที่เคยเป็นอยู่ ณ ขณะพันปีล่วงแล้ว ก็ยังดำรงอยู่ ไม่ว่าจะเป็นการทรมานร่างกายแบบโยคี การเยียวยารักษาตนเองด้วยพลังลมหายใจแบบโยคะ หรือแม้แต่การลงล้างหน้า ชำระสะสางร่างกายในแม่น้ำคงคามหานที

แม่น้ำคงคาที่ฤาษีเกศต่างจากคงคาที่พาราณสี สีของน้ำใสแต่มีประกายของแสงสีเขียวราวกับมรกต นอกจากคนที่นี่จะอาบ ดื่ม กิน ในแม่น้ำนี้แล้ว คงคาในฤาษีเกศยังเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีนักท่องเที่ยวแวะเวียนไปล่องแก่ง ด้วยการนั่งเรือยางไปตามลำน้ำ และที่นี่เอง ที่ พี่แอมป์ บอกพวกเราว่า จะพาไปยังจุดกึ่งกลางของความศักดิ์สิทธิ์ ที่หากใครได้กระโดดลงไปในแม่น้ำแล้วอธิษฐานขอพรก็มักจะประสบความสำเร็จ เราเลยขอกระโดดเสียสองรอบ ด้วยจุดประสงค์ที่ต่างกัน

ชาวฮินดูอาบ ดื่ม กินน้ำในแม่น้ำศักดิ์สิทธิ์ทุกเช้า.
ขอทานในเมืองฤาษีเกศ.

ชาวฮินดูเชื่อว่าฤาษีเกศเป็นเมืองศักดิ์สิทธิ์ ในอดีตเป็นเมืองที่มีฤาษีมากที่สุดของอินเดีย ภาพเก่าๆของเมืองยืนยันชัดว่า บรรดาฤาษีและโยคีต่างฝึกปฏิบัติด้วยการนั่งสมาธิบนโขดหินริมฝั่งแม่น้ำคงคา จนบรรลุกันเป็นจำนวนมาก

นอกจากแม่น้ำคงคาแล้ว ที่นี่ยังมีอาศรมมากมายทั้งสำหรับเรียนและฝึกฝนโยคะ มีโรงเรียนสอนโยคะมากกว่า 300 แห่ง รวมถึงวัดฮินดูทั้งเก่าและใหม่ที่เรียงรายอยู่สองฟากฝั่งแม่น้ำ

สะพานลักษมันจุฬา เป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่ไม่ควรพลาดถ้ามาเที่ยวที่ฤาษีเกศ ว่ากันว่าสะพานแห่งนี้เป็นสถานที่ที่พระลักษณ์ได้ข้ามแม่น้ำคงคาจากฝั่งหนึ่งไปยังอีกฝั่งหนึ่ง และที่เดียวกันนี้เองที่เราจะเห็นวัดฮินดูสูง 14 ชั้น ตั้งตระหง่านเป็นจุดซิกเนเจอร์ อีกแห่งของเมือง

Swami Yogananda Maharaj Ji กูรูโยคะศาสตร์อายุ 107 ปี.

ลมแห่งหิมาลัยพัดต้องผิวกายยามเย็นที่เราออกไปเดินเล่นในเมือง ร้านขายอาหารประเภทนาน แกงถั่ว รวมไปถึงแป้งชนิดต่างๆมีให้เห็นเกือบทุกซอกซอยของถนน แต่อาหารค่ำในเมืองฤาษีเกศวันนี้ เจ้าภาพภูมิใจนำเสนอร้านอาหารเก่าแก่กว่า 100 ปี ชื่อว่า “โชติวรา” อ่านว่า โช-ติ-วะ-รา

อาหารส่วนใหญ่ที่นำมาเสิร์ฟ เป็นอาหารพื้นเมือง มีทั้งนาน แกงผัก แกงถั่ว ซุปมะเขือเทศ เพราะชาวฮินดูไม่บริโภคเนื้อสัตว์ คนทั้งเมืองเป็นมังสวิรัติที่เคร่งครัดมากๆ ส่วนขนมหวานที่เป็นไฮไลต์ ชื่อว่า “กุหลาบจามู” ทำจากแป้งและน้ำตาล รสชาติค่อนข้างหวาน จึงไม่ควรบริโภคมากนัก เพียงแค่ล้างกลิ่นเครื่องเทศที่ฉุนเฉียวจากอาหารให้เจือจางลงเท่านั้น

และเพราะการไม่กินเนื้อสัตว์นี่เองที่อาจจะเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้สุขภาพของคนเมืองนี้แข็งแรง อย่างเช่น “Swami Yogananda Maharaj Ji” ที่วันนี้อายุ 107 ปีแล้ว แต่ยังดูแข็งแรง สามารถทำโยคะดัดตัวจนเกือบจะพับได้

ภาพเมืองฤาษีเกศถ่ายจากสะพานลักษมันจุฬา.
ร้านอาหารริมฝั่งคงคา.

Yogananda Maharaj Ji บอกว่า เคล็ดลับอายุยืนของท่านมาจากการฝึกฝนโยคะนานกว่า 80 ปี และควบคุมอาหารการกินให้อยู่ในปริมาณที่พอเหมาะเรียบง่าย สำคัญคือ ไม่มีการแตะต้องเนื้อสัตว์อย่างเด็ดขาด กินอาหารที่สดใหม่อยู่เสมอ

เรื่องของเนื้อสัตว์นี้ คนในเมืองฤาษีเกศเคร่งขนาดไหน ก็ลองคิดดูเอาเองว่า เมืองทั้งเมืองไม่มีแม้แต่ไข่ไก่ขาย ปรมาจารย์โยคะศาสตร์ อายุ 107 ปีท่านนี้ ยังบอกด้วยว่าการกินเนื้อสัตว์ ทำให้กล้ามเนื้อ เส้นเอ็นต่างๆไม่ยืดหยุ่น จึงเป็นอุปสรรคต่อการใช้ชีวิตเมื่ออายุมากขึ้น แต่ถ้าไม่กินเนื้อสัตว์และปฏิบัติกายใจ ด้วยศาสตร์ที่มีพลังมหาศาลอย่างโยคะศาสตร์แล้ว ก็เหมือนกับลมหายใจของเราเป็นหนึ่งเดียวกับลมหายใจแห่งพระเจ้า

เราใช้เวลาอยู่ที่เมืองฤาษีเกศเพียงไม่กี่วัน แต่ก็รู้ได้เลยว่า ร่างกายสบายขึ้น จากที่เคยหนักก็เบาลง อารมณ์ที่เคยร้อนก็เย็นลง
แต่สำคัญที่สุด ก็คือ เราได้ค้นพบสัจธรรมข้อหนึ่งว่า...

ชีวิตที่เดินช้าลงบ้าง อาจทำให้เราเป็นทุกข์น้อยกว่าการรีบเร่งจนลืมแม้กระทั่งมองลมหายใจของตัวเอง.

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

เที่ยวตามตะวันฤาษีเกศชญาดา มาตรเจริญโยคีชีเปลือยนักบวชโยคะศาสตร์แอมป์ศักดิ์สิทธิ์

ข่าวแนะนำ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้