ข่าว
100 year

แห่ร้อง “รับสร้างบ้าน-ดูแลเด็ก” ขี้ฉ้อ สคบ.จ่อขึ้นบัญชีคุมสัญญา

ทีมข่าวเศรษฐกิจ1 ธ.ค. 2557 05:30 น.
SHARE

อำพล วงศ์ศิริ

สคบ.เสนอ “ปนัดดา” เคาะธุรกิจรับสร้างบ้าน และธุรกิจให้บริการดูแลเด็ก ผู้สูงอายุ ผู้ป่วย เป็นธุรกิจควบคุมสัญญา หลังมีเรื่องร้องเรียนทะลัก ชาวบ้านถูกเอาเปรียบ ขณะที่สถิติเรื่องร้องเรียนธุรกิจท่องเที่ยวครองอันดับ 1 ตามด้วยธุรกิจอสังหาริมทรัพย์

นายอำพล วงศ์ศิริ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) เปิดเผยว่า จะเสนอให้ที่ประชุมคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (คคบ.) ที่มี ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน พิจารณาเห็นชอบให้ธุรกิจรับจ้างก่อสร้างบ้าน และธุรกิจให้บริการดูแลเด็ก ผู้ป่วย ผู้สูงอายุ และคนทุพพลภาพ ตามที่อยู่อาศัย เป็นธุรกิจควบคุมสัญญา ในช่วงกลางเดือน ธ.ค.นี้ เนื่องจากที่ผ่านมาธุรกิจทั้งสองประเภทมีปัญหาเกิดขึ้นมาโดยตลอด และส่งผลเสียหายต่อผู้บริโภคเป็นจำนวนมาก จึงต้องเข้ามาควบคุมธุรกิจดังกล่าวให้เข้มงวดมากขึ้น

สำหรับปัญหาของธุรกิจรับสร้างบ้านนั้น สคบ.มักจะได้รับการร้องเรียนจากผู้บริโภคเป็นอันดับต้นๆ โดยเรื่องที่ถูกร้องเรียนมากที่สุดคือ ผู้รับเหมาทิ้งงาน การก่อสร้างล่าช้า และเกิดการชำรุดภายหลังก่อสร้างแล้วเสร็จ เพราะใช้วัสดุก่อสร้างที่ไม่มีคุณภาพ การก่อสร้างไม่เป็นไปตามรูปแบบหรือสัญญาที่ระบุไว้ ซึ่งปัญหาทั้งหมด มีผลให้ผู้บริโภคได้รับความเดือดร้อน และเกิดอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สิน แม้ว่าในช่วงที่ผ่านมา สคบ.จะลงโทษผู้ประกอบการผ่านการฟ้องร้องทางแพ่งเพื่อเรียกค่าเสียหายคืนให้ผู้บริโภค แต่ปัญหาดังกล่าวก็ยังเกิดขึ้นอยู่เป็นประจำ

ส่วนธุรกิจให้บริการดูแลเด็ก ผู้ป่วย ผู้สูงอายุ และคนทุพพลภาพ ตามที่อยู่อาศัย มักจะมีปัญหาเกิดเหตุการณ์กระทำรุนแรงขึ้นอยู่บ่อยครั้ง รวมไปถึงปัญหาการผิดสัญญา และการละเมิดสิทธิ ซึ่งปัจจุบันการประกอบธุรกิจดังกล่าวยังไม่มีกฎหมายเฉพาะเพื่อควบคุมการประกอบกิจการ และหน่วยงานของรัฐหลายองค์กรที่เกี่ยวข้องก็ไม่มีอำนาจในการที่จะควบคุมดูแลได้ หากประกาศเป็นธุรกิจควบคุมสัญญาแล้วผู้ประกอบธุรกิจฝ่าฝืนจะมีความผิดต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

อย่างไรก็ตาม สถิติเรื่องร้องเรียนจากผู้บริโภคในช่วงที่ผ่านมา ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.2556-30 ก.ค.2557 พบว่า กลุ่มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์มีเรื่องร้องเรียนเป็นอันดับที่ 2 รองจากเรื่องที่เกี่ยวกับการท่องเที่ยว แบ่งเป็น เรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับอาคารชุด ที่มีสาเหตุและปัญหาเรื่องร้องเรียนไม่เป็นไปตามที่ระบุไว้ในสัญญา จำนวน 122 เรื่อง การก่อสร้างไม่แล้วเสร็จ จำนวน 96 เรื่อง การไม่ดำเนินการตามที่โฆษณา จำนวน 39 เรื่อง มีการชำรุดหลังปลูกสร้าง จำนวน 32 เรื่อง ขอเงินจองคืน จำนวน 26 เรื่อง กู้ไม่ผ่าน, กู้ไม่ได้เต็มจำนวนที่ขอกู้ จำนวน 24 เรื่อง ไม่ดำเนินการโอนกรรมสิทธิ์ จำนวน 22 เรื่อง ไม่ปลูกสร้าง จำนวน 21 เรื่อง ยกเลิกสัญญา จำนวน 20 เรื่อง และไม่คืนเงินมัดจำ/ค่าจอง จำนวน 18 เรื่อง

ส่วนเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับบ้านจัดสรร มีสาเหตุและปัญหาร้องเรียน กรณีชำรุดหลังการปลูกสร้าง จำนวน 48 เรื่อง ขอให้ตรวจสอบโครงการ จำนวน 36 เรื่อง ก่อสร้างไม่แล้วเสร็จ จำนวน 29 เรื่อง ไม่เป็นไปตามที่ระบุไว้ในสัญญา จำนวน 26 เรื่อง ไม่ดำเนินการตามที่โฆษณา จำนวน 25 เรื่อง ขอให้ชดใช้ค่าเสียหาย จำนวน 23 เรื่อง ไม่จัดทำสาธารณูปโภคในโครงการ จำนวน 14 เรื่อง มีการก่อสร้างแล้วเสร็จแต่เก็บงานไม่เรียบร้อย จำนวน 13 เรื่อง กู้ไม่ผ่าน, กู้ได้ไม่เต็มจำนวนที่ขอกู้ จำนวน 12 เรื่อง และไม่คืนเงินมัดจำ/ค่าจอง จำนวน 9 เรื่อง.

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

อำพล วงศ์ศิริสคบ.ปนัดดา ดิศกุลคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคธุรกิจรับสร้างบ้านธุรกิจให้บริการดูแลเด็กบ้านจัดสรรอสังหาริมทรัพย์ท่องเที่ยว

ข่าวแนะนำ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้