ข่าว
100 year

กล่อมนักลงทุนปีหน้าฟ้าใส “บิ๊กตู่” ยันไม่แก้ ก.ม.ต่างด้าว-แพ่งพาณิชย์

ทีมข่าวเศรษฐกิจ4 ธ.ค. 2557 05:00 น.
SHARE

“ประยุทธ์” พบนักลงทุน นักธุรกิจ ทูต 500 คน เปิดกระเป๋าโชว์เม็ดเงินบริหารราชการปี 58 ทะลุ 4.9 ล้านล้านบาท มาจากงบราชการ 2.56 ล้านล้าน และรัฐวิสาหกิจ 2.33 ล้านล้าน เชื่อไตรมาสแรกปีหน้าไปโลด ชักชวนลงทุนเพิ่ม 2 เท่า ยันไม่แก้กฎหมายต่างด้าว–แพ่งพาณิชย์ ไม่คิดไล่นักลงทุน

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้กล่าวปาฐกถาแก่สมาชิก Joint Foreign Chambers of Commerce In Thailand (JFCCT) หรือสภาหอการค้าร่วมต่างประเทศในประเทศไทย วานนี้ (3 ธ.ค.) โดยมีผู้ร่วมรับฟังเป็นนักธุรกิจและนักลงทุนชาวต่างประเทศที่อยู่ในไทย รวมไปถึงเอกอัครราชทูตและเจ้าหน้าที่สถานทูตต่างๆ ที่ประจำอยู่ในประเทศไทยกว่า 500 คนว่า ขณะนี้รัฐบาลกำลังเดินสู่โรดแม็ปขั้นที่ 2 ที่เป็นการปฎิรูปประเทศและเป็นช่วงเวลาของการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ ซึ่งช่วงนี้เศรษฐกิจชะลอตัวจึงต้องมีนโยบายขับเคลื่อนที่มีประสิทธิภาพ และขอให้ไม่ต้องกลัวเพราะรัฐบาลมีคณะทำงานทางด้านเศรษฐกิจเป็นทีมใหญ่เกือบ 100 คน ที่จะช่วยกันดูแล และไม่ต้องกังวลเรื่องประชาธิปไตย เพราะตอนนี้ประเทศไทยเป็นประชาธิปไตยมากกว่าปกติ ไม่ต้องเดือดร้อนอะไร และในอนาคตต้องมีการเลือกตั้งอยู่แล้ว สิ่งสำคัญในตอนนี้คือภาครัฐบาลและภาคธุรกิจจะต้องร่วมมือกันขับเคลื่อนเศรษฐกิจและเพิ่มประสิทธิภาพในระยะยาว

ทั้งนี้ ในปีงบประมาณ 2558 (ต.ค.2557-ก.ย.2558) จะมีเม็ดเงินที่ใช้ในการบริหารราชการเบื้องต้น 4.9 ล้านล้านบาท มาจากภาคราชการ 2.56 ล้านล้านบาทและมาจากรัฐวิสาหกิจ 2.33 ล้านล้านบาท โดยทั้งหมดมาจากงบประมาณรายจ่าย เงินรายได้ และเงินกู้ จึงอยากให้นักธุรกิจต่างชาติติดตามการใช้งบประมาณของรัฐบาล โดยเฉพาะงบลงทุนที่จะมีการเปิดประมูลในโครงการต่างๆ โดยเฉพาะโครงการที่เป็นโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ เพื่อที่จะได้เข้ามาร่วมลงทุนกับรัฐบาลไทยด้วย ซึ่งการบริหารเศรษฐกิจของรัฐบาลนี้ได้พยายามเร่งการใช้จ่ายงบประมาณปี 2557 ที่ค้างอยู่และเร่งเบิกจ่ายงบประมาณปี 2558 ตั้งแต่ไตรมาสสุดท้ายของปีนี้ไปจนถึงไตรมาสแรกของปี 2558

“คาดว่าช่วงไตรมาสแรกของปี 2558 จะเริ่มเห็นผล คือเศรษฐกิจจะดีขึ้น จึงอยากให้มั่นใจว่ายังมีโอกาสในเศรษฐกิจของประเทศไทย ที่จะนำไปสู่การตัดสินใจลงทุน คิดว่าในปีหน้า ท่านน่าจะลงทุนในไทยเพิ่มเป็น 2 เท่า เพราะขณะนี้ตัวเลขความเชื่อมั่นของครัวเรือนดีขึ้นเรื่อยๆ ความเชื่อมั่นของเอกชนอยู่ที่ระดับ 49.2 ใกล้เคียงกับระดับ 50 ซึ่งเป็นระดับที่เอกชนจะตัดสินใจลงทุนเพิ่ม ขณะที่รัฐบาลเองได้เร่งอนุมัติการส่งเสริมการลงทุนหรือให้สิทธิพิเศษทางบีโอไอ ซึ่งตลอดทั้งปี 2558 คงจะอยู่ที่ 380,000 ล้านบาท ยังไม่รวมที่รอรับอนุมัติอีก 280,000 ล้านบาท ที่จะเร่งรัดพิจารณาเร็วขึ้น ประกอบกับในวันนี้ผมได้เซ็นคำสั่งการให้สิทธิประโยชน์ใหม่ในการลงทุนออกไปแล้ว จึงขอให้ติดตามว่ามีเรื่องใดบ้าง เช่น การลดภาษีบุคคลธรรมดา การลดภาษีนิติบุคคล”

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวต่อไปว่า ขอให้นักธุรกิจและนักลงทุนต่างประเทศอย่าไปกังวลกับการที่ประเทศไทยยังมีกฎอัยการศึก เพราะมีไว้เพื่อดูแลคนไทยและคนต่างประเทศให้มีความปลอดภัย ขออย่าได้กังวล และขอยืนยันว่ารัฐบาลนี้ยังไม่มีการปรับแก้ พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ.2542 รวมทั้งให้กระทรวงยุติธรรมไปดูเรื่องของกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ พ.ศ.2551 ให้รอบคอบ สรุปแล้วกฎหมายทั้งสองฉบับจะไม่มีปัญหาทั้งสิ้น

“ไม่รู้ว่าใครเอามาพูด ผมจะแก้ทำไมให้พวกท่านเดือดร้อน จะแก้กฎหมายให้พวกท่านไม่มาลงทุนทำไม ยืนยันว่าไม่ใช่เรา และยืนยันว่าไม่มีโครงการที่จะทำเรื่องนี้ ผมพูดชัดแบบนี้แล้วคงไม่มีรัฐมนตรีคนใดกล้าแก้ไข และคนที่ปล่อยข่าวนี้ออกมาเป็นบริษัทคู่แข่งของพวกท่านหรือเปล่า นอกจากนี้จะเร่งแก้ขั้นตอนการออกวีซ่าและหนังสือรับรองการทำงานของคนต่างชาติให้สะดวกรวดเร็วขึ้นด้วย”

นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช.กล่าวต่อไปว่า ขอชักชวนนักลงทุนต่างประเทศได้เข้ามาลงทุนในเขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดน ที่รัฐบาลนี้ได้ผลักดันให้เกิดขึ้นในปีนี้ 5 พื้นที่ คือ ที่ จ.สระแก้ว จ.ตราด จ.สงขลา จ.มุกดาหาร และ จ.ตาก และจะผลักดันให้เกิดขึ้นอีก 7 พื้นที่ รวมเป็น 12 พื้นที่ โดยตลอดชายแดนประเทศไทยรวม 2,500 กิโลเมตร จะทำให้เส้นเขตแดนเป็นเขตการค้า การลงทุนทั้งหมด จะไม่ให้มีปัญหาข้อพิพาทเส้นเขตแดน ซึ่งจะเกิดประโยชน์กับประเทศเพื่อนบ้านด้วย ต่อไปประเทศไทยจะไม่เป็นศัตรูกับใครและจะเป็นพันธมิตรกับทุกประเทศทั่วโลก

นอกจากนี้ ประเทศไทยมีโครงการพัฒนาเส้นทางคมนาคมทางบก น้ำ อากาศ โดยวางแผนการลงทุนไว้ 8 ปี ซึ่งอาจจะนานหน่อยเพราะมีเงินน้อย หรือนักลงทุนต่างประเทศอยากให้เร็วขึ้นก็มาร่วมมือกัน อาจจะช่วยหาเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำให้หรือไม่มีดอกเบี้ย โดยแผนการลงทุนประกอบด้วยรถไฟขนาดรางมาตรฐาน 1.435 เมตร ในเส้นทางที่เชื่อมโยงกับจีนลงมาทางใต้ และทำเส้นเชื่อมภาคตะวันออกถึงภาคตะวันตก โดยระยะแรกมี 6 เส้นทาง 900 กิโลเมตร ระยะที่สองอีก 8 เส้นทาง 1,626 กิโลเมตร คือสมัยรัชกาลที่ 5 สร้างทางรถไฟไว้ 2,500 กิโลเมตร ในรัฐบาลนี้วางแผนสร้างอีก 2,000 กิโลเมตร ต่อไปประเทศไทยจะมีรถไฟร่วม 5,000 กิโลเมตร รวมทั้งการพัฒนารถไฟระหว่างเมือง รถไฟฟ้ากรุงเทพฯและปริมณฑล ที่เร่งรัด ประกวดราคา 4 สายคือ สายสีม่วง สายสีน้ำเงิน สายสีแดง และสายสีเขียวให้ก่อสร้างแล้วเสร็จในปี 2564 และอาจจะมีรถรางไฟฟ้ามาเชื่อมระหว่างเมืองเพื่อบริการผู้มีรายได้น้อย เป็นต้น.

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ประยุทธ์ จันทร์โอชาปาฐกถาสภาหอการค้านักธุรกิจนักลงทุนชาวต่างชาติ

ข่าวแนะนำ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้