ข่าว
100 year

ไปดูบ้านเขาย้อนมาดูบ้านเรา (2)

สายล่อฟ้า3 ธ.ค. 2557 05:01 น.
SHARE

หลังจากผู้นำประเทศคนเก่า “บัมบัน” ได้ขึ้นมาเป็นประธานาธิบดีอินโดนีเซีย แม้จะเป็นทหาร แต่เขาก็มาจากการเลือกตั้งของประชาชน แต่ด้วยความตั้งใจจริงที่จะแก้ไขปัญหาของประเทศ และได้มองเห็นแล้วว่าอะไรคือปัญหาที่แท้จริง

ความขัดแย้งทางการเมืองเป็นจุดแรกที่เขาได้กระโดดเข้ามาแก้ไขอย่างจริงจังที่สุด ก็สามารถเปิดการเจรจาจนประสบความสำเร็จจนเกิดความปรองดองขึ้นในชาติ

จากนั้นไล่ไปถึงปัญหาความมั่นคงประเทศ เมื่อชนอินโดนีเซียสมานสามัคคีทุกอย่างก็เดินหน้าไปได้

และที่สำคัญก็คือ การแก้ไขปัญหา “คอร์รัปชัน” อย่างจริงจัง

เริ่มต้นจากผู้นำประเทศไม่ทุจริตคอร์รัปชัน และจัดการกับนักการเมือง ข้าราชการได้อย่างเป็นรูปธรรม

นั่นทำให้สามารถที่จะมีเวลาคิด วางแผนเพื่อพัฒนาประเทศอย่างเป็นขั้นเป็นตอนด้วย “พิมพ์เขียว” ที่กำหนดแผนการต่างๆเอาไว้อย่างเป็นขั้นตอนสำทับด้วยเงื่อนเวลาที่ชัดเจน

“อินโดนีเซีย” จึงฟื้นตัวขึ้นมาด้วยเวลาอันรวดเร็ว

จนมาถึงจุดเปลี่ยนผ่านเมื่อหมดวาระมีการเลือกตั้งใหม่ และได้ประธานาธิบดีคนใหม่คือ “โจโกวี” คนหนุ่มไฟแรง ติดดิน จากนายกเทศมนตรีเมืองบ้านเกิดก้าวมาเป็นผู้ว่าการรัฐจาการ์ตา เมืองหลวงของประเทศ

สู่ประธานาธิบดีคนใหม่ของ “อินโดนีเซีย”

สิ่งที่เขาประกาศอย่างชัดเจนก็คือการแก้ไขปัญหาคอร์รัปชันให้ได้ ลดความเหลื่อมล้ำ ปฏิรูประบบการศึกษา เดินหน้าพัฒนาประเทศไปตามแผนการที่วางเอาไว้

เริ่มต้นด้วยการประกาศเพิ่มค่าแรง ขึ้นราคาน้ำมันก็เล่นเอาป่วนไปเหมือนกัน เพราะแม้จะเพิ่มค่าแรง แต่ดูเหมือนบรรดาสหภาพแรงงานยังไม่พอใจ เพราะเห็นน้อยไป มีการหยุดงานประท้วง โดยเฉพาะช่วงที่อยู่อินโดนีเซียได้เห็นผู้ใช้แรงงานหยุดทำงานชุมนุมประท้วงกันกลาดเกลื่อน

การขึ้นราคาน้ำมันก็เพราะต้องการให้ราคาเป็นกลไก แม้ว่าจะมีแหล่งน้ำมัน ก๊าซจำนวนมาก แต่ก็น่าแปลกใจที่เมื่อขุดน้ำมันแล้วยังต้องส่งไปกลั่นต่างประเทศ

ทิศทางพัฒนาประเทศของเขานั้นเริ่มจากของเก่าที่มีอยู่แล้วในการเกษตร เร่งพัฒนาอย่างเป็นขั้นเป็นตอนด้วยเป้าหมายความเป็นหนึ่ง ตั้งแต่โกโก้ น้ำมันปาล์ม ถ่านหิน ยางพารา เพื่อการส่งออก สร้างท่าเรือขนาดใหญ่ กิจการเดินเรือระหว่างหมู่เกาะต่างๆ

วางการเติบโตทางเศรษฐกิจที่โตเฉลี่ยปีละ 6% การส่งออก รายจ่ายจากภาครัฐ และเงินทุนจากต่างประเทศ ซึ่งนักลงทุนหลักในขณะนี้ก็คือ สิงคโปร์ ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ หรือคนอินโดนีเซียเองที่อพยพไปอยู่ประเทศอื่นก็หันกลับมาลงทุนในประเทศ

พูดง่ายๆว่าจะเปลี่ยนผ่านจากภาคเกษตรไปสู่ภาคอุตสาหกรรม

สำหรับประเทศไทยนั้นได้เข้าไปลงทุนยังไม่มากนัก ที่เห็นๆ ก็คือ บ้านปูที่ไปทำเหมืองแร่จนร่ำรวย ปูนซิเมนต์ไทย ซีพี กระทิงแดง ไทยซัมมิทกรุ๊ป ธนาคารกรุงเทพ นอกจากนั้นก็ยังมีบริษัทขนาดเล็กที่ลงทุนด้านชิ้นส่วนรถยนต์

ปตท.ก็ไปลงทุนเหมือนกัน และเรียกเสียงฮือฮามากคือไปซื้อที่ดินเพื่อปลูกปาล์มนับหมื่นล้าน แต่เกิดอะไรขึ้นรู้มั้ยครับ....ที่ดินดังกล่าวปลูกปาล์มไม่ได้ บุกรุกป่าของเขาเสียอีก

เรียกว่าขาดทุนย่อยยับ กำลังสอบสวนผู้ที่เกี่ยวข้องอยู่เวลานี้

ว่าที่จริงแล้วอินโดนีเซียนั้นเป็นประเทศที่น่าลงทุนยิ่ง จึงเป็นหน้าที่ของกระทรวงพาณิชย์และอุตสาหกรรมที่จะต้องให้ข้อมูลแก่นักลงทุนไทยให้มากกว่านี้ รวมถึงต้องส่งเสริมสนับสนุนอย่างเต็มที่

ดูบ้านเขาแล้วมาดูบ้านเราแล้วเหนื่อยใจแทน หากประชาชนคนไทยไม่รวมจิตรวมใจกันอีกไม่นานนี้เขาคงหนีไปไกลจนไล่ตามไม่ติด
รายละเอียดอื่นๆยังมีอีกมากให้ไปอ่าน “คุณพี่ซูม” ของผมแล้วจะครบเครื่องจริงๆ.

“สายล่อฟ้า”

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

กล้าได้กล้าเสียสายล่อฟ้าอินโดนีเซียขัดแย้งการเมืองแก้ไขปรองดองปัญหาคอร์รัปชัน

ข่าวแนะนำ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้