ข่าว
100 year

สนช. เห็นชอบเอ็มโอยูไทย-จีน สร้างรถไฟทางคู่ - เลื่อนถก ก.ม.ภาษีมรดก

ไทยรัฐออนไลน์4 ธ.ค. 2557 14:30 น.
SHARE

สนช.ผ่านเอ็มโอยูไทย-จีนรถไฟทางคู่ “ประจิน” รับใช้งบไม่ต่ำกว่า 3.5 แสนล้าน โวมีผลบวกมากกว่าลบ ขณะที่เลื่อนถก ก.ม.ภาษีมรดก อ้างรายละเอียดเยอะ

วันที่ 4 ธ.ค. ที่รัฐสภา มีการประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) โดยนายพรเพชร วิชิชตชลชัย ประธาน สนช. ทำหน้าที่ประธานการประชุม พิจารณาวาระร่างบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทย กับรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน ภายใต้การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางรถไฟของประเทศไทย ในกรอบยุทธศาสตร์การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมขนส่งของไทย พ.ศ. 2558 – 2565 คณะรัฐมนตรีเป็นผู้เสนอ

โดย พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รมว.คมนาคม ชี้แจงว่า ร่างบันทึกดังกล่าวมี 2 เส้นทาง คือ โครงการรถไฟทางคู่ขนาดมาตรฐาน เส้นทางหนองคาย-โคราช-แก่งคอย-มาบตาพุด ระยะทางประมาณ 734 กิโลเมตร และเส้นทางแก่งคอย-กรุงเทพฯ ระยะทางประมาณ 133 กิโลเมตร ซึ่งโครงการนี้จะใช้พื้นที่ ใช้ทรัพยากร ที่อาจมีผลกระทบต่อความมั่นคง กระทบเศรษฐกิจ เข้าเงื่อนไขรัฐธรรมนูญชั่วคราว ปี 2557 มาตรา 23 ที่ระบุว่าต้องผ่านความเห็นชอบจาก สนช. รัฐบาลจึงเสนอต่อ สนช.เพื่อให้ความเห็นชอบ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การพิจารณาร่างบันทึกความเข้าใจดังกล่าว สมาชิก สนช. อภิปรายกว้างขวาง อาทิ นายมณเฑียร บุญตัน สนช. อภิปรายว่า ร่างบันทึกนี้สร้างความเจริญก้าวหน้าทางโครงสร้างพื้นฐานให้ประเทศ การดำเนินการต้องให้ประชาชนทุกคนเข้าถึงบริการได้ ไม่ว่าจะคนปกติ หรือพิการ และการออกแบบก่อสร้าง จัดซื้อตัวรถ สร้างราง ระบบซื้อตั๋ว ต้องเป็นสากล

ด้าน พล.อ.อ.ไพศาล สีตะบุตร สนช. กล่าวว่า โครงการนี้จะสร้างโอกาสการใช้ประโยชน์สูงสุด จากการเป็นประชาคมอาเซียน แต่มีข้อสังเกต 1.ต้องพิจารณาให้รอบคอบ ถึงผลกระทบต่อประชาชน การประกอบอาชีพ ความเป็นอยู่ เพราะคนลงทุนมาจากต่างประเทศ 2.จะมีโอกาสที่เปิดให้เอกชนบริหารจัดการได้หรือไม่ 3.โครงการมีมูลค่าการลงทุนสูง ต้องการดำเนินการทุกขั้นตอนด้วยความโปร่งใส สุจริต ตรวจสอบได้ 4.ให้ถ่ายทอดเทคโนโลยีของผู้ชำนาญการต่างประเทศ เพื่อพัฒนาบุคลากรของไทย ทั้งนี้ ภายหลังสมาชิก สนช. อภิปรายกว้างขวาง ที่ประชุมมีมติเห็นชอบร่างบันทึกความเข้าใจดังกล่าว ด้วยคะแนน 187 เสียง

พล.อ.อ.ประจิน ชี้แจงตอนท้ายว่า ทั้งสองฝ่ายจะใช้ความร่วมมือแบบรัฐบาลต่อรัฐบาล หรือจีทูจี โดยจีนจะรับผิดชอบก่อสร้างและพัฒนาระบบรถไฟ ส่วนไทยจะให้จีนเข้ามีส่วนร่วมในขั้นตอนเตรียมโครงการ รวมถึงศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการ และพยายามให้เริ่มก่อสร้างปี 2559 ซึ่งโครงการนี้จะช่วยแก้ปัญหาเรื่องขนส่งระบบราง ยืนยันว่าไม่มีการมอบสิทธิประโยชน์เรื่องที่ดินสองข้างทางรถไฟให้จีน เราจะพยายามดูแลโครงการนี้ ไม่ให้เกิดผลกระทบในอนาคต เมื่อผ่านการเห็นชอบจาก สนช.แล้ว เชื่อว่าจะมีการลงนามของทั้งสองฝ่ายเร็วๆ นี้ และเดือน ม.ค. - ก.พ. 2558 จะลงพื้นที่สำรวจ รวมถึงการพิจารณาเงื่อนไขต่างๆ ได้

ทั้งนี้ โครงการมีงบประมาณการไม่ต่ำกว่า 3.5 แสนล้าน ซึ่งมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจในภาพรวมแน่นอน แต่เชื่อว่าเป็นไปในทางบวกมากกว่าทางลบ จากนั้นที่ประชุมพิจารณาวาระร่างความตกลงระหว่างรัฐบาลไทย–สหรัฐอเมริกาเพื่อความร่วมมือด้านภาษีอากรระหว่างประเทศ และการดำเนินการตาม FATCA ตามที่คณะรัฐมนตรีเสนอ โดยนายสมหมาย ภาษี รมว.คลัง เข้าชี้แจง เพื่อขอให้ สนช.ให้ความเห็นชอบตามรัฐธรรมนูญชั่วคราว ปี 2557 มาตรา 23

โดยสาระสำคัญร่างดังกล่าว คือ มีความประสงค์เพื่อทำความตกลงพัฒนาความร่วมมือด้านภาษีอากรระหว่างประเทศ และจัดให้ดำเนินการตาม FATCA โดยจัดให้รายงานข้อมูลภายในประเทศ และแลกเปลี่ยนระหว่างกันผ่านระบบปฏิบัติการอัตโนมัติได้มีประสิทธิภาพ อีกทั้งช่วยแก้ไขข้อติดขัดทางกฎหมาย และลดภาระการดำเนินการที่จะเกิดขึ้นกับสถาบันทางการเงินไทย ทั้งนี้ ที่ประชุม สนช. มีมติเห็นชอบร่างดังกล่าว ด้วยคะแนน 158 เสียง ต่อ 7 เสียง

ต่อมา นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธาน สนช. คนที่ 1 ทำหน้าที่ประธานการประชุม แจ้งต่อที่ประชุมว่า สนช. ขอเลื่อนการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ภาษีมรดก และร่าง พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร ออกไปเป็นวันที่ 18 ธ.ค. เนื่องจากมีเนื้อหาสำคัญที่ต้องพิจารณาละเอียดรอบคอบ อีกทั้งระเบียบวาระการประชุม สนช. วันที่ 4 ธ.ค. มีค่อนข้างมาก ซึ่งนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธาน สนช. หารือกับ นายสมหมาย ภาษี รมว.คลัง และเห็นชอบร่วมกันที่จะเลื่อนพิจารณาออกไปก่อน อย่างไรก็ตาม ไม่มีสมาชิก สนช.คนใด แสดงความเห็นคัดค้าน จึงทำให้ สนช.นำร่างพ.ร.บ.การปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการที่แต่งตั้งตามประกาศและคำสั่งของคณะรักษาความสงบแห่งชาติบางฉบับ ขึ้นมาพิจารณาแทนทันที

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

รถไฟทางคู่เอ็มโอยูไทยจีนสนช.ภาษีมรดกพรเพชร วิชิชตชลชัยข่าวการเมือง

ข่าวแนะนำ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้