ข่าว
100 year

แนะปราบโกง เอารมต.ติดคุก

ทีมข่าวหน้า12 ธ.ค. 2557 07:05 น.
SHARE

รมว.ยุติธรรมชี้เป้า มิใช่ขรก.รับเคราะห์

“เอนก” สวมบทเสือปืนไว ชงกรอบนิรโทษกรรมถึงมือ กมธ. ยกร่าง รธน. จ่อนำหารือกับทุกคณะ “อภิสิทธิ์” ซัดอย่าใช้ปรองดองบังหน้า จี้ คสช.-กมธ.ยกร่างต้องแจงสังคม เตือนระวังเรื่องใหญ่จะไม่ได้ทำ “นิพิฏฐ์” ขัดคออย่าเอาแบบสุดซอย กปปส.-นปช. บอกทำต้องระวัง “บิ๊กป๊อก” ตอกย้ำเป็นไปได้เลือกตั้งกลางปี 59 ป.ป.ช.ไม่เอาอำนาจฟ้องคดีข้ามหน้าอัยการ หัวหน้า ปชป.ค้านเลือกนายกฯ-ครม.ตรง ชี้โมเดลเยอรมันยังซับซ้อนกับสังคมไทย มทภ.1 โต้ลั่นกลุ่มประชาคมจุฬาฯ ใช้อัยการศึกไม่ใช่เผด็จการ ปูด นศ.ขอนแก่นรับจ้างชู 3 นิ้ว ยังไม่เห็นหนังสือ “ปู” ขอไปนอก “บิ๊กตู่” ยกทีมฝ่ายความมั่นคงบินถกมาเลย์ โชว์ตัว “อักษรา” หัวหน้าทีมเจรจาสันติสุขคนใหม่ เจอฝ่ายค้านมาเลย์โผล่ต้าน “เผด็จการ” “วิษณุ” เสนอ 3 แนวทางปราบโกง “บิ๊กต๊อก” ยุลาก รมต.ติดคุกโชว์

หลังจากนายเอนก เหล่าธรรมทัศน์ ประธาน คณะอนุกรรมาธิการพิจารณากรอบการจัดทำรัฐธรรมนูญ คณะที่ 10 สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) เสนอแนวทางการปรองดองด้วยวิธีนิรโทษกรรม ทำให้หลายฝ่ายออกมาวิพากษ์วิจารณ์ ล่าสุดนายเอนกยืนยันว่าส่งเรื่องดังกล่าวให้กรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญพิจารณาแล้ว

“เอนก” ชงนิรโทษถึงมือชุดยกร่าง

เมื่อวันที่ 1 ธ.ค. นายเอนก เหล่าธรรมทัศน์ ประธานคณะอนุกรรมาธิการพิจารณากรอบการจัดทำรัฐธรรมนูญ คณะที่ 10 สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) กล่าวว่า เรื่องการนิรโทษกรรมต้องทำให้ได้ เพื่อให้คนในประเทศเกิดความปรองดองกัน ตอนนี้ตนเสนอเรื่องดังกล่าวให้คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญแล้ว และวันที่ 2 ธ.ค. จะเริ่มพูดคุยกับคณะกรรมาธิการชุดต่างๆ ทั้งนี้ต้องให้คนกลางดำเนินการเรื่องการนิรโทษกรรม หากรัฐบาลดำเนินการเองอาจทำให้อีกฝ่ายไม่พอใจ และไม่ควรพูดคุยกันมาก เพราะจะทำให้วนไปมาอาจไม่สำเร็จได้ อย่างไรก็ตามเรื่องดังกล่าวอยู่ที่จิตใจ หากจิตใจดีการทำเรื่องนิรโทษกรรมก็จะสำเร็จได้

“สมเจตน์” ให้เรียกทุกกลุ่มมาคุย

พล.อ.สมเจตน์ บุญถนอม สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) กล่าวว่า เห็นด้วยหากจะมีการนิรโทษกรรม แต่ต้องนำคนจากทุกกลุ่มที่เกี่ยวข้องมาร่วมพูดคุยกันในหลักการให้ตกผลึกก่อน ว่าจะนิรโทษกรรมให้กับใครบ้าง เมื่อยอมรับกันแล้วจึงเขียนกฎหมายแต่ไม่ควรบัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ เพราะรัฐธรรมนูญเขียนแค่กรอบอาจทำให้เกิดการตีความอีก และไม่ควรดำเนินการนิรโทษกรรมแบบครั้งที่แล้วที่เสนอกฎหมายรูปแบบหนึ่ง แต่ไปทำอีกรูปแบบหนึ่ง ต้องระบุให้ชัดเจนว่าผู้ที่จะได้รับนิรโทษกรรมต้องคดีประเภทใดบ้าง เวลาช่วงไหนถึงช่วงไหนบ้าง เพื่อจำกัดขอบเขตให้ชัดเจนไม่ให้เกิดการตีความ และง่ายต่อการตีความของผู้พิพากษาด้วย อย่างไรก็ตามอย่าเหมารวมว่าการนิรโทษกรรมจะทำให้เกิดการปรองดองได้

“มาร์ค” ขัดอย่าใช้ปรองดองบังหน้า

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ข้อเสนอให้ออกกฎหมายนิรโทษกรรมให้กับผู้ชุมนุมทางการเมืองเพื่อความปรองดองนั้น ทุกครั้งที่มีการใช้คำว่าปรองดองมักเอามาบังหน้าเรื่องการนิรโทษกรรม การทุจริต ละเมิดชีวิตทรัพย์สินบุคคลอื่น จนเป็นต้นเหตุวิกฤติมาถึงทุกวันนี้ เป็นเรื่องที่ลืมไม่ได้และต้องไม่ทำให้ปัญหาซ้ำรอย เมื่อกำหนดเรื่องปรองดองเป็นหมวดหนึ่งในรัฐธรรมนูญที่กำลังจะร่างใหม่ ก็ต้องมีความชัดเจนว่าจะทำอย่างไร ซึ่งได้ฝากข้อคิดไปแล้วว่าต้องดูจังหวะสถานการณ์ที่มีความนิ่ง หากสถานการณ์ไม่นิ่งจะเกิดคำถาม

เตือนระวังเรื่องใหญ่จะไม่ได้ทำ

นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า บ้านเมืองมีปัญหามาก ทำอย่างไรเราจะแก้ปัญหาส่วนรวมให้มีความมั่นคง ถ้าหยิบยกเงื่อนไขที่ทำให้เกิดปัญหาปลีกย่อยนำไปสู่ความขัดแย้ง สุดท้ายเรื่องใหญ่จะไม่ได้ทำ แม้ว่าการนิรโทษกรรมจะเป็นเครื่องมือในกระบวนการปรองดอง แต่ขั้นตอนต้องเริ่มจากหลังได้ข้อเท็จจริง มีข้อตกลงที่จะทำให้สถานการณ์หยุดนิ่ง จึงนำไปสู่เรื่องการ นิรโทษกรรมที่มีขอบเขตชัดเจน แต่ของเราหยิบเรื่องนิรโทษกรรมก่อนทุกครั้งจนเป็นปัญหา เรื่องนี้เป็นประเด็นในอนาคต ถ้าหยิบเนื้อหาสาระขึ้นมาจะเป็นความขัดแย้งที่เป็นปัญหาแน่ และไม่ทราบจะกำหนดในรัฐธรรมนูญหรือออกเป็นกฎหมาย ถ้าเป็นรัฐธรรมนูญคณะกรรมาธิการยกร่างฯต้องให้คำตอบว่า จะทำอย่างไร แต่ถ้าเป็นการออกกฎหมาย คสช.และ สนช.ต้องให้คำตอบว่าจะทำหรือไม่

“นิพิฏฐ์” ติงอย่าเอาแบบสุดซอย

นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า เรื่องนิรโทษกรรมคิดกันมา 5 ปีแต่ไม่มีข้อยุติ ข้อเสนอครั้งนี้ถือเป็นของเล่นใหม่ของ สปช.และ สนช. ที่คิดว่าจะนำไปสู่การปรองดองได้ เรื่องนี้สถาบันพระปกเกล้าเคยศึกษาแล้ว การนิรโทษกรรมต้องทำตามกระบวนการ คือ 1.ค้นหาศึกษาความจริงก่อน 2.เปิดเผยความจริง 3.จัดการความจริง และ 4.นิรโทษกรรม แต่ตอนนี้กลับเอาขั้นตอนสุดท้ายขึ้นมาปฏิบัติก่อน และขณะนี้ไม่มีประชาชนที่ต้องการนิรโทษกรรมถูกคุมขังอยู่อีกแล้ว หากมีอยู่ก็เหลือเพียงคนที่ทำผิดทางอาญาร้ายแรง คือ การปล้น การฆ่า มีอาวุธร้ายแรง หรือทำผิดมาตรา 112 คนก็จะไม่ยอมให้นิรโทษกรรม วันนี้ สปช.เริ่มต้นซอยเมื่อไม่เห็นใครที่จะนิรโทษกรรมได้ก็เดินไปกลางซอย และเมื่อไม่มีแล้วก็เดินต่อไปสุดซอย

กปปส.-นปช.บอกทำต้องระวัง

นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ โฆษก กปปส. กล่าวว่า กปปส.ไม่เคยร้องขอให้นิรโทษกรรม มุ่งหน้าสนับสนุนให้ปฏิรูปสำเร็จเท่านั้น การนิรโทษกรรมต้องแยกออกจากการปรองดอง เพราะบางครั้งการนิรโทษกรรมจะนำไปสู่ความแตกแยกได้ เห็นได้จากที่ผ่านมาที่นิรโทษกรรมสุดซอยจนเป็นชนวนสู่ความแตกแยก และยังขัดหลักนิติธรรม เนื่องจากนิรโทษให้คนโกงและผู้ที่ถูกศาลตัดสินคดีไปแล้ว การนิรโทษกรรมครั้งนี้หากทำเพื่อความปรองดองก็ขอให้ระมัดระวัง และถ้าจะเริ่มปรองดองก็ควรนำผลศึกษาของคณะกรรมการชุดต่างๆ มาพิจารณา และการให้อภัยโดยนิรโทษกรรมเป็นขั้นตอนสุดท้ายต้องถามคนที่ได้รับผลกระทบ ส่วนแกนนำ กปปส. ยืนยันว่าพร้อมต่อสู้คดี อย่างไรก็ตามการนิรโทษกรรมหลักการต้องแม่นอย่าดำเนินการลักษณะสุดซอย

นายก่อแก้ว พิกุลทอง แกนนำ นปช. กล่าวว่าเรื่องนี้ไม่ขอแสดงความคิดเห็น เพราะมีส่วนได้เสีย แต่อยากให้กรรมาธิการฯได้ศึกษาอย่างรอบด้าน

“บิ๊กป๊อก” ย้ำมีสิทธิสูง ลต.กลางปี 59

ที่กระทรวงมหาดไทย พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย กล่าวถึงกรณีนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ระบุว่าการเลือกตั้งอาจมีขึ้นในช่วงกลางปี 2559 ว่า อย่างที่ทราบว่ารัฐธรรมนูญน่าจะเสร็จในปี 2558 จากนั้นต้องจัดทำ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญอีก 2-3 เดือนจึงจัดเลือกตั้งได้ กรอบเวลาที่นายวิษณุระบุมีความเป็นไปได้ที่จะเป็นไปตามที่ประมาณการไว้ เพราะมีความเชี่ยวชาญในการทำกฎหมายและขั้นตอนต่างๆมากกว่าตน เมื่อถามว่าหากรัฐธรรมนูญต้องมีการทำประชาพิจารณ์หรือรับฟังความเห็นประชาชน กระทรวงมหาดไทยจะต้องดูแลหรือมีหน้าที่หรือไม่อย่างไร พล.อ.อนุพงษ์ตอบว่า เรื่องนี้ต้องปรึกษาหารือกัน โดยต้องฟังความเห็นของนายกรัฐมนตรีซึ่งรับผิดชอบภาพรวมทั้งหมดก่อน จึงจะมีข้อสรุปได้

ออกคู่มือเปิดรับฟังความเห็น

ที่รัฐสภา นพ.พลเดช ปิ่นประทีป รองประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญการมีส่วนร่วมและรับฟังความคิดเห็นของประชาชน สปช. กล่าวว่า นายประชา เตรัตน์ ประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญการมีส่วนร่วมฯ ชี้แจงถึงการจัดเวทีรับฟังความเห็นประชาชนทั่วประเทศ ต่อ สปช.จังหวัด โดยจะจัดเวทีตามความสนใจและปัญหาของสภาพพื้นที่จังหวัดนั้นๆ แต่อาจไม่ครบทั้ง 18 ประเด็น คาดว่าจะเริ่มได้เดือน ม.ค.58 เบื้องต้นตั้งเป้าว่าจะตั้งอนุกรรมาธิการฯครบ 77 จังหวัดภายในสัปดาห์นี้ ซึ่งการเตรียมการจัดเวทีรับฟังความเห็นประชาชนต้องมีคู่มือปฏิบัติงานให้กับบางจังหวัด เนื่องจากคณะทำงานมีประสบการณ์ทำงานด้านดังกล่าวน้อย

ชุดปฏิรูปสังคมชงกรอบยกร่าง

นพ.อำพล จินดาวัฒนะ ประธานคณะกรรมาธิการปฏิรูปด้านสังคม ชุมชน เด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ ผู้พิการและผู้ด้อยโอกาส กล่าวว่า คณะกรรมาธิการฯเตรียมเสนอกรอบยกร่างรัฐธรรมนูญ 7 ประเด็น อาทิ ให้ขยายขอบเขตคุ้มครองของรัฐธรรมนูญไปถึง “มนุษย์ทุกคนที่มีลมหายใจอยู่บนผืนแผ่นดินไทย” การจัดสรรตำแหน่งของรัฐทุกระดับต้องมีสัดส่วนเพศตรงข้ามไม่น้อยกว่าสามในสิบ ชุมชนสามารถดูแลทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมกันเองได้ กำหนดหน้าที่พลเมืองว่าทุกคนมีหน้าที่พัฒนาประเทศชาติ ให้สถาบันครอบครัวมีหน้าที่พัฒนาสมาชิกให้เป็นพลเมืองดี ซึ่งจะนำข้อสรุปทั้งหมดหารืออีกครั้งก่อนเสนอต่อ สปช.และคณะ กมธ.ยกร่างฯเป็นทางการ

เปิดเวทีให้เยาวชนโชว์เต็มที่

นายมีชัย วีระไวทยะ ประธานอนุกรรมาธิการขับเคลื่อนเยาวชนเพื่อการปฏิรูปประเทศไทยและจัดทำรัฐธรรมนูญเพื่ออนาคตที่ดีกว่า กล่าวว่า ขอเชิญชวนกลุ่มนักเรียนและเยาวชนร่วมกันเสนอแนวคิดเกี่ยวกับรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ และอนาคตของประเทศไทยว่าต้องการให้เป็นอย่างไร โดยอนุกรรมาธิการฯจะจัดเวทีรับฟังความเห็น 8 ครั้งทั่วประเทศ และสามารถส่งความเห็นมาได้ทาง ตู้ ปณ. 11 ปณฝ. รัฐสภา กทม. 10305 และทางอีเมลและเมื่อร่างรัฐธรรมนูญใกล้เสร็จ จะเชิญมาร่วมพิจารณาว่าอยากจะเผยแพร่หรือมีแนวทางเรื่องประชาธิปไตยอย่างไร

ยุบพรรคได้เมื่อทำผิดร้ายแรง

นายประสาร มฤคพิทักษ์ โฆษกคณะกรรมาธิการปฏิรูปการเมือง กล่าวว่า ที่ประชุมอนุกรรมาธิการปฏิรูประบบพรรคการเมืองมีข้อเสนอเบื้องต้น ให้บรรจุประเด็นการปฏิรูปพรรคการเมืองไว้ในร่างรัฐธรรมนูญ คือ การส่งสมาชิกลงสมัครรับเลือกตั้งต้องได้รับความเห็นชอบจากสมาชิกพรรคในพื้นที่เลือกตั้งนั้นๆ เพื่อป้องกันนายทุนเข้ามาแทรกแซง การยุบพรรคกระทำได้เฉพาะกรณีที่กระทำผิดร้ายแรงต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ ล้มล้างระบอบประชาธิปไตย ความมั่นคง และผลประโยชน์แห่งชาติ ส่วนอนุกรรมาธิการการปฏิรูปการเรียนรู้ การปรองดอง และการมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชน เสนอห้ามไม่ให้พรรคการเมือง กลุ่มการเมือง สร้างความขัดแย้งที่เป็นปฏิปักษ์ต่อกัน และบุคคลย่อมมีสิทธิและหน้าที่ในการมีส่วนร่วมและตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ

วางกรอบกระจายอำนาจ อปท.

นพ.กระแส ชนะวงศ์ ประธานอนุกรรมาธิการพิจารณากรอบการจัดทำรัฐธรรมนูญคณะ 6 การกระจายอำนาจการปกครองท้องถิ่น กล่าวว่า กรอบแนวคิดเบื้องต้นมีหลักการสำคัญที่ควรบัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ คือ 1.รักษาโครงสร้างองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแบบสองชั้น 2. ตัวแทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต้องมาจากการเลือกตั้งของประชาชนโดยตรง 3. ต้องมีขนาดที่เหมาะสม 4. ต้องเป็นอิสระ 5. การจัดสรรรายได้ต้องสอดคล้องและเพียงพอกับภารกิจหน้าที่ 6.ลดการกำกับดูแลองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเท่าที่จำเป็นตามกรอบกฎหมายหลัก 7. เพิ่มอำนาจและช่องทางการตรวจสอบของประชาชน โดยยึดหลักความโปร่งใส 8. ส่งเสริมให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นดำเนินงานร่วมกับผู้อื่นหรือภาคส่วนอื่นได้อย่างมีอิสระ

ป.ป.ช.ไม่เอาอำนาจฟ้องคดีได้เอง

นายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ ประธานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กล่าวถึงกรณีคณะอนุกรรมาธิการพิจารณากรอบการจัดทำรัฐธรรมนูญ คณะที่ 8 ว่าด้วยหลักนิติธรรม ศาล และการตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐเสนอแนวทางยกร่างรัฐธรรมนูญให้ ป.ป.ช.มีอำนาจส่งฟ้องคดีต่อศาลอาญาโดยตรง ไม่ต้องผ่านอัยการสูงสุดว่า ส่วนตัวเห็นว่ายังจำเป็นที่การฟ้องคดีของ ป.ป.ช.ต้องผ่านทางอัยการ เพื่อช่วยกลั่นกรองรายละเอียดในสำนวนคดีให้มีความรอบคอบสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น ส่วนกรณีที่มีปัญหาความขัดแย้งการทำงานระหว่าง ป.ป.ช.กับอัยการสูงสุดนั้น เป็นเพียงแค่ส่วนน้อยในบางกรณีเท่านั้น ไม่ใช่ภาพรวมทั้งหมด

ค้านเลือกนายกฯ–ครม.ตรง

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงข้อเสนอให้มีการเลือกตั้ง ครม.และนายกฯ โดยตรงว่า ให้ความเห็นกับกรรมาธิการยกร่างฯ ไปแล้วว่าขอให้ตั้งโจทย์ภาพรวมให้ชัด ว่าปัญหาคือการไม่สามารถตรวจสอบการใช้อำนาจฝ่ายบริหารได้ ดังนั้นต้องแก้ปัญหาเหล่านี้ได้ ไม่ใช่ทำให้ปัญหารุนแรงขึ้น ไม่เช่นนั้นเป็นอันตราย มีการอ้างความชอบธรรมจากการเลือกตั้งทำให้การตรวจสอบยากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะข้อเสนอที่ให้เลือกจากบัญชีรายชื่อเท่ากับเป็นการรวบอำนาจไว้ที่คนกลุ่มเดียว แต่ไม่สามารถตอบคำถามที่เป็นปัญหาอยู่ได้ จึงขอให้ออกแบบทั้งระบบ การเลือกตั้งแบบเยอรมนีมีข้อดีสองประการ คือ 1. คะแนนเสียงของประชาชนมีความหมายทุกคะแนน เสียง 2. สัดส่วนในสภาจะสะท้อนคะแนนเสียงประชาชนมากกว่าการเลือก ส.ส.เข้าไป แต่รายละเอียดมีความซับซ้อนพอสมควร หากระบบไม่สอดคล้องกันก็จะเป็นปัญหา

พท.แนะปฏิรูปต้องเปิดประเทศ

นายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีต รมว.พลังงาน คณะทำงานด้านเศรษฐกิจพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า แนวทางการปฏิรูปที่จะทำต้องสอดคล้องกันทั้ง ด้านเศรษฐกิจ สังคมและการเมือง สำหรับการปฏิรูปเศรษฐกิจอยากให้คำนึงว่าเศรษฐกิจประเทศไทยมีขนาดเล็กและเป็นเศรษฐกิจเปิด ขึ้นกับต่างประเทศ รายได้จากการส่งออกมีมูลค่าถึงปีละประมาณ 9 ล้านล้านบาท จากการท่องเที่ยวปีละกว่าล้านล้านบาท จากการลงทุนของนักลงทุนต่างประเทศอีกปีละประมาณล้านล้านบาท รวมแล้วมีสัดส่วนเกือบ 100% ของรายได้ประชาชาติ ดังนั้นความมั่นใจของต่างประเทศจึงเป็นสิ่งสำคัญ ไม่ว่ารัฐบาลจะแก้ไขด้านอื่นอย่างไร หากไม่แก้ไขเรื่องความมั่นใจของต่างประเทศ ก็ไม่สามารถทำให้ประเทศ ไทยขยายตัวทางเศรษฐกิจตามศักยภาพได้อย่างเต็มที่ ด้วยปัจจัยเหล่านี้จึงทำให้การเข้าสู่ระบอบประชาธิปไตยที่เป็นที่ยอมรับของประชาคมโลกโดยเร็วเป็นเรื่องที่จำเป็น

มทภ.1 โต้ลั่นไม่ใช่เผด็จการ

ที่กองทัพภาคที่ 1 พล.ท.กัมปนาท รุดดิษฐ์ แม่ทัพภาคที่ 1 ในฐานะ ผบ.กองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย (ผบ.กกล.รส.) กล่าวถึงกรณีกลุ่มประชาคมจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเพื่อประชาชน ออกแถลงการณ์ให้รัฐบาลและ คสช.ยุติการใช้กฎอัยการศึกว่า กลุ่มดังกล่าวเป็นเพียงกลุ่มเล็กๆ ซึ่ง คสช.ได้พูดคุยกับอธิการบดีและคณบดีของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยแล้ว เพื่อทำความเข้าใจกับนิสิตกลุ่มดังกล่าวว่ารัฐบาลและ คสช.ไม่ได้ดำเนินการแบบเผด็จการ แต่ขณะนี้บ้านเมืองไม่ได้อยู่ในภาวะปกติ

แฉ นศ.ขอนแก่นรับจ้างชู 3 นิ้ว

พล.ท.กัมปนาทยังกล่าวถึงความคืบหน้ากรณีนักศึกษามหาวิทยาลัยขอนแก่น 5 คนที่ชูนิ้วแสดงสัญลักษณ์ต่อนายกฯ และหัวหน้า คสช.ระหว่างลงพื้นที่ จ.ขอนแก่น ที่ผ่านมาว่า คสช.ได้พูดคุยกับอธิการบดีและคณบดีของมหาวิทยาลัยขอนแก่นแล้ว จากการหาข่าวพบว่านักศึกษาบางกลุ่มมีกลุ่มการเมืองเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้อง และกลุ่มนักศึกษาดังกล่าวถูกว่าจ้างมาเพื่อต้องการแย่งชิงพื้นที่สื่อของนายกฯ โดยได้รับค่าจ้างมา 50,000 บาท จากนักการเมืองในพื้นที่ และหนึ่งในนั้นมีพ่อเป็นทนายความ ส่วนที่พยายามเรียกร้องให้ยกเลิกกฎอัยการศึกนั้น ยืนยันว่ากฎอัยการศึกยังมีความจำเป็นในการทำงานของเจ้าหน้าที่ทหาร แต่จะใช้กฎหมายปกติเป็นหลัก กฎอัยการศึกไม่ได้เป็นอันตรายต่อคนดี เราต้องการดำเนินการด้วยความถูกต้อง

ยังไม่เห็นหนังสือ “ปู” ขอไปนอก

พล.ท.กัมปนาทกล่าวถึงกระแสข่าว น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ทำหนังสือถึง คสช. เพื่อขออนุญาตเดินทางไปต่างประเทศช่วงเทศกาลปีใหม่ว่า ยังไม่เห็นหนังสือ แต่ทุกอย่างต้องเป็นไปตามกฎกติกา การพิจารณาว่าจะอนุญาตหรือไม่ขึ้นอยู่กับคณะกรรมการ ที่กังวลกันว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ไปต่างประเทศแล้วจะไม่กลับมาเพราะอยู่ในช่วง สนช. พิจารณาถอดถอนในคดีจำนำข้าวนั้น ตนไม่เชื่อว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์จะไม่กลับประเทศไทย อย่างไรก็ตามทุกอย่างต้องเป็นไปตามกฎกติกาและมีมาตรฐานเดียวกัน

คสช.วอนอย่าเอาแต่ความรู้สึก

พ.อ.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบกและทีมโฆษก คสช.กล่าวว่า เจ้าหน้าที่พยายามใช้กฎหมายปกติเป็นลำดับแรก ไม่ได้ใช้กฎอัยการศึกเสมออย่างที่บางคนเข้าใจ ยืนยันว่าเราใช้เท่าที่จำเป็นไม่อยากให้เห็นในเชิงความรู้สึก หรือตามกระแส จึงอยากให้มองด้วยเหตุผลปัจจัยประกอบกันในทุกมิติ

“พิสิทธิ์” เสียบ ผอ.ศูนย์ปรองดอง

ผู้สื่อข่าวรายงานจากกองทัพบกว่า หลังจาก พล.ท.กัมปนาทได้รับตำแหน่งแม่ทัพภาคที่ 1 และ ผบ.กองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย (ผบ.กกล.รส.) คสช.จึงได้แต่งตั้ง พล.ท.พิสิทธิ์ สิทธิสาร รองเสนาธิการทหารบกฝ่ายยุทธการ ทำหน้าที่ ผอ.ศูนย์ปรองดองสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูป (ศปป.) คนใหม่แทน พล.ท.กัมปนาท โดยวันที่ 4 ธ.ค. จะเปิดแถลงข่าวคิกออฟโครงการ “คนไทยหัวใจเดียวกัน” ที่กองบัญชาการกองทัพบก เพื่อเปิดเวทีในระดับฐานรากของชุมชนและสถาบันอุดมศึกษาทั่วประเทศ 4,000 กว่าเวที ตามโครงการที่รัฐบาลมอบหมายให้ส่วนงานที่เกี่ยวข้องเปิดช่องทางการแสดงความคิดเห็นเพื่อนำไปสู่ความปรองดอง

“บิ๊กตู่” จัดฟูลทีมเยือนมาเลย์

เมื่อเวลา 07.00 น. ที่ท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 (บน.6) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. เดินทางโดยเครื่องบินแอร์บัส A310 ของกองทัพอากาศ ไปเยือนสหพันธรัฐมาเลเซียอย่างเป็นทางการ โดยมี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.การต่างประเทศ พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รมช.กลาโหมและ ผบ.ทบ. พล.อ.วิลาศ อรุณศรี เลขาธิการนายกรัฐมนตรี นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมช.คมนาคมและเลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) พล.อ.ศิริชัย ดิษฐกุล ปลัดกระทรวงกลาโหม นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว ปลัดกระทรวงการต่างประเทศ นายอนุสิษฐ์ คุณากร เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) นายฉัตรพงศ์ ฉัตราคม ผอ.สำนักข่าวกรองแห่งชาติ นายภาณุ อุทัยรัตน เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) พล.อ.ฉัตรเฉลิม เฉลิมสุข เลขาธิการกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) พล.อ.อักษรา เกิดผล ประธานที่ปรึกษา ทบ. และ พล.ท.ปราการ ชลยุทธ แม่ทัพภาคที่ 4 ร่วมคณะ

ถก “ราจิบ” 2 รอบเล็ก-ใหญ่

ต่อมาเวลาประมาณ 10.00 น. (ตามเวลาท้องถิ่นเร็วกว่าไทย 1 ชั่วโมง) พล.อ.ประยุทธ์เดินทางถึงท่าอากาศยานนานาชาติกัวลาลัมเปอร์ และเดินทางไปที่ทำเนียบรัฐบาลมาเลเซีย โดยมีดาโต๊ะ ซรี นาจิบ ราซัค นายกรัฐมนตรีมาเลเซียจัดพิธีต้อนรับอย่างเป็นทางการ ก่อนจะหารือกลุ่มเล็กและหารือเต็มคณะกับนายกรัฐมนตรีมาเลเซีย และนายกฯมาเลเซียเป็นเจ้าภาพเลี้ยงอาหารกลางวัน ที่ Seri Perdana (Prime Minister’s Official Residence) จากนั้นเวลา 15.00 น. พล.อ.ประยุทธ์พบหารือกับทีมไทยแลนด์ ผู้แทนภาคธุรกิจ และชาวไทยในมาเลเซีย ที่โรงแรมมารีออท ปุตราจายา ก่อนเดินทางกลับประเทศไทยถึงท่าอากาศยานทหาร 2 ในช่วงค่ำวันเดียวกัน

โชว์ตัว “อักษรา” หัวหน้าทีมเจรจา

นายอนุสิษฐ์ คุณากร เลขาธิการ สมช. กล่าวก่อนเดินทางว่า จะมีการหารือในหลายประเด็น รวมทั้งการแนะนำตัว พล.อ.อักษรา เกิดผล ในฐานะหัวหน้าคณะพูดคุยสันติสุขฝ่ายไทยกับทางมาเลเซียในฐานะผู้อำนวยความสะดวกในการพูดคุย แต่ยังไม่ลงในรายละเอียด เพราะมาเลเซียต้องไปพูดคุยกับทางกลุ่มต่างๆก่อนที่จะมีการนัดพูดคุยอย่างเป็นทางการอีกครั้ง ถือเป็นจุดเริ่มต้นของการพูดคุย ส่วนกรอบการพูดคุยเป็นเรื่องภายในของไทยจึงยังไม่นำไปพูดคุยในครั้งนี้ วันนี้มาเลเซียเป็นเพียงผู้อำนวยความสะดวก

ปลื้มผลหารือเดินหน้าคุยสันติสุข

ร.อ.นพ.ยงยุทธ มัยลาภ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงถึงผลการหารือทวิภาคีเต็มคณะระหว่าง พล.อ.ประยุทธ์กับดาโต๊ะ ซรี มูห์ฮัมหมัด นาจิบ บิน ตุน อับดุล ราซัค ว่า พล.อ.ประยุทธ์ย้ำถึงการเป็นหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจ ส่งเสริมความเชื่อมโยงพัฒนาพื้นที่ชายแดน พร้อมสนับสนุนการทำหน้าที่ของมาเลเซียในฐานะเป็นประธานอาเซียน และสมาชิกไม่ถาวรในคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติในปี 2558 ซึ่ง พล.อ.ประยุทธ์พอใจกับผลการพบหารือกลุ่มเล็กกับนายกฯมาเลเซีย โดยรัฐบาลไทยยืนยันเดินหน้าสานต่อการพูดคุยเพื่อสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยมีมาเลเซียเป็นผู้อำนวยความสะดวก

เร่งปั่นยอดการค้าพุ่ง 1 ล้านล้าน

ร.อ.นพ.ยงยุทธกล่าวอีกว่า ไทยกับมาเลเซียต่างให้ความสำคัญกับการพัฒนาเศรษฐกิจ สร้างความเชื่อมโยงระหว่างกันทั้งรถและราง โดยเฉพาะในพื้นที่ชายแดนที่ไทยมีการเร่งรัดพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษสะเดาปาดังเบซาร์ เพื่อเพิ่มการจ้างงาน สร้างรายได้แก่ประชาชน เพิ่มการลงทุนระหว่างกันมากขึ้น และเห็นพ้องกันที่จะตั้งเป้ามูลค่าการค้าเพิ่มขึ้นให้ได้ถึง 1 ล้านล้านบาทในปี 2558 รวมถึงการพัฒนาการท่องเที่ยวร่วมกันในลักษณะ Package ทั้งการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม เชิงสุขภาพ รวมถึงโครงการ Rubber City ระหว่าง จ.สงขลา กับรัฐเกดะห์

ฝ่ายค้านมาเลย์โผล่ต้าน “เผด็จการ”

ขณะที่สำนักข่าวเบอร์นามาของมาเลเซียรายงานว่า กระทรวงการต่างประเทศมาเลเซียออกแถลงการณ์ว่า พล.อ.ประยุทธ์มีกำหนดเข้าพบดาโต๊ะ ซรี นาจิบ ราซัก นายกฯมาเลเซีย เพื่อเจรจาหารือโครงการความร่วมมือระหว่าง 2 ประเทศ รวมถึงการพิจารณาทิศทางกระบวนการสันติภาพในจังหวัดชายแดนภาคใต้ของไทย การค้าการลงทุน และโครงการเชื่อมโยงเส้นทางคมนาคมและการส่งเสริมการศึกษาตามแนวชายแดนไทย-มาเลเซีย จากนั้นเป็นการเจรจาหารือระหว่างคณะเจ้าหน้าที่ระหว่าง 2 รัฐบาล

ทางด้านพรรคสังคมนิยมมาเลเซีย (Parti Sosialis Malaysia) แนวร่วมพรรคฝ่ายค้านของมาเลเซีย ออกแถลงการณ์ผ่านเว็บไซต์อย่างเป็นทางการของพรรค เรียกร้องชาวมาเลเซียผู้สนับสนุนแนวทางประชาธิปไตยและความยุติธรรมทางสังคม รวมตัวกันที่หน้าสถานทูตไทยประจำกรุงกัวลาลัมเปอร์ ช่วงเวลา 11.00-12.00 น. เพื่อชุมนุมต่อต้าน พล.อ. ประยุทธ์ในฐานะผู้ก่อรัฐประหารล้มรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง บังคับใช้กฎอัยการศึกและสั่งกวาดล้างจับกุมผู้เห็นต่างจากรัฐบาล ขัดต่อหลักการประชาธิปไตย สากล ขณะที่เฟซบุ๊กของพรรคสังคมนิยมมาเลเซียเผยแพร่ภาพกลุ่มผู้ชุมนุมขณะชูป้ายข้อความ “ไม่ต้อนรับเผด็จการ” (Dictator Not Welcome)

“ประยุทธ์” โยนนิรโทษภาระ สนช.

ต่อมาเวลา 18.50 น.ที่ท่าอากาศยาน 2 บน.6 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. ให้สัมภาษณ์ภายหลังเดินทางกลับจากการเยือนมาเลเซีย ถึงแนวคิดออกกฎหมายนิรโทษกรรม ผู้กระทำผิดทางการเมืองว่า จะสุดซอย กลางซอย ต้นซอย เป็นเรื่องฝ่ายกฎหมายคือ สนช.ว่ากัน ตนเอาประเทศชาติมาก่อน คนทำผิดกฎหมายก็ต้องไปว่ามา ถามว่ากระบวนการยุติธรรม อาทิ ศาล อัยการ ตำรวจ ศาลปกครอง ศาลรัฐธรรมนูญ ป.ป.ช. ยังมีหรือไม่ ให้เขาทำงาน ตนจะเดินหน้าประเทศ จะเป็นจะตายอยู่นี่ มันควรเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นมั้ย มันควรมีปัญหาเรื่องการส่งออกมั้ย มันควรมีปัญหาเรื่องการต้องแก้กฎหมายให้มันทันสมัยมั้ย ซึ่งมันควรต้องทำตั้งแต่ทุกรัฐบาลมาแล้ว เหลือให้ผมทำวันนี้เข้าใจหรือยัง

ฮึ่มนักการเมืองไม่กลัวจะได้รู้กัน

เมื่อถามว่า ทุกครั้งที่เดินทางยังคงมีการเคลื่อนไหวต่อต้านอยู่ จะเป็นอุปสรรคของการทำงานหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า ตนทำเสียหรือทำดี ถ้าทำดีมีคนอยากให้ทำก็ต้องดูแล ถ้าคิดว่าเขาทำถูกแล้วก็ว่าตนได้ วันหน้าก็ลำบากกันเองก็แล้วกัน ส่วนกรณีที่ พล.ท.กัมปนาท รุดดิษฐ แม่ทัพภาค 1 ระบุมีนักการเมืองว่าจ้างให้นักศึกษาไปชูสามนิ้วต่อหน้าช่วงลงพื้นที่ จ.ขอนแก่นนั้น ตอนนี้กำลังสอบอยู่ ที่กล่าวมามีหลักฐานอะไรก็ไปว่ามา เมื่อถามว่าแสดงว่ากลุ่มการเมืองยังมีการเคลื่อนไหวอยู่ นายกฯตอบว่า ท่านก็รู้ แล้วจะถามทำไม เมื่อถามย้ำว่าแสดงว่ากฎอัยการศึกทำอะไรไม่ได้ พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า “ไปถามมันสิว่ากลัวมั้ย ถ้ามันไม่กลัวจะได้รู้ว่ามันไม่กลัว” เมื่อถามต่อว่ากลัวหรือไม่ว่าต่อไปการต่อต้านอาจไม่ใช้แค่สัญลักษณ์ แต่จะใช้ความรุนแรง พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า ไม่กลัว เพราะเป็นผู้รักษากฎหมาย กลัวคนทำผิดกฎหมายไม่ได้ ทำไมต้องกลัว กลัวทำไม

“ปู” ไปนอกต้องขอกรองก่อน

เมื่อถามว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ ขออนุญาตเดินทางออกนอกประเทศเข้ามาหรือยัง พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า ถ้าหากจะขอ เดี๋ยวคงต้องมีการกรองข้อมูลเข้ามา

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะนายกฯเดินเข้ามาที่ห้องที่จัดไว้สำหรับแถลงข่าว ปรากฏว่าไฟบริเวณโพเดียมดับลง เนื่องจากผู้ช่วยช่างภาพมือไปโดนสวิตช์ไฟโดยไม่ได้ตั้งใจ ทำให้ทีมรักษาความปลอดภัยใช้มือตบไปที่เอวในท่าเตรียมพร้อมและขยับเข้าประชิดใกล้ตัวนายกฯทันที นายกฯจึงสั่งการว่า “ไปเปิดไฟสิ ใครไปกดปิด”

สะพัด“หมอยงยุทธ” จ่อทิ้งไมค์

ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาลว่า ร.อ.นพ.ยงยุทธ มัยลาภ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี มีแนวคิดจะยื่นใบลาออกจากตำแหน่งต่อ พล.อ.ประยุทธ์ โดยสาเหตุมาจากความอึดอัดใจในการทำงาน และปัญหาการประสานงานภายในทีมโฆษกรัฐบาล แต่เหตุผลสำคัญอาจมีจากกรณีสื่อมวลชนนำเสนอข่าวบริษัทของ ร.อ.นพ.ยงยุทธ เข้าร่วมประมูลและได้รับงานจากภาครัฐรวมมูลค่ากว่า 100 ล้านบาท จนนายกฯสั่งให้มีการตรวจสอบ ซึ่งอาจเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ ร.อ.นพ.ยงยุทธมีความอึดอัดใจต่อการปฏิบัติหน้าที่ในรัฐบาลชุดนี้ ซึ่งคาดว่า ร.อ.นพ.ยงยุทธจะยื่นใบลาออกในช่วงปลายเดือน ธ.ค.นี้

ป.ป.ช.จับมือรัฐบาลล้างท่อทุจริต

วันเดียวกันเวลา 09.00 น. ที่หอประชุมกองทัพเรือ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) จัดสัมมนาการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตระยะที่ 2 (พ.ศ.2556-2562) โดยมีการส่งมอบยุทธศาสตร์ชาติว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตระยะที่ 2 ระหว่างนายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ ประธาน ป.ป.ช. และนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี จากนั้นนายวิษณุกล่าวปาฐกถาเรื่อง “นโยบายการป้องกันการทุจริตในภาครัฐ” ว่า ความคิดการป้องกันทุจริตเป็นสิ่งที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กำหนดเป็นโรดแม็ป ระยะที่ 1 และอยู่ในรัฐธรรมนูญชั่วคราว รวมถึงการร่างรัฐธรรมนูญถาวรก็ต้องรักษาเจตนารมณ์การป้องกันทุจริต ถือเป็น 1 ใน 11 หัวข้อที่ต้องบัญญัติในรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ต้องแทรกอยู่ในระบบการปฏิรูปกฎหมาย กระบวนการยุติธรรม และระบบราชการ

“วิษณุ” วาง 3 แนวทางปราบทุจริต

นายวิษณุกล่าวว่า หน่วยงานระหว่างประเทศให้คะแนนประเทศไทยเรื่องการทุจริต 35 คะแนน จาก 100 คะแนน ในปี 56 อยู่อันดับ 102 แสดงถึงความตกต่ำของประเทศไทยว่า ยังมีการทุจริตในระบบราชการทางการเมือง และซื้อขายตำแหน่ง นอกจากนี้ ธนาคารโลกจัดอันดับความน่าเชื่อถือด้านการลงทุนของประเทศไทย อยู่อันดับที่ 26 ที่มักมีปัญหาเรื่องการอนุญาตซึ่งมีขั้นตอนมาก มีการเรียกสินบน ซึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ตั้งใจว่าจะทำให้ตัวเลขเหล่านี้ดีขึ้น ทุจริตลดลง รัฐบาลมีนโยบายป้องกันทุจริต 3 แนวทางคือ 1.การแก้กฎหมาย และระเบียบโดยเร่งด่วน 2.การระดมสติปัญญาทุกฝ่ายมาช่วยต่อต้านทุจริต 3.การสร้างคุณธรรมต่อต้านทุจริต ที่ผ่านมามีการวิจัยสาเหตุการทุจริตว่ามีที่มา 6 สาเหตุ คือ 1.การเห็นแก่ตัว 2.การเห็นแก่หน้าคนอื่น ช่วยเหลือพวกพ้อง 3.การเห็นแก่ครอบครัวและเครือญาติ 4.การเห็นแก่เงิน 5.การเห็นแก่การได้อำนาจรัฐ อยากมีอำนาจทางการปกครอง 6.การเห็นแก่การกระทำไม่ถูกต้องเพราะหวังตำแหน่งหน้าที่

“บิ๊กต๊อก” ยุลาก รมต.ติดคุกโชว์

พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รมว.ยุติธรรม อภิปรายเรื่อง “บทบาทของภาคีทุกภาคส่วนในการป้องกันและปราบปรามการทุจริต” ว่า สังคมวันนี้ลังเลและไม่เชื่อมั่นที่จะศรัทธาหน่วยงานที่ดูแลเรื่องการปราบปรามทุจริต ทั้งรัฐบาล ป.ป.ช. อัยการ โดยเฉพาะทัศนคติของเยาวชนที่ยอมรับได้กับการทุจริต ถือเป็นเรื่องน่าห่วง การแก้ปัญหาทุจริตให้ได้ผลจะต้องเอาคนระดับรัฐมนตรีมาติดคุกให้เป็นตัวอย่างบ้าง ไม่ใช่มีแต่ระดับข้าราชการที่ต้องรับเคราะห์แทน ทั้งนี้ แนวทางการตั้งศูนย์อำนวยการต่อต้านการทุจริตของนายกฯ จะเป็นกลไกการแก้ปัญหาการทุจริต ซึ่งสัปดาห์หน้านายกฯ จะเรียกประชุมศูนย์ดังกล่าว เพื่อวางแนวทางการทำงาน ขอให้หน่วยงานต่างๆเตรียมข้อมูลด้วย

ภาคเอกชนเสนอ 5 ข้อคุมโกง

นายสมเกียรติ อนุราษฎร์ รองประธานกรรมการหอการค้าไทย กล่าวว่า ภาคเอกชนเห็นว่าเรื่องสำคัญที่จะช่วยแก้ปัญหาการทุจริตมี 5 เรื่องคือ 1.การพัฒนากฎหมายและกระบวนการยุติธรรม เช่น เรื่องอายุความ การติดตามตัวผู้ร้ายข้ามแดน การยึดทรัพย์สิน 2.การกำหนดให้คดีทุจริตเป็นคดีที่เป็นภัยคุกคามร้ายแรงของชาติ 3.การตรวจภาษีย้อนหลังข้าราชการ 4.การเร่งรัดกฎหมายเพื่อแก้ปัญหาการเรียกสินบนในการออกใบอนุญาตของหน่วยราชการ และ 5.การออกกฎหมายควบคุมการโฆษณาและประชาสัมพันธ์ของภาครัฐ

หนุน “บิ๊กตู่” ฟ้องรัฐบาล “ปู” ทำเจ๊ง

อีกเรื่อง นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค ประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีนายแก้วสรร อติโพธิและคณะ เรียกร้องให้ พล.อ.ประยุทธ์ฟ้องเรียกค่า เสียหายจากรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ที่ทำให้ขาดทุน 5.19 แสนล้านบาท จากโครงการจำนำข้าวว่า ขอสนับสนุน โดยหลักการคนที่สร้างความเสียหายต้องรับผิด ชอบ ไม่เช่นนั้นจะกลายเป็นว่าคนที่ใช้อำนาจแทนประชาชน ทำความเสียหายแต่ภาระกลับตกอยู่กับประชาชน ยิ่งรัฐบาลมีแนวคิดไปกู้เงินมาใช้หนี้ภาระความเสียหายก็จะผูกพันระยะยาว ขณะที่กระทรวงการคลังมีการออกพันธบัตร 5 หมื่นล้านบาท เพื่อชำระหนี้จำนำข้าว ตนคิดว่าไม่ควรใช้วิธีการแบบนี้ รัฐบาลต้องดูความเหมาะสม ไม่เช่นนั้นจะเป็นการผลักภาระให้อนาคต สิ่งที่รัฐบาลควรทำคือ 1.เรียกความเสียหายจากผู้ที่สร้างความเสียหาย 2.บริหารการเงินการคลังให้เหมาะสม

ปล่อยคดี ปรส.เพิ่มปมขัดแย้ง

นายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีต รมว.พลังงาน กล่าวว่า คดี ปรส.หมดอายุความไปแล้วตั้งแต่วันที่ 30 พ.ย.2557 ทั้งที่สังคมมีความสงสัยอยู่มาก ตั้งแต่การออกกฎหมายของรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ขณะนั้น รวมไปถึงขั้นตอนบริหารจัดการมีหลักฐานการกระทำผิดชัดเจนที่ ป.ป.ช. สามารถตรวจสอบได้ แต่กลับไม่ยอมดำเนินการ ซึ่งไม่ต่างกับคดีการบริจาคเงินของพรรคประชาธิปัตย์ 258 ล้านบาท ที่ กกต. ปล่อยให้หมดอายุความทำให้ไม่สามารถดำเนินคดีได้ เท่ากับเป็นการตอกย้ำการดำเนินการสองมาตรฐานที่เกิดขึ้นซ้ำซาก และเป็นสาเหตุของปัญหาความแตกแยกในสังคมปัจจุบัน ฉะนั้นหากรัฐบาลและคสช.ที่มีอำนาจเต็มต้องการแก้ปัญหาความขัดแย้งในสังคมอย่างจริงใจ ควรสั่งให้ดำเนินการกับคดีนี้ อย่างเท่าเทียม รวมไปถึงคดีข้าวในสมัยรัฐบาลประชาธิปัตย์ด้วย

แนะ “บิ๊กตู่” สะสางพวกก่อกองไฟ

นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล อดีตรองนายกรัฐมนตรี และ รมว.การต่างประเทศ กล่าวว่า การที่สนช.บางส่วนพยายามตะแบงเดินหน้าถอดถอน น.ส.ยิ่งลักษณ์ ในคดีโครงการรับจำนำข้าวทั้งที่รัฐธรรมนูญชั่วคราวไม่ได้ให้อำนาจนั้น เป็นการแสดง ออกอย่างชัดเจนว่าการทำงานของ สนช.ชุดนี้ไม่เป็น ธรรม ไม่ยึดหลักกระบวนการทางกฎหมายที่ถูกต้อง จะมีผลกระทบต่อการยกร่างรัฐธรรมนูญ เมื่อออกมาแล้วจะไม่เป็นที่ยอมรับของสังคมส่วนใหญ่ได้ อยากให้หัวหน้า คสช.หยิบยกเรื่องนี้ขึ้นมาสะสางให้เกิดความถูกต้อง

ชง ครม.แก้ ก.ม.เอาผิดค้ามนุษย์

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายยงยุทธ ยุทธวงศ์ รอง นายกรัฐมนตรีด้านสังคม กล่าวว่า หลังประเทศไทยถูกลดระดับความน่าเชื่อถือเรื่องแก้ปัญหาค้ามนุษย์อยู่ระดับต่ำสุด วันที่ 2 ธ.ค. กระทรวงการพัฒนาสังคม และความมั่นคงของมนุษย์ จะเสนอแก้ไขเพิ่มเติมร่าง พ.ร.บ. การป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์เข้าสู่ที่ประชุม ครม.เพื่อพิจารณาเพิ่มอำนาจให้พนักงานเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสถานที่ สามารถปิดสถานที่ได้ รวมถึงการกำหนดโทษเพิ่มให้มีการริบทรัพย์ผู้กระทำความผิด เพื่อนำไปทดแทนกับผู้เสียหาย จากนั้นนำเข้ากองทุนเพื่อการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ โดยส่งให้ สนช.พิจารณาอีกครั้ง เพราะอาจมีหลายประเด็นที่ต้องแก้ไข

ร้องนายกฯช่วยโดนโกงที่ดิน

อีกเรื่อง ที่ศูนย์บริการประชาชน (ชั่วคราว) สำนักงาน ก.พ. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้เกิดเหตุระทึก ขึ้นเมื่อนางเสาวภาพ ทองธิราช ชาวจังหวัดสกลนคร กรีดร้องขึ้นมาอย่างคับแค้นใจว่า “ความยุติธรรมไม่มี ในโลก นายกฯช่วยด้วย” พร้อมกับร้องไห้ และมีอาการตัวเกร็งจนเป็นลม ขณะยื่นหนังสือร้องเรียนกับเจ้าหน้าที่กระทรวงยุติธรรม จนเจ้าหน้าที่ต้องช่วย กันปฐมพยาบาลจนอาการบรรเทาลง โดยญาตินางเสาวภาพที่มาด้วยระบุว่า นางเสาวภาพมีอาการเครียด เพราะถูกโกงที่ดิน ซึ่งปลูกบ้านพักอาศัยมากว่า 37 ปี โดยที่ดินดังกล่าวเป็นของมารดาที่ขอแบ่งซื้อมาจาก นางสด เชื้อขาวพิมพ์ เมื่อปี 2521 ต่อมานายสมจิตร ช่วยรักษา หลานของนางสด ยื่นรังวัดที่ดินและกรมที่ดินออกโฉนดให้ในปี 2555 จึงมีการฟ้องร้องดำเนินคดีกันในชั้นศาล แต่เนื่องจากไม่มีความรู้ทาง ด้านกฎหมาย ทำให้แพ้คดีความ ส่งผลให้ครอบครัวได้รับความเดือดร้อน จึงมาร้องขอความเป็นธรรม

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ข่าวหน้า1เอนก เหล่าธรรมทัศน์รัฐธรรมนูญสปช.นิรโทษกรรมทุจริตรัฐมนตรีติดคุก

ข่าวแนะนำ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้