ข่าว
100 year

วิบากกรรมสินค้าประมงไทย

หมัดเหล็ก2 ธ.ค. 2557 05:01 น.
SHARE

บทความของ สมศักดิ์ ปณีธัตยาศัย นายกสมาคมกุ้งไทยชี้ให้เห็นถึงวิบากกรรมอุตสาหกรรมประมงไทย กำลังอยู่ในช่วงขาลงที่ต้อง พิจารณาทบทวนถึงความอยู่รอดของอุตสาหกรรมด้านนี้ ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา เป็นเวลาที่ท้าทายของ อุตสาหกรรมประมงไทยโดยเฉพาะกุ้ง นอกจากปัญหาโรคระบาด ภัยธรรมชาติที่ยากจะควบคุมแล้ว มีเรื่องการปฏิบัติไม่เป็นธรรมทางการค้าอีกกระทอก

ข้อกล่าวหาการใช้แรงงานทาส การทำประมงผิดกฎหมาย ปัญหาสิทธิมนุษยชน การใช้แรงงานเด็ก เป็นข้ออ้างที่ประเทศผู้นำเข้ารายใหญ่ยกขึ้นมาเพื่อนำไปสู่การออกมาตรการที่ไม่ใช่ด้านภาษีมากีดกันการนำเข้าสินค้าประมงจากประเทศไทย ล่าสุด ที่สินค้าประมงไทยต้องเผชิญกับมาตรการกีดกันและปฏิบัติที่ไม่เป็นธรรมทางการค้า จากสหรัฐฯและอียู กรณีนี้อาจทำให้ไทยตกอยู่ในสถานะประเทศที่ถูกจับตาเป็นพิเศษ หรือโดนใบเหลือง ถือเป็นมาตรการกีดกันทางการค้าในระยะสั้น หลังจากนี้หากประเทศไทยไม่สามารถแสดงให้เห็นว่ามีการปรับปรุงแก้ไขข้อกล่าวหาทั้งหมดให้ดีขึ้น อียูก็จะประกาศให้ ใบแดง ประเทศไทยนั่นหมายถึงว่ามีการระงับการนำเข้าสินค้าประมงของไทยทั้งหมด

นอกจากนี้จะมีการพิจารณาตัดสิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากร หรือ จีเอสพี สินค้าจากไทย ซึ่ง กุ้ง ก็เป็นสินค้าที่อยู่ในกลุ่มนี้ด้วย มูลค่าการส่งออกจะหายไปทันที 1.4-1.5 หมื่นล้านบาท จะต้องเสียภาษีสำหรับสินค้า กุ้งสด จากร้อยละ 4.2 เป็นร้อยละ 12 และสินค้า กุ้งต้มสุก จากร้อยละ 7 เป็นร้อยละ 20 อุตสาหกรรมการส่งออกกุ้ง จะหายนะทันที

หรืออย่างกรณีที่ สหรัฐฯประกาศลดระดับประเทศไทยในรายงานสถานการณ์การค้ามนุษย์ ประจำปี 2014 ตกไปอยู่ในกลุ่มบัญชี เทียร์ 3 ซึ่งเป็นกลุ่มประเทศที่มีสถานการณ์การค้ามนุษย์ที่แย่มากที่สุด จะมีผลกระทบกับสินค้า กุ้งไทย ไม่สามารถส่งออกไปยังตลาดของสหรัฐฯในระยะหนึ่ง ทั้งๆที่กุ้งส่งออกของไทยเป็นผลผลิตที่เกิดจากการเลี้ยงจากฟาร์มประมาณร้อยละ 90 ไม่ใช่กุ้งที่จับโดยแรงงานบนเรือประมง ถึงจะชี้แจงอย่างไรสหรัฐฯก็จะมองว่า กุ้งเลี้ยงก็ใช้อาหารจากปลาที่นำมาจากการใช้แรงงานบนเรือประมง จะตีความหาเรื่องให้ได้

ที่ผ่านมา การผลิตกุ้งของไทยและหลายประเทศในเอเชียประสบกับภาวะ อาการตายด่วนและโรคตาแดงดวงขาว จากรายงานของสมาคมกุ้งไทย ส่งผลให้การผลิตกุ้งหายไปกว่าร้อยละ 50 จากปี 2012 จาก 540,000 ตัน เหลือเพียง 250,000 ตันในปี 2013 มูลค่าการส่งออกลดลงจาก 3,075 ล้านเหรียญสหรัฐฯเหลือเพียง 2,169 ล้านเหรียญ

สถานการณ์ที่เกิดกับสินค้าประมงไทยเวลานี้ ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบอีกต่อไป แต่เต็มไปด้วยขวากหนาม โดยเฉพาะการกีดกันทางการค้าที่ไม่ใช่ภาษี และผู้นำเข้ารายใหญ่ยังพยายามที่จะกำหนดมาตรฐานสินค้าขึ้นมาเองอีกต่างหาก เท่ากับว่าไทย กำลังเจอการกีดกัน สองเด้ง จากตลาดยุโรปและสหรัฐฯ

ถ้าภาครัฐจะนั่งดูตาปริบๆไม่ขยับเขยื้อนอุตสาหกรรมประมงไทยตายอย่างเขียดแน่นอน.

หมัดเหล็ก

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

คาบลูกคาบดอกสมศักดิ์ ปณีธัตยาศัยภาษีศุลกากรจีเอสพีสินค้ากุ้งค้ามนุษย์แรงงานเด็ก

ข่าวแนะนำ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้