ข่าว
100 year

บิ๊กตู่ลั่นจะพูดเพราะ เลิกขี้โมโห

ทีมข่าวหน้า13 ธ.ค. 2557 07:30 น.
SHARE

สุจิตเสนอคงส.ว.2ส่วน ตั้งธงลดส.ส.เหลือ350

กมธ.ยกร่าง รธน. เดินเครื่อง ตั้ง “กาญจนารัตน์” คุมเกมอนุ กมธ.ร่าง รธน. “บวรศักดิ์-ดิสทัต” ที่ปรึกษา ขีดเส้นตายแล้วเสร็จภายใน 3 เม.ย. เล็งหารือ “เทียนฉาย” กรุยทางผุดศาลคดีวินัยการคลังลุยปราบโกง กมธ.ปฏิรูปการเมืองลงดาบชงรื้อใหญ่ สตช.-ก.ตร. ผุด “สภากิจการตำรวจแห่งชาติ” บริหารงานแทน ดึง หน.ส่วนราชการสายมั่นคง-ยุติธรรม-กสม. นั่งแป้นบอร์ดคุมตำรวจ “สุจิต” ปิดซองให้มี ส.ส. 2 ระบบ แต่หั่นเหี้ยนเหลือไม่เกิน 350 คน ส.ว.มาจากเลือกตั้ง-สรรหาแต่ต้องผ่าน ปชช. “เอนก” คุยนิรโทษกรรมเสียงตอบรับดี ชี้ช่องเขียนใส่ไว้ใน รธน. “บิ๊กตู่” ชิ่งโยน ก.ยุติธรรมดูช่อง ก.ม. “วิษณุ” แบะท่ารัฐบาลพร้อมเป็นเจ้าภาพผลักดัน “บิ๊กโชย” ปัดปรักปรำเด็ก อ้างแค่การข่าว นศ.ขอนแก่นรับจ๊อบชู 3 นิ้ว

กรณีคณะอนุกรรมาธิการและคณะกรรมาธิการชุดต่างๆ เร่งขายไอเดียเสนอแนวคิดประกอบการพิจารณายกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ล่าสุดคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญกำหนดกรอบให้การยกร่างรัฐธรรมนูญต้องแล้วเสร็จภายในวันที่ 3 เม.ย.

36 อรหันต์สตาร์ตวางกรอบ รธน.

เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 2 ธ.ค. ที่รัฐสภา นายคำนูณ สิทธิสมาน โฆษกคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ยกร่างรัฐธรรมนูญ แถลงว่า กมธ.ยกร่างฯเริ่มพิจารณากรอบแนวทางการร่างรัฐธรรมนูญเบื้องต้น ตามที่คณะอนุ กมธ.ยกร่างฯทั้ง 10 คณะนำเสนอแล้ว โดยเริ่มพิจารณาตั้งแต่วันที่ 2-14 ธ.ค. และตั้งแต่วันที่ 15-17 ธ.ค. กมธ.ยกร่างฯจะเข้ารับฟังความคิดเห็นของสมาชิก สปช. โดย สปช.จะส่งความคิดเห็นและข้อเสนอแนะมายัง กมธ.ยกร่างฯ ภายในวันที่ 19 ธ.ค. จากนั้นวันที่ 18-26 ธ.ค.

กมธ.ยกร่างฯจะประชุมกำหนดทิศทางเพื่อเริ่มต้นยกร่างรัฐธรรมนูญรายมาตรา ซึ่งได้แต่งตั้งคณะอนุ กมธ.ยกร่างบทบัญญัติรัฐธรรมนูญตามความเห็นของ กมธ.ยกร่างฯ มีนางกาญจนารัตน์ ลีวิโรจน์ เป็นประธาน นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ และนายดิสทัต โหตระกิตย์ เป็นที่ปรึกษา ส่วนคณะอนุ กมธ.ส่วนใหญ่จะประกอบด้วยตัวแทนจากคณะกรรมการกฤษฎีกา

ขีดเส้นร่างเสร็จภายใน 3 เม.ย.

นายคำนูณกล่าวต่อว่า คณะอนุ กมธ.ชุดนี้จะยกร่างรัฐธรรมนูญเบื้องต้นให้แล้วเสร็จก่อน วันที่ 5 ม.ค.58 เพื่อส่งต่อให้คณะอนุ กมธ.ทั้ง 10 คณะพิจารณาถึงวันที่ 10 ม.ค. ก่อนส่งให้ กมธ.ยกร่างฯพิจารณาในวันที่ 12 ม.ค. เพื่อยกร่างรัฐธรรมนูญทั้งฉบับให้เสร็จสิ้นภายในวันที่ 3 เม.ย. ก่อนส่งให้ที่ประชุม สปช.พิจารณาในวันที่ 17 เม.ย. ซึ่งเป็นไปตามที่รัฐธรรมนูญกำหนด

จ่อตั้งศาลคดีวินัยการคลังปราบโกง

นายคำนูณกล่าวต่อว่า ส่วนกรณีที่ประเทศไทยเกิดปัญหาการทุจริตจำนวนมากในวงการตำรวจ รวมถึงความเห็นต่างกันในการส่งฟ้องบางคดี ระหว่าง ป.ป.ช.และอัยการสูงสุด (อสส.) ทำให้คณะอนุ กมธ.ด้านศาล องค์กรอิสระ และการคลังของ กมธ.ยกร่างฯ ที่ผ่านความเห็นชอบจากนายบวรศักดิ์ เห็นว่าควรไปหารือกับนายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธาน สปช.เพื่อออกมาตรการและความชัดเจน โดยเน้นปราบปรามการทุจริต 5 ข้อ เช่น การฟ้องศาลในคดีวินัยการคลังและงบประมาณที่ไม่ใช่กระบวนการที่ชัดเจนแบบคดีอาญา แต่มีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่ามีการทุจริต โดยเห็นว่าควรมีการตั้งศาลขึ้นมาใหม่ เป็นศาลคดีวินัยการคลังและงบประมาณ อาจเป็นส่วนหนึ่งของศาลฎีกาหรือศาลอุทธรณ์ เป็นต้น โดยจะมีการแถลงสรุปความชัดเจนเรื่องนี้ไม่เกินสัปดาห์หน้า

กมธ.ลงดาบผ่าตัดใหญ่ สตช.—ก.ตร.

เวลา 12.30 น. นายวันชัย สอนศิริ โฆษกคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ปฏิรูปกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมได้มีมติเห็นชอบให้มีการเปลี่ยนแปลงรูปแบบและการบริหารจัดการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) และสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) โดยให้มีการตั้งองค์กรใหม่แทน คือ สภากิจการตำรวจแห่งชาติ เพื่อให้การแต่งตั้งโยกย้ายมีความเป็นอิสระ เป็นธรรม ปลอดจากการแทรกแซงทางการเมือง โดยกรรมการประกอบด้วย หัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวกับความมั่นคง และหัวหน้าส่วนราชการกระบวนการยุติธรรม กรรมการสิทธิมนุษยชน ผู้ทรงคุณวุฒิที่ผ่านการคัดเลือกจาก ส.ส.และ ส.ว. เข้ามาทำหน้าที่ ต้องกระจายอำนาจการบริหารจากเดิมที่รวมศูนย์ไว้ที่ สตช. ให้มีตำรวจส่วนภูมิภาค และตำรวจส่วนท้องถิ่น โดยแต่ละส่วนมีหน่วยงานตามกฎหมายคอยกำกับดูแล เพื่อให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการบริหารจัดการด้วย

ยันไม่ได้ลดอำนาจตำรวจ

นายวันชัย กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ ที่ประชุมยังมีมติให้ปรับเปลี่ยนหน่วยงานให้เหมาะสม โดยให้ตำรวจที่เกี่ยวข้องกับงานด้านใด ให้โอนไปขึ้นตรงกับหน่วยงานนั้น เช่น ตำรวจป่าไม้ ไปอยู่กับกรมป่าไม้ ตำรวจรถไฟ ไปอยู่การรถไฟแห่งประเทศไทย และตำรวจท่องเที่ยว ให้ไปอยู่กับกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นต้น ซึ่งไม่ได้เป็นการลดทอนอำนาจโครงสร้างตำรวจ เพราะอำนาจหน้าที่ของตำรวจยังคงอยู่ ทั้งหมดเป็นเพียงตุ๊กตาเบื้องต้นที่จะนำเสนอต่อ กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ ส่วนรายละเอียดกระบวนการจะมอบหมายให้อนุ กมธ.พิจารณาต่อไป

เปิดช่องทบทวนได้คดีการเมือง

ด้านนายบรรเจิด สิงคะเนติ ในฐานะประธานคณะอนุกรรมาธิการพิจารณากรอบการจัดทำรัฐธรรมนูญ คณะที่ 7 ว่าด้วยภาค 3 นิติธรรม ศาล และกระบวนการตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ ส่วนของหมวด 1 ศาลและกระบวนการยุติธรรม กล่าวว่า จะนำเสนอ 2 กรอบหลักการใหญ่ คือ 1.เรื่องศาล สรุปให้คงไว้ 4 ศาลเช่นเดิม คือ ศาลรัฐธรรมนูญ ศาลยุติธรรม ศาลปกครอง และศาลทหาร ส่วนกรณีศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ที่มีการเสนอให้เพิ่มกระบวนการอุทธรณ์ในศาลตามที่นายอุดม เฟื่องฟุ้ง อนุ กมธ.เสนอมาเป็นข้อเสนอหนึ่ง และมีอยู่แล้วในรัฐธรรมนูญ 2550 ระบุให้ทบทวนคดีได้กรณีที่มีข้อมูลใหม่หรือข้อมูลเพิ่มเติม ซึ่งตนจะเสนอการขอทบทวนคดีได้อีกครั้ง 2.กระบวนการยุติธรรม เสนอเรื่องสิทธิของประชาชนในการเข้าถึงกระบวนการยุติธรรม และหลักประกันของคนในกระบวนการยุติธรรม รวมถึงระบบทางอาญาเพื่อให้ประชาชนได้ประโยชน์มากที่สุด คือมีส่วนร่วมในกระบวนการ โดยเฉพาะคดีสำคัญ ต้องให้อัยการเข้าร่วมสอบสวนกับเจ้าหน้าที่ตำรวจตั้งแต่ต้นทาง และจะกำหนดให้รัฐช่วยเหลือทางกฎหมายกับประชาชน อาทิ การให้ความรู้ คำแนะนำทางกฎหมาย รวมถึงการไกล่เกลี่ย

“สุจิต” ติงเลือกตรงนายกฯตึงเกินไป

นายสุจิต บุญบงการ ในฐานะประธานคณะอนุกรรมาธิการ (กมธ.) พิจารณากรอบการจัดทำรัฐธรรมนูญ คณะที่ 3 ว่าด้วยภาค 2 ผู้นำการเมืองที่ดี และสถาบันการเมือง หมวด 1 ระบบผู้แทนที่ดี และผู้นำการเมืองที่ดี หมวด 2 แนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ หมวด 3 รัฐสภา และหมวด 4 คณะรัฐมนตรี กล่าวว่า อนุ กมธ.ชุดตนมีข้อสรุป จะเสนอต่อ กมธ.ยกร่างฯ คือ 1.ที่มาของนายกฯและคณะรัฐมนตรี (ครม.) ให้ใช้รูปแบบและที่มาเหมือนรัฐธรรมนูญ 2550 ตามเสียงอนุ กมธ.ข้างมากคือ ให้สภาผู้แทนราษฎรเลือกนายกฯ เพราะที่ผ่านมาระบบการเลือกนายกฯรูปแบบสภาฯไม่ได้มีปัญหา แต่ที่เกิดปัญหาเพราะผู้มีอำนาจทางการเมืองใช้อำนาจทางบริหารไม่เป็นไปตามกฎหมาย ดังนั้นจึงยึดรูปแบบเดิมและแก้ไขในส่วนบกพร่อง แต่สงวนสิทธิข้อเสนอของอนุ กมธ.ข้างน้อยที่เสนอให้เลือก ครม.โดยตรงเข้าสู่ กมธ.ยกร่างฯชุดใหญ่ เช่นกัน ประเด็นที่พิจารณาต่อคือการให้เลือก ครม.ผ่านการเลือกตั้งตรงของประชาชน จะเพิ่มความเข้มแข็งให้ฝ่ายบริหารมากเกินไป ทำให้เป็นปัญหาต่อการบริหารงานในอนาคต ซึ่งนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ ประธาน กมธ.ยกร่างฯสอบถามนายซีมอน โรเด็ด เอกอัครราชทูตอิสราเอลประจำประเทศไทย เมื่อวันที่ 1 ธ.ค.ถึงการเลือกตั้งนายกฯโดยตรงที่อิสราเอลเคยใช้และยกเลิกไปแล้ว นายซีมอน ระบุเหตุผลว่า เป็นเพราะมีปัญหาที่ฝ่ายบริหารเข้มแข็งมากเกินไป ส่วนการเลือกตั้งประธานาธิบดีของสหรัฐอเมริกาที่ประสบความสำเร็จมีการนำมาพิจารณา แต่เห็นว่าจะไม่เหมาะกับประเทศไทย สหรัฐฯมีวัฒนธรรมการออมชอม ประนีประนอมมากกว่า

ส.ส.2 ระบบหั่นเหลือไม่เกิน 350 คน

นายสุจิตกล่าวต่อว่า สำหรับที่มาของ ส.ส. จะยังคงใช้ระบบเลือกตั้ง ส.ส.ทั้งสองระบบ คือ แบบเขตและบัญชีรายชื่อ ให้มีจำนวน 350 คน ทั้งนี้อาจจะปรับลดลงได้ แต่ต้องไม่เพิ่มมากไปกว่านี้ เพื่อให้การทำงานของ ส.ส.คล่องตัว ตอบสนองการเข้าถึงประชาชนได้อย่างมีศักยภาพ ส่วนที่มาของ ส.ว.เสนอให้มี 2 ระบบทั้งเลือกตั้ง และจากการสรรหาตามวิชาชีพที่มีกรอบการสรรหาอย่างกว้าง คือ ส.ว.สรรหา จะมีการเลือกมาแล้วและให้มีการโหวตคล้ายการทำประชามติว่า ประชาชนจะเอาคนเหล่านี้หรือไม่เอา โดยให้ ส.ว.มีหน้าที่ถอดถอนบุคคลจากตำแหน่งได้เช่นเดิม อย่างไรก็ตาม ทั้งหมดนี้เป็นเพียงข้อเสนอต่อ กมธ.ยกร่างฯ อาจมีการเปลี่ยนแปลงได้

“วิษณุ” ไม่ขัด ลต.ระบบเยอรมัน

ขณะที่นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงข้อเสนอการแก้ไขรัฐธรรมนูญของคณะอนุกรรมาธิการชุดต่างๆว่า ยังไม่ทราบว่าข้อเสนอ ต่างๆที่ออกมาเป็นความเห็นส่วนตัวของอนุ กมธ.บางคน หรือเป็นมติของคณะอนุ กมธ.แต่ละชุดแล้ว จึงไม่อยากวิจารณ์อะไรมาก ขึ้นอยู่กับมติคณะ กมธ.ยกร่างฯ ส่วนข้อเสนอนำโมเดลการเลือกตั้งของเยอรมันมาใช้มีทั้งข้อดีและข้อเสีย ข้อดีคือทุกคะแนนมีความหมาย ทุกภาคส่วนมีโอกาสได้ที่นั่ง แม้จะเป็นพรรคเล็ก เพราะคิดทุกคะแนน ส่วนข้อเสียคือขั้นตอนยุ่งยาก ระบบเลือกตั้งไทย ใครได้คะแนนมากสุดได้รับการเลือกตั้ง แต่ระบบเยอรมันใครได้คะแนนเป็นที่สองอาจได้เข้ามา บางครั้งคนที่ได้คะแนนที่หนึ่งอาจไม่ได้เข้ามา ซึ่งเข้าใจยากมาก และยังทำให้เกิดพรรคเล็กพรรคน้อยมากเกินไป ใครๆก็อยากตั้งพรรคการเมือง เพราะมีโอกาสได้รับเลือกตั้งเข้ามา ระบบเยอรมันเกือบทุกพรรคจะได้ที่นั่งหมด นับทุกคะแนนจริงๆ แม้พรรคใหญ่จะเสียเปรียบ แต่เป็นการแบ่งให้พรรคเล็กอาจคุ้มก็ได้ ถ้าทนความยุ่งยากได้ ระบบเยอรมันก็น่าสนใจ หากจะนำมาใช้จริง 1 ปีนี้ต้องทำความเข้าใจกันอย่างมาก อาจทดลองใช้ใน 1-2 พื้นที่ดูก่อนก็ได้ว่าผลเป็นอย่างไร

กกต.ระดม พตส.ส่งข้อมูลปฏิรูป

เวลา 09.30 น. ที่สำนักงาน กกต. สถาบันพัฒนาการเมืองและการเลือกตั้งระดับสูง (พตส.) จัดสัมมนาระดมความคิดเห็นนักศึกษาหลักสูตร พตส.ตั้งแต่รุ่นที่ 1-5 เพื่อการปฏิรูปการเมืองและการเลือกตั้ง มีนายประวิช รัตนเพียร กกต.ด้านกิจการการมีส่วนร่วมและนักศึกษา พตส.เข้าร่วม โดยนายปริญญา เทวานฤมิตรกุล รองอธิการบดี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่า ต้องตั้งคำถามว่ารัฐธรรมนูญฉบับที่ 20 ที่กำลังร่างกันอยู่นี้จะเป็นรัฐธรรมนูญฉบับถาวรได้จริงหรือไม่ ถ้าเราไม่รู้ถึงปัญหาที่แท้จริง สาเหตุสำคัญของการยึดอำนาจทุกครั้งส่วนใหญ่เกิดมาจากการคอร์รัปชัน ถ้าจะปราบคอร์รัปชันให้หมดไป ต้องทำประชาธิปไตยให้เข้มแข็งก่อน แต่ประเทศไทยที่มีปัญหาเพราะทำตรงข้าม บางครั้งเป็นการทำลายประชาธิปไตย

ปริญญาหนุนโมเดลเยอรมัน

นายปริญญากล่าวว่า ปัญหาต่อมาจากการเลือกตั้งในไทย คือระบบการเลือกตั้ง พรรคการเมืองที่ได้รับคะแนนอันดับหนึ่งได้ที่นั่ง ส.ส.มากกว่าความเป็นจริง พรรครองลงมาจะได้ ส.ส.น้อยกว่าความเป็นจริง ทำให้รัฐบาลเข้มแข็งกว่าความเป็นจริง ฝ่ายค้านอ่อนแอลง การเลือกตั้งแบบเยอรมันจึงเป็นทางเลือกที่น่าสนใจที่สุด เป็นธรรมที่สุด เหมาะสมกับประเทศที่ความขัดแย้งสูง ที่นั่งในสภาจะตรงกับความเป็นจริงและมีการประนีประนอม แต่พรรคใหญ่อย่างพรรคเพื่อไทยคงไม่ชอบเพราะจะได้ที่นั่งน้อยลง จะทำให้พรรคที่คะแนนเสียงรองลงมามีสัดส่วน ส.ส.เพิ่มขึ้น นอกจากนี้ รัฐธรรมนูญที่จะเขียนใหม่ไม่ต้องหนามาก เพื่อให้ประชาชนเข้าถึง ถ้าประชาชนรู้กติกาจะเป็นผู้ควบคุมการแข่งขันที่แท้จริง และต้องเน้นหลักการแบ่งแยกอำนาจให้ชัดเจน

เหน็บอย่าใช้ ปท.เป็นหนูทดลอง

นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กส่วนตัวในหัวข้อ “ชนะคะแนนแต่แพ้น็อก” ว่า อย่าหาว่าตนไม่ให้เกียรติ สปช.หรือนักวิชาการ ตนมีความเห็นส่วนตัวว่า เราไม่เก่งและเราไม่มีความรู้พอที่จะผลิตระบบการเลือกตั้งใหม่ๆขึ้นมาทดลองใช้เป็นประเทศแรกของโลก ความคิดในการหาวิธีขจัดพรรคการเมืองใหญ่ที่ประชาชนเขาเลือกมา มันใช้ไม่ได้ เหมือนเขาชนะคะแนนแต่จับให้เขาแพ้น็อกยังไงยังงั้น แค่คิดก็ผิดแล้ว ระบบการเลือกตั้งของประเทศเยอรมันที่นักวิชาการร้อนวิชากำลังจะนำมาใช้ทดลองในประเทศไทย เหมือนนำเครื่องรถเบนซ์มาใส่รถไถนาแบบเดินตาม หรือนำเครื่องรถไถนาแบบเดินตามมาใส่รถเบนซ์ ถ้าเป็นเบนซ์จากเยอรมันจริงก็เอามาทั้งคัน อย่าเอามาเฉพาะเครื่อง ถ้าระบบนี้ดีจริงก็อย่ากลัวลงประชามติเลย

“วิชา” กระตุกสื่อร่วมสกัดทุจริต

ช่วงบ่าย ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) นายวิชา มหาคุณ กรรมการ ป.ป.ช. กล่าวบรรยายพิเศษ หัวข้อ “บทบาทสื่อมวลชนกับการสร้างสังคมโปร่งใส” ตอนหนึ่งว่า คดีทุจริตในปัจจุบันไม่ใช่การรับสินบน แต่เป็นการทุจริตเพื่อแสวงหาผลประโยชน์อำนาจ เช่น การเอาเงินไปหว่าน เพื่อให้ได้คะแนนเสียงกลับคืนมา หรือนักการเมืองตั้งอธิบดีเข้ามา เพื่อให้อนุมัติโครงการต่างๆตามที่ต้องการ อย่าง กรณีอุทยานแห่งชาติสิรินาถ ที่มีการออกโฉนดที่ดินโดยมิชอบ ตามอนุสัญญาว่าด้วยการต่อต้านการทุจริตบอกว่า เป็นการทุจริตที่มีการวางแผนกันล่วงหน้า เพื่อให้ได้ประโยชน์กลับคืนมา ป.ป.ช.จึงต้องปลูกและปลุกประชาชนให้เข้าใจเรื่องการทุจริต ซึ่งสื่อมวลชนจะมีบทบาทสำคัญช่วยทำความเข้าใจ

“บิ๊กตู่” ตั้งปฏิญาณเลิกขี้โมโห

เมื่อเวลา 13.30 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคสช.กล่าวเชิญชวนประชาชนเนื่องในเดือนมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระ เจ้าอยู่หัวว่า ขอให้ทุกคนเป็นคนดี มีความรัก สามัคคี มองประเทศชาติเป็นหลัก ดำรงชีวิตด้วยความพอเพียง สร้างอนาคตให้ลูกหลานอยู่อย่างมีความสุข ตนคิดอยู่ตลอดว่าจะทำอะไรให้เป็นประโยชน์แก่ผู้อื่นบ้าง ยิ่งเป็นข้าราชการเป็นรัฐบาลต้องตอบคำถามได้ทุกอย่างให้ทุกคนสบายใจมีความสุข และเกิดผลงานแม้จะไม่ร้อยเปอร์เซ็นต์ ไม่ว่าจะสั่งหรือมอบหมายให้ตายก็ตาม ต้องโปร่งใส และเนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ครบ 87 พรรษา ตนตั้งใจว่าต่อไปนี้จะเลิกเป็นคนขี้โมโห จะเป็นคนพูดจาเพราะๆ ไม่พูดจาเสียหาย กำลังคิดกำลังทำอยู่ ขณะเดียวกัน น้องๆ (ผู้สื่อข่าว) เองก็จะไม่กวนโมโหอีก

ปรองดองกับนิรโทษคนละเรื่อง

เมื่อถามถึงกรณีที่เริ่มพูดเรื่องนิรโทษกรรม พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า ไม่กลัว เพราะตนไม่ได้พูด ไม่กลัวอะไรทั้งนั้น เป็นเรื่องที่ สนช.พูด เมื่อถามอีกว่ากลัวจะกลายเป็นชนวนขัดแย้งหรือไม่ นายกฯ ตอบว่าไม่มี ไม่ขัดแย้ง เมื่อถามอีกว่ารัฐบาลเดินหน้าสร้างความปรองดองในชาติ ต้องออกกฎหมายนิรโทษกรรมหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า เป็นคนละเรื่องกัน การสร้างความปรองดองเป็นเรื่องหนึ่ง นิรโทษกรรมก็อีกเรื่องหนึ่ง ถ้าทุกคนอยากปรองดองก็ปรองดองกัน ไม่ต้องใช้เหตุผลอะไร ส่วนนิรโทษกรรมไปว่าทางกฎหมาย ไปทำกันมา ไม่มี ข้อเสนอจากทางนี้ ตนไม่ได้เป็นคนตัดสินใจ เป็นเรื่องฝ่ายกฎหมายต้องไปหาข้อมูล โดยกระทรวงยุติธรรมเป็นผู้ดำเนินการ สำหรับการเตรียมแถลงผลงานรัฐบาลรอบ 3 เดือน ที่จะมีขึ้นในวันที่ 25 ธ.ค. เตรียมงานไว้แล้ว วันไหนก็วันนั้น วันนี้ก็แถลงทุกวันอยู่แล้ว ส่วนจะลงพื้นที่ต่างจังหวัดในเดือน ธ.ค.อีกหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า เดือน ธ.ค.ค่อนข้างยุ่งเพราะจะประชุมระดับประเทศอีก 3-4 ครั้ง และมีกำหนดเดินทางต่างประเทศ จะหาเวลาอีกครั้ง

รบ.พร้อมรับเจ้าภาพนิรโทษ

นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า แนวทางการนิรโทษกรรมของนายเอนก เหล่าธรรมทัศน์ สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ในฐานะประธานอนุกรรมาธิการกรอบจัดทำรัฐธรรมนูญ คณะที่ 10 เกี่ยวกับการสร้างความปรองดอง คิดว่าสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) สามารถทำเรื่องนี้ได้ เพราะไม่ใช่กฎหมายการเงิน สนช.มีสิทธิเสนอกฎหมายได้ ไม่ต้องมาจากรัฐบาล แต่หากถึงจุดๆหนึ่งที่ทุกฝ่ายเห็นพ้องต้องกันว่า หาก สนช.ทำแล้วอาจ เป็นไปได้ยาก ค่อยมาว่ากันอีกครั้ง ส่วนจะนำเรื่อง นิรโทษกรรมระบุไว้ในรัฐธรรมนูญ หรือร่างเป็นกฎหมายใหม่ขึ้นมา ขอรอฟังคำชี้แจงให้ชัดเจนก่อนว่าจะนิรโทษกรรมให้ใคร ตั้งแต่เมื่อใด ด้วยเหตุผลอะไร และจะนำเรื่องการนิรโทษกรรมไปใส่ในรัฐธรรมนูญหรือกฎหมายลูก เชื่อว่าหากมีการเสนอหลักการอย่างเป็นระบบอาจจะฟังขึ้น ขณะนี้เหมือนโยนหินมาถามทางมาก้อนหนึ่ง ขอให้ช่วยโยนมาหลายๆก้อนหน่อย

“เอนก” ชี้กรอบนิรโทษฯอยู่ใน รธน.

ด้านนายเอนก เหล่าธรรมทัศน์ ประธานคณะอนุกรรมาธิการพิจารณากรอบการจัดทำรัฐธรรมนูญ คณะที่ 10 กล่าวถึงการเสนอให้นิรโทษกรรมเพื่อความ ปรองดองว่า ขณะนี้ยังไม่ได้พูดคุยกับคณะกรรมาธิการฯ ชุดใด และเรื่องนี้ก็ไม่มีอะไร ซึ่งข้อท้วงติงของฝ่าย ต่างๆ ก็รับฟังไว้ก่อน ซึ่งตอนนี้เราไม่ได้ทำงานเพื่อออกกฎหมาย ซึ่งผู้ที่ควรริเริ่มเรื่องดังกล่าวอาจจะเป็นคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ เพราะอาจเขียนไว้ในรัฐธรรมนูญเป็นกรอบกว้างๆ จากนั้นค่อยออกกฎหมายลูกมารองรับ ทั้งนี้ หลังจากมีการเสนอเรื่องนิรโทษกรรมออกไปก็มีผลตอบรับที่ดี ไม่มีปัญหาอะไร ส่วนกังวลหรือไม่นั้น เห็นว่าจะไปกังวลอะไร เราทำเรื่องที่ดี การท้วงติงเป็นอารมณ์ของคนในสังคมเท่านั้น

สนช.โยน รบ.-คสช. เขียน ก.ม.เอง

นายพีระศักดิ์ พอจิต รองประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ให้สัมภาษณ์ว่า การประชุมคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการ สนช. วันที่ 2 ธ.ค. ไม่ได้หารือเรื่องการเสนอกฎหมายนิรโทษกรรม ซึ่งเป็นเรื่องนโยบายของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ขณะที่ผู้ริเริ่มเขียนกฎหมายดังกล่าวคือ คสช.หรือรัฐบาล ไม่ใช่ สนช. และหาก คสช.เสนอเข้ามายัง สนช. ก็ต้องดูหลักการและเหตุผลว่าต้องปรับแก้อย่างไรบ้าง ส่วนตัวเห็นด้วยหากการนิรโทษกรรมทำให้เกิดความปรองดอง

“เสรี” ดันหยุดคดีแทนปล่อยผี

ขณะที่นายเสรี สุวรรณภานนท์ สปช. กล่าว ถึงกรณีที่มีการเสนอกฎหมายนิรโทษกรรมว่า ต้องดูว่าหากออกกฎหมายนิรโทษกรรมแล้วจะเกิดปัญหาอะไรอีกหรือไม่ ประชาชน พรรคการเมือง หรือกลุ่มการเมืองต่างๆเห็นพ้องกันว่าจะให้มีกฎหมายนี้หรือยัง และต้องคุยรายละเอียดถึงข้อหาและคดีที่จะนิรโทษกรรมด้วย ส่วนตัวคิดว่ายังมีช่องทางอื่นอีกนอกจากการออกกฎหมายนิรโทษกรรม คือการหยุดคดีที่เกี่ยวข้องกับการชุมนุมทางการเมืองไว้ก่อน และให้ผู้ที่ถูกดำเนินคดีใช้ชีวิตตามปกติ คล้ายกับการรอลงอาญา แต่ต้องไม่ใช่คดีที่เกี่ยวกับการหมิ่นสถาบันพระมหากษัตริย์ การทุจริต หลังจากหยุดคดี แล้ว บุคคลเหล่านั้นห้ามไปชุมนุมทางการเมือง ห้ามสร้างความแตกแยก หากกระทำผิดซ้ำก็ให้ดำเนินคดีตามความผิด โดยเรื่องนี้ตนจะเสนอต่ออนุ กมธ.จัดทำกรอบรัฐธรรมนูญคณะ 10 การสร้างความปรองดองเพื่อให้เป็นอีกทางเลือกหนึ่งนอกจากการออกกฎหมายนิรโทษกรรม

พท.สับพวกใจแคบขวางคลอง

นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล อดีตรองนายกฯ และ รมว.ต่างประเทศ แกนนำพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ขอเรียกร้องให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสช. ฟ้องร้องนายชวน หลีกภัย อดีต นายกฯ ในคดี ปรส. และฟ้องร้องนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกฯ ในคดีประกันราคาข้าว เรียกค่า เสียหายคืนเนื่องจากมีหลักฐานชัดเจน เหมือนที่นายแก้วสรร อติโพธิ แกนนำกลุ่มไทยสปริง เรียกร้องจาก น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ จากโครงการจำนำข้าว วันนี้ความขัดแย้งยังดำรงอยู่ เพราะพวกที่มีจิตใจคับแคบ เห็นความผิดฝ่ายอื่นเท่าภูเขา แต่ของตัวเองเท่าเส้นผม จิตใจผู้หญิงยังกว้างกว่า นายเอนก เหล่าธรรมทัศน์ สปช. เสนอแนว ทางปฏิรูปด้วยการนิรโทษกรรมก็มีพวกใจแคบท้วง ติงเหนี่ยวรั้ง ตอดเล็กตอดน้อยน่ารำคาญ นายเอนกเคยเป็นนักการเมือง อยากแก้ปัญหาการเมือง ไม่โง่ไปเข้าข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งแน่นอน นอกจากนี้อยากฝากให้ พล.อ.ประยุทธ์เรียกพวก สปช. และสนช. ที่มีปากไว้สักแต่พูดไปปรามเสียบ้าง เพราะสร้างความแตกแยกให้สังคม ดีไม่ดีอาจทำให้โรดแม็ปสะดุด

“บิ๊กโชย” ปัดแฉ นศ.รับจ๊อบชู 3 นิ้ว

ที่กองทัพภาคที่ 1 พล.ท.กัมปนาท รุดดิษฐ์ แม่ทัพภาคที่ 1 ในฐานะ ผบ.กองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย (ผบ.กกล.รส.)กล่าวถึงกรณีนักศึกษากลุ่มเผยแพร่กฎหมายสิทธิมนุษยชนเพื่อสังคมหรือกลุ่มดาวดิน ทำหนังสือถึง นพ.นิรันดร์ พิทักษ์วัชระ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ด้านสิทธิการเมืองและสิทธิพลเมือง ปฏิเสธว่าไม่ได้ถูกนักการเมืองท้องถิ่นว่าจ้างมาชู 3 นิ้ว เพื่อแย่งชิงพื้นที่สื่อจากนายกฯว่า ได้หารือให้ข้อมูลกับ นพ.นิรันดร์แล้วว่าข้อมูลที่ตนให้สื่อมวลชนเป็นรายงานการข่าวเบื้องต้น ไม่ได้เป็นการแฉว่านักศึกษากลุ่มดังกล่าวถูกนัก การเมืองท้องถิ่นว่าจ้างมา ยังต้องรับฟังข้อมูลด้าน อื่นสนับสนุน และต้องประมวลผลด้วย ซึ่ง นพ.นิรันดร์บอกว่า เด็กกลุ่มนั้นปฏิเสธว่าไม่ได้รับเงินว่าจ้าง เป็นการเคลื่อนไหวเพื่อแสดงออกด้านความคิดเห็นของแต่ละคน เราต้องการจะห้ามปรามเท่านั้น

แจงพัลวันไม่ได้ปรักปรำเด็ก

ส่วนที่มีความเป็นห่วงเกรงว่าประเด็นดังกล่าว จะกลายเป็นน้ำผึ้งหยดเดียวนำไปสู่เหตุการณ์ความรุนแรงเหมือนกับเหตุการณ์ 14 ต.ค.2516 พล.ท.กัมปนาทกล่าวว่า เราพยายามพูดคุยเพื่อสร้างความเข้าใจซึ่งกันและกัน ไม่อยากให้เป็นแบบนั้น ตนรับฟังทุกฝ่าย และไม่ได้ปรักปรำเด็กกลุ่มนี้ว่ารับเงินว่าจ้าง แต่เป็นเพียงการรายงานด้านการข่าวเท่านั้น ยังไม่ได้บอกว่าเชื่อหรือไม่เชื่อ เราเคารพอุดมการณ์ของทุกกลุ่มทุกฝ่าย เพื่อรักษาบรรยากาศการปรองดองให้บ้านเมือง ซึ่งแต่ละกองทัพภาคมีทีมงานลงพื้นที่เพื่อไปพูดคุยเรียบร้อยแล้ว เราพยายามพูดคุยเพื่อสร้างความเข้าใจกัน เป็นประเด็นสำคัญที่สุด การยุติ ความขัดแย้งจะต้องดำเนินการอย่างเร่งด่วน เพื่อให้ เกิดผลเป็นรูปธรรม ความคิดเห็นต่างต้องอาศัยการพูดคุยเป็นหลัก ขอร้องทุกฝ่ายอย่าทำให้เราทะเลาะกับใคร

นายกฯใส่เสื้อเหลืองถก ครม.

เมื่อเวลา 09.00 น. ที่ห้องประชุม 501 ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสช.เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ สวมเสื้อผ้าไหมสีเหลืองทรงพระราชทาน เช่นเดียวกับ ครม.ส่วนใหญ่ เนื่องจากเดือน ธ.ค.เป็นเดือนมหามงคล เนื่องในโอกาสเฉลิมพระเกียรติพระบาท สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 5 ธ.ค.57 โดยการรักษาความปลอดภัยยังเป็นอย่างเข้มงวด มีการตัดสัญญาณโทรศัพท์เป็นระยะๆ ก่อนหน้านั้นนายพรชัย รุจิประภา รมว.เทคโนโลยีสารสนเทศฯ พร้อมด้วยนางสุวิมล เทวะศิลชัยกุล รักษาการ ผอ.สำนักงานส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์แห่งชาติ (SIPA) และผู้ประกอบการแอนิเมชั่นและคอมพิวเตอร์กราฟฟิกไทย จัดทำโครงการผลิตภาพยนตร์การ์ตูนแอนิเมชั่น บทพระราชนิพนธ์เรื่องพระมหาชนก เข้ามอบดีวีดีพระมหาชนกให้นายกฯ และ ครม.

ชื่นใจฟังเพลงค่านิยม 12 ประการ

ขณะเดียวกัน นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รมว. วัฒนธรรม พร้อมนายนภัทร อินทร์ใจเอื้อ (กัน เดอะสตาร์) และ น.ส.วิชญาณี เปียกลิ่น (แก้ม เดอะสตาร์) ศิลปินบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) เข้ามอบซีดีเพลง “ค่านิยม 12 ประการ” ให้นายกฯ เพื่อร่วมเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 87 พรรษา 5 ธันวาคม 2557 โดย พล.อ.ประยุทธ์ขอให้ศิลปินนักร้องร่วมร้องเพลง “ค่านิยม 12 ประการ” ให้ฟัง หลังจากร้องจบ นายกฯชอบใจปรบมือให้พร้อมกล่าวว่า “ฟังแล้วชื่นใจ”

เผยทุ่มแสนล้านจัดการน้ำทั้งระบบ

ต่อมาเวลา 13.30 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. กล่าวภายหลังการประชุม ครม.ว่า ที่ประชุมหารือถึงแผนบริหารจัดการน้ำระยะเร่งด่วน คาดว่าจะใช้เงินกว่า 1 แสนล้านบาท แต่การบริหารจัดการน้ำทั้งระบบทั้งประเทศรวม 25 ลุ่มน้ำต้องใช้หลายแสนล้านบาท ไม่ได้ทำเป็นโมดูลอย่างที่ผ่านมา ต้องดูว่าการจะทำให้มีน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภคอย่างไร เพราะเรามีพื้นที่ชลประทานไม่เกิน 7 ล้านไร่ พื้นที่การเกษตรกว่า 15 ล้านไร่ น้ำไม่เพียงพอแน่นอน ต้องคิดเรื่องเก็บกักน้ำฝน พื้นที่เก็บกักน้ำ รวมถึงน้ำต้นทุนสำหรับทำน้ำประปา เบื้องต้นเป็นเรื่องเร่งด่วนจำเป็นต้องใช้งบประมาณกว่า 1 แสนล้านบาท และในปี 2558 วางไว้แล้วกว่า 5 หมื่นล้าน บาท ขาดอีกกว่า 6 หมื่นล้าน ส่วนโครงการบริหารจัดการน้ำ 3.5 แสนล้าน 9 โมดูลของรัฐบาลที่แล้วเลิกพูดแล้ว

เร่งจัดสรรที่ทำกิน 4 จว.นำร่อง

พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติฯ แถลงภายหลังการประชุมคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. เป็นประธานการประชุมว่า พล.อ.ประยุทธ์สอบถามในที่ประชุมว่าระยะเวลา 3 เดือน ตั้งแต่ ธ.ค.2557-ก.พ.2558 จะจัดสรรที่ดินให้ประชาชนได้เท่าไร ผู้รับผิดชอบรายงานว่าจะจัดสรรพื้นที่ให้ประชาชนรวม 5.3 หมื่นไร่ ใน 4 จังหวัดนำร่อง คือ เชียงใหม่ มุกดาหาร ชุมพร และนครพนม ซึ่งจะมีประชาชนได้รับประโยชน์ประมาณ 1 หมื่นราย โดยพิจารณาให้ที่ทำกินจากภูมิลำเนา รายได้ต่อปีไม่เกิน 3 หมื่นบาท อย่างไรก็ตามข้อมูลกระทรวงมหาดไทยพบว่ามีผู้มีรายได้น้อยกว่า 3 หมื่นบาทต่อปีทั่วประเทศ มีจำนวน 1.6 ล้านคน จัดสรรอย่างไรคงไม่เพียงพอ จึงมีแนวคิดว่าจะต้องจัดเป็นรูปแบบสหกรณ์ถือเป็นของขวัญให้กับประชาชนยกแรก

ตีปาก ครม.อย่าจ้อเรียกแขก

พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด รองโฆษกประจำสำนักนายกฯแถลงผลการประชุม ครม.ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯปรารภในที่ประชุม ครม. ขอบคุณรองนายกฯ รัฐมนตรี ข้าราชการ และทุกฝ่ายที่ร่วมมือร่วมใจกันทำงานด้วยความอุตสาหะ โดยเฉพาะการสร้างความรับรู้ ทำความเข้าใจกับสังคม ขณะนี้มีแนวโน้มดีขึ้น ทำให้สังคมเข้าใจการบริหารราชการของรัฐบาลมากขึ้น นายกฯระบุว่ารัฐบาลมีภารกิจหลักสำคัญ คือ เรื่องการบริหารราชการแผ่นดิน ดูแลปากท้องประชาชน แก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ ส่งเสริมสนับสนุนการปฏิรูป สร้างบรรยากาศการปรองดองสามัคคี อะไรที่อยู่นอกเหนือภารกิจของรัฐบาลขอให้ทุกฝ่ายระมัดระวังการแสดงความคิดเห็น เพราะอาจจะทำให้สังคมเกิดความวิตกกังวลต่อสิ่งต่างๆ อย่าให้ได้รับผลกระทบจากความคิดเห็นเหล่านั้น ขอ ให้ยึดไว้ว่ารัฐบาลมีหน้าที่อะไร ก็ให้ทำหน้าที่ตามนั้น

วอนเห็นใจอย่าต้าน รบ.-คสช.

พล.ต.สรรเสริญกล่าวว่า นายกฯกล่าวถึงเรื่องการต่อต้าน คสช. และรัฐบาลว่า ต้องให้ความสำคัญเรื่องนี้ รัฐบาลจะไม่เป็นคู่ขัดแย้งกับใคร เราตั้งใจจะทำในเรื่องที่ดี ตั้งใจในการปฏิรูปและการลดความขัดแย้งในอดีต เพราะฉะนั้นขอความเห็นใจและขอความร่วมมือจากประชาชนทุกภาคส่วนว่า เมื่อท่านยอมรับเราโดยการที่ท่านให้ความร่วมมือมาโดยตลอด ไม่ได้แสดงอะไรในเชิงของการต่อต้านการแสดงความคิดเห็นต่างคงมีเพียงส่วนน้อยเท่านั้น ฉะนั้นเมื่อท่านเห็นชอบกับเราก็ขอให้ความสนับสนุนและดูแลรัฐบาลด้วย ช่วยเป็นกำลังใจด้วย

สั่งทุกกระทรวงส่งของขวัญคนไทย

พล.ต.สรรเสริญกล่าวด้วยว่า นายกฯขอบคุณ สนช.ที่พิจารณาเรื่องต่างๆ ตามกระบวนการทางกฎหมาย ด้วยความรวดเร็ว สิ่งที่วิปรัฐบาลประสานไป ให้จัดลำดับความเร่งด่วนเพื่อตอบสนองความต้องการของประชาชนเพื่อลดความเหลื่อมล้ำ แก้ไขปัญหาการปฏิบัติราชการของส่วนราชการ สนช.ดำเนินการด้วยดีมาตลอด นายกฯจึงสั่งการให้ทุกกระทรวง ทบวง กรม จัดลำดับความเร่งด่วนในร่างกฎหมายของแต่ละกระทรวงให้ดี นอกจากนี้นายกฯได้สั่งเรื่องของขวัญปีใหม่ ให้ทุกกระทรวง ทบวง กรมที่เคยรวบรวมผลงานอยู่แล้ว ขอให้ส่งรัฐบาลภายในกลาง เดือน ธ.ค.นี้ เพื่อสรุปรวมเล่มผลงานที่เป็นของขวัญอย่างแท้จริง และจัดแถลงข่าวให้เป็นของขวัญปีใหม่แก่ประชาชน

เชิญผู้บริหารสื่อมาทำความเข้าใจ

พล.ต.สรรเสริญกล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์กำหนดให้วันอังคารที่ 16 ธ.ค. มีการประชุมร่วมกันระหว่าง คสช.และ ครม.เป็นครั้งที่ 3 โดยให้ประชุม คสช.ก่อน เพื่อนำผลสรุปไปหารือกับ ครม. ขณะเดียวกันนายกฯได้แจ้งด้วยว่าวันที่ 3 ธ.ค. เวลา 16.00 น.ได้เชิญบรรณาธิการข่าวและระดับผู้บริหาร 15-16 คน ร่วมพูดคุยและสร้างความเข้าใจการทำงานของรัฐบาล มีรองนายกฯ และรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องร่วมพูดคุยด้วย รัฐบาลจะอธิบายว่ากำลังทำอะไรอยู่ จะนำความตั้งใจจริงในการแก้ไขปัญหาไปเล่าให้ฟัง นายกฯเชื่อว่าบ้านเมืองเราจะไปได้หรือไม่ สื่อมวลชนเป็นส่วนสำคัญ เพราะเป็นผู้เผยแพร่ข่าวสาร หากเข้าใจสถานการณ์จริงที่เกิด ขึ้น และช่วยกันประคับประคองไปได้ จะช่วยสร้างบรรยากาศที่ดีที่สุดในการปฏิรูปบ้านเมืองและเดินไปสู่ประชาธิปไตย ถ้ารัฐบาลเพียรพยายามทำแต่สื่อมวลชนระดับผู้บริหารไม่เข้าใจ หรือคิดเห็นแล้วอาจสื่อความหมายไม่ตรงกัน การทำงานทุกอย่างก็ลำบาก นายกฯมั่นใจว่าผู้บริหารทั้งหลายมีประสบการณ์ผ่านงานมามากมายจะช่วยกันประคับประคองสถานการณ์บ้านเมืองให้เดินต่อไปได้

ปล่อยฟรีค่าทางด่วนฉลองปีใหม่

พล.ต.สรรเสริญกล่าวว่า ที่ประชุม ครม.เห็นชอบ ตามที่กระทรวงคมนาคมเสนอยกเว้นการจัดเก็บค่าผ่านทางด่วนพิเศษ หมายเลข 7 กทม.-บ้านฉาง และทางด่วนพิเศษวงแหวนตะวันออกหมายเลข 9 บางปะอิน-บางพลี ตั้งแต่เวลา 16.00 น. ของวันที่ 26 ธ.ค.57 ถึงเวลา 24.00 น.วันที่ 4 ม.ค.58 เพื่อเป็นของขวัญปีใหม่ให้พี่น้องประชาชนที่เดินทางกลับภูมิลำเนา ไม่ต้องติดอยู่ในการจราจรคับคั่งระหว่างช่วงด่านเก็บค่าผ่านทาง ขณะเดียวกันนายกฯได้ปรารภต่อที่ประชุม ครม.กำชับให้ทุกส่วนราชการดูแลและเตือนภัยให้ประชาชนเดินทางกลับบ้านด้วยความระมัดระวัง อย่าพยายามไปตั้งตัวเลขเจ็บหรือตาย เท่านั้นเท่านี้ เพราะไม่เกิดประโยชน์ ควรไปดูแลอำนวยความสะดวกเดินทางและจุดพักรถ

“พรทิพย์” คืนรังนั่ง ผอ.นิติวิทยาศาสตร์

พล.ต.สรรเสริญกล่าวอีกว่า ที่ประชุม ครม.ยังเห็นชอบตามที่กระทรวงยุติธรรมเสนอให้มีการปรับเปลี่ยนในกระทรวงยุติธรรม โดย พญ.คุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงมาดำรงตำแหน่ง ผอ.สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ ส่วน พ.ท.เอนก ยมจินดา ผอ.สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ เป็นผู้ตรวจราชการฯ

เพิ่มโทษยึดทรัพย์แก๊งค้ามนุษย์

พล.ต.สรรเสริญกล่าวว่า ครม.เห็นชอบตามที่กระทรวงการพัฒนาสังคมฯ เสนอ ครม.พิจารณาอนุมัติหลักการร่าง พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ พ.ศ.2551 สาระสำคัญคือ ปรับปรุงเปลี่ยนแปลงให้ทันสมัย อาทิ ให้ความคุ้มครองกับผู้ที่แจ้งเหตุไม่ต้องรับผิดชอบทางแพ่งและอาญา กำหนดยึดทรัพย์ผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับการค้ามนุษย์ แบ่งเป็น 2 ส่วน ส่วนแรกนำไปเป็นสินไหมชดใช้ให้แก่ผู้เสียหาย ส่วนที่สองเข้าสู่กองทุนป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ รวมถึงการเพิ่มคณะกรรมการบริหารกองทุนฯโดยเพิ่มผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ร่วมเป็นคณะกรรมการ อย่างไรก็ตาม ร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้ได้ส่งคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจสอบ ก่อนที่จะส่งเข้าสภานิติบัญญัติแห่งชาติต่อไป

ยกชั้นศาลทหารเทียบศาลทั่วไป

พล.ต.สรรเสริญกล่าวต่อว่า ที่ประชุมยังเห็นชอบเรื่องธรรมนูญศาลทหาร ที่กระทรวงกลาโหมนำเสนอ ให้แก้ไขจากธรรมนูญเดิม พ.ศ.2498 เพื่อความเหมาะสม เช่น ให้ศาลทหารจังหวัดมีอำนาจพิจารณาคดีความอาญาทุกตัวบทกฎหมาย เว้นแต่จำเลยเป็นทหารสัญญาบัตรให้อยู่ในความพิจารณาของมณฑลทหารหรือศาลทหารส่วนกลาง ให้ศาลทหารสูงสุดพิจารณาได้ทุกคดีที่มีการอุทธรณ์มาจากศาลทหารชั้นต้นและชั้นกลาง นอกจากนี้ยังกำหนดให้การพิพากษาของศาลทหาร ห้ามพิพากษาเกินคำฟ้องการแก้ไขธรรมนูญดังกล่าวเพื่อสร้างความมั่นใจว่าศาลทหารมีมาตรฐานเดียวกับศาลทั่วไป

อปท.บี้นายกฯใช้ ม.44 คืนตำแหน่ง

เมื่อเวลา 09.30 น. ที่ห้องรับรอง 1 ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.วิลาศ อรุณศรี เลขาธิการนายกรัฐมนตรี เป็นตัวแทน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช.รับหนังสือจากตัวแทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น อาทิ นายเกรียงไกร ภูมิเหล่าแจ้ง นายกสมาคมสันนิบาตเทศบาลแห่งประเทศไทย (ส.ท.ท.) พร้อมด้วยนายประเสริฐ วชิรเขื่อนขันธ์ เลขาธิการ ส.ท.ท. และตัวแทนนายกฯ อบต.สมาชิกเทศบาล และ อบต.ทั่วประเทศ ที่ยื่นถึงนายกฯ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ขอให้ผู้บริหารท้องถิ่นและสมาชิกท้องถิ่นที่หมดวาระรักษาการในตำแหน่งต่อไป สนับสนุนนายกฯ ออกประกาศหรือคำสั่งตามมาตราที่ 44 แห่งรัฐธรรมนูญ (ฉบับชั่วคราว) ปี 57 ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นผู้ที่หมดวาระดำรงตำแหน่งรักษาการในตำแหน่งเดิมต่อไป ไม่คัดสรรคนนอกเข้ามา โดย พล.อ.วิลาศยืนยันจะนำหนังสือดังกล่าวส่งเรียนนายกฯต่อไป

แก้ ก.ม.ภาษีมรดกดัดหลังนายทุน

เมื่อเวลา 16.15 น. ที่รัฐสภา นพ.เจตน์ ศิรธรานนท์ โฆษกคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (วิป สนช.) ให้สัมภาษณ์ภายหลังประชุมวิป สนช.ว่า การประชุม สนช. วันที่ 4 ธ.ค.จะพิจารณาร่างกฎหมายสำคัญคือร่าง พ.ร.บ.ภาษีการรับมรดก พ.ศ... และร่าง พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่...) พ.ศ....ที่เสนอโดย ครม. โดยหลักการคือการหักภาษีจากมรดก 10 เปอร์เซ็นต์ในส่วนที่เกิน 50 ล้านบาท ซึ่งวิป สนช.หลายคนตั้งข้อสังเกตว่าหากเกษตรกรชาวนาได้รับมรดกเป็นที่ดินที่นาอาจไม่มีเงินเสียภาษี และกรณีได้รับโอนที่ดินระยะเวลาหนึ่งแต่อนาคตที่มีการประเมินราคาที่ดินราคาสูงขึ้นเกิน 50 ล้านบาท ต้องเสียภาษีแต่ไม่สามารถเสียได้ทำให้ถือครองไม่ได้ต้องขายให้นายทุน จึงอาจจะแก้ไขรายละเอียดเพื่อคุ้มครองคนระดับกลางและล่าง แต่ยืนยันว่าไม่มีกลุ่มนายทุนล็อบบี้เพื่อให้กฎหมายนี้ไม่ผ่าน

ชาวบ้านอยากได้สงบสุข-ไร้ม็อบ

วันเดียวกัน สวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต เผยผลสำรวจความคิดเห็นเรื่องของขวัญปีใหม่ที่ประชาชนอยากได้จากรัฐบาลและ คสช. จากประชาชน 1,417 คนทั่วประเทศ ระหว่างวันที่ 24-27 พ.ย. พบว่าของขวัญด้านการเมืองที่ประชาชนอยากได้มากที่สุด ร้อยละ 85.56 อยากให้บ้านเมืองสงบสุข ไม่ทะเลาะ แบ่งฝ่าย ไม่มีการ ชุมนุมเคลื่อนไหว ร้อยละ 75.79 มีนักการเมืองที่ดี มีคุณภาพ ร้อยละ 74.09 มีความเป็นประชาธิปไตย ประชาชนมีส่วนร่วม เลือกตั้งโดยเร็ว ขณะที่ด้านเศรษฐกิจ ร้อยละ 86.97 อยากให้ควบคุมราคาสินค้าไม่ให้แพง ร้อยละ 81.74 เศรษฐกิจของประเทศดีขึ้น มีเสถียรภาพ ร้อยละ 79.12 อยากให้มีงานทำ รายได้เพิ่มขึ้น ด้านสังคม ร้อยละ 73.07 อยากให้สังคมเป็นระเบียบ ทุกคนปฏิบัติตามกฎหมาย ร้อยละ 70.96 คนไทยรักใคร่สามัคคีปรองดอง ร้อยละ 60.89 ครอบครัวอบอุ่น มีเวลาให้กัน

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ข่าวหน้า1ประยุทธ์ จันทร์โอชาปฏิญาณขี้โมโหพูดเพราะนิรโทษกรรมปรองดอง

ข่าวแนะนำ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้