ข่าว
100 year

ข้าวที่ดีที่สุดในโลก

คุณนิติ นวรัตน์3 ธ.ค. 2557 05:01 น.
SHARE

นายอนันต์ กัลปะ ผอ.สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาญจนบุรี เขต 1 เชิญ ร.ต.อ.ดร.นิติภูมิ นวรัตน์ พูด “ภาษาอังกฤษกับอาเซียน” พุธ 3 ธันวาคมวันนี้ 09.00-12.00 น. ที่ สนง.เขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาญจนบุรี เขต 1

ตั้งแต่ไปดูงานนิทรรศการข้าวที่กรุงฮาวานา สาธารณรัฐคิวบา เมื่อ พ.ศ.2548 พ่อก็เลิกละเมอเพ้อพกเรื่องข้าวไทยดีที่สุดในโลก เพราะที่นั่น พ่อได้เห็นข้าวนานาสายพันธุ์จากมากมายหลากหลายประเทศ ข้าวที่น่ากลัวที่สุดก็คือ ข้าวสหรัฐอเมริกา ข้าวอิตาลี ข้าวอินเดีย และข้าวปากีสถาน จากนั้น ก็ได้มีโอกาสไปดูตลาดขายข้าวในมากกว่า 40 ประเทศ ทั้งแอลจีเรีย บอตสวานา เบนิน เอธิโอเปีย กานา นามิเบีย สหรัฐอเมริกา ปากีสถาน อิหร่าน ฯลฯ พ่อเคยกลับมาเล่าให้พวกเราฟังว่า ข้าวในโลกนี้มีมากกว่า 5,000 สายพันธุ์ แตกต่างกันบ้าง คล้ายกันบ้าง

อยากจะรู้ว่าข้าวพันธุ์ใดจากที่ไหนดีที่สุดในโลก พ่อแนะนำให้พวกเราตามดูการประกวดข้าวโลก ซึ่ง พ.ศ.2552 จัดขึ้นครั้งแรกในงาน World Rice Conference 2009 การประชุมข้าวโลก พ.ศ.2552 ที่เมืองเซบู สาธารณรัฐฟิลิปปินส์ มีผู้คนจาก 33 ประเทศและผู้บริหารด้านการค้าข้าวและด้านการเกษตรจาก 200 องค์กรเข้าร่วม ในปีแรกนั้น ข้าวหอมมะลิจากประเทศไทย คว้ารางวัล Best Rice in the World 2009

พ.ศ.2553 ข้าวหอมมะลิของไทยก็ยังคงครองข้าวที่ดีที่สุดในโลก

พ.ศ.2554 การประกวดข้าวโลกที่นครโฮจิมินห์ ข้าวที่ชนะได้เป็น Best Rice in the World ปีนั้นคือ ข้าวปอซาน หรือ Myanmar Pearl Rice ของเมียนมาร์

พ.ศ.2555 คราวนี้จัดที่เมืองบาหลี อินโดนีเซีย ข้าวที่ชนะที่ 1 ของโลกคือ ข้าว Phaka Malis ผกามะลิของกัมพูชา

พ.ศ.2556 เป็นการจัดประกวดข้าวโลกครั้งที่ 5 จัดที่เกาะฮ่องกง ข้าวที่ชนะที่ 1 ของโลก โดยได้คะแนนสูงสุดเท่ากันคือ ข้าวผกามะลิ Phaka Malis ของกัมพูชา และข้าว California Rose แคลิฟอร์เนีย โรส หรือข้าวแคลโรส จากรัฐแคลิฟอร์เนียของสหรัฐอเมริกา

พ.ศ.2557 ข้าวที่ชนะที่ 1 ร่วมกันคือ ข้าวเขมรและข้าวไทย

เมืองไทยในอดีต เราเคยเด่นดังด้านเกษตรกรรม แต่เราก็แช่เฉยอยู่นานจนเกินไปครับ ไม่ค่อยได้ทำวิจัยและพัฒนาอย่างเข้มข้นเหมือนบางประเทศ แม้แต่เกษตรและสหกรณ์เป็นกระทรวงหลักแท้ๆ แต่ทุกรัฐบาลดันกลับผลักไสไล่ส่งให้ไปอยู่กับพรรคร่วมรัฐบาลบางพรรค ที่สนใจเนื้องานด้านการเกษตรน้อย สนแต่งานการบริหารงานบุคคลมากกว่า

ผมรับใช้ในคอลัมน์นี้มาหลายครั้ง ว่าด้านการเกษตรนั้น ในอนาคตจะไปเสร็จประเทศที่มุ่งมั่นทำวิจัยและพัฒนา ถึงแม้ประเทศพวกนี้ไม่มีพื้นที่เกษตรกรรมของตนเอง แต่เดี๋ยวนี้ โลกเรานิยมทำการเกษตรแบบ offshore farming หมายถึง การทำการเกษตรนอกประเทศ ไปเช่าแผ่นดินที่อุดมสมบูรณ์ในประเทศอื่นผลิตผลิตผลการเกษตร อย่างที่พ่อผมเคยไปทำวิจัยให้สำนักงานส่งเสริมการลงทุน หรือบีโอไอ ถึง 2 ครั้ง ก็พบว่าบริษัทของซาอุดีอาระเบียไปปลูกข้าวชั้นดีในสหพันธ์สาธารณรัฐประชาธิปไตยเอธิโอเปียมากถึง 1.2 ล้านไร่

ตระเวนไปในทุกตรอกซอกมุมของประเทศไทย เราก็พบว่า ไทยกำลังจะขาดแคลนเกษตรกรรุ่นใหม่ เยาวชนคนของเราสมัยนี้ติดความฟุ้งเฟ้อ จะเลือกเรียนแต่วิชาที่อำนวยความสะดวกสบาย จบมาแล้วทำงานตามสำนักงาน จะตกงานสาหัสสากรรจ์อย่างไรก็ไม่กลับไปทำไร่ไถนา ในขณะที่หลายประเทศยังคงดำรงความภาคภูมิใจในความรู้เฉพาะด้าน เช่น ยังคงมีวิทยาลัยครู เพื่อผลิตครูที่มีจิตวิญญาณครูของแท้ ยังคงมีวิทยาลัยเกษตร เพื่อผลิตเกษตรกรของแท้ แต่เดี๋ยวนี้ สถาบันพวกนี้

กลายเป็นมหาวิทยาลัยราชภัฏ มหาวิทยาลัยราชมงคล ฯลฯ แย่งกันผลิตบัณฑิตสาขาต่างๆ แม้แต่นิติศาสตร์ ก็เปิดสอน จนเราขาดครูของแท้ ขาดเกษตรกรของจริง

ที่เราต้องระวังต่อไปในอนาคตอันใกล้ก็คือ ประเทศที่มีพรมแดนประชิดติดกับประเทศไทยอย่างกัมพูชา ลาว และเมียนมาร์ ที่ตอนนี้มีบริษัทเกษตรต่างชาติรายใหญ่ๆของโลกไปเช่าแผ่นดินทำการผลิตสินค้าเกษตรในประเทศพวกนี้ ซึ่งมีความหลากหลายทางชีวภาพของพืชและสัตว์เหมือนเรา สินค้าเกษตรย่อมมีผลิตออกมาคล้ายกัน และจะไปแข่งขันในตลาดโลก

วิจัยก็ไม่มี เกษตรกรก็ขาดแคลน

การผลิตก็ไม่เก่ง การตลาดก็ไม่เจ๋ง

ผู้อ่านท่านคงมองอนาคตสินค้าเกษตรของเราออกนะครับ.

คุณนิติ นวรัตน์

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

เปิดฟ้าส่องโลกคุณนิติ นวรัตน์ข้าวดีที่สุดข้าวหอมมะลิประกวดข้าวโลกอนาคตสินค้าเกษตรวิจัยเกษตรกรขาดแคลน

ข่าวแนะนำ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้