ข่าว
100 year

เม้าท์มอย ยกเมฆ! เมื่อดาราถามหาจรรยาบรรณสื่อ?

ไทยรัฐออนไลน์1 ธ.ค. 2557 05:30 น.
SHARE

กลายเป็นเรื่องอื้อฉาวของวงการบันเทิงเรื่องหนึ่งขณะนี้ เมื่อค่ายยักษ์ใหญ่ของวงการสื่อวิทยุและโทรทัศน์ไทย ออกมาแถลงข่าวรับผิดกรณีใช้ "หน้าม้า" คุยเข้าสาย "จัดฉาก" เม้าท์มอยกล่าวหาดาราสาวจนได้รับความเสียหาย จนทำให้เกิดกระแสต่อว่ารายการดังกล่าว กระทั่งสังคม และโลกโซเชียลเน็ตเวิร์กได้ทวงถามถึงจริยธรรมของ "สื่อมวลชน" ในวันนี้ ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ ได้สอบถามไปยังผู้ตกเป็นเหยื่อ ผู้เกี่ยวข้องในวงการสื่อมวลชนและวงการบันเทิง โดยให้ความเห็นที่น่าสนใจ ดังนี้

บุ๋ม-ปนัดดา วงศ์ผู้ดี


รู้สึกแย่ เหมือนถูกแทงข้างหลัง

"บุ๋ม-ปนัดดา วงศ์ผู้ดี" อดีตนางสาวไทย และพิธีกรชื่อดัง ผู้ตกเป็น "เหยื่อ" จากสื่อ ยอมรับว่า โดนแบบนี้ทำให้รู้สึกแย่มาก ที่ผ่านมาอยู่วงการบันเทิงมา 14 ปี โดนข่าวเสียหายมาแล้วมากมาย ทั้งขายตัว เป็นเมียน้อยคนอื่น ขี้วีน หรือจะเป็นข่าวรักๆ ใคร่ๆ กับบางคนที่ไม่เคยคุยด้วย ก็โดนมาแล้ว แต่คราวนี้เหตุเพราะผู้โฟนอินอ้างตัวเป็นช่างแต่งหน้าเวทีนางสาวไทย ซึ่งบุ๋มรู้จักเกือบทั้งหมด เพราะเราเป็นหนึ่งในทีมผู้บริหารของเครื่องสำอางนั้น จึงรู้สึกแปลกใจและเริ่มสืบกระทั่งรู้ความจริงว่าเป็นทีมงานคนหนึ่ง ทีแรกที่รู้ก็ยังไม่เชื่อ ให้น้องๆ ดาราช่วยเช็กว่ามีคนชื่อนี้จริงหรือไม่ จนกระทั่งมีการยืนยันว่าเป็นจริง จึงต้องปกป้องคนของเรา ชื่อเสียงของเรา ด้วยการแถลงข่าว

อดีตนางสาวไทย เล่าเบื้องหลังให้ฟังต่อว่า หลังจากตัดสินใจว่าจะแถลงข่าว ตอน 5 ทุ่ม ทางทีมงานโทรมาสารภาพผิด ถามเราจะเอายังไง ตอนนั้นเราร้องไห้มา 3 วันแล้ว คิดอะไรไม่ออก เลยบอกว่าขอคิดดูก่อน แต่สิ่งที่เขาทำเหมือนกับแทงข้างหลัง เราเพิ่งให้สัมภาษณ์ตอนกลางวัน พอตอนเย็นกลับโดนแบบนี้ ทำแบบนี้เราจะไว้ใจใครได้หรือ ทั้งที่เราเป็นคนจริงใจกับคน แต่ทำไมสื่อทำกับเราขนาดนี้ ต้องฆ่ากันขนาดนี้เลยใช่มั้ย คิดอยู่อย่างเดียวว่า "ทำไม" คิดอะไรไม่ออกจริงๆ แต่เมื่อมาคิดดูอีกที หากเราไม่เอาเรื่อง ผู้บริสุทธิ์อย่างทีมงานช่างแต่งหน้าเรา ที่มีการอ้างว่าเป็นคนเม้าท์ก็จะเดือดร้อน แต่ถ้าเอาเรื่อง ก็จะมีผู้เดือดร้อน อาจถูกไล่ออก เขาเองอาจจะคิดตื้นไป หรือรู้เท่าไม่ถึงการณ์

ขึ้นชื่อเรื่องเป็นคนตรง!


เกลือจิ้มเกลือ! ด่าออกสื่อ ต้องให้ทีมงานขอโทษผ่านสื่อ

"เมื่อคุณด่าบุ๋มออกสื่อ ขอโทษก็ต้องออกสื่อ ก็เลยมาจบที่การแถลงข่าวโดยที่ไม่มีการฟ้องร้อง แต่บุ๋มมีข้อแม้ว่า ต้องให้ทีมงานออกมานั่งรับผิดชอบด้วยกัน เพราะการทำงานเป็นทีม ผิดก็ต้องยืดอกรับทั้งทีม เหมือนกรณีพิธีกรคู่รายหนึ่ง ที่ทีมงานเตรียมสคริปต์ให้ แต่คนโดนฟ้องเป็นพิธีกร ที่เสียใจก็นิดหน่อยตรงที่น้องที่เรารู้จัก ซึ่งทำหน้าที่พิธีกรวันนั้นไม่ปราม กลับปล่อยให้มีการเม้าท์กันอย่างรุนแรง แต่ก็ไม่โทษน้องเขาทั้งหมด ก็เลยต้องออกมารับผิดด้วยกัน"

นักแสดงสาว เล่าต่อว่า เคยถามรุ่นพี่สื่อ หากเจอกรณีแบบนี้ ไม่สามารถหาตัวแหล่งข่าวได้จะทำอย่างไร รุ่นพี่สื่อก็แนะนำว่า ก็ให้บอกตามความจริงว่ามีข่าวแบบนี้ แต่หาตัวแหล่งข่าวไม่ได้ จะติดตามมารายงานต่อไป ซึ่งอันนี้เรายอมรับได้ แต่ไม่ใช่มาสร้างเรื่องขึ้นมา อันนี้คือผิดจรรยาบรรณเต็มๆ

บทเรียนคนทำข่าว ต้องคำนึง 'จรรยาบรรณ'

"สื่อมวลชนกับดารา เหมือนน้ำพึ่งเรือเสือพึ่งป่า สื่อต้องการข่าวจากเรา เราต้องการสื่อเพื่อให้โด่งดัง แต่จะมองหน้ากันติดในระยะยาวหรือไม่ มันอยู่ที่จรรยาบรรณในการเสนอข่าว ดังนั้น ในส่วนของสื่อ ก็อยากจะวิงวอน หากมีอะไรสงสัยก็ให้สัมภาษณ์กัน แต่อย่ามาทำร้ายกันด้วยการ ฟังเขาเล่ามาแล้วทำแบบนี้โดยที่เราหาโอกาสแก้ตัวไม่ได้ ขอแค่ความเป็นธรรม ครั้งนี้ก็เป็นบทเรียนของคนทำข่าว น้องคนที่ทำก็จะได้เรียนรู้ แม้ปัจจุบันสื่อบันเทิงจะเยอะมาก เข้าใจเรื่องการแข่งขัน เรตติ้ง แต่ยังไงความเป็นจริงเป็นสิ่งไม่ตาย" อดีตนางสาวไทยที่ผันตัวมาเป็นนักแสดงและพิธีกร กล่าวทิ้งท้าย

เตือน หากสื่อไร้จรรยาบรรณ ก็ไม่นับว่าเป็น "สื่อ"

ด้าน นายบรรยงค์ สุวรรณผ่อง กรรมการควบคุมจริยธรรม สมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย กล่าวถึงกรณีดังกล่าวว่า เนื่องจากเขาไม่ได้เป็นสมาชิกสมาคมวิทยุและโทรทัศน์ไทย นอกจากนี้ องค์กรของเขา ก็ไม่ได้เป็นสมาชิกสภาวิชาชีพข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทยด้วย ดังนั้น สิ่งที่เกิดขึ้นเราจึงไม่สามารถทำอะไรเขาได้เลย แต่ใช่ว่าเราจะไม่ทำอะไร เราจะทำหน้าที่บอกสังคมผ่านองค์กรวิชาชีพว่า สื่อ ต่างจากสังคมออนไลน์ว่า เรามีจริยธรรมวิชาชีพ ถ้าขาดความน่าเชื่อถือ เราก็ไม่เชื่อถือ เราก็ไม่ต่างอะไรจากสังคมออนไลน์ 2.โดยหน้าที่ของสื่อ อาจจะมีความผิดพลาดได้ สมมติว่าตกเป็นเครื่องมือของพวกนี้สามารถแก้ตัวได้ ว่าเราไม่ทราบ พร้อมแสดงข้อเท็จจริงต่างๆ ออกไป จากนั้นก็แสดงให้เห็นว่าถูกใช้เป็นเครื่องมือ แต่หากว่าสื่อเป็นไปด้วย คือสมรู้ร่วมคิด นั่นจะถือว่าไม่ใช่สื่อแล้ว

"แม้องค์กรวิชาชีพสื่อ ทำอะไรเขาไม่ได้ คิดว่าสังคมควรจะลงโทษมากกว่า อย่างไรก็ตาม เรื่องที่เกิดขึ้น อยู่ในขั้นตอนเก็บข้อมูล ส่วนที่นักแสดงออกมาพูด เขาก็ใช้โอกาสของสื่อ ส่วนจะจริงเท็จอย่างไร สังคมจะต้องตรวจสอบเอง ส่วนคนที่ได้ประโยชน์จะเป็นทั้งสองฝ่ายหรือไม่ เป็นสิ่งที่ผมอยากจะรู้" กรรมการควบคุมจริยธรรม สมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย ทิ้งคำถามคาใจ

แนะให้ องค์กรวิชาชีพดูแลสื่อ ออกใบอนุญาต บก.ข่าว

นายบรรยงค์ กล่าวต่อไปว่า ปัจจุบันสื่อยิ่งมีมาก ปัญหาก็ยิ่งมากตาม นับตั้งแต่วันที่ กสทช. เปิดประมูลสื่อดิจิตอล แล้วควบคุมไม่ได้ กสทช. จึงส่งเสริมให้สื่อดูแลกันเอง แต่การส่งเสริมลักษณะนี้ มีเงื่อนไขของการอยู่รอดขององค์กรสื่อ เช่น มีการแข่งขัน มันทำให้ตัวสื่อเองหลับตา ทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ได้ ตรงนี้ถือเป็นปัญหา ด้วยเหตุนี้ ตนจึงได้เสนอใช้กฎหมายเพื่อมาเป็นเครื่องมือสนับสนุนในการกำกับดูแลกันเอง โดยไม่ได้ใช้กฎหมายมาควบคุม สิ่งที่พยายามทำคือให้กำกับดูแลกันเองโดยไม่กระทบกับสิทธิเสรีภาพในการแสดงออก ซึ่งสิ่งที่เสนอ เริ่มมีการขานรับจาก สนช. (สภานิติบัญญัติแห่งชาติ) แล้ว

นอกจากนี้ นายบรรยงค์ ยังเสนอแนะว่า ตัวบทกฎหมายที่เสนอ อยากให้องค์กรวิชาชีพ ออกใบอนุญาตให้กับ บรรณาธิการ (บก.) สื่อ ไม่ว่าจะเป็นสื่อวิทยุ โทรทัศน์ สิ่งพิมพ์ หรือออนไลน์ ซึ่ง บก. ต้องผ่านการอบรมและขั้นตอนต่างๆ หากทำผิดก็อาจยึดใบอนุญาตบรรณาธิการ ส่วนจะเปลี่ยนบรรณาธิการหรือไม่ ก็ขึ้นอยู่กับสื่อ แต่ก็ต้องมีการอบรมจริยธรรมก่อน เพราะที่ผ่านมาเราปล่อยปละละเลยคนที่เป็นบรรณาธิการมาตลอด คนที่เป็น บก. ไม่ได้เรียนรู้เรื่องจริยธรรมเลย

หากทำเรื่องนี้ เชื่อว่าในอนาคตจะดีขึ้น แต่ก็ไม่คิดว่าจะดีเลิศประเสริฐศรี เพราะแค่กฎหมายอาญา กฎหมายแพ่ง ที่มีอยู่ คนก็ยังละเมิดสิทธิกันอยู่ แต่ดีกว่าไม่ทำอะไรเลย การได้อบรม ตักเตือน ผมมองว่าเป็นเรื่องที่ดีมาก เพราะมีช่องที่สามารถสื่อสารกันได้ จากที่ไม่เคยมีช่องทางนี้

"การเป็นสื่อ ขอแค่มีสามัญสำนึก ผมว่าน่าจะเพียงพอแล้ว จะทำอะไรก็ควรไตร่ตรองให้รอบคอบว่า ทำให้ใครเดือดร้อนหรือไม่ ละเมิดใครหรือเปล่า โดยเฉพาะเรื่องความเป็นมนุษย์ เรื่องสำคัญคือเรื่องเด็ก หากมีอะไรที่เกี่ยวกับเด็ก ผมจะไม่ยอม จะลุกขึ้นท้วงติงทันที" นายบรรยงค์ กล่าว

สื่อใหญ่ยิ่งต้องระมัดระวัง

ขณะที่ นายเสรี ชยามฤต อดีตนายกสมาคมนักข่าวบันเทิง ระบุว่า เรื่องแบบนี้เป็นเรื่องที่ผิดมารยาทและจรรยาบรรณ โดยเฉพาะพวกที่ต้องการขายของ โดยไม่คิดถึงคนที่ตกเป็นข่าว การทำแบบนี้ถือเป็นเรื่องที่ไม่น่าให้อภัย การเป็นสื่อใหญ่ ยิ่งต้องมีจริยธรรมมากกว่า ที่ผ่านมา สื่อบางฉบับเคยถูกทำร้ายมาแล้ว เพราะการเต้าข่าวเพื่อที่จะขายข่าวอย่างเดียว นอกจากนี้ ตนยังแอนตี้ เรื่องปาปารัสซี่ด้วย เพราะส่วนตัวคิดว่าไม่ควรมีในสื่อไทย

นี่คือเสียงสะท้อนจากคนวงการสื่อมวลชน ที่ออกมาแนะนำเรื่อง "จรรยาบรรณ" สำหรับคนทำข่าวให้ทำงานกันอย่างรอบคอบ รอบด้าน หากทำได้ความน่าเชื่อถือก็จะตามมา แต่หากไร้สิ่งเหล่านี้ "สื่อ" ก็จะไม่แตกต่างจาก โลกโซเชียลเน็ตเวิร์ก ที่เราไม่อาจรู้ได้ว่าเรื่องที่เกิดขึ้น "จริงหรือไม่จริง"

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

บุ๋ม ปนัดดาปนัดดา วงศ์ผู้ดีจริยธรรมจริยธรรมสื่อมวลชนโกหกปั้นน้ำเป็นตัวยกเมฆจิตสำนึกสามัญสำนึกลวงโลกดีเจอ๋องรายการทีวีรายการวิทยุเม้าท์มอยหน้าม้าจัดฉากดาราจรรยาบรรณสื่อสื่อมวลชนเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์

ข่าวแนะนำ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้