นักบุญผู้ยิ่งใหญ่แห่งตะวันออกกลาง

ข่าว

    นักบุญผู้ยิ่งใหญ่แห่งตะวันออกกลาง

    มิสแซฟไฟร์

      6 ธ.ค. 2557 05:01 น.

      ซาอุดีอาระเบีย ขึ้นชื่อว่าเป็นประเทศผู้ผลิตและส่งออกน้ำมันยักษ์ใหญ่อันดับหนึ่งของโลก และยังมีปริมาณน้ำมันสำรองมากที่สุด อีกทั้งกุมบทบาทนำในกลุ่มโอเปก ที่สำคัญยังมีอิทธิพลอย่างสูงในการรักษาเสถียรภาพราคาและระดับอุปทานน้ำมันในตลาดโลก ผลผลิตน้ำมันของซาอุดีอาระเบียคิดเป็น 40% ของจีดีพี ขณะที่รายได้จากการส่งออกน้ำมันคิดเป็น 90-95% ของรายได้จากการส่งออกทั้งหมด

      ตลอดระยะเวลาเกือบ 10 ปี ที่ทรงครองราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบีย สมเด็จพระราชาธิบดีอับดุลลาห์ บิน อับดุลอาซิส อัล ซาอุด ผู้พิทักษ์สองมหามัสยิดอันศักดิ์สิทธิ์ของโลก พระชนมพรรษา 90 พรรษา ได้ทรงวางรากฐานสำคัญๆให้ประเทศอย่างมากมาย นอกจากการสร้างประเทศให้มั่งคั่ง และเศรษฐกิจเติบโตขึ้นแบบก้าวกระโดด พระองค์ยังทรงแสดงบทบาทนำในการแก้ไขความขัดแย้งในโลกอาหรับและอิสลาม โดยทรงพยายามทุกวิถีทางเพื่อสมานรอยร้าวและสร้างสันติภาพให้เกิดขึ้นในภูมิภาคตะวันออกกลาง

      ด้วยน้ำพระราชหฤทัยอันยิ่งใหญ่ “กษัตริย์อับดุลลาห์” ทรงได้รับการยกย่องจากเลขาธิการสหประชาชาติ “นายบัน คีมูน” ว่าทรงมีน้ำพระราชหฤทัยอย่างล้นพ้นต่อประชาชนชาวมุสลิม โดยพระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์มาอย่างต่อเนื่อง เพื่อช่วยเหลือประชาชนผู้ตกทุกข์ได้ยาก ทรงมีพระบัญชาให้อัดฉีดเงิน 54 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ช่วยเหลือด้านอาหารแก่ครอบครัวยากจนชาวเยเมน 45,000 ครอบครัว

      ขณะเดียวกัน พระองค์ก็ทรงเชื้อเชิญประชาชนชาวปาเลสไตน์ 1,000 คน จากครอบครัวที่สูญเสียบุคคลอันเป็นที่รักจากการโจมตีของอิสราเอลในเหตุการณ์ข้อพิพาทฉนวนกาซาล่าสุด เดินทางเข้าร่วมประกอบพิธีฮัจญ์ในปีที่ผ่านมา พร้อมกันนี้ กษัตริย์อับดุลลาห์ยังทรงบริจาคพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ 26.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ให้กระทรวงสาธารณสุขปาเลสไตน์ เพื่อนำไปจัดสรรซื้อยาและเวชภัณฑ์ สำหรับช่วยเหลือประชาชนผู้เคราะห์ร้ายในฉนวนกาซา ที่ตกเป็นเหยื่อเหตุรุนแรงในการสู้รบระหว่างอิสราเอลและกลุ่มฮามาส แม้แต่ชาวอิรักที่ถูกกลุ่มติดอาวุธ “รัฐอิสลาม” ปิดล้อมโจมตี ก็ยังได้รับน้ำพระราชหฤทัยจากองค์พระประมุขแห่งซาอุดีอาระเบีย โดยได้พระราชทานความช่วยเหลือทางมนุษยธรรมให้อิรักถึง 500 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

      เพราะตระหนักถึงพิษภัยของกระบวนการก่อการร้าย เมื่อหลายปีก่อน กษัตริย์อับดุลลาห์ทรงเคยเรียกร้องให้ก่อตั้งศูนย์ต่อต้านการก่อการร้ายสากล ซึ่งได้รับการขานรับและสนับสนุนจาก 55 ประเทศ สมาชิกสหประชาชาติ ในที่ประชุมต่อต้านการก่อการร้าย ณ กรุงริยาด ประเทศซาอุดีอาระเบีย ล่าสุด เมื่อเดือน ส.ค.ที่ผ่านมา กษัตริย์ผู้เปี่ยมด้วยวิสัยทัศน์ ยาวไกลยังทรงเรียกเสียงฮือฮาไปทั่วโลก ด้วยการบริจาคเงิน 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ให้แก่ยูเอ็น เพื่อสนับสนุนการจัดตั้งศูนย์ต่อต้านการก่อการร้ายสากลแห่งสหประชาชาติ

      ในฐานะผู้พิทักษ์สองมหามัสยิดอันศักดิ์สิทธิ์ของโลก กษัตริย์อับดุลลาห์ทรงเรียกร้องมุสลิมทั่วโลกให้นำจิตวิญญาณแห่งเดือนเราะมะฎอน เป็นแรงบันดาลใจแข่งขันกันทำความดี ช่วยเหลือคนยากไร้ ขณะเดียวกัน ยังทรงเรียกร้องให้ชาวมุสลิมตระหนักถึงเป้าหมายลึกซึ้งอันเป็นจิตวิญญาณของอิสลาม ซึ่งเป็นแนวศรัทธาแห่งความรัก ความเมตตา การให้อภัย และการส่งเสริมเชิดชูคุณธรรม รวมทั้งการปฏิรูป และการสานเสวนาเพื่อความสมานฉันท์ระหว่างมนุษยชาติ

      “เดือนแห่งสิริมงคลนี้สอนเราอย่างมากมาย เราต้องนำบทเรียนที่ได้รับนั้นมาไตร่ตรองเพื่อให้ตระหนักว่าควรให้ความช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ที่ด้อยโอกาสกว่าอย่างไร คนมั่งมีควรรู้ซึ้งถึงความทุกข์ของคนยากจนอย่างไร และมุสลิมควรแข่งขันกันเองในการสร้างคุณความดีอย่างไร เพื่อให้เป็นที่โปรดปรานของพระผู้เป็นเจ้า” นับเป็นพระราชสาสน์ที่ยังคงดังกึกก้องอยู่ในหัวใจของชาวมุสลิมทั้งโลกตราบจนถึงปัจจุบัน.

      อ่านเพิ่มเติม...

      แท็กที่เกี่ยวข้อง

      คุณอาจสนใจข่าวนี้

      thairath-logo

      ApplicationMy Thairath

      ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
      Trendvg3 logo
      Sonp logo
      inet logo
      วันเสาร์ที่ 16 ตุลาคม 2564 เวลา 11:09 น.
      ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
      เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์