ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    ‘มืองาน’ โดนล็อกหมด

    ทีมข่าวการเมือง3 ธ.ค. 2557 05:00 น.
    SHARE

    โล่งๆกลางแจ้งเลย ตามฉากล่าสุด “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี หัวหน้า คสช. ยืนบนโพเดียมที่ตั้งอยู่กลางถนนหน้าตึกบัญชาการทำเนียบรัฐบาล แถลงภายหลังการประชุม ครม.

    เปลี่ยนบรรยากาศเหมือนที่เพิ่งเปลี่ยนฉากหลังรายการคืนความสุขให้คนในชาติ

    ในอารมณ์ที่ผู้นำพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อกระตุกเรตติ้งรัฐบาลที่กำลังหล่นวูบวาบ ตามตัวเลขที่สารพัดโพลสะท้อนออกมาตรงกัน

    และนั่นก็เลยนำมาซึ่งน้ำหนักของกระแสข่าวการปรับ ครม.ในช่วงต้นปีหน้า

    เพื่อปั่นเนื้องานต่อโปรโมชั่นอำนาจพิเศษ

    ก่อนอื่นเลย ถือว่าหมดเวลาตอบแทนคุณความดีขุนทหารที่ช่วยกันคุมเกมมาในช่วงการยึดอำนาจการปกครอง เปิดทางให้มือบริหารอาชีพเข้ามาช่วยกู้สถานการณ์ โดยเฉพาะด้านเศรษฐกิจที่ลูกผีลูกคน

    และอีกเงื่อนไขสำคัญที่มีการพูดถึงกันก็คือคิวของบิ๊กท็อปบูตที่มีตำแหน่งรัฐมนตรีควบเก้าอี้ในกองทัพ จะต้องเลิกถ่างขามาเป็นรัฐมนตรีแค่เก้าอี้เดียว เพื่อเปิดทางให้มีการขยับตำแหน่งในกองทัพ

    น้องๆผู้ใต้บังคับบัญชาจะได้ขึ้นมาเสียบแทน

    ที่แน่ๆมาถึงตรงนี้ปฏิเสธความจริงไม่ได้ สถานการณ์ที่ผ่านมาครึ่งปียังไม่มีผลงานโชว์เป็นชิ้นเป็นอัน นั่นก็เพราะข้อจำกัดของรัฐบาลท็อปบูตในเรื่องของ “มือบริหารอาชีพ”

    ผลจากวงเล็บ 4 ในมาตรา 8 ของรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว ที่ล็อกคุณสมบัติห้ามคนเคยถูกตัดสิทธิทางการเมืองดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี

    สกัดพวกมือดี ยี่ห้อดังๆกลายเป็นกิ้งกือตกท่อไปตามๆ

    ชัดเจนที่สุดก็คือรายของ “สมคิด จาตุศรีพิทักษ์” ที่ตั้งแต่แรกเป็น “เต็งจ๋า” ถูกวางตัวไว้เป็นทีมเศรษฐกิจรัฐบาล ถ้าไม่บังเอิญเจอด่าน (4) ในมาตรา 8 ก็ต้องเลี่ยงไปนั่งเป็นหนึ่งในทีม คสช.

    แต่ด้วยชื่อชั้นบวกกับเงื่อนไขรัฐบาลขาดแคลน “มืองานอาชีพ”

    ที่สุดเลย “สมคิด” ก็ถูกเรียกใช้บริการในระดับยื่นมือเข้ามาใกล้อีกคืบ ด้วยการวางตัวเป็นประธานทีมกุนซือนายกรัฐมนตรีที่ “บิ๊กตู่” ลงนามแต่งตั้งอย่างเป็นทางการ และตอนนี้ก็มีบทบาทสำคัญเบื้องหลังเป็นคลังสมองป้อนแผนงานบริหารให้นายกฯและหัวหน้า คสช.

    ปั่นเนื้องาน แฝงเหลี่ยมการตลาด

    โดยไฟต์บังคับที่ยากจะปฏิเสธได้ ลึกๆเลยท็อปบูตก็ต้องอาศัยยุทธศาสตร์ของนักการเมืองเข้ามาช่วยในการประคองกระแสต้านแรงเสียดทานให้รัฐบาล คสช.

    เพราะทหารไม่ได้เก่งไปเสียทุกเรื่อง

    เรื่องของเรื่อง นอกจากคิวของ “สมคิด” ก็ยังมียี่ห้อ “พินิจ จารุสมบัติ” ที่หะแรกเลยตามกระแสข่าววงในช่วงฟอร์ม ครม.ก็มีการต่อสายจะเข้ามารับงานในกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

    โดยอาศัยเครดิตของประธานสภาวัฒนธรรมเศรษฐกิจไทย-จีน ที่มีคอนเนกชั่นกับนักธุรกิจแดนมังกร ในการดีลขายสินค้าด้านเกษตรให้กับแผ่นดินใหญ่

    แต่สุดท้ายก็ฟาวล์ไปเพราะมีชื่ออยู่ในบ้านเลขที่ 111

    และก็คล้ายๆกับรายของ “สมคิด” แม้จะติดล็อกคุณสมบัติต้องห้ามตามวงเล็บ 4 มาตรา 8 แต่นาทีนี้ก็ยังเห็นบทบาทของนายพินิจอยู่ในหน้าข่าวเศรษฐกิจอยู่เนืองๆ ในการดีลงานช่วยรัฐบาลทางอ้อม เชื่อมประสานกับทางการจีนเพื่อระบายสินค้ายางพาราแก้ปัญหาราคาตกต่ำ

    ย้ำจุดเด่นของ “มือบริหารอาชีพ” อยู่ที่ไหนก็หาเวทีทำงานได้

    ถ้าไม่ติดเงื่อนไข โดนเหมาเข่งไปพร้อมกับนักการเมือง

    พะยี่ห้อ “ทักษิณ” ติดมลทินกลายเป็นบุคคลต้องห้ามไปกันหมด

    แต่อย่างไรก็ตาม โดยรูปการณ์อย่างที่เห็นข้อจำกัดของรัฐบาล คสช.ขาดมืองานในการบริหาร

    ปั่นเนื้องานไม่ออก

    ณ วันนี้ผ่านไปแค่ 6 เดือนยังส่ออาการไม่สู้ดี นับประสาอะไรหลังจากนี้ไปรัฐบาลทหารก็น่าจะยิ่งเจอโจทย์สถานการณ์ด้านการ บริหารงานที่หนักขึ้นกว่านี้อีกหลายเท่าตามเค้าลางอย่างที่เห็นกัน

    ลำพังท็อปบูตเอาไม่อยู่แน่ ขณะที่มือบริหารดังๆในแวดวงธุรกิจก็ไม่กล้าเสี่ยงเปลืองตัว และนั่นก็คงหนีไม่พ้นต้องพึ่งมือบริหารอาชีพทางการเมืองมาช่วย

    แต่จะทำยังไงให้ดูเนียนๆแค่นั้น.

    ทีมข่าวการเมือง

    อ่านเพิ่มเติม...

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    มืองานโดนล็อกวิเคราะห์การเมืองทีมข่าวการเมือง

    ข่าวแนะนำ

    Most Viewed

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    วันจันทร์ที่ 21 กันยายน 2563 เวลา 16:51 น.