ข่าว
100 year

เปิดทัศนะคนวัยมันส์ ถึงตา 'นิสิต-นักศึกษา' จ้อการเมืองบ้าง!

ไทยรัฐออนไลน์1 ธ.ค. 2557 05:30 น.
SHARE

เมื่อคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) พร้อมทั้งรัฐบาล ที่นำโดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. ส่งซิกให้ สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) อนุมัติจัดตั้งเวทีร่วมแสดงความเห็นยกร่างรัฐธรรมนูญให้บรรดานิสิต-นักศึกษา ขณะที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หรือ บิ๊กป้อม รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ก็เรียกเชิญชวนกลุ่มนักศึกษาทั้งที่ออกมาเคลื่อนไหวแสดงสัญลักษณ์เป็นระยะๆ และไม่เคลื่อนไหว เข้าร่วมวงปฏิรูปที่จัดขึ้น โดยล่าสุดเวทีฟังเสียงเยาวชนที่เป็นตัวแทนนิสิต-นักศึกษาจากมหาวิทยาลัยทั่วประเทศ เข้าร่วมการปฏิรูปจะจัดขึ้นในวันที่ 11-12 ธ.ค.นี้

ดร.โอฬาร ถิ่นบางเตียว

ดร.โอฬาร ถิ่นบางเตียว รองคณบดีฝ่ายกิจการนิสิต คณะรัฐศาสตร์และนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา กล่าวกับไทยรัฐออนไลน์ว่า การจัดเวทีของ คสช. เป็นเรื่องที่ดีอยู่แล้ว แต่กังวลในเรื่องของกลไกกระบวนการมีส่วนร่วมจะไม่ทั่วถึง ซึ่งการเปิดเวทีในครั้งนี้อาจจะได้แค่กลุ่มนักกิจกรรมเท่านั้น ซึ่งอยากให้ คสช.พิจารณาให้รอบคอบ ถึงแม้ว่า คสช. จะจัดกิจกรรมระดมความเห็นให้นิสิต-นักศึกษา ร่วมเสนอความเห็นการปฏิรูป แต่ทว่าการต่อต้านอาจจะไม่เบาบางลง ทั้งนี้หากทาง คสช. อยากสร้างบรรยากาศที่ดี ต้องยกเลิกกฎอัยการศึก แล้วเปิดให้มีส่วนร่วมรับฟังความเห็นให้มากขึ้น โดยที่ไม่ต้องนำเจ้าหน้าที่ทหาร-ตำรวจ เข้ามาในพื้นที่

ด้าน นางสาววรรณศิริ ขุนไชย นักศึกษาชั้นปีที่ 4 สาขาวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยรัตนบัณฑิต กล่าวว่า ตนมองว่าเวทีที่รัฐบาล และ คสช.จัดขึ้นเป็นทางออกที่ดี เพราะถือว่ารัฐบาลเปิดรับให้เยาวชนรุ่นใหม่มีสิทธิ์คิดและพูด โดยมีผู้ใหญ่คอยให้คำปรึกษาทางด้านกฎหมายทั้งปัจจุบันและอนาคต ส่วนนัยอาจจะไม่มี ซึ่งตนมองว่ารัฐบาลคงอยากเข้าถึงกลุ่มวัยรุ่นเพราะโลกโซเชียลส่วนใหญ่ที่มีผลรุนแรงก็เกิดจากคนวัยนี้ อาจจะอยากให้เบาลงหรือสนับสนุนไม่แน่ใจ ทั้งนี้สิ่งที่อยากเสนอคือเป็นเรื่องเกี่ยวกับการลงโทษ ควรจะให้มีความเข้มงวด ไม่ควรลดหย่อน และกฎหมายต้องมีความเข้มแข็งมากกว่านี้

ส่วนจะเข้าร่วมหรือไม่นั้น นางสาววรรณศิริ กล่าวว่า หากเป็นกลุ่มเพื่อนตนอยากจะเข้าร่วม เพราะอยากให้รัฐบาลเข้มแข็ง และเป็นที่พึ่งพิงที่อุ่นใจให้กับประชาชน และอยากมีส่วนร่วมในการเข้าร่วมการฟังการร่างรัฐธรรมนูญของรัฐบาล เผื่อเด็กรุ่นใหม่อาจมีความคิดอ่านที่พอจะช่วยเหลือประเทศที่เป็นประชาธิปไตยได้บ้าง

นางสาววรรณศิริ ขุนไชย นักศึกษาชั้นปีที่ 4 คณะนิเทศศาสตร์

สำหรับกลุ่มนิสิต-นักศึกษาที่ต่อต้าน คสช. นั้น นางสาววรรณศิริ กล่าวว่า มองว่าเป็นความคิดเห็นส่วนตัวของคนกลุ่มหนึ่งที่มีทัศนคติที่เห็นต่างกันออกไป และอยากให้รัฐบาลมารับฟัง เพื่อแก้ปัญหา หรือไม่ก็ควรพูดคุยปรับความเข้าใจ แต่ถ้าต่อต้านเรื่องไม่เป็นเรื่องก็ควรหาวิธียุติการรวมตัว ทั้งนี้ยังไม่แน่ใจว่าการจัดเวทีจะช่วยได้มากน้อยแค่ไหน แต่มองว่าการเปิดใจพูดคุยปรับทัศนคติให้ตรงกันเป็นเรื่องที่ดี

"วัยรุ่นเป็นกลุ่มคนที่มีอุดมคติและหัวรุนแรง โดยส่วนตนเองบางครั้งก็ไม่เห็นด้วยกับหลายๆ อย่างที่รัฐบาลนำเสนอในบางเรื่อง แต่ถ้ารัฐบาลจริงจัง และตั้งใจจะทำในเรื่องที่นักศึกษาได้นำเสนอไป ก็อาจได้ใจ แล้วมีการพูดคุยกันง่ายขึ้น เพราะเราก็เป็นคนไทยถูกสอนให้เคารพผู้ใหญ่ เชื่อว่าหากมีความตั้งใจจริง และรับฟังข้อเสนอของนิสิตนักศึกษารัฐบาลจะได้ใจเด็กวัยนี้ไปเลย" นางสาววรรณศิริ กล่าว

นางสาวณิชนันทน์ คนซื่อ นิสิตชั้นปีที่ 4 คณะสังคมศาสตร์

สาว ม.เกษตรฯ ขอแชร์บ้าง!

นางสาวณิชนันทน์ คนซื่อ นิสิตชั้นปีที่ 4 ภาควิชาจิตวิทยา คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กล่าวกับไทยรัฐออนไลน์ว่า มองว่าแนวคิดของ คสช.ให้นักศึกษามีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นอาจเป็นการสร้างความเชื่อใจในกลุ่มนักศึกษาที่มีแนวคิดต่อต้าน คสช. และอีกนัยหนึ่งเป็นการตอกย้ำความคิดของกลุ่มคนที่สนับสนุน คสช. อยู่แล้วว่า "คสช. มุ่งมั่นในการปฏิรูปประเทศให้ก้าวหน้า" ซึ่งการเปิดโอกาสให้นักศึกษาเข้าไปร่วมโต๊ะ อย่างน้อยก็ทำให้มุมมองความคิดที่สดใหม่ของนิสิต-นักศึกษา ส่งเสียงไปถึงผู้ใหญ่ได้

นอกจากนี้ นางสาวณิชนันทน์ กล่าวอีกว่า สิ่งที่อยากให้ประเทศไทยเป็นคือ อยากให้แบบวินวิน 
ทุกคนได้หมด
ไม่มีใครแพ้ 
แต่มันยาก เป็นอุดมคติเกินไป และอยากให้ คสช. รับฟัง พยายามทำความเข้าใจถึงแนวคิดนิสิต-นักศึกษาที่อาจจะแตกต่างออกไปจากกลุ่มอื่นๆ พร้อมทั้งเปิดเผยข้อมูลข่าวสารให้มากขึ้น

นายณัฐ เมฆานุรัตน์ นักศึกษาชั้นปี 4 คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี

หนุ่มบัญชี มธ. ชมเปาะ คสช.ทำดี

ด้าน นายณัฐ เมฆานุรัตน์ นักศึกษาชั้นปี 4 คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่า เป็นเรื่องที่ดีที่เปิดเวทีให้นักศึกษาเข้ามามีส่วนร่วม ซึ่งจากการสังเกตการณ์มองว่า คสช.มีการพัฒนาไปในทิศทางที่ดีขึ้น พร้อมเปิดโอกาสใช้ทุกภาคส่วนช่วยเสนอความเห็น ทั้งนี้เข้าใจว่า คสช.ต้องการลดความร้อนแรงทางการเมืองกับกลุ่มเห็นต่าง

อย่างไรก็ตาม นายณัฐ กล่าวว่า ที่ผ่านมาในด้านการปฏิบัติงานของ คสช.นั้น ถือว่าทำได้ดี เช่น การกวาดล้างผู้มีอิทธิพล และสร้างความเป็นธรรมให้กับสังคม แต่ก็ควรบังคับใช้ให้สม่ำเสมอ มิฉะนั้นก็จะเกิดปัญหาซ้ำซากอีกในอนาคต ส่วนการประชาสัมพันธ์ผลงานของ คสช. ควรทำให้ประชาชนรับทราบ แล้วปรับปรุงการนำเสนอให้น่าสนใจกว่านี้

สำหรับรัฐธรรมนูญในอนาคต นายณัฐ กล่าวว่า อยากให้รัฐธรรมนูญที่จะร่างขึ้นทำอย่างรอบคอบ และฟังความเห็นจากหลากหลายกลุ่มเพื่อให้ได้ร่างรัฐธรรมนูญออกมาอย่างเหมาะสมกับประเทศไทยมากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ และหลังการเสวนา อยากให้ คสช. นำแนวคิดไปประยุกต์ใช้ และขอเพียงแค่ว่าอย่าให้ความเห็นในเชิงสร้างสรรค์เป็นเพียงสายลมที่ผ่านพัดไป และต้องสูญเปล่า

นายปรมัตถ์ ทองธวัช นักศึกษาชั้นปีที่ 4 คณะครุศาสตร์

'เด็กใต้' เชื่อเวทีเป็นแค่ลูกไม้!

ขณะที่ นายปรมัตถ์ ทองธวัช นักศึกษาชั้นปีที่ 4 สาขาวิชาสังคมศึกษา คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราช กล่าวว่า การที่ คสช.ออกมาบอกว่าเปิดโอกาสให้นักศึกษาร่วมเวทีปฏิรูปในครั้งนี้ก็อาจจะมีประโยชน์ต่อนักศึกษาที่ต้องการแสดงความคิดเห็นอยู่บ้าง แต่อีกแง่มุมหนึ่งคือ สื่อให้เห็นถึงความไม่จริงใจของ คสช. ที่จะให้นักศึกษาเข้าร่วมปฏิรูปในครั้งนี้ การที่เปิดเวทีครั้งนี้จึงเป็นลูกไม้ของ คสช. เพื่อที่จะพยายามชะลอกระแสการต่อต้านของนักศึกษาไม่ให้แผ่วงกว้างออกไปอีก ซึ่งส่วนตัวมองว่า เมื่อถึงตอนนั้นปืนที่ คสช. ถืออยู่อาจจะไม่สามารถคุมสถานการณ์ได้ และกลายเป็นว่า คสช.เป็นฝ่ายใช้ความรุนแรงกับนักศึกษา สุดท้ายแล้วการเปิดเวทีให้นักศึกษาเป็นการรักษาภาพลักษณ์ของ คสช.เท่านั้น เพราะกระบวนการปฏิรูปหลังจากนี้ ตนมองว่าไม่น่าเชื่อถืออยู่ดี เพราะไม่มีบรรยากาศของประชาธิปไตย มีเพียงบรรยากาศของกฎอัยการศึกที่ลิดรอนสิทธิมนุษยชนตามปฏิญญาสากล

สำหรับการเข้าร่วมเวทีปฏิรูปของนักศึกษานั้น นายปรมัตถ์ มองว่า กลุ่มนักศึกษาที่เคลื่อนไหวอยู่ขณะนี้หากเป็นกลุ่มด้านการเมืองโดยตรงคงไม่เข้าร่วมเวที เช่น กลุ่มดาวดิน เพราะเจตนารมณ์คือประชาธิปไตย ส่วนกลุ่มที่มีโอกาสที่จะเข้าร่วมคงเป็นกลุ่มที่ไม่ทำกิจกรรมด้านการเมืองโดยตรง เช่น กลุ่มนักศึกษาที่ทำกิจกรรมอนุรักษ์ธรรมชาติ อาสาพัฒนา กลุ่มนักศึกษาที่มหาวิทยาลัยจัดตั้งมาผ่านผู้บริหาร เช่น นายกองค์การ นายกสโมสร หัวหน้าห้อง เป็นต้น

เด็ก 'เหนือ-ตะวันออก' ขอจ้อบ้าง!

นางสาวพันธิตรา สิงห์ใจมา นักศึกษาชั้นปีที่ 4 คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยพายัพ จ.เชียงใหม่ กล่าวกับไทยรัฐออนไลน์ว่า การเปิดให้แสดงความเห็นของ คสช. ถือเป็นเรื่องที่ดี อาจช่วยกระแสต้านลงไปในระดับหนึ่ง แต่ทว่าอาจมีนัยซ่อนอยู่ นักศึกษาจึงไม่กล้าแสดงความคิดเห็นแบบเต็มที่ เพราะไม่มีกฎหมายตัวใดมาปกป้องตัวนักศึกษาได้ ส่วนกลุ่มที่ออกมาต่อต้านมองว่าเป็นไปตามกระแส บางคนไม่รู้อะไร ก็ตามๆ เขาไป ทั้งนี้เพราะเราเป็นผู้น้อย มากสุดก็ได้แค่แสดงความคิดเห็น ส่วนตนอาจจะไปเข้าร่วม ถ้าเวทีไม่ใช่เป็นการพูดเสนอความเห็น เพราะหากเราพูดไปแล้วไม่ถูกใจคนอื่น อาจจะเป็นอันตรายต่อเราได้

ส่วนสิ่งที่อยากเสนอยกร่าง รธน. คือ อยากให้มีกฎหมายที่มีมาตรการเด็ดขาดและเป็นกลางให้ได้มากที่สุด เพราะกฎหมายไทยปัจจุบันมีช่องโหว่ และมีความเหลื่อมลํ้า เช่น คนจน กับคนรวย คนที่มีมีเงินทำอะไรก็ได้ ส่วนคนจนก็อาจตกที่นั่งลำบาก รวมถึงกฎหมายไทยหละหลวมเกินไป ประชาชนเลยไม่ได้เกรงกลัว เวลาคนทำผิดติดคุก สมมติว่า 10 ปี พอถึงวันสำคัญต่างๆ ก็มีการลดโทษเกิดขึ้น รวมถึงกรณีการเข้าไปอยู่ในคุก คุกคือไว้สำหรับขังคนที่ไม่ดี แต่กลับกันคือทุกอย่างในคุกคือสบาย อยากให้ทำ พ.ร.บ. เกี่ยวกับคนที่ติดคุก เพราะว่า เคยอ่านข่าวว่า ญาติผู้ต้องขังฟ้องเรื่องกับข้าวซ้ำกัน อาหารไม่ครบ 5 หมู่ เป็นต้น

นายจักรพล ผลละออ นิสิตชั้นปีที่ 2 คณะรัฐศาสตร์และนิติศาสตร์

นายจักรพล ผลละออ นิสิตชั้นปีที่ 2 คณะรัฐศาสตร์และนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา กล่าวกับไทยรัฐออนไลน์ว่า เวทีที่จะจัดขึ้นให้นักศึกษานั้น ตนมองว่าคงจะไม่มีนัยอะไร เพียงแต่การเชิญนักศึกษาเข้าร่วมภายใต้สภาวะที่เราไม่มีเสรีภาพในการนำเสนอความคิดเห็นนั้น ตนเห็นว่าจะไม่มีประโยชน์อะไร และถึงที่สุดแล้วเสียงของนักศึกษาในเวทีนี้ก็คงถูกนำไปใช้ในทางการเมืองอีก
 และตนคงจะไม่เสนออะไร เนื่องจากจุดยืนของตนคือไม่รับ ไม่ร่วม กับอำนาจนอกระบบ เพราะกระบวนการที่ไม่เป็นธรรม คงไม่สามารถสร้างความยุติธรรมได้ เหมือนตนอยากกินมะม่วง ก็คงไม่ปลูกต้นมะเขือ แล้วหวังว่าจะออกดอกผลเป็นมะม่วงให้เรากิน

นายจักรพล กล่าวอีกว่า สิ่งที่อยากขอรัฐบาลและคสช. คือ ยกเลิกกฎอัยการศึก และคืนประชาธิปไตยให้ประชาชน ส่วนองค์ประกอบอื่นๆ อย่างรัฐธรรมนูญก็ต้องร่างตามกระบวนการประชาธิปไตย โดยที่ประชาชนต้องมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง หลังจากนี้คงไม่ถึงขั้นต่อต้าน แต่ก็คงเป็นการเคลื่อนไหวแสดงออกว่าไม่เห็นด้วยมากกว่า คำว่า "ต่อต้าน" เป็นคำที่ยิ่งใหญ่ไปสำหรับนักศึกษาตัวเล็กๆ

นายณัฏฐจักร มาปลูก นักศึกษาชั้นที่ 4 คณะวิทยาศาสตร์

ด้านนายณัฏฐจักร มาปลูก นักศึกษาชั้นที่ 4 คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กล่าวกับไทยรัฐออนไลน์ว่า ตนมองว่าเป็นนิมิตหมายอันดีที่มีการเชิญชวนให้นิสิต-นักศึกษาเข้ามาร่วม แต่หวังว่าจะไม่มีการปิดกั้นทางความคิดตามหลักสิทธิเสรีภาพว่าด้วยการกระทำหรือความคิดใดๆ ก็ตาม ดังนั้นจึงเชื่อว่า คสช.ไม่น่าจะมีวาระแอบแฝง ทั้งนี้มองว่าหากมีการเปิดเวที โดยต้องให้นักศึกษาพูดได้ และไม่มีการเอาผิดทางกฎหมาย คสช.เองก็ไม่เรียกตัวเข้าไปปรับทัศนคติ เชื่อว่าจะช่วยลดสถานการณ์ที่ตึงเครียดจากการต่อต้านได้

"ทั้งนี้อยากเสนอให้ คสช.ช่วยเปิดกว้างให้ประชาชนมีสิทธิในการพูดคุยเรื่องการเมือง เพราะปฏิเสธไม่ได้ว่าการเมืองในระบอบประชาธิปไตยนั้นการโต้แย้งโต้เถียงนั้นจะขาดไม่ได้เลย เพราะการเมืองเป็นเรื่องที่ว่าด้วยการเรียกร้องผลประโยชน์ของแต่ละฝ่าย ตามวิถีทางของการเมือง" นายณัฏฐจักร กล่าว

อย่างไรก็ตาม นายณัฏฐจักร กล่าวอีกว่า สิ่งที่อยากฝากถึง รัฐบาล และ คสช.ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณที่ คสช.ช่วยมาดับไฟทางการเมืองที่ร้อนแรง เพื่อเริ่มวงจรการเมืองระบอบประชาธิปไตยเสียใหม่ และหวังว่าคสช.จะผลักดันให้มีการเลือกตั้งเพื่อให้ประชาชนเป็นเจ้าของอำนาจอธิปไตยอย่างแท้จริง สำหรับรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่อยากเห็นคือให้มีการจัดการปฏิรูปองค์กรทางการเมืองที่ไม่มีประโยชน์ต่อการปกครองระบอบประชาธิปไตยออกไป ให้วิพากษ์วิจารณ์การทำงานของรัฐบาลได้อย่างเต็มที่ และอยากให้สื่อมวลชนมีอิสระในการนำเสนอและตรวจสอบ เพราะสื่อถือว่าเป็นปัจจัยและเครื่องมือที่สำคัญทางการเมือง และสุดท้ายนี้ อยากให้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่นี้ให้สิทธิและเสรีภาพของบุคคลทุกคนอย่างเท่าเทียมกันโดยไม่แบ่งซึ่งชนชั้นวรรณะ

และนี่คือทัศนะของคนวัยมันส์ แม้จะเป็นนิสิต-นักศึกษาตัวเล็กๆ จากแต่ละมุมของมหา'ลัย แต่พวกเขาเหล่านี้ก็อยากจะมีส่วนร่วมผลักดันประเทศไทยให้เดินหน้าไป ขอเพียงแค่... "อย่าปิดกั้น" และฟังเสียงกันบ้าง...

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

จ้อการเมืองนิสิตนักศึกษาความคิดเห็นปฏิรูปสปช.คสช.ประยุทธ์ จันทร์โอชานายกรัฐมนตรีสกู๊ปออนไลน์ข่าวการเมือง

ข่าวแนะนำ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้