ข่าว
100 year

ผมนี้ขึ้นเลย ทดสอบ HONDA NEW CIVIC 2.0 SPORT

อาคม รวมสุวรรณ3 ธ.ค. 2557 10:15 น.
SHARE

หนึ่งปีก่อนหน้านี้ Honda Automobile Thailand (ฮอนด้า ออโตโมบิล ประเทศไทย) ได้เปิดตัวรถซีดานรุ่นพิมพ์นิยม New Civic 2.0 และ 1.8 Sport ตกแต่งด้วยอุปกรณ์แบบสปอร์ต ที่เน้นความสวยงามให้มีรูปแบบตัวถังแตกต่างจากรุ่นมาตรฐานในด้านมุมมอง การเพิ่มเติมความสดให้กับ New Civic ให้มีความโดดเด่นด้วยสไตล์สปอร์ต คล้ายกับการปรุงแต่งรถเดิมๆ ให้มีความงดงาม ดุดัน น่าใช้งานมากยิ่งขึ้น


เจ้า Civic Sport 2.0 คันทดสอบ มาพร้อมสปอยเลอร์หน้า-หลัง สเกิร์ตข้าง ล้ออัลลอยขอบ 17 นิ้วสีดำสลับเงิน ที่สวยและแปลกตา ดีไซน์สปอร์ตรอบคันของ New Civic กับสัญลักษณ์ Sport บนฝากระโปรงท้าย 
สร้างมุมมองที่โดดเด่นแปลกแยกจาก Civic รุ่นมาตรฐานอย่างชัดเจน เป็นการเติมความสดเพื่อกระตุ้นยอดขยายผนวกเข้ากับสมรรถนะที่ดีของเครื่องยนต์จัดเต็ม ปริมาตรความจุ 2.0 ลิตร แม้จะเป็นเครื่องแบบแคมเดี่ยว หรือ SOHC


New Civic Sport 2.0L เพิ่มความลงตัวให้มากยิ่งขึ้นไปอีกระดับด้วยดีไซน์สปอร์ตรอบคัน ทั้งสเกิร์ตหน้า สเกิร์ตหลัง สเกิร์ตข้าง 
พร้อมสปอยเลอร์หลังแบบ Wing ปลอกท่อไอเสียสแตนเลส และสัญลักษณ์ Sport บนฝากระโปรงท้าย มาพร้อมกับ 2 รุ่นใหม่ ได้แก่ 2.0 ES AT Navi สำหรับลูกค้าที่ชอบความสุดของตัวท็อป และ 1.8 ES AT รุ่นรองลงมาที่มีเครื่องยนต์ 1.8 ลิตร เติมเต็มอารมณ์สปอร์ตแบบที่อธิบายไปแล้ว ด้วยชุดแต่งรอบคันกับสติกเกอร์ที่ฝาท้ายแปะประทับตรา Sport สีแดง ส่วนภายในห้องโดยสาร
ยังเพิ่มความหรูหราและความสะดวกสบาย ด้วยเบาะหนังแท้ ระบบเครื่องเสียงหน้าจอสัมผัส ขนาด 7 นิ้ว แบบ Advanced Touch รองรับการเชื่อมต่อสมาร์ทโฟน พร้อมช่องเชื่อมต่อ HDMI และกล้องส่องภาพด้านหลังปรับมุมมอง 3 ระดับ กับระบบนำทางและกำหนดพิกัดด้วยดาวเทียม


Honda ยังอัดอุปกรณ์สำหรับรุ่นสูงสุด 2.0 ES AT Navi โดยเพิ่มวัสดุตกแต่งแบบ Piano Black ระบบเปิด-ปิดไฟหน้าอัตโนมัติ ระบบปัดน้ำฝนแบบอัตโนมัติ เบาะนั่งผู้โดยสารด้านหน้าปรับไฟฟ้า 4 ทิศทาง และม่านถุงลมด้านข้างเพื่อความปลอดภัยแบบจัดเต็ม ล้ออัลลอย 17 นิ้ว ดีไซน์ใหม่ ส่วนรุ่น 1.8 E AT Navi ด้วยวัสดุตกแต่งแบบ Piano Black ระบบเครื่องเสียงหน้าจอสัมผัส ขนาด 7 นิ้ว แบบ Advanced Touch รองรับการเชื่อมต่อสมาร์ทโฟน พร้อมช่องเชื่อมต่อ HDMI ระบบปุ่มสตาร์ทเครื่องยนต์แบบอัจฉริยะ ระบบควบคุมประตูแบบอัจฉริยะ กล้องส่องภาพด้านหลังปรับมุมมอง 
3 ระดับ และล้ออัลลอย 16 นิ้ว ดีไซน์ใหม่


New Civic Sport มีเครื่องยนต์ให้เลือก 2 รุ่น ด้วยกัน ได้แก่ เครื่องยนต์ i-VTEC 2.0 ลิตร (คันทดสอบ) ให้กำลังสูงสุด 155 แรงม้า ที่ 6,500 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 190 นิวตัน-เมตร ที่ 4,300 รอบต่อนาที ส่วนรุ่นรองลงมาเป็นรุ่นเครื่องยนต์ 1800 ซีซี วางเครื่องยนต์ i-VTEC 1.8 ลิตร 
ให้กำลังสูงสุด 141 แรงม้า ที่ 6,500 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 174 นิวตัน-เมตร ที่ 4,300 รอบต่อนาที 
ให้สมรรถนะในการขับขี่ดีและมีประสิทธิภาพด้านการประหยัดน้ำมัน สามารถรองรับการใช้น้ำมัน E85 ได้ ระบบส่งกำลัง ขับเคลื่อนล้อหน้าด้วยเกียร์อัตโนมัติ 5 สปีด โดยรุ่น 1.8 มีทั้งเกียร์อัตโนมัติและเกียร์ธรรมดา 5 สปีดให้เลือก ระบบกันสะเทือนด้านหน้า
แบบแม็คเฟอร์สันสตรัท และกันสะเทือนหลังแบบมัลติลิงค์ เสริมด้วยเหล็กกันโคลงทั้งด้านหน้าและหลัง


หลังจากขับใช้งานในเมืองมานานเกือบเดือน ก็ถึงเวลาที่จะต้องเอาเจ้า Civic 2.0 Sport ออกไปรีดสมรรถนะบนทางไฮเวย์ เพื่อทดสอบประสิทธิภาพของซีดานขนาดเล็กรุ่นท็อปสุด นี่คือโปรดักชั่นคาร์รุ่นขายดีของ Honda จากแบรนด์ที่ขึ้นชื่อในเรื่องศูนย์บริการและราคาขายต่อ (แม้ช่วงหลังๆ ศูนย์บริการจะช้าไปสักนิด เนื่องจากความหนาแน่นของจำนวนรถลูกค้า) Civic 2.0 Sport มีการขับขี่ที่ดี เมื่อนำมันมาวิ่งออกทางไกล เทคโนโลยีของระบบขับเคลื่อนแม้จะไม่ใช่นวัตกรรมที่ล้ำหน้า แต่ก็ใช้งานได้จริง และเหมาะสมกับการเดินทางทั้งไกลและใกล้ ทางในเขตอำเภอหมูสี ต่อเชื่อมกับวังน้ำเขียวในช่วงปลายเดือนพฤศจิกายน มีวิวทิวทัศน์ที่งดงามและมีสีสันที่เปลี่ยนแปลงไปตามฤดูกาล ปลายฝนต้นหนาวที่ลมหนาวโบกโชยในเขตหุบเขาของอำเภอวังน้ำเขียว สร้างความสดชื่นรื่นเริงให้กับนักขับทุกคน


Civic เป็นรถที่มีการออกแบบให้ควบคุมได้อย่างง่ายดาย โดยเฉพาะน้ำหนักที่เบาสบายในย่านความเร็วต่ำจากพวงมาลัยไฟฟ้า เมื่อความเร็วสูงขึ้น พวงมาลัยของมันก็ยังคงมีน้ำหนักเท่าเดิมคือ เบาหวิว การปรับแต่งน้ำหนักของพวงมาลัยที่เน้นความเบามือเหมาะมากกับคุณสุภาพสตรีสำหรับการขับใช้งานในเมือง แต่พวกที่ชอบขับเร็วบ่นกันว่ามันน่าจะมีน้ำหนักที่มั่นคงมากกว่านี้ในย่านความเร็วสูง น้ำหนักของพวงมาลัยใน Civic ที่ 120-140 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ซึ่งเป็นย่านความเร็วเดินทางบนไฮเวย์ทำให้รู้สึกโหวงๆ พิกลจนต้องลดความเร็ว ส่วนความมั่นคงของตัวรถบนไฮเวย์อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานทั่วไป เป็นรอง Mazda 3 ซีดานอยู่นิดๆ ในด้านความรู้สึกของการควบคุมหลังพวงมาลัย


ชุดส่งกำลัง 5 สปีดออโต ทำงานจับคู่กับเครื่องยนต์ 2.0 ลิตร แคมเดี่ยวได้ดีพอประมาณ พละกำลัง 155 แรงม้ากับแรงบิด 190 นิวตันเมตร ไม่ได้มากมายอะไร จนสามารถดึงให้หลังคุณติดเบาะ มันมีย่านของกำลังแค่พออาศัยในการเร่งความเร็วเพื่อแซง อัตราเร่งของเครื่องตัวนี้ จึงออกมาในรูปแบบเรื่อยๆ มาเรียงๆ ไม่ได้จี๊ดจ๊าด จนทำให้คุณรู้สึกตื่นเต้น พละกำลังทั้งหมดถูกส่งถ่ายผ่านเกียร์ไปยังล้อคู่หน้า ซึ่งถูกใช้เป็นล้อขับเคลื่อน พวงมาลัยมีแป้นเปลี่ยนเกียร์ หรือ Paddle Shift ที่ใช้งานได้จริง ย่านของแรงบิดที่ดีอยู่ในตำแหน่งเกียร์ 3-4 ส่วนเกียร์สูงสุดหรือเกียร์ 5 เป็นเกียร์ Overdrive ช่วยลดรอบเครื่องยนต์เมื่อออกวิ่งทางยาว และทำให้มันมีความประหยัดอยู่บ้าง แม้จะเป็นรองเครื่อง 1.8 ลิตร


อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง เฉลี่ย 9.7 กิโลเมตรต่อลิตร ถือว่าไม่กินจุจนมากเกินไปสำหรับการขับขี่แบบปกติเดี๋ยวเร็วเดี๋ยวช้าสลับสับเปลี่ยนอยู่ตลอดเวลา ผมจะไม่เน้นการขับทดสอบในแบบประหยัดชนิดประคองคันเร่งปิดแอร์ ปล่อยไหลไปตลอดทาง เพื่อเอาตัวเลขสวยๆ ของอัตราสิ้นเปลือง โล่งเมื่อไรเป็นสวนคันเร่งลงลึกทุกครั้งทันที เพื่อดูการตอบสนองและการทำงานของระบบต่างๆ เช่น เครื่องยนต์ เกียร์ ช่วงล่าง และชุดบังคับเลี้ยว พวงมาลัยอย่างที่บอกว่ามันเบาเกินไป แต่เมื่อนำมามุดเข้าออกโค้งขึ้น-ลงเนินในแถบเขาใหญ่ด้วยความเร็วที่เหมาะสม ทำให้ผมพบว่ามันเป็นรถซีดานที่เน้นความสบายมือมากกว่าจะออกมาในแนวสปอร์ตอย่างชื่อรุ่น มันขับได้สบายอย่างที่คุยเอาไว้จริง แต่คราบความเป็นสปอร์ตซีดาน ภายใต้ชุดแต่งเสริมความหล่อ ทำให้มันค่อนข้างจะขัดแย้งกันอยู่บ้างกับรูปลักษณ์ในแบบรถซิ่งของวัยรุ่นเด็กแนว


ปุ่ม E-CON สีเขียว ช่วยทำให้มันประหยัดขึ้นมาอีกนิดนึง มันคือ ฟังก์ชั่นของ ECO-MODE ที่เข้ามาควบคุมการใช้เชื้อเพลิงของเครื่องยนต์ 2.0 ลิตรแบบแคมเดี่ยว ระบบจะเข้าไปจัดการกับการทำงานของลิ้นปีกผีเสื้อไฟฟ้า อัตราทดที่เหมาะสมระหว่างรอบเครื่องยนต์และความเร็วที่สัมพันธ์กันในแง่มุมของการประหยัดพลังงาน รวมถึงชุดควบคุมอุณหภูมิภายในห้องโดยสาร หรือชุดแอร์ดิจิตอล โดยคอมเพรสเซอร์แอร์จะตัดการทำงานเร็วขึ้นในการปรับอุณหภูมิให้เหมาะสมกับอากาศภายนอกห้องโดยสาร คันเร่งจะตอบสนองลดลงเล็กน้อย โดยเพิ่มรอบเครื่องยนต์แบบค่อยเป็นค่อยไปไหลเรื่อยๆ แต่หากสวนคันเร่งทันทีในโหมด E-CON คันเร่งไฟฟ้าที่ฉลาดพอใช้ของเจ้า Civic จะมอบอัตราเร่งที่ทันอกทันใจ แม้คุณกำลังขับอยู่ในโหมดประหยัดก็ตาม

โหมดนี้ออกแบบมาเพื่อการใช้เชื้อเพลิงอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ระบบแสดงผลของการขับขี่ออกมาในรูปของแสงไฟหลากสีที่กรอบมาตรวัด ช่วยทำให้ผู้ขับใช้เชื้อเพลิงอย่างประหยัดตามที่ต้องการ โดยแสดงผลเป็นแถบสีบนมาตรวัด แถบสีน้ำเงินเป็นการขับขี่ทั่วไป ส่วนแถบสีเขียวเป็นการใช้รอบเครื่องยนต์อย่างเต็มประสิทธิภาพ ในด้านของความประหยัด สำหรับปุ่มกดสตาร์ทและดับเครื่องยนต์ มีเฉพาะรุ่น 2.0 ลิตรเท่านั้น ส่วนรุ่น 1.8 ลิตร สปอร์ต ยังคงใช้การเสียบกุญแจสตาร์ทเหมือนเดิม


เครื่องเสียงให้มาพอใช้ได้ หากต้องการแรงขับมากกว่านี้คงต้องจ่ายเพิ่ม โดยหันไปพึ่งพาชุดลำโพงที่มีราคาสูงกว่าของที่ติดมาจากโรงงาน มิติของเสียงอยู่ในเกณฑ์ดี ส่วนอุปกรณ์พวกกล้องมองหลังและระบบนำทางด้วยดาวเทียมใช้งานได้ดี ทำให้เกิดความปลอดภัยขณะขับถอยหลัง และช่วยให้คุณไม่หลงทางจากความสามารถของเนวิเกเตอร์ ใน New Civic จอแสดงผลมีความคมชัด ไม่มีปัญหาในด้านมุมมองเวลาขับขี่กลางแสงแดดจัด ชุดควบคุมอุณหภูมิดิจิตอล ตั้งใจออกแบบมาสำหรับการใช้งานที่ง่ายและรวดเร็วในการปรับตั้งอุณหภูมิ

สิ่งที่โดดเด่นของเจ้า Civic คือ การที่มันสามารถรองรับเชื้อเพลิงทางเลือกแบบ E85 ซึ่งทำให้เจ้าของทุกคนสบายกระเป๋ามากยิ่งขึ้น เมื่อต้องวิ่งเข้า-ออกปั๊มน้ำมัน ราคาลิตรละ 22 บาทของเชื้อเพลิง E85 แม้จะวิ่งได้ระยะทางน้อยกว่าเบนซิน 91 แต่ราคาต่อลิตร ที่ถูกกว่ามากทำให้เจ้าของ New Civic ทุกคนรู้สึกดี ท่อทางเดินของเชื้อเพลิง รวมถึงสมองกลควบคุมเครื่องยนต์ที่ปรับมาให้สำหรับการเลือกใช้เชื้อเพลิงทางเลือกราคาถูกคือ จุดเด่นของรถคันนี้ แม้สภาพการขับขี่ควบคุมจะไม่ได้โดดเด่นเหมือนเรือนร่างในชุดแต่งแบบสปอร์ตก็ตาม หากได้พวงมาลัยที่มีน้ำหนักมากกว่านี้อีกนิดในย่านความเร็วสูง มันจะเป็นซีดานเล็กที่มีความน่าใช้งานไม่เป็นรอง Mazda 3 และ Altis Esport ลูกค้าส่วนใหญ่ของ Honda เลือกใช้รถยี่ห้อนี้เพราะราคาขายต่อ การซ่อมบำรุงที่ไม่แพงและความทนทานของระบบต่างๆ ที่ไม่ค่อยออกอาการจุกจิกกวนใจ โดยภาพรวมถือว่า New Civic 2.0 ทำได้ดีขึ้นแทบจะทุกจุดทุกตำแหน่ง ผู้คนส่วนใหญ่ที่หันไปเลือกคบกับรุ่น 1.8 ลิตร มาจากสาเหตุเดียวคือราคานั่นเอง.


HONDA CIVIC 2.0 SPORT SPECIFICATIONS
เครื่องยนต์............................................................. ซิงเกิลโอเวอรเฮดแคมชาฟท (SOHC) 4 สูบ 16 วาลว i-VTEC
ระบบจ่ายเชื้อเพลิง................................................ หัวฉีดมัลติพอยท PGM-FI
ปริมาตรความจุ (ซีซี).............................................1,997 ซีซี
กระบอกสูบคูณช่วงชัก(มิลลิเมตร).........................81.0 มิลลิเมตร x 96.9 มิลลิเมตร
อัตราส่วนกำลังอัด..................................................10.6:1
แรงม้าสูงสุด............................................................155 แรงม้า ที่ 6,500 รอบต่อนาที
แรงบิดสูงสุด..........................................................190 นิวตันเมตร 19.4 กิโลกรัมเมตร ที่ 4,300 รอบต่อนาที
ระบบส่งกำลัง........................................................ทอร์คคอนเวอร์เตอร์ เกียรอัตโนมัติแบบ 5 สปี‚ด ควบคุมดŒวยระบบอิเล็กทรอนิกส์ Grade Logic Control พรŒอม Direct Control และ Shift Hold System
ระบบบังคับเลี้ยว....................................................พวงมาลัยแรคแอนพีเนียน พร้อมมอเตอร์ไฟฟ้า
รัศมีวงเลี้ยวแคบสุด...............................................5.42 เมตร
พวงมาลัยหมุนสุด(รอบ).........................................3.1
ระบบเบรก
ด้านหน้า..................................................................ดิสก์เบรกแบบมีช่องระบายความร้อน
ด้านหลัง..................................................................ดิสก์เบรก
ระบบกันสะเทือน
ด้านหน้า..................................................................แม็คเฟอรสัน สตรัท อิสระ Œพร้อมเหล็กกันโคลง
ด้านหลัง..................................................................มัลติลิ้งค์ อิสระ พร้Œอมเหล็กกันโคลง
ล้อและยาง...............................................................อัลลอยขอบ 17 นิ้ว ยาง Michelin Pilot Sport 3 215/45R17
มิติตัวถัง
ความยาว.................................................................4,525 มิลลิเมตร
ความกว้าง...............................................................1,755 มิลลิเมตร
ความสูง...................................................................1,434 มิลลิเมตร
ระยะห่างฐานล้อ.......................................................2,670 มิลลิเมตร
ระยะห่างระหว่างล้อหน้า-หลัง..................................1,499-1,522 มิลลิเมตร
ความสูงจากพื้นถึงใต้ท้อง........................................150 มิลลิเมตร
น้ำหนัก.....................................................................1,300 กิโลกรัม
ความจุถังเชื้อเพลิง....................................................57 ลิตร

อุปกรณ์มาตรฐานด้านความปลอดภัย
โครงสร้างนิรภัย G-CON
เข็มขัดนิรภัยแบบดึงกลับอัตโนมัติทุกตำแหน่ง
ถุงลมคู่หน้า Dual SRS
ระบบช่วยควบคุมการทรงตัว VSA
ระบบป้องกันล้อล็อก ABS
ระบบกระจายแรงเบรก EBD

New Civic มีทั้งหมด 6 รุ่น ได้แก่
รุ่น 2.0 ES AT NAVI 1,145,000 บาท (คันทดสอบ)
รุ่น 1.8 E AT NAVI 990,000 บาท
รุ่น 1.8 ES AT 950,000 บาท
รุ่น 1.8 E AT 895,000 บาท
รุ่น 1.8 S AT 835,000 บาท
รุ่น 1.8 S MT 780,000 บาท

สีตัวถัง
สีขาวทาฟเฟต้า
เงินอลาบาสเตอร์ (เมทัลลิก)
ดำคริสตัล (มุก)
เทาโมเดิร์นสตีล (เมทัลลิก)
รายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่โชว์รูมฮอนด้าทั่วประเทศ หรือ www.honda.co.th/th/civic
หมายเหตุ - สีดำคริสตัล (มุก) เพิ่มเงิน 8,000บาท
สีเงินอลาบาสเตอร์ (เมทัลลิก) และเทาโมเดิร์นสตีล (เมทัลลิก) เพิ่มเงิน 2,000 บาท
อุปกรณ์มาตรฐานอาจแตกต่างกันในแต่ละรุ่น
ระบบเครื่องเสียงหน้าจอสัมผัส ขนาด 7 นิ้ว แบบ Advanced Touch รองรับการเชื่อมต่อสมาร์ทโฟนบางรุ่น

อาคม รวมสุวรรณ
E-Mail chang.arcom@thairath.co.th 
Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom 

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ARCOM ROUMSUWANTEST DRIVE HONDA NEW CIVIC 2.0 SPORTกรุงเทพมหานครอาคม รวมสุวรณ

ข่าวแนะนำ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้