ข่าว
100 year

ชาวไทยรอดมาได้ เพราะจักรีวงศ์

คุณนิติ นวรัตน์4 ธ.ค. 2557 05:01 น.
SHARE

ถ้าไม่มีพระมหากษัตริย์ไทยในจักรีวงศ์ที่ทรงพระปรีชาสามารถ คนไทยต้องถูกเกณฑ์ไปเป็นทาสที่พม่าตั้งแต่ พ.ศ.2328 แล้วครับ สมัยนั้น เมื่อพระเจ้าปะดุงได้สืบราชสมบัติ ก็เปลี่ยนเมืองหลวงจากอังวะมาอยู่ที่อมรปุระ จากนั้นก็ยกกองทัพมาตีประเทศไทย

ผู้อ่านท่านยังจำสงครามเก้าทัพได้นะครับ ตอนนั้นไทยเพิ่งเริ่มสร้างตัวและมีพลเมืองเพียงเจ็ดหมื่นเศษ แต่ด้วยพระปรีชาสามารถของพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช จึงทำให้ไทยรักษาราชอาณาจักรไว้ได้ พระเจ้าปะดุงทำสงครามแพ้ไทยในสงครามเก้าทัพ ได้รับความอัปยศมาก จึงขอแก้ตัวใหม่ โดยให้พระมหาอุปราชา ราชบุตร ชุมนุมทัพที่เมืองเมาะตะมะและ เข้ามารบกับไทยใน พ.ศ.2329 แต่ก็แพ้ไทยอีก เฉพาะในรัชสมัยรัชกาลที่ 1 ของกรุงรัตนโกสินทร์ ไทยมีสงครามกับพม่าถึง 7 ครั้งด้วยกัน

พม่าเลิกส่งกองทัพมารบกับไทยอย่างถาวรในสมัยของพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย รัชกาลที่ 2 คือเมื่อ พ.ศ.2362 พม่าผลัดแผ่นดิน พระเจ้าจักกายแมงได้ครองราชสมบัติ จึงถือโอกาสให้พระยาไทรบุรีช่วยตีหัวเมืองปักษ์ใต้ ส่วนพม่าชุมนุมทัพอยู่ที่เมาะตะมะ เมื่อฝ่ายไทยได้ทราบ ทรงพระกรุณา โปรดเกล้าฯ ให้จัดทัพไปสกัดไว้ในที่สำคัญหลายแห่ง พอดีพม่าเกิดวิวาทกับอังกฤษเรื่องเมืองยะไข่กับมณีปุระและเกิดสงครามขึ้น ในที่สุด พม่าก็ตกเป็นเมืองขึ้นของอังกฤษ และนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา พม่ากับไทยก็ไม่ได้รบกันอีกเลยจนถึงปัจจุบัน

ถ้าไม่ใช่พระปรีชาสามารถของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ผมเชื่อว่าบรรพบุรุษของเราเป็นขี้ข้าของฝรั่งมังค่า ไม่ฝรั่งเศส ก็อังกฤษ ในสมัยนั้นแน่

ในสมัยรัชกาลที่ 5 นี่แหละครับ ที่พวกยุโรปเข้ามาล่าอาณานิคม พระพุทธเจ้าหลวงทรงดำเนินนโยบายผ่อนสั้นผ่อนยาวตามเหตุการณ์ ยอมเสียดินแดนส่วนน้อย เพื่อรักษาเอกราชของชาติ พระองค์ทรงปรีชาสุขุม ทรงทันต่อเหตุการณ์บ้านเมือง ทรงรู้จักประมาณฐานะและกำลังของชาติ จึงเสด็จประพาสยุโรปถึง 2 ครั้ง คือ พ.ศ.2440 และ พ.ศ.2450 เพื่อติดต่อทำสัมพันธ-ไมตรีให้มีความสนิทสนมเห็นอกเห็นใจกัน
พระพุทธเจ้าหลวงทรงนำเอาแบบแผนที่ดีที่สุดในยุโรปมาดัดแปลงแก้ไขปรับปรุงใช้ให้เหมาะกับประเทศไทย เพื่อป้องกันประเทศไทยไม่ให้ตกเป็นเมืองขึ้นของประเทศฝ่ายตะวันตก ในขณะที่เขมร ลาว ญวน พม่า มาเลเซีย อินเดีย ฯลฯ ประเทศน้อยใหญ่กลายเป็นเมืองขึ้นไปทั้งหมด แต่ประเทศไทยยังคงดำรงความเป็นเอกราชอยู่ได้

สมัยรัชกาลที่ 6 พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงให้ไทยทำสัมพันธไมตรีติดต่อกับนานาประเทศเป็นอย่างดียอดเยี่ยมตลอดมา ทั้งทวีปยุโรป อเมริกา และเอเชีย ทรงส่งทหารไปเข้าร่วมรบในมหาสงครามโลกครั้งที่ 1 ซึ่งเกิดเมื่อ พ.ศ.2457

ประเทศไทยวางตัวเป็นกลางอยู่จนถึง พ.ศ.2460 จึงประกาศสงครามเข้าข้างสัมพันธมิตร และไทยเป็นฝ่ายชนะสงครามโลกครั้งที่ 1 ทำให้หลายประเทศยอมยกเลิกสัญญาที่ก่อให้เกิดสิทธิ สภาพนอกอาณาเขตที่มีมาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 4 สหรัฐฯยินยอมเป็นประเทศแรกให้เลิกสนธิสัญญาที่ผูกมัดไทย ทำให้ไทยมีเอกราชในการศาลและเก็บภาษีอากรจากสินค้าของสหรัฐฯได้อย่างสมบูรณ์ตามกฎหมายไทย และต่อมา รัฐบาลไทยได้แต่งตั้ง ดร.ฟรานซิส บีแสยร์ (พระยากัลยาณไมตรี) เป็นผู้แทนไปเจรจาขอแก้ไขสนธิสัญญากับยุโรปได้ครบทุกประเทศ

พอถึงรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันท มหิดล รัชกาลที่ 8 รัฐบาลไทยได้เจรจาแก้ไขสนธิสัญญากับนานาชาติให้มีเอกราชในทางศาลสมบูรณ์มากขึ้น จากเดิมที่ต้องเสียเปรียบชาติอื่นๆ ต่อมาได้ทำสัญญาทางไมตรีการพาณิชย์และการเดินเรือกับนานาชาติ ทำให้มีการถ้อยทีถ้อยอาศัยกันเป็นอย่างดี

ในช่วงเวลานั้น ประชาชนคนของประเทศเกือบทั้งหมดในทวีปเอเชีย ทวีปแอฟริกา และทวีปอเมริกาใต้ เป็นข้ารับใช้ฝรั่งมังค่าในสถานะพลเมืองที่ถูกฝรั่งปกครอง

มีเพียงคนไทยเท่านั้น ที่รอดสถานะอย่างนั้นมาได้

ด้วยพระปรีชาสามารถของพระมหากษัตริย์ไทยในจักรีวงศ์ทุกพระองค์ครับ...

คุณนิติ นวรัตน์

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

เปิดฟ้าส่องโลกคุณนิติ นวรัตน์ชาวไทยจักรีวงศ์พระมหากษัตริย์ไทยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว

ข่าวแนะนำ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้