ข่าว
100 year

ทุบรถ-ยิงถล่ม ป่อเต็กตึ๊งตาย1

ทีมข่าวหน้า12 ธ.ค. 2557 07:15 น.
SHARE

ได้รับบาดเจ็บ2ราย! ปมขัดมูลนิธิเจ้าถิ่น

อาสาสมัครมูลนิธิเปิดศึกยกพวกไล่ฆ่าอริต่างมูลนิธิกลางดึก ยกพวกรุมทุบกระจกรถ ก่อนสาดกระสุนใส่เหยื่อว่าที่ ร.ต.บัณฑิตหนุ่ม คณะรัฐศาสตร์ ม.เชียงใหม่ รอรับพระราชทานปริญญาต้นปีหน้า พ่อร่ำไห้กอดศพคิดไม่ถึงลูกจะมาตาย เผยคนตายเป็นอาสาสมัครช่วยเหลือสังคมตั้งแต่เรียนมัธยม กำลังวางแผนบินไปเรียนต่อเมืองนอก ด้านตำรวจเร่งตามตัวผู้ก่อเหตุมาลงโทษ ล่าสุดคุมตัวผู้ต้องสงสัยไว้ได้แล้ว 1ราย

ศึกมูลนิธิระอุไล่ยิงว่าที่ ร.ต.อาสาสมัครป่อเต็กตึ๊งดับ เปิดเผยเมื่อเวลา 01.45 น. วันที่ 1 ธ.ค. พ.ต.ท.รักศักดิ์ รุ่งแสง พงส. สน.บางชัน รับแจ้งเหตุจาก รพ.นพรัตน์ราชธานีว่า มีเจ้าหน้าที่อาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งถูกยิงเสียชีวิตระหว่างนำส่งโรงพยาบาล เหตุเกิดที่บริเวณหน้าหมู่บ้านโฮมเพลส ซอยรามคำแหง 140 แขวงและเขตสะพานสูง กทม. จึงแจ้งผู้บังคับบัญชาทราบตามลำดับชั้น ก่อนประสานให้นำศพไปสอบสวนชันสูตรที่โรงพัก

ทราบชื่อผู้ตายว่าที่ ร.ต.อดิทรัพย์ พิริยะกรกุล อายุ 23 ปี อยู่บ้านเลขที่ 301 ซอยรามคำแหง 68 แขวงและเขตสะพานสูง กทม. เป็นอาสาสมัครกู้ภัยมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ถูกยิงด้วยปืนไม่ทราบขนาดเข้าที่แผ่นหลังซ้าย กระสุนตุงหน้าอกเกือบทะลุขั้วหัวใจ นอกจากนี้ ยังมีผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์เดียวกันอีก 2 ราย คือนายเจตนัย อิสระเดช อายุ 30 ปี ถูกมีดฟันเข้าที่ต้นขาซ้าย และนายสมนึก แพเวียน อายุ 38 ปี ถูกยิงเข้าที่หลังเท้าซ้าย เจ้าหน้าที่นำทั้งคู่ส่ง รพ.เกษมราษฎร์ สุขาภิบาล 3

สอบสวนทราบว่า เมื่อเวลาประมาณ 01.00 น. ขณะผู้ตายพร้อมเพื่อนอาสาสมัครประมาณ 8 คน เข้าเวรประจำจุดอยู่ที่หน้าหมู่บ้านโฮมเพลส มีกลุ่มคู่อริที่พยานอ้างว่าเป็นอาสาสมัครมูลนิธิแห่งหนึ่งขับรถเก๋งมา 2 คันมาจอด มีคนลงมาประมาณ 15 คน ก่อนใช้ไม้ทุบรถอาสาสมัครที่จอดอยู่ 2 คัน คือ รถตู้ โตโยต้า สีขาว ทะเบียน ฒค 4489 กรุงเทพมหานคร และรถกระบะ อีซูซุ สีขาว ทะเบียน ถค 6167 กรุงเทพมหานคร จนกระจกแตกเสียหายยับพร้อมเปิดฉากสาดกระสุนใส่กลุ่มอาสาสมัครที่อยู่บริเวณนั้น จนถูกว่าที่ ร.ต.อดิทรัพย์ เสียชีวิตและเพื่อนอีกคนบาดเจ็บส่วนบางรายถูกมีดไล่ฟันหนีกันกระเจิง

นายนิพนธ์ ทองประดิษฐ์ อายุ 36 ปี เจ้าหน้าที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งผู้อยู่ในเหตุการณ์เผยว่า เมื่อช่วงประมาณ 22.00 น. กลุ่มของว่าที่ ร.ต.อดิทรัพย์โทรศัพท์มาแจ้งให้ทราบว่า มีกลุ่มอาสาสมัครมูลนิธิคู่อริขับรถมาปิดล้อมขณะกำลังปฏิบัติหน้าที่ จึงเดินทางไปยังป้อมตำรวจแยกคลองเจ๊ก จุดจอดรถปฏิบัติหน้าที่ของมูลนิธิแห่งนั้น เพื่อพูดคุยตกลงกัน เนื่องจากทำงานช่วยเหลือสังคมเหมือนกัน ไม่จำเป็นต้องมาปิดล้อมกันหรือทะเลาะเบาะแว้งกัน

เจ้าหน้าที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งกล่าวต่อว่า หลังจากจับมือปรับความเข้าใจแล้วได้แยกย้ายกันไปปฏิบัติหน้าที่ กระทั่งทราบว่ากลุ่มของว่าที่ ร.ต.อดิทรัพย์ถูกยิงและรุมทำร้ายจนเสียชีวิต จึงอยากขอความเป็นธรรม เพราะก่อนหน้านี้ไม่เคยมีเรื่องกันมาก่อน ผู้ตายเป็นคนดีมุ่งมั่นตั้งใจทำงานช่วยเหลือสังคม สาเหตุที่เกิดการเขม่นกันน่าจะมาจากกลุ่มอาสาสมัครมูลนิธิอีกฟาก ไม่ต้องการให้มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งเข้ามาวิ่งงานในเขตพื้นที่ สน.บางชัน จึงทำให้เรื่องบานปลาย

ด้านนายอดิศักดิ์ พิริยะกรกุล อายุ 57 ปี บิดาของผู้เสียชีวิตถึงกับร่ำไห้กอดศพบุตรชาย ก่อนระบายความรู้สึกทั้งน้ำตาว่า ผู้ตายเป็นเด็กดี ไม่เคยมีเรื่องมีราวกับใคร มีจิตอาสาชอบช่วยเหลือผู้อื่น รักทำงานอาสาสมัครมาตั้งแต่เด็ก เข้าไปทำงานกับมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งตั้งแต่ตอนเรียน ม.ปลาย ต่อเนื่องเรียนปริญญาตรี โดยเฉพาะช่วงน้ำท่วมใหญ่ปี 54 กระทั่งศึกษาจบจากคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กำลังจะเข้ารับพระราชทานปริญญากลางเดือน ม.ค.58 อยู่ระหว่างวางแผนไปเรียนต่อต่างประเทศ ยังเจียดเวลาไปเป็นอาสาสมัครตอนกลางคืน อยากฝากถึงมูลนิธิต่างๆเหตุการณ์นี้ไม่ควรเกิดขึ้นกับคนทำงานมูลนิธิที่มีจิตอาสา อยากฝากผู้ใหญ่ในมูลนิธิว่าการรับใครเข้ามาเป็นอาสาสมัครควรตรวจสอบให้ดี ไม่ใช่ไปรับใครที่ไหนมาทำจนมีเรื่องมีราวไล่ฆ่ากันตายแบบนี้

ต่อมาเวลา 15.00 น. วันเดียวกัน ที่ห้องปฏิบัติการ บก.น.4 พล.ต.ต.ฉันทวิทย์ รามสูต รอง ผบช.น. พ.ต.อ.เทียนชัย คามะปะโส รอง ผบก.น.4 พ.ต.อ.วีระชัย โพธิปัตชา ผกก.สน.บางชัน และ พ.ต.ท.อิทธิเดช สุนทร รอง ผกก.สส.สน.บางชัน พร้อมนายทวีปวินท์ หนูบำรุง รักษาการ ผจก.ฝ่ายปฏิบัติการมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นายอัครพัชร์ โชติเดชาชัยนันต์ รองประธานมูลนิธิสยามร่วมใจ (ปู่อินทร์) ฝ่ายปฏิบัติการ นายวิชาญ ตันสุริยวงศ์ เลขาธิการมูลนิธิร่มไทร เข้าร่วมประชุมเพื่อหามาตรการป้องกันเหตุซ้ำซ้อนจากกรณีที่เกิดขึ้น

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะทั้งหมดประชุมอยู่นั้น มีอาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งประมาณ 30 คน มายืนรอสังเกตการณ์การประชุม กระทั่งเวลาประมาณ 16.30 น. เกิดเหตุชุลมุนมีกลุ่มของเจ้าหน้าที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งประมาณ 5 คน วิ่งไล่เจ้าหน้าที่มูลนิธิร่มไทร 1 คนมาจากด้านข้างห้องประชุมพร้อมตะโกนว่า “จับตัวมันไว้ มันปาก้อนหินใส่พวกผม” ก่อนเจ้าหน้าที่มูลนิธิร่มไทรคนดังกล่าววิ่งหนีเข้าไปในห้องประชุม จนตำรวจในห้องประชุมต้องออกมาตั้งแนวสกัดกั้นหน้าห้องไว้ เกรงว่าทั้งหมดจะกรูเข้าไปในห้อง ก่อนเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องสั่งให้ทั้งหมดแยกย้ายเดินทางกลับ

ภายหลัง พล.ต.ต.ฉันทวิทย์ รามสูตร เผยว่าโดยปกติการทำงานของมูลนิธิต่างๆจะมีการแบ่งเขตแบ่งวันชัดเจน อย่างกรณีของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งและร่วมกตัญญู ในพื้นที่ของ บก.น.4 มีมูลนิธิที่ปฏิบัติหน้าที่ถึง 4 มูลนิธิด้วยกัน คือ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง มูลนิธิร่วมกตัญญู มูลนิธิร่มไทร และมูลนิธิสยามร่วมใจ แต่ไม่มีการแบ่งเขตรับผิดชอบ จากนี้มูลนิธิใดเข้ามาปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ บก.น.4 ต้องแจ้งจุดที่ประจำการต่อตำรวจในท้องที่รับผิดชอบทุกครั้ง และทุกคนต้องแต่งเครื่องแบบ แขวนบัตรประจำตัวขณะออกปฏิบัติหน้าที่ พร้อมส่งฐานข้อมูลประวัติให้ตำรวจตรวจสอบ ส่วนมาตรการป้องกันเหตุลักษณะนี้ ทาง บก.น.4 ต้องมีการประชุมวางแผนหาทางป้องกันและประสานให้ศูนย์เอราวัณของ กทม.เรียกประชุมทำความเข้าใจเรื่องการแบ่งเขต

“ในส่วนของคนร้ายเบื้องต้นทราบว่ามีผู้ลงมือก่อเหตุ 2-3 คน คาดได้ตัวภายใน 1-2 วัน เบื้องต้นตำรวจเตรียมแจ้งข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา อยู่ระหว่างการรวบรวมหลักฐานทั้งกล้องวงจรปิดบริเวณจุดเกิดเหตุและพยานบุคคล ขณะนี้ฝ่ายสืบสวน สน.บางชันควบคุมตัวอาสาสมัครของมูลนิธิร่มไทร 1 ราย ที่คาดว่าอยู่ในเหตุการณ์มาสอบสวนหาผู้ร่วมก่อเหตุ รายละเอียดยังไม่สามารถเปิดเผยได้” รอง ผบช.น.กล่าว

ด้านนายสุทัศน์ เตชะวิบูลย์ กรรมการเลขาธิการและรองเหรัญญิก มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง เปิดเผยมาตรการความช่วยเหลือเยียวยาผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตในเหตุ ครั้งนี้ว่า เบื้องต้นทางมูลนิธิจะมอบเงินช่วยเหลือให้ กับครอบครัวว่าที่ ร.ต.อดิทรัพย์ พิริยะกรกุล ผู้เสีย ชีวิต เป็นเงิน 2 แสนบาท พร้อมดูแลงานฌาปนกิจจนแล้วเสร็จ ส่วนผู้บาดเจ็บทั้ง 2 มูลนิธิรับดูแลค่ารักษาพยาบาลทั้งหมดจนกว่าอาการจะหายเป็นปกติ ถือเป็นการช่วยเหลือกับพนักงานในสังกัดของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง เพื่อสร้างขวัญกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ข่าวหน้า1ยิงอาสาสมัครป่อเต็กตึ๊งอดิทรัพย์ พิริยะกรกุลรับปริญญาสยามร่วมใจ

ข่าวแนะนำ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้