ข่าว
100 year

ลุ้นมาตรการรัฐช่วยดัน! กกร.หั่นเป้าจีดีพีประเทศปี 58 เหลือ 3.5%

ทีมข่าวเศรษฐกิจ3 ธ.ค. 2557 05:45 น.
SHARE

กกร.ปรับเป้าจีดีพีปี 2558 เหลือ 3.5-4% ลุ้นมาตรการรัฐดันตัวเลขพุ่ง คาคส่งออกโต 3.5% พร้อมติงคลังขึ้นแวตควรรอให้เศรษฐกิจโตก่อน

นายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ในฐานะประธานการประชุมคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) เปิดเผยหลังการประชุม กกร.เมื่อวันที่ 2 ธ.ค.ที่ผ่านมาว่า ที่ประชุม กกร.คาดการณ์การขยายตัวทางเศรษฐกิจ (จีดีพี) ปี 2558 จะเติบโต 3.5-4% ปรับลดลงจากคาดการณ์ครั้งก่อนที่ 4-4.5% โดยประเมินจากแนวทางการลงทุนของภาครัฐที่คาดว่ายังไม่เห็นภาพชัดเจน แต่หากมีนโยบายการลงทุนเพิ่มขึ้น และการท่องเที่ยวสามารถกลับมาเติบโตได้ในช่วงไตรมาส 1 และ 2 ปีหน้า จากเสถียรภาพทางการเมืองที่มั่นคง เชื่อว่าจะสามารถช่วยผลักดันจีดีพีให้กลับไปมากกว่า 4% ได้

ขณะที่การส่งออกคาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 3.5% เนื่องจากได้รับปัจจัยจากราคาน้ำมันดิบโลกที่ปรับลดลงต่อเนื่อง ทำให้การส่งออกอุตสาหกรรมยานยนต์ของไทย ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมหลัก กลับมาเติบโตได้ รวมทั้งการค้าชายแดนซีแอลเอ็มวี ได้แก่ กัมพูชา ลาว เมียนมาร์ เวียดนาม จะเติบโตได้ถึง 7-8% รวมทั้งเศรษฐกิจของสหรัฐอเมริกาที่เริ่มฟื้นตัว อย่างไรก็ตาม ยังต้องติดตามเศรษฐกิจของจีน ที่ล่าสุดเริ่มมีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยครั้งแรกตั้งแต่ปี 2555 รวมทั้งการชะลอตัวของเศรษฐกิจญี่ปุ่น ที่ต้องลุ้นการเลือกตั้งนายกรัฐมนตรีคนใหม่

ส่วนจีดีพีในปีนี้จะอยู่ที่ประมาณ 1% บวกลบ เนื่องจากได้รับผลกระทบจากการส่งออก รวมทั้งการใช้จ่ายของโครงการรัฐไม่เป็นไปตามเป้าหมาย อาทิ เงินอุดหนุนเกษตรกรโดยตรง การจ่ายเงินข้าวมีความคืบหน้าเพียง 30-40% การจ่ายเงินยางพาราคืบหน้าเพียง 10% โดยรัฐบาลตั้งเป้าหมายผลักดันให้การจ่ายเงินอุดหนุนเกษตรกรคืบหน้าถึง 90% ในเดือนนี้ ซึ่งต้องติดตามผลการดำเนินงานอีกครั้ง

ขณะที่การส่งออกปีนี้อาจไม่เติบโตและมีโอกาสติดลบ 0.2% เพราะแม้สถานการณ์การส่งออกในเดือน ต.ค.ที่ผ่านมา เพิ่มขึ้นกว่า 3.9% และในเดือน พ.ย.คาดว่าจะฟื้นตัวขึ้น แต่เดือน ธ.ค.มีโอกาสติดลบได้ หลังจากสหภาพยุโรป (อียู) และสหรัฐอเมริกาจะเริ่มหยุดทำธุรกรรม

นายสุพันธุ์กล่าวว่า นอกจากนี้ ที่ประชุมกกร.มีมติเห็นชอบให้มีการผลักดันการจัดตั้งสำนักงานใหญ่ (เฮดควอเตอร์) ของนักลงทุนต่างชาติในไทยเพิ่มขึ้น โดย กกร.จะหารือกับสภาธุรกิจต่างประเทศในการกำหนดแนวทางร่วมกัน เพื่อเสนอรัฐบาลออกนโยบายดังกล่าวต่อไป

การจัดตั้งเฮดควอเตอร์ในไทย มีความจำเป็น เพราะนอกจากกระตุ้นการลงทุนโดยตรงแล้ว ยังทำให้เกิดการลงทุนต่อเนื่อง การท่องเที่ยว การจัดประชุมสัมมนาของนักลงทุนต่างชาติ เพิ่มขึ้น และที่ประชุม กกร.เห็นชอบให้มีการนำเสนอการแก้กฎหมายที่เอื้อต่อการค้าการลงทุนของประเทศ โดยจะนำเสนอต่อสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ต่อไป

ทั้งนี้ ในสัปดาห์ที่ 3 ของเดือน ธ.ค.นี้ จะมีการประชุมคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชน (กรอ.) เพื่อแก้ปัญหาเศรษฐกิจ โดยที่ประชุมจะนำเสนอมาตรการช่วยเหลือกลุ่มเอสเอ็มอี การสนับสนุนเรื่องสภาพคล่อง การสนับสนุนให้ภาครัฐใช้สินค้าที่ผลิตในประเทศ

นายสุพันธุ์กล่าวว่า สำหรับนโยบายการปรับขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่ม (แวต) จาก 7% เป็น 8% ของกระทรวงการคลังว่า การปรับขึ้นภาษีดังกล่าว ฐานเศรษฐกิจของประเทศจะต้องแข็งแรง ควรมีจีดีพีเติบโต 4% เป็นต้นไป แต่หากจีดีพียังอยู่ในระดับ 1-2% เช่นปัจจุบัน ก็อาจไม่เหมาะสม เชื่อว่ารัฐบาลอาจโยนหินถามทาง หากเศรษฐกิจไม่ดีขึ้น อาจไม่มีการปรับขึ้นแวต.

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

สุพันธุ์ มงคลสุธีประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยส.อ.ท.การขยายตัวทางเศรษฐกิจจีดีพีส่งออกกกร.

ข่าวแนะนำ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้