ข่าว
100 year

ผบ.ตร.ประกาศ จ่าย 1 ล้าน ค่าหัวล่า ‘เสี่ยโจ้’ (ชมคลิป)

ทีมข่าวหน้า 12 ธ.ค. 2557 02:03 น.
SHARE

หวังลากไส้-ส่วยนํ้ามันเถื่อน แก๊งอุ้มลดหนี้มอบตัวอีกคน

ผบ.ตร.เดินหน้าขยายผลเครือข่ายการกระทำผิดของ “พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์” ประกาศกวาดล้างสารพัดส่วย ปัดข่าว 10 นายพลมีเอี่ยว เปรยเป็นเรื่องกรรมใดใครก่อกรรมนั้นก็ตามสนอง อย่าโทษคนอื่นจนลืมมองตัวเอง ตั้งค่าหัวนำจับ “เสี่ยโจ้” พ่อค้าน้ำมันเถื่อน 1 ล้านบาท มั่นใจเป็นกุญแจดอกสำคัญโยงใยใครอยู่เบื้องหลังรับผลประโยชน์ ขณะที่ “รองเต่า” เพื่อนร่วมรุ่น ผกก.อั้ม ยังล่องหนไม่ยอมมารายงานตัว ส่วน 2 ส.อ.แก๊งอุ้มเบี้ยวนัด ผบช.น. ด้านกรมศิลปากรตรวจโบราณวัตถุขุมทรัพย์อดีตเจ้าพ่อสอบสวนกลางเบื้องต้นพบบางชิ้นมีอายุ 1,400 ปี มีทั้งของจริง และของเทียมเลียนแบบ

การขยายผลโยงใยเครือข่ายขุมทรัพย์นับพันล้านของ พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ อดีต ผบช.ก.กับพวกที่ทำกันเป็นขบวนการแอบอ้างเบื้องสูงมานานหลายปี เพื่อบี้เอากองผลประโยชน์นอกกฎหมาย ตั้งแต่ส่วยบ่อนการพนัน น้ำมันเถื่อน อุ้มทวงหนี้ ลดยอดหนี้ ซื้อขายเก้าอี้แต่งตั้งโยกย้ายในวงการตำรวจที่กลายเป็นข่าวโด่งดังสะท้านเมือง แม้กระทั่งสำนักข่าวต่างประเทศเว็บไซต์บีบีซีนิวส์ยังตีข่าวครึกโครมกระฉ่อนไปทั่วโลก

ผบ.ตร.ปัด 10 นายพลเอี่ยว

ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติเมื่อวันที่ 1 ธ.ค. พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผบ.ตร.ให้สัมภาษณ์ความคืบหน้าของคดีว่า พนักงานสอบสวนได้เรียกบุคคลที่มีชื่อปรากฏว่าเป็นผู้ที่เกี่ยวข้องกับการค้าน้ำมันเถื่อนมาให้ปากคำ แต่ยังไม่ถือว่าเป็นผู้ที่มีความผิดจนกว่าจะมีข้อมูลมีส่วนเกี่ยวข้องกับขบวนการค้าน้ำมันเถื่อน ถึงขณะนี้มีเพียง พล.ต.ต.บุญสืบ ไพรเถื่อน อดีต ผบก.รน.เพียงคนเดียว ส่วนคนอื่นๆ ยังไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับคดี ยังต้องให้เวลากับพนักงานสอบสวนและพนักงานสืบสวนดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริง ส่วนจะมีถึง 10 นายพลหรือไม่ ตนยังไม่ทราบและยังตอบไม่ได้ว่าจะมีใครเข้าไปเกี่ยวข้องบ้าง

ลั่นกวาดล้างสารพัดส่วย

พล.ต.อ.สมยศกล่าวอีกว่า เรื่องนี้ถ้ามีใคร หรือเจ้าหน้าที่ของรัฐคนใดที่เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับขบวนการค้าน้ำมันเถื่อน ไม่ใช่แค่สำนักงานตำรวจแห่งชาติเท่านั้นที่จำเป็นต้องปัดกวาด ทำความสะอาด ทุกหน่วยก็คงมีมาตรการดำเนินการเช่นเดียวกัน ส่วนจะมีการสอบย้อนหลังไปถึงใครบ้าง ต้องขึ้นอยู่กับหลักฐานจะถึงใครแค่ไหนก็แค่นั้น ต้องให้ความเป็นธรรม ความยุติธรรมกับทุกคนว่า มีหลักฐานหรือไม่ ถ้ามีหลักฐานก็ต้องว่าไปตามหลักฐาน ตนจะไม่ปกป้องผู้กระทำความผิด ดังนั้นจะเอาความรู้สึกมาตัดสินไม่ได้ และไม่ใช่แค่เรื่องที่เกี่ยวกับตำรวจน้ำเพียงอย่างเดียว แต่จะดำเนินการเหมือนกันในทุกๆเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องบ่อนการพนัน การวิ่งเต้นซื้อขายตำแหน่ง การแอบอ้าง หรือกล่าวอ้างอะไรก็แล้วแต่ที่ไปหาผลประโยชน์ ถ้าพบหลักฐานที่จะดำเนินการตามกฎหมายได้จะดำเนินการในทันที แต่ตนจะไม่เต้นไปตามที่คนนี้พูดที คนนั้นบอกที

ประสาน ปปง.รอรับช่วงต่อ

ส่วนการตรวจสอบทรัพย์ของอดีตผู้นำสอบสวนกลาง พล.ต.อ.สมยศกล่าวว่า มีการประสานงานกับ ปปง.อยู่ตลอดเวลา ตั้งเป็นรูปคณะกรรมการมีรอง ผบช.น.เป็นหัวหน้าคณะทำงานทำบัญชีทรัพย์สินของกลางส่งให้ ปปง.และหน่วยงานที่รับผิดชอบ ได้มีการหารือกับเลขา ปปง.แล้วว่า เมื่อทำเสร็จแค่ไหนจะเริ่มทยอยส่งให้ ปปง.รับช่วงไปดำเนินการ แต่ถึงขณะนี้ยังไม่ได้มีการส่งของกลางให้ ปปง. เพราะยังเป็นเรื่องของผู้ปฏิบัติ เรื่องนโยบายที่ตนได้มอบไปแล้ว ด้านกรณีของ พ.ต.ท.ทรงรักษ์ ขุนศรี รอง ผกก.6 บก.ป.ได้รับรายงานทางการสืบสวนว่า น่าจะมีส่วนเกี่ยวข้องเชื่อมโยง ทางที่ดีอยากให้ พ.ต.ท.ทรงรักษ์เข้ามาพบพนักงานสอบสวน เพื่อให้ถ้อยคำกับพนักงานสอบสวนไม่ต้องกังวลว่าจะถูกกลั่นแกล้ง มีอะไรมาพูดคุยกันมาบอกกัน ยิ่งหลบหนีก็จะยิ่งเป็นข้อสงสัยว่ามีส่วนเกี่ยวข้องหรือไม่

ชี้เป็นเรื่องกรรมใดใครก่อ

ผบ.ตร.ย้ำด้วยว่า เรื่องราวที่เกิดขึ้นเชื่อว่ามีตำรวจดีมากกว่าตำรวจไม่ดี ใครทำดีสังคมรู้ ส่วนใครทำไม่ดีกรรมจะต้องตามสนองไม่ช้าก็เร็ว จงอย่าตำหนิคนอื่นว่ากระทำต่อเรา ต้องถามตัวเองว่า เคยทำอะไรไว้บ้าง ดีชั่วอย่างไร สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม กรรมใดใครก่อไว้กรรมนั้นก็ตามสนอง อย่าโทษคนอื่นจนลืมมองตัวเรา ในช่วงเวลาที่เหลือของตน อายุราชการไม่ถึงปี จะขอทำแต่สิ่งที่ดีๆ ถ้าทำอะไรไม่ดี ตนพร้อมจะรับฟังคำติชม และพร้อมจะปรับปรุงแก้ไข โอกาสอย่างเดียวไม่เพียงพอที่ตนจะทำงานให้สำเร็จได้ ความร่วมมือของตำรวจทั้งประเทศเท่านั้นที่จะทำให้ตนทำงานไปสู่ความผาสุกของพี่น้องประชาชนได้ เมื่อนั้นความศรัทธาที่มีต่อตำรวจจะคืนกลับมา

ป.ป.ช.ขอข้อมูลทรัพย์สิน

ต่อมานายวรวิทย์ สุขบุญ รองเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. เข้าพบ พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผบ.ตร. ประสานตรวจสอบทรัพย์สินของ พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ อดีต ผบช.ก. โดยนายวรวิทย์ เปิดเผยว่า ป.ป.ช.ได้มาประสานข้อมูลเกี่ยวกับกรณีสอบสวน พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ จึงมาประสานรับข้อมูลไปพิจารณาดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ของกฎหมาย ป.ป.ช. แต่วันนี้ยังไม่ได้ข้อมูล เป็นเพียงการประสานเบื้องต้นว่า ป.ป.ช.ต้องการข้อมูลอะไรบ้าง อาทิ มีใครบ้างที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติกำลังดำเนินการสอบสวนอยู่ ข้อหาอะไร รายการทรัพย์สินที่ยึดมา เพื่อที่ ป.ป.ช.จะเข้ามาดูตามบทบาทหน้าที่ เช่น เรื่องการตรวจสอบการแสดงบัญชีทรัพย์สิน การไต่สวนการร่ำรวยผิดปกติ การทุจริตต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ ส่วนจะให้บอกว่าผิดอย่างไรคงตอบไม่ได้ เนื่องจากยังไม่ได้รับข้อมูลจากตำรวจ

หมายเรียก 2 คนสนิทนายพลดัง

ด้าน พล.ต.ท.ประวุฒิ ถาวรศิริ ผู้ช่วย ผบ.ตร.รรท.ผบช.ก. เปิดเผยว่า ได้ออกหมายเรียกผู้ที่เกี่ยวข้องคดี บช.ก. เป็นครั้งที่ 2 มีนายทรงพล ทองสิน เป็นคนสนิทของ พล.ต.ต.โกวิทย์ วงศ์รุ่งโรจน์ อดีตรอง ผบช.ก. และ พ.ต.ท.ทรงศักดิ์ ขุนศรี รอง ผกก.6 บก.ป. คนสนิทของ พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ อดีต ผบช.ก. เข้ามาสอบสวนในส่วนที่เกี่ยวข้องการเรียกรับผลประโยชน์หลายประเภทที่ทั้งสองคนน่าจะมีส่วนรู้เห็นการกระทำความผิด ซึ่ง พ.ต.ท.ทรงศักดิ์ มีรายงานว่า ได้มีการหลบหนี หากไม่เข้ามาพบพนักงานสอบสวนจะมีการอนุมัติหมายจับกุมดำเนินคดี และมีคำสั่งเรียกตัวนายตำรวจที่น่าเชื่อว่ามีส่วนเกี่ยวข้องเข้ามาสอบสวนรายละเอียดเชื่อมโยงการแอบอ้างเรียกรับผลประโยชน์พบโครงข่ายเชื่อมโยงทรัพย์สินของกลางอีกมากที่ต้องเร่งติดตามนำทรัพย์สินกลับคืนมาให้ได้มากที่สุด

เร่งขยายผลกลุ่มเครือข่าย

รรท.ผบช.ก.เผยอีกว่า นอกจากนี้ จะเร่งสืบสวนจับกุมกลุ่มบุคคลที่เข้ามาเกี่ยวข้องทั้งการซื้อขายตำแหน่ง บ่อนการพนัน ค้าน้ำมันเถื่อนแนวชายแดน และการรับจ้างทวงหนี้ เจ้าหน้าที่ทหารตำรวจจะขยายผลหยุดยั้งขบวนการและจับกุมผู้ที่เกี่ยวข้องดำเนินคดีทั้งหมด ในส่วนการเรียกรับผลประโยชน์ขบวนการค้าน้ำมันผิดกฎหมายที่มีการจ่ายส่วยของนายสหชัย หรือเสี่ยโจ้ เจียรเสริมสิน พ่อค้าน้ำมันรายใหญ่ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้ทยอยเรียกตัวมาสอบสวนผู้ที่มีรายชื่อเกี่ยวข้องประกอบคำให้การของพยานที่เกี่ยวข้องกว่า 10 ปาก มีความสอดคล้องกัน แต่จะให้ความเป็นธรรมทุกคนได้แสดงข้อมูลชี้แจงข้อเท็จจริง

ยันพัวพันพ่อค้าน้ำมันเถื่อน

พล.ต.ท.ประวุฒิรับว่า การสืบสวนทางลับและพยานที่เกี่ยวข้องได้เห็นโครงข่ายพ่อค้าน้ำมันผิดกฎหมายในน่านน้ำทะเลไทยเป็นจำนวนมาก มีเจ้าหน้าที่หลายหน่วยเข้ามาเกี่ยวข้องในการสนับสนุนช่วยเหลือแลกกับประโยชน์มหาศาล ตำรวจบางคนที่เข้าไปเกี่ยวข้องรับส่วยเป็นรายเดือนแลกกับการอำนวยความสะดวก และกดดันผู้ซื้อน้ำมันผิดกฎหมายรายอื่นที่ไม่ใช่พวกตัวเองจำหน่ายน้ำมันเถื่อนได้สะดวก มีทั้งการคุ้มกันและมีผลประโยชน์ร่วมกัน เรื่องนี้ พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผบ.ตร. มีคำสั่งให้เร่งจะสืบสวนสอบสวนผู้ที่เกี่ยวข้องเพื่อดำเนินคดีอาญาและวินัยร้ายแรง รวมทั้งแก้ไขระบบการรับส่วยน้ำมันเถื่อน ซื้อขายตำแหน่ง การเรียกรับประโยชน์ที่ผิดกฎหมายอย่างจริงจัง

ตั้งค่าหัว “เสี่ยโจ้” 1 ล้านบาท

ผู้ช่วย ผบ.ตร.กล่าวด้วยว่า พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผบ.ตร. จะมอบเงินรางวัล 1 ล้านบาท ให้กับผู้ที่แจ้งเบาะแสนำไปสู่การจับกุมนายสหชัย หรือเสี่ยโจ้ เจียรเสริมสิน นักธุรกิจที่มีอิทธิพลเกี่ยวข้องขบวนการค้าน้ำมันเถื่อนในพื้นที่ภาคใต้ และยังอยู่ในระหว่างการหลบหนีคำพิพากษาของศาลจังหวัดปัตตานี เงินจำนวนนี้มีผู้มีจิตศรัทธาสนับสนุนเพื่อช่วยตำรวจในการหาข้อมูลเบาะแสที่นำไปสู่การจับกุมตัว และจากข้อมูลการข่าวพบว่า เสี่ยโจ้ หรือนายสหชัยยังมีความเคลื่อนไหวอยู่ในประเทศเพื่อนบ้านและประเทศออสเตรเลีย เสี่ยโจ้ถือเป็นกุญแจสำคัญที่จะเป็นประโยชน์ต่อการขยายผลไปยังผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการรับส่วยจากการค้าน้ำมันเถื่อน จึงอยากให้รีบเข้ามอบตัวกับเจ้าหน้าที่เพื่อความปลอดภัย

“รองเต่า” ยังล่องหนติดต่อไม่ได้

ที่ บก.ป. พ.ต.อ.อัคราเดช พิมลศรี รอง ผบก.ป. รรท. ผบก.ป.กล่าวถึงกรณีของ พ.ต.ท.ทรงรักษ์ ขุนศรี รอง ผกก.6 บก.ป. หรือ “รองเต่า” หายตัวไปหลังมีหนังสือเรียกให้เข้ารายงานตัวว่า ขณะนี้ยังไม่สามารถติดต่อ พ.ต.ท.ทรงรักษ์ ได้ ไม่ว่าทางใด อย่างไรก็ดีได้มอบหมายให้ พ.ต.อ.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผกก.6 บก.ป. ผู้บังคับบัญชาโดยตรงเป็นผู้ประสานติดต่อเรียกเข้ารายงานตัวกับตนแล้ว ผู้สื่อข่าวถามว่าได้กำหนดระยะเวลาเข้ารายงานตัวไว้หรือไม่ พ.ต.อ.อัคราเดช กล่าวว่า ยังคงให้เวลาผู้ใต้บังคับบัญชาประสาน ติดต่อ พ.ต.ท.ทรงรักษ์ อีกระยะก่อน หากยังไม่เข้ามารายงานตัว หรือติดต่อไม่ได้จะพิจารณาอีกครั้ง

เผยประวัติรุ่นเดียว ผกก.อั้ม

สำหรับ พ.ต.ท.ทรงรักษ์ เป็นเพื่อนร่วมรุ่น นรต.49 ของ พ.ต.อ.อัครวุฒิ์ หลิมรัตน์ อดีต ผกก.1 บก.ป. หรือ ผกก.อั้มผู้ล่วงลับ นับว่าเป็นนายตำรวจที่มีฝีมือและมีความรู้ความสามารถ โดยเฉพาะด้านการสืบสวนตามหลักพฤติกรรมศาสตร์ เคยผ่านการอบรมหลักสูตรของหน่วยงานสอบสวนกลาง สหรัฐอเมริกา หรือเอฟบีไอ มีผลงานร่วมกับตำรวจ บก.ป. จับกุม นายวิกเตอร์ บูธ ชาวรัสเซีย อดีตเคจีบี พ่อค้าอาวุธสงคราม ที่ทางการสหรัฐฯ ต้องการตัว ร่วมกันจับกุมนายสมชาย คุณปลื้ม หรือกำนันเป๊าะ คดีทุจริตจัดซื้อที่ดินเขาไม้แก้ว รวมทั้งคดีฆ่าเอาประกัน ต่อมาเมื่อเดือน มิ.ย. 2557 พล.ต.ต.โกวิทย์ วงศ์รุ่งโรจน์ รอง ผบช.ก.ขณะนั้นได้ทำเรื่องขอตัวไปช่วยราชการชุดเฉพาะกิจ ของ บช.ก.

2 ส.อ.แก๊งอุ้มเบี้ยวมอบตัว

ที่ บช.น. เมื่อเวลา 13.30 น. สื่อมวลชนแห่กัน ไปรอบันทึกภาพทำข่าว ส.อ.ณธกร ยาศรี อายุ 29 ปี และ ส.อ.ธีรพงศ์ ช่อจำปี อายุ 28 ปี ผู้ต้องหาร่วมแก๊งอุ้มทวงหนี้ของนายณัฐพล หรือกอล์ฟ สุวะดี (อัครพงศ์ปรีชา) อายุ 29 ปี ที่นัดหมายจะเข้ามอบตัว สุดท้ายไม่ได้เดินทางมา เกี่ยวกับกรณีดังกล่าว พล.ต.ท.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล ผบช.น. เผยว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการประสานกองทัพจะนำตัวผู้ต้องหาเข้ามาส่งเมื่อใด ถ้าทางต้นสังกัดพร้อมน่าจะนำตัวส่งให้พนักงานสอบสวนทันที ทางกองทัพก็ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี ส่วนจะมีเจ้าหน้าที่ทหารเข้าไปมีส่วนพัวพันมากกว่านี้หรือไม่ต้องสอบสวนอีกครั้ง ขอยืนยันว่า จะดำเนินการอย่างตรงไปตรงมา ผิดก็ว่าไปตามผิด โดยมีผู้บัญชาการควบคุมดูแลด้วยตนเอง

ลุยยึดโกดังไม้อีกระลอก

ขณะเดียวกัน พล.ต.ต.ประสพโชค พร้อมมูล ผบก.ปทส. พร้อมด้วยนายธีรภัทธ ประยูรสิทธิ อธิบดีกรมป่าไม้ นำกำลังเข้าตรวจสอบโกดังเก็บไม้แปรรูปและสิ่งประดิษฐ์เฟอร์นิเจอร์ไม้ ด้านหลังสวงค์อพาร์ตเมนต์ เลขที่ 16/21 หมู่ 2 ถนนแจ้งวัฒนะ ต.คลองเกลือ อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี เป็นทรัพย์สินของเครือข่าย พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ อดีต ผบช.ก. ตรวจสอบโกดังแรกพบไม้แปรรูป 2,774 แผ่น มีทั้งไม้สัก ไม้มะค่า ไม้ประดู่ และสิ่งประดิษฐ์ประเภทโต๊ะเก้าอี้ฝังมุกและวงกบประตูรวม 40 ชิ้น นอกจากนี้ยังพบตู้เซฟชนิดฝังผนังขนาดกว้าง 1 ฟุต ยาว 2ฟุต ลึก 1 ฟุต อยู่ในกองไม้ จึงยึดไว้เพื่อส่งมอบเจ้าหน้าที่ตรวจสอบภายหลัง ส่วนโกดังอีก 2 หลัง เจ้าหน้าที่ยังพบมีไม้เสาและไม้แผ่นใหญ่ๆ ไม่ต่ำกว่า 500 ชิ้น เครื่องจักรที่ใช้ในการแปรรูปไม้อีก 10รายการ

กรมศิลป์คัดแยกวัตถุโบราณ

ก่อนหน้าเมื่อเวลา 11.00 น. นายบวรเวท รุ่งรุจี อธิบดีกรมศิลปากร พร้อมด้วย นายอาวุธ สุวรรณาศรัย คณะกรรมการตรวจพิสูจน์โบราณวัตถุ กรมศิลปากร และอดีตหัวหน้าพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติอู่ทอง ตลอดจนเจ้าหน้าที่ภัณฑารักษ์ และนิติกร กรมศิลปากร เดินทางไปที่กองพันทหารราบที่ 1 กรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็กรักษาพระองค์ ถ.วิภาวดีรังสิต เข้าตรวจพิสูจน์และคัดแยกโบราณวัตถุของกลางที่ยึดได้จากเครือข่าย พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ อดีต ผบช.ก. หลังจากนั้น นายบวรเวทเผยว่า นำเจ้าหน้าที่มาตรวจการคัดแยก พร้อมติดป้ายและเชือกสี ทำสัญลักษณ์ แยกตามประเภท โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ และสิ่งของเทียมเลียนแบบ พบว่า โบราณวัตถุที่มีอายุเก่าแก่ ส่วนใหญ่ทำจากหินทราย อาทิ พระพุทธรูปขอมโบราณ ศิลปะพนมดา พุทธศตวรรษที่ 12 อายุกว่า 1,400 ปี เทวรูปพระนารายณ์ ศิลปะเขมร สมโบว์ พุทธศตวรรษที่ 12-13 อายุราว 1,300-1,400 ปี ส่วนศิลปวัตถุ พบว่า มีทั้งของไทยและของนำเข้าจากต่างประเทศ ศิลปะ จีน ยุโรป อินเดีย ส่วนของเทียมเลียนแบบมีทั้ง เทวรูปหินทราย รูปแกะสลักพระพุทธรูปไม้ เป็นจำนวนมาก

ขึ้นเว็บไซต์ตามหาเบาะแส

อธิบดีกรมศิลปากรกล่าวต่อไปว่า มอบหมายให้เจ้าหน้าที่กรมศิลปากร บันทึกภาพโบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ โดยรวบรวมนำขึ้นเว็บไซต์กรมศิลปากร เพื่อให้ประชาชนสามารถตรวจสอบ กรณีที่มีการสูญ หาย โดยสามารถนำหลักฐานมาแจ้งขอตรวจสอบได้ ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติทั้ง 44 แห่งทั่วประเทศ หรือกรมศิลปากร และเมื่อคัดแยกเสร็จเรียบร้อยแล้ว จะมีการจัดทำทะเบียนโบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ จากนั้น กรมศิลปากรจะประสานไปยังเจ้าหน้าที่ทหารขอนำเฉพาะโบราณวัตถุไปเก็บรักษาที่คลังโบราณวัตถุ อ.คลองห้า จ.ปทุมธานี อย่างไรก็ตาม จะแถลงความคืบหน้าอย่างเป็นทางการอีกครั้ง วันที่ 2 ธ.ค.นี้ เวลา 11.30 น. ที่อาคารหอพระสมุดวชิรญาณ สำนักหอสมุด แห่งชาติ

ผบ.ทร.บอกกำลังพลไม่เกี่ยว

ที่กองทัพเรือ สายวันเดียวกัน พล.ร.อ.ไกรสร จันทร์สุวานิชย์ ผู้บัญชาการทหารเรือ ให้สัมภาษณ์ถึงการกำชับกำลังพลให้ดูแลเข้มงวดการลักลอบนำเข้าน้ำมันเถื่อนตามแนวชายแดนว่า ทางกองทัพเรือ ภาคโดยหน่วยที่ดูแลในพื้นที่จัดกำลังพลออกลาด ตระเวนอยู่แล้ว ไม่มีปัญหาอะไร ยืนยันกำลังพลไม่เกี่ยวข้องกับวังวนทั้งหลาย เพราะเชื่อว่ากำลังพลของกองทัพเรือทำหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายได้ดี ไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อน

ผู้ต้องหาโผล่มอบตัวอีกราย

ล่าสุดเวลา 19.00 น. พล.ต.ท.ประวุฒิ ถาวรศิริ ผู้ช่วย ผบ.ตร.รรท.ผบช.ก.เดินทางที่ บช.น.พร้อมพนักงานสอบสวน สน.วัดพระยาไกร เข้าสอบผู้ต้องหาคดีกรรโชกทรัพย์ที่เหลืออีก 3 คน ที่สำนักงาน ผบช.น. หลังชุดสืบสวนนำโดย พล.ต.ต.สมบัติ มิลินทจินดา ผบก.สส.บช.น.ไปรับนายวิทยา หรือแท็ก เทศขุนทด อายุ 26 ปี ที่มอบตัวผ่านสถานีโทรทัศน์แห่งหนึ่ง ทั้งนี้ พล.ต.ท.ประวุฒิกล่าวว่า ชุดสืบสวนนำตัวนายวิทยามามอบให้พนักงานสอบสวนสอบปากคำและแจ้งข้อกล่าวหา ส่วนผู้ต้องหาอีก 2 ราย คือ ส.อ.ธนกร ยาศรี และ ส.อ.ธีรพงศ์ ช่อจำปี ได้รับแจ้งจากนายทหาร พระธรรมนูญว่า จะนำตัวมาส่งให้พนักงานสอบสวนสอบปากคำแจ้งข้อหาภายในตอนค่ำเช่นเดียวกัน

เจาะตู้เซฟมีแต่ความว่างเปล่า

มีรายงานด้วยว่า ทหารจาก ร.1 พัน. 2 รอ. และตำรวจเข้าตรวจบ้านเลขที่ 50/962-3 หมู่ 9 หมู่บ้านเมืองทองธานี โครงการเอ ซอยเอ 2 ถนนแจ้งวัฒนะ ต.บางพูด อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี ของ พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ อดีต ผบช.ก.อีกหลัง เนื้อที่ประมาณ 100 ตร.ว. เป็นบ้านกำลังสร้างต่อเติม ที่บริเวณชั้นล่างพบแผ่นไม้กระดานเป็นไม้มะค่ากองอยู่ 150 แผ่น บนชั้น 2 พบตู้เซฟสีเทา ยี่ห้อชับบ์ 3 ตู้ ขนาดสูง 1.8 เมตร กว้าง 1 เมตร วางติดกันอยู่ บนห้องใหญ่ด้านหน้า เจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญใช้สว่านเจาะตู้เซฟเพื่อปลดรหัสล็อก เป็นตู้สภาพใหม่ผลิตมา จากประเทศมาเลเซีย ช่างสามารถเปิดตู้เซฟได้เพียง 2 ตู้ ่ไม่พบสิ่งของ หรือทรัพย์สินมีค่าแต่อย่างใด

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วงผบ.ตร.เครือข่ายพงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์เสี่ยโจ้กวาดล้างสารพัดส่วยป.ป.ช.พ่อค้าน้ำมันเถื่อนสหชัย เจียรเสริมสินรองเต่าทรงรักษ์ ขุนศรีผู้ต้องหามอบตัวข่าวอาชญากรรม

ข่าวแนะนำ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้