ข่าว
100 year

คลังเผยปี 59 จ่อขึ้นแวตอีก 1% (ชมคลิป)

ทีมข่าวเศรษฐกิจ2 ธ.ค. 2557 05:01 น.
SHARE

หารายได้โปะงบรายจ่าย 2.88 ล้านล้านบาท

“สมหมาย” เล็งจัดทำงบประมาณรายจ่ายปี 59 สูงถึง 2.88 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้นเกือบ 3 แสนล้านบาท จากปีงบ 58 เตรียมรีดภาษีโปะงบเพิ่ม ทั้งจ่อขึ้นแวต อีก 1% ในปี 59 และเก็บภาษีที่ดิน–สิ่งปลูกสร้าง พร้อมยันไม่เคยเกาเหลาผู้ว่าการ ธปท.

นายสมหมาย ภาษี รมว.คลัง เปิดเผยว่า มี ความตั้งใจที่จะตั้งงบประมาณรายจ่ายประจำปี 59 ที่ 2.88 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้นประมาณ 300,000 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 12-13% จากปีงบ 58 ที่ตั้งไว้ 2.575 ล้านล้านบาท เนื่องจากรัฐบาลยังมีความจำเป็นใช้งบในการพัฒนาประเทศ และเพิ่มสวัสดิการอยู่ดีกินดีของประชาชน ทั้งในเรื่องการศึกษา และสาธารณสุขให้มากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ ยังวางเป้าหมายในปีงบ 59 จะขาดดุลมากกว่า 250,000 ล้านบาท หรืออาจจะถึง 300,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 58 ที่ขาดดุล 250,000 ล้านบาท แม้จะขาดดุลเพิ่มขึ้นจะไม่ส่งผลกระทบต่อหนี้สาธารณะ เพราะปัจจุบันหนี้สาธารณะของไทยยังอยู่ในระดับที่ต่ำมาก มีสัดส่วนเพียง 46% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) เท่านั้น

“เรื่องกรอบงบประมาณปี 59 เป็นแนวคิดที่ผมอยากจะทำ และผมเพิ่งนำมาเปิดเผยเป็นครั้งแรก หลังจากนี้ไปคงต้องหารือกับผู้ที่เกี่ยวข้องว่าเห็นด้วยกับผมหรือไม่ โดยงบประมาณในปี 59 ต้องเริ่มเตรียมทำตั้งแต่กลางเดือน ม.ค.58 เท่าที่ดูทั้งแนวโน้มรายได้และความจำเป็นในการใช้เงิน ทำให้เห็นช่องทางการทำงบขาดดุลให้มากกว่าในปีนี้ ทำให้สามารถตั้งงบปี 59 เพิ่มได้จากปี 58 พอสมควร ส่วนเป้าหมายรายได้ปีนี้ที่ตั้งไว้ 2.325 ล้านล้านบาท จะทำได้แน่นอน”

สำหรับรายได้รัฐบาลในปี 59 ที่จะเพิ่มขึ้นนั้น มาจากภาษีมูลค่าเพิ่ม (แวต) ที่มีแนวโน้มจะเก็บเพิ่มขึ้นอย่างน้อย 1% จากปัจจุบันเก็บในอัตรา 7% จนถึงวันที่ 30 ก.ย.58 ซึ่งต่ำกว่าอัตราที่กฎหมายกำหนดให้เก็บ 10% โดยการขึ้นแวตอีก 1% จะทำให้รัฐมีรายได้เพิ่มขึ้น 40,000-60,000 ล้านบาท นอก จากนี้ ยังจะมาจากการเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ที่กระทรวงการคลังอยู่ระหว่างการผลักดัน คาดว่าจะทำให้รายได้เพิ่มขึ้น 6-7 เท่าจากปัจจุบันมีการเก็บภาษีโรงเรือนและสิ่งปลูกสร้าง ภาษีบำรุงท้องที่ปีละ 20,000 ล้านบาท ส่วนของขวัญปีใหม่ของกระทรวงการคลัง ที่จะมอบให้กับประชาชนตามนโยบายของรัฐบาลนั้น จะพยายามทำให้แล้วเสร็จและเสนอเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 9 ธ.ค.นี้

นายสมหมายกล่าวถึงการทำงานกับนายประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ว่า ที่ผ่านมา รมว.คลังกับผู้ว่าการ ธปท.อาจเคยมีปัญหาในการทำงานบ้าง แต่ในยุคนี้ ยืนยันว่าทำงานด้วยกันดี และส่วนตัวไม่เคยไปบอกให้ ธปท.ลดดอกเบี้ย เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ แม้จะมีบางคนมาบอกว่าดอกเบี้ยควรลดลงบ้างก็ตาม เพราะมองว่านายประสารต้องรู้ดีกว่า รมว.คลัง และการพิจารณาดอกเบี้ย มีคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) พิจารณาอยู่ อย่างไรก็ตาม ในช่วงที่รับตำแหน่ง รมว.คลังใหม่ๆ เคยหารือกับนายประสารถึงการทำงานว่าถ้าคลังกับ ธปท.จะขัดแย้งกันหรือทะเลาะกันก็ให้จบแค่ในห้องทำงานของรัฐมนตรีคลัง หรือที่ห้องทำงานของผู้ว่าการ ธปท. อย่าทะเลาะกันผ่านสื่อ เพราะจะเกิดผลกระทบต่อความเชื่อมั่น ทำให้เกิดความผันผวนของตลาดเงิน และตลาดหุ้น

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ธปท.ได้รายงานดัชนีความเชื่อมั่นทางธุรกิจเดือน ต.ค.57 และแนวโน้มความเชื่อมั่นใน 3 เดือนข้างหน้า (พ.ย.57-ม.ค.58) ที่สำรวจจากผู้ประกอบการ 1,010 ราย พบว่าในเดือน ต.ค.57 ความเชื่อมั่นอยู่ที่ระดับ 48.7 ลดลง จาก 48.9 ในเดือน ก.ย.57 ซึ่งเป็นการลดลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 3 ติดต่อกัน และต่ำกว่าระดับ 50 ซึ่งสะท้อนค่าว่านักธุรกิจมีความเชื่อมั่นต่อเศรษฐกิจไทยน้อย แต่ความเชื่อมั่นด้านคำสั่งซื้อเพิ่มขึ้นจากเดือน ก.ย.57 เช่นเดียวกับที่มองว่าภาระด้านต้นทุนปรับตัวดีขึ้น อย่างไรก็ตาม ความเชื่อมั่นในส่วนของภาคการผลิตสินค้า การตัดสินใจลงทุน และผลประกอบการลดลงจากเดือน ก.ย. เพราะกำลังซื้อในประเทศที่ยังฟื้นตัวไม่เต็มที่ ทำให้คำสั่งซื้อในประเทศรายใหม่ลดลง โดยการใช้จ่ายในประเทศที่ชะลอตัวนี้ ถือเป็นความเสี่ยง ที่นักธุรกิจกังวลมากที่สุดในขณะนี้

ส่วนปัญหาด้านเงินทุนหมุนเวียน พบว่า ผู้ประกอบการมีสภาพคล่องลดลงเล็กน้อยจากเดือน ก.ย. แต่ยังไม่เป็นอุปสรรคในการดำเนินธุรกิจใน ขณะนี้สำหรับอัตราเงินเฟ้อในอีก 12 เดือนข้างหน้า ผู้ประกอบการมองว่าจะอยู่ที่ 2-3% และมีแนวโน้มลดลงต่อเนื่องตามต้นทุนราคาพลังงาน ขณะที่ดัชนีราคาผู้ผลิตในเดือน ต.ค. ติดลบ 1.3% สะท้อนต้นทุนโดยรวมที่อยู่ในระดับต่ำ

สำหรับดัชนีความเชื่อมั่นทางธุรกิจในอีก 3 เดือนข้างหน้า อยู่ที่ระดับ 55.0 สูงขึ้นจาก 54.3 ในเดือน ก.ย.57 สะท้อนความเชื่อมั่นว่าเศรษฐกิจไทยจะฟื้นตัวได้มากขึ้น ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากความคาดหวังในการใช้จ่ายและการลงทุนของภาครัฐที่จะเบิกจ่ายได้รวดเร็วขึ้น อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการหวังว่า การทำโปรโมชั่นลดราคากระตุ้นยอดขายในช่วงปลายปี และบรรยากาศการจับจ่ายใช้สอยในช่วงเทศกาลคริสต์มาสและปีใหม่จะช่วยเพิ่มการใช้จ่ายในประเทศได้ โดยเฉพาะผู้บริโภคระดับกลางถึงระดับบน ที่ไม่มีภาระหนี้สินต่อรายได้สูงมาก เหมือนผู้บริโภคระดับกลางถึงระดับล่าง ขณะที่การออกรถยนต์รุ่นใหม่ และการจัดงานเพื่อกระตุ้นยอดขายต่างๆ จะช่วยเพิ่มยอดขายรถยนต์ได้ระดับหนึ่ง.

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

สมหมาย ภาษีงบประมาณรายจ่ายภาษีแวตภาษีที่ดินขึ้นภาษีสิ่งปลูกสร้างประสาร ไตรรัตน์วรกุล

ข่าวแนะนำ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้