ข่าว
100 year

ไปดูบ้านเขาย้อนมาดูบ้านเรา (1)

สายล่อฟ้า2 ธ.ค. 2557 05:01 น.
SHARE

ยังค้างคาท่านผู้อ่านเกี่ยวกับการเดินทางไปอินโดนีเซีย 5 วัน เมื่อ 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา เพื่อไม่ให้ติดค้างกันก็ขอเริ่มเรื่องกันเลย การไปครั้งนี้ผู้ที่จุดพลุขึ้นมาก็คือ คุณโทนี่ “ชาติศิริ โสภณพนิช” กรรมการผู้จัดการใหญ่ธนาคารกรุงเทพ จำกัด

เมื่อมีโอกาสได้พบปะแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันในทุกเรื่อง โดยเฉพาะความห่วงใยสภาพเศรษฐกิจที่ยังไม่ดีขึ้น แม้การเมืองจะสงบราบเรียบก็ตาม

คุณโทนี่มีความห่วงใยเรื่องเศรษฐกิจมากเป็นพิเศษ และได้เล่า ถึงอินโดนีเซียที่กำลังมีการพัฒนาอย่างก้าวกระโดดและบูมสุดในกลุ่มประเทศอาเซียนด้วย

ก็เลยอยากชักชวนให้ไปดูกันแบบว่า “สิบปากว่าไม่เท่าตาเห็น” ทำนองนั้น

แม้ว่าธนาคารกรุงเทพจะมีสาขาที่อินโดนีเซียถึง 3 สาขา แต่สามารถบริหารจัดการได้เป็นอย่างดีอยู่มาถึง 47 ปีแล้ว ปัจจุบันมีคุณชลิต เตชัสอนันต์ ดูแลทั้ง 3 สาขา แม้จะต่างเมืองก็ตาม

นัยนี้จึงไม่มีความจำเป็นที่จะต้องให้ไปดูธุรกิจของเขา แต่ต้องการให้เห็นภาพกว้างของอินโดนีเซียมากกว่า

ว่าทำไมประเทศที่มีเศรษฐกิจใหญ่ลำดับที่ 16 ของโลกในปัจจุบัน แต่ได้ตั้งเป้าหมายเอาไว้ว่า ในปี 2030 จะทำให้เศรษฐกิจโตลำดับ 7 ของโลกให้ได้

ความน่าสนใจมันอยู่ตรงนี้ครับ!?

เผอิญว่า ในช่วงการเดินทาง ซึ่งคุณโทนี่พร้อมจะเดินทางไปด้วย แต่ก็มีเหตุจำเป็นเพราะรัฐบาลพม่าเชิญตัวโดยด่วน เพื่อให้ไปเจรจาเรื่องการเปิดสาขาธนาคารที่นั่น ก็เป็นอันว่าไม่ได้เดินทางร่วมกัน ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าเสียดายอย่างยิ่ง

แต่ก็ได้ความว่าการเจรจากับรัฐบาลพม่าสำเร็จเรียบร้อยเปิดสาขาใหม่ได้เลย แต่ต้องยอมรับเงื่อนไข 8 ประการ อันเป็นหลักการใหม่ของพม่า สำหรับนักลงทุนจากต่างประเทศ

ด้วยกฎเกณฑ์ที่ตั้งขึ้นมานี่แหละน่าจะเป็นมาตรฐานใหม่ของประเทศต่างๆ ที่ควรเอาแบบอย่าง เพื่อใช้เป็นหลักเกณฑ์ในการรับผู้ลงทุนจากต่างประเทศ
ไม่ต้องมี “ใต้โต๊ะ” แต่ว่ากันบนโต๊ะอย่างโปร่งใส

“อินโดนีเซีย” นั้นเป็นประเทศใหญ่ที่มีพื้นที่ 1.9 ล้าน ตร.กม. มีเกาะต่างๆนับพันๆเกาะ หลอมรวมเป็นประเทศ ประชากร 251 ล้านคน มุสลิม 86% ถือว่ามีจำนวนมากที่สุดในโลก นอกนั้นก็มีคริสเตียนคอทอลิก 10% ที่เหลือก็แบ่งๆกันไป

จีดีพีมากกว่าไทย 2.4 เท่า อยู่ระหว่างการปรับจากเกษตรกรรมสู่อุตสาหกรรม ซึ่งมีค่าแรงแพงกว่าเกษตรกร 2.6 เท่า

จริงแล้วก่อนหน้านี้อินโดนีเซียก็มีความเจริญไม่แพ้ไทย แม้ของเราจะดีกว่า แต่ของเขาก็ไม่ได้ด้อยกว่ากันมากนัก เนื่องจากมีประชากรมาก ประเทศใหญ่ ทรัพยากรธรรมชาติเพียบ ทั้งบนดิน ใต้ดิน และในทะเลที่กว้างขวาง

แต่ก็อย่างว่าแหละ...ใหญ่แค่ไหน หากผู้นำประเทศไม่ดี มีทุจริต คอร์รัปชันกันมาก ความแตกแยกของคนในชาติจึงเป็นอุปสรรคใหญ่

พอมาเจอ “ต้มยำกุ้ง” ที่เกิดขึ้นในประเทศไทย แต่มีผลกระทบไปถึงเขาด้วยก็เจ๊งกันระนาว ความเติบโตก็ร่วงรูดจนแทบจะไม่มีราคา

สุดท้ายเขาก็สามารถพลิกฟื้นขึ้นมาได้ในเวลาอันรวดเร็ว

ทุกวันนี้ หากจะดูว่าประเทศไหนมีความเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างรวดเร็ว ให้สังเกตจากความเป็นไปได้ กลางวันถนนหนทางจะเต็มไปด้วยรถยนต์ที่ติดกันเป็นแพ ประชาชนจะเดินกันพลุกพล่าน ยามค่ำคืนแสงไฟจะสว่างไสวกันไปทั้งเมือง เห็นอย่างนี้ต้องบอกว่า...ใช่แล้ว

ใครไปเที่ยวหรือไปทำธุรกิจที่บ้านเขาจำไว้อย่างหนึ่งก็คือ จะต้องเผื่อเวลาเอาไว้อย่างน้อย 1 ชั่วโมง มิฉะนั้นจะผิดเวลานัดหมาย หรือมิฉะนั้นอาจตกเครื่องบินได้
ทำไม “อินโดนีเซีย” จะมีเศรษฐกิจโตลำดับ 7 ของโลก พรุ่งนี้มาว่ากันต่อครับ...

“สายล่อฟ้า”

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

กล้าได้กล้าเสียสายล่อฟ้าชาติศิริ โสภณพนิชอินโดนีเซียเศรษฐกิจชลิต เตชัสอนันต์

ข่าวแนะนำ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้