ข่าว
100 year

จากการเมือง เพื่อนรัก ถึงคลิปลับ เปลือยหมดชีวิต กนก รัตน์วงศ์สกุล "ผมไม่ทำงานกับคนโกง"

ไทยรัฐออนไลน์2 ธ.ค. 2557 05:35 น.
SHARE

อุ่นใจ, ระหว่างคุยกันนอกรอบ นอกเรื่อง เขาดูเป็นมิตร ง่ายๆ นึกจะหยิบ จับอะไร (กิน) ก็ดูสบาย บุคลิกง่ายๆ ไม่มีพิธีรีตองเหมือนอย่างที่เราเห็นในจอทีวี พูดตรงๆ ยิ่งบทสนทนา 'อุ่นเครื่อง' ก่อนลงรายละเอียดจริงๆ เต็มไปด้วยเสียงหัวเราะมากขึ้นเท่าไร

ในฐานะคนถามมั่นใจได้ว่าสิ่งที่ตั้งใจมาถามชนิดไม่ประนีประนอมใดๆ ที่เตรียมมา น่าจะไม่มีปัญหา และราบรื่น  

ใช่ เอาเข้าจริง แทบไม่ต้องลุ้น, เมื่อเอ่ยเจตนา ไม่เพียงไม่มีท่าทีอิดออดให้ชวนน่าหมั่นไส้เหมือนสื่อมวลชนชื่อดังหลายราย มิหนำซ้ำยังกล่าวแบบเป็นมิตรด้วยรอยยิ้มสดใส เต็มไปด้วยเสียงกังวานตามสไตล์ว่า ไม่มีคำถามอะไรที่ตอบไม่ได้

"ตั้งแต่เรื่องชีวิต เรื่องการงาน ความเชื่อเรื่องการเมือง เรื่อง (อดีต) เพื่อนรักที่กำลังจะถูกฟ้อง และเบื้องหลังอีกมากมาย" ไม่เว้นแม้แต่เรื่องคลิปลับ 'ผมรักคุณๆ' ช็อกวงการ และเรื่องอื่นๆ ที่เจ้าตัวบอกว่าไม่เคยตอบได้หมดจดเท่านี้ ที่ไหน!

กนก รัตน์วงศ์สกุล

ระหว่างที่ควันหลงทอล์กโชว์ครั้งแรกในชีวิตประสบความสำเร็จมากมายยังไม่ทันจาง ไทยรัฐออนไลน์มีโอกาสได้พูดคุยถึงตัวตน 20 ปี ของนักเล่าข่าวคนดัง ทุกเรื่องแบบอันเซ็นเซอร์ 

บทสัมภาษณ์ที่ไม่อวย ไม่ประนีประนอม ไม่พิพากษา แต่เราจะถามกันตรงๆ ตามภาษา บอกได้แค่ว่า บทสัมภาษณ์ข้างในนี้มีน้ำตาของผู้ชายชื่อว่า 'กนก รัตน์วงศ์สกุล'

Q : ปัจจุบันทำอะไรอยู่บ้าง ?

เป็นแบบตำแหน่งในนามบัตรระบุ (หัวเราะ) ชื่อผมยังจำไม่ได้เลย ในนามบัตรที่ยื่นให้ไป ชื่ออะไรนะ (หัวเราะดัง) อ้อ...เป็นผู้อำนวยการส่วนงานผู้ประกาศข่าว หรูไหม มาจากผมเป็นผู้ประกาศ พอแก่มากหน่อยก็เป็นหัวหน้าผู้ประกาศ อยู่นานเข้าหน้าที่ต้องคอนโทรลผู้ประกาศซึ่งเยอะ ผมไม่ค่อยว่าง เขาก็ให้เป็นผู้อำนวยการเลย ตำแหน่งนี้ไม่มีอะไรทำ ตั้งมาลอยๆ เหมือนกับพวกผู้ตรวจราชการแขวนเอาไว้ (หัวเราะ) 5 ปีแล้วแต่งานก็ทำเหมือนเดิม (หัวเราะ) เห็นชื่อตำแหน่งนึกว่าโต๊ะจะอลังการ ไม่ ผมว่าคุณอย่าไปเห็นโต๊ะผมเลย (เสียงสูง)

Q : ปกติเวลาทำอะไรยิ่งใหญ่เป็นปรากฏการณ์ คนส่วนใหญ่มักจะทำในจุดสูงสุดของชีวิต คำถามก็คือการทำทอล์กโชว์ครั้งแรกในชีวิตการทำงาน คุณคิดว่าปัจจุบันอยู่จุดไหนในอาชีพสื่อมวลชน ?

(นิ่งคิด) ไม่รู้เลย เอาเป็นว่าผมรู้สึกว่าผมผ่านยุคทองมาแล้ว ถามว่าดูจากอะไร ผมดูจากช่วงที่คนพยายามจะดึงตัวไปเยอะๆ มีช่วงหนึ่งคนโทรศัพท์มาทุกวันเลย โทรมาให้ไปทำงานด้วย ครั้งนึงมีคนมีชวนและบอกจะให้เงินเดือนผม 1 ล้าน (ปี 2547) เป็นช่องฟรีทีวีเอกชน ซึ่งตอนนั้นถือเป็นยุคทองของบริษัทเขาด้วย ผมเลยไปปรึกษาแม่เพราะมีหนังสือพิมพ์บันเทิงพาดหัวข่าวใหญ่ว่า 'กนก 1 ล้าน' เพื่อนบ้านเลยไปบอกแม่ว่า ลูกลื้อจะมีเงินเดือน 1 ล้านแล้วนะ แม่เลยให้พี่สาวโทรมาถามว่า

'ได้ข่าวว่าลื้อจะออกจากสุทธิชัยแล้วหรอ...' เราก็ไหนๆ ถามไปเลยว่า จะให้ไปไหมละ แกถามว่า 'เขาจะให้ 1 ล้าน จะให้ลื้อกี่เดือน' เราก็เออวะ แม่บอกอีกว่า 'ถ้าสมมติอั๊วจ้างลื้อตอนดังๆ 1 ล้านบาทแต่จ้าง 3 เดือนพอ จ้างแบบนี้ลื้อเอาไหม...?'

เออวะ ฟังแล้วผมคิดหนัก คือคนจีนสมัยก่อนเขาจะไม่ค่อยเปลี่ยนที่ทำงานเท่าไหร่ ทำที่ไหนก็จะอยู่ยาว แม่ผมเป็นคนจีนรุ่นนั้น ซึ่งแกก็ไม่เห็นด้วยกันสิ่งเหล่านี้ ซึ่งคำที่ผมจำได้ดีและได้ฟังเสมอๆ ก็คือ 'ลื้อออกไปแล้วใครจะช่วยอาสุทธิชัย...' ทั้งๆ ที่แกก็ไม่เคยเห็นคุณสุทธิชัยเลยนะ แต่เวลามีปัญหามีอะไรทุกครั้ง แม่ก็จะพูดว่า 'แล้วใครจะช่วยอีล่ะ...' 

ถ้าคุณถามผมว่า วันนี้มาถึงจุดไหนของชีวิตแล้ว ถ้าจุดสูงสุดเท่ากับความหมายใน 'ยุคทอง' ซึ่ง 'ยุคทอง' ผมก็วัดจากมีคนมาชวนผมเยอะๆ ก็ผ่านมาแล้ว แต่เอาจริงๆ ส่วนตัววันนี้ผมเวลาทำงานข่าวผมไม่เคยคิดว่า แม่งวันนี้เป็นยุคทองของกูเว้ย ปีนี้แม่งจะตรุษจีนแม่งยุคทองของกู ไม่ๆ ผมยังรู้สึกว่าตัวเองเป็นมนุษย์เงินเดือนธรรมดาคนหนึ่ง เพียงแต่ว่าอาชีพผมเป็นอาชีพที่ได้ออกทีวีแค่นั้นเอง

Q : วันที่มีคนมาชวนเงินเดือน 1 ล้านบาทตอนนั้นเงินเดือนเท่าไร ?

ยังไม่ถึงแสนเลย ไม่กี่หมื่นเอง แต่ว่าผมมีรายได้พิเศษถ้าไปจัดสัมมนา เป็นพิธีกรโน่นนี่ด้วย

Q : ผ่านยุคทองมาแล้ว คุณประคับประคองตัวเองอย่างไร ?

เหมือนเดิม เอาจริงๆ นะทุกวันนี้ ผมคิดเสมอว่าผมเป็นคนของประชาชน ผมจะทำอะไรก็จะคิดว่าเป็นคนของเขา เกือบจะเหมือนว่าผมเป็นลูกของแม่ เพราะผมอยู่ได้เพราะเขาครั้งหนึ่งทำให้ผมเสียใจมาจนถึงวันนี้ ตอนนั้นผมไปชุมนุม เขาเพิ่งย้ายเวทีไปอยู่สวนลุมวันแรกผมไปจากออฟฟิศพยายามจะไปให้ทันเคารพธงชาติ ก็วิ่งๆ พอถึงไปถึงจุดที่ผ่าน คนเขาก็เรียก พี่กนกๆ ถ่ายรูปหน่อย เราก็บอกว่าแป๊บหนึ่งครับๆ ปกติผมจะไม่ปฏิเสธ แต่วันนั้นผมจะรีบไปร้องเพลงชาติบนเวที ไม่รู้เป็นอะไรเสือกอยากจะตั้งเป้าว่าจะร้องเพลงชาติให้ได้วันนั้น (หัวเราะ) ก็ได้ยินเสียงคนร้องเรียกตลอด ผมก็บอกเดี๋ยวมาครับๆ ไม่รู้ว่ามีผู้ชายคนหนึ่งวิ่งตามผม จะมาขอถ่ายรูป

จู่ๆ ก็รู้สึกว่ามีอะไรอุ่นๆ มาใส่ ปรากฏว่าเขาวิ่งตามแล้วเตะไมโลมาใส่ผม ผมก็เฮ้ยหยุดวิ่งใครเอาน้ำราดกูวะ รู้สึกว่าตอนนั้นผมอารมณ์เสียใส่เขา พอผ่านไปแล้วมันทำให้รู้สึกไม่ดี ไม่น่าไปอารมณ์เสียใส่ เพราะเขาจะมาถ่ายรูป ถ้าไม่ชอบเขาคงไม่ตาม แต่เรากลับไปชักสี หน้าด่าเขาอีก ป่านนี้เขาก็คงเกลียดเรา จนทุกวันนี้ยังฝังใจอยู่เลย เป็นไปได้ก็อยากจะขอโทษ ขอให้เขามาช่วยถ่ายรูปกับผมได้ไหม เพราะผมรู้สึกผิดตลอดเวลา ผมตั้งใจเลยว่าจะประกาศหาตัวเขาในเฟซผม และจากตรงนี้ ช่วยมารับคำขอโทษและถ่ายรูปกับผมทีเถอะ

Q : อยู่มากี่ปีกับอาชีพในวงการข่าว ?

ถามยากมากเลย ผมจบธรรมศาสตร์มาพ.ศ. 2529 เริ่มทำงานเป็นดีเจ เมื่อปีพ.ศ. 2531 ราวๆ นั้น แต่ถ้าเป็นในวงการข่าวผมเร่ิมอ่านข่าวให้ช่อง 11 ปีพ.ศ. 2537 ก็ประมาณ 20 ปี มาแล้วครับ

Q : ตอนเด็กฝันว่าอยากเป็นอย่างวันนี้ไหม ?

ผมฝันว่าอยากเป็นนักเขียน สมัยก่อนชอบดูหนัง เป็นคนติดทีวีมากๆ เป็นเด็กที่รับสื่อเยอะ ทั้งอ่านหนังสือพิมพ์ ดูทีวี พูดแล้วจะหาว่าคุย ผมนี่เป็นแฟนไทยรัฐตัวยงเลย อ่านยังไม่ถึง 10 ขวบเลย ทุกเช้าผมจะไปร้านกาแฟ แต่ไม่ได้กินกาแฟ ผมไปนั่งอ่านไทยรัฐ ส่วนใหญ่ผมจะอ่านหน้าบันเทิงก่อน เพราะว่าปากซอยบ้านผมเป็นโรงหนังเฉลิมเขตของ
ท่านมุ้ย อ่านเสร็จก็เปิดหน้ากีฬา แต่ไม่ว่าคุณเปิดหน้าไหน ก็ต้องผ่านหน้าแรก ผมเก็ตหมดเลยนะ รู้ตำแหน่งเลย รู้ข่าวบางข่าว รู้กระทั่งสำนวนบางสำนวนเลย อย่างการตัดจู๋ผู้ชายให้เป็ดกิน มันมาจากข่าวไหนผมยังจำได้เลย จำหน้าคนถูกตัดได้ขนาดนั้น

ตั้งแต่นั้นมามีข่าวตัดจู๋โยนให้เป็ดกิน จริงๆ หลายรายก็ไม่ได้โยนให้เป็ดกิน แต่มันมาจากข่าวนี้เพราะเมียรู้ว่าผัวเจ้าชู้แล้วที่บ้านก็เลี้ยงเป็ด โยนให้เป็ดกิน ไทยรัฐพาดหัวใหญ่และมีรูปผู้ชายคนนี้ เป็นคนหน้าจีนๆ ผมจำได้ติดตา ข่าวไฟไหม้ ข่าวประหารชีวิตข่าว ครูพยงค์ มุกดา (นักร้อง นักแสดง นักแต่งเพลง) ข่าวใหญ่ก็ผมจำได้แทบหมด 

Q : ผ่านมา 20 ปี คุณก็ยังกระหายในการอ่านแบบนั้นอยู่ ?

ผมเริ่มอ่านหนังสือพิมพ์น้อยลง แต่ยังอ่าน อ่านจนหมดเวลาอ่านเพราะมันอาจจะไม่ครบอยู่แล้วอ่านแทบทุกฉบับ แต่ที่ขาดไม่ได้ทุกวันนี้ผมยังอ่านบทบรรณาธิการไทยรัฐอยู่ประจำ เป็นสุดยอดของบทบรรณาธิการที่ดี แล้วเป็นตัวอย่างให้กับนักศึกษาเอกหนังสือพิมพ์เรียนในคณะวารสารธรรมศาสตร์ด้วย ครูที่สอนจะแนะนำให้อ่านบทนำไทยรัฐ ผมอ่านตั้งแต่เรียนจนถึงบัดนี้เลย เราก็จะอ่านเป็นปกติ ซึ่งเป็นบทนำที่ดีมาก คุณชวน หลีกภัย ยังเคยชม 

Q : ในฐานะที่ทำงานกับเด็กรุ่นใหม่เยอะ พบอะไรไหมกับคน 2 รุ่น ?

ต่างกัน (เน้นเสียง) คนสมัยก่อนมันจะมี frequency หรือความถี่ แต่เด็กรุ่นนี้จะไม่อดทน เห็นว่าผู้ประกาศข่าวมีเงินเดือนเป็นแสน ซึ่งจริงๆ มีไม่กี่คนหรอก ไปดูสรยุทธ ไปดูอะไร ก็คิดว่าทุกคนจะเข้ามาเป็นสรยุทธได้ ซึ่งไม่ใช่ เด็กเดี๋ยวนี้มันใจร้อน ไม่รู้สมาธิสั้นหรือเปล่า แต่ใจร้อนมาก เชื่อไหมมาเป็นผู้ประกาศได้ไม่กี่เดือน ก็คิดว่าทำไมไม่ดังวะ ที่สำคัญคุณรู้อะไรไหมผมสังเกตเลยว่าคนออกทีวี 2 อาทิตย์จะไม่เหมือนเดิม อย่างผมรับผู้ประกาศผมรู้เลยว่าออกทีวีแล้วเขาไม่เหมือนกับวันแรกที่รับมา อิทธิพลทางทีวีทำให้เขาเปลี่ยนไปโดยที่ไม่รู้ตัว แต่เราเห็น แต่ก็ไม่รู้ว่าไปในทางดีหรือไม่ดี แต่แค่ไม่เหมือนเดิม ใจร้อน หยิ่งถือตัว อยู่ตรงนี้เราเห็นอะไรหลายๆ อย่าง

ผมเคยบอกแล้วว่าการอ่านข่าว การทำงานคุณต้องพึ่ง frequency หรือความถี่คุณจะให้คนติดคุณ มันไม่ธรรมดา เมืองนอกเป็นปี มันต้องมีความถี่พอสมควร ถ้าเป็นไปได้ทุกวัน อย่างสหรัฐฯไพรม์ไทม์เขาจะ 3 ทุ่ม ก่อน 3 ทุ่มเขาจะมีโปรโมตเลย 3 ทุ่มว่าจะมาอ่านข่าวนี้ๆ ต้องคนนี้ๆ เขาเห็นคุณบ่อยๆ เขาจะติดคุณ วันหนึ่งคุณหายไปเขาจะโหยหา ซึ่งที่นั่นเขาไม่เหมือนเรานักอ่านข่าวเขาไม่มีแจกเสื้อ ไม่มีส่ง SMS แจกมือถือ อ่านข่าวอย่างเดียว ทำให้คนติด แต่ของเราทำทุกอย่างในการดึงคนดู

ใส่รองเท้าสไตล์กนก

Q : เบื่อไหมกับวงการข่าว 20 ปี ?

ไม่เบื่อเลย เพราะผมไม่รู้สึกว่าผมทำงานอยู่ ไม่ได้รู้สึกว่าวันอาทิตย์ผมต้องอ่านหนังสือ พิมพ์เพื่อจะเก็บข้อมูลไปเล่าหยุดงานผมก็อ่านหนังสือพิมพ์ปกตินะ ผมอ่านมาตั้งแต่เด็กๆ จริง เรียนธรรมศาสตร์อ่านแล้วขีดเส้นใต้ด้วยนะ ขีดไปทำไมไม่รู้ (หัวเราะ) เมื่อก่อนผมอ่านมติชนทุกวัน ชอบอ่านการเมือง การต่างประเทศ ตอนนั้นยังไม่คิดว่าจะเลือกเอกหนังสือพิมพ์ด้วยนะ แต่ชอบหนังสือพิมพ์เพราะสงสัยว่าทำได้อย่างไรที่เอาเหตุการณ์ทั่วโลกมารวมกันภายใน 24 ชั่วโมง อยากรู้การทำงาน

ตอนนั้นเป็นดีเจจัดรายการวิทยุตอนกลางคืน กลางวันว่างอยากเป็นนักข่าว ไปสมัครที่นั่น ผมบอกพี่รับผมเถอะ ผมอ่านหนังสือพิมพ์พี่ทุกวัน รู้วันเกิด และรู้ว่าวันเกิดแต่ละปีพี่จะทำอะไร คุยกัน 10 นาที เขาก็รับเลย แต่ไม่ได้ไปทำ เพราะเขาต้องการเต็มเวลา แต่เราอยากเป็นฟรีแลนซ์ เล่าให้ฟังว่า ถ้าคุณไปสมัครงานที่ไหนอยากได้ ไม่ยาก อันนี้ใช้ได้ทุกอย่างนะบอกน้องๆ เลย ถ้าคุณจะไปสมัครงาน คุณรู้จักบริษัทนี้คุณรู้จักบริษัทนั้นดีแค่ไหน ต้องรู้ให้จริง มีไอเดียให้เขา และที่สำคัญคุณต้องมีความฝันที่จะทำอะไรให้กับบริษัทเขาไปพูดให้เขาฟัง

Q : ถามเรื่องการเมือง ที่ผ่านมาคุณเคลื่อนไหวกับ กปปส. ชัดเจนมาก ทำตัวลำบากไหมเวลาอยู่ในองค์กรที่ความเชื่อหลากหลายแบบนี้

ผมเชื่อว่าทุกองค์กรมีคนหลายสี หลายความเชื่อ แต่ผมก็ไม่ได้ไปโน้มน้าวใจเขา แล้วเขาก็ไม่โน้มน้าวใจผม แค่ต่างคนต่างอยู่ ถ้าเป็นไปได้ผมจะหลีกเลี่ยงไม่เจอคนพวกนี้ ไม่คุย ถ้าเลี่ยงไม่ได้จ๊ะเอ๋กันก็เปลี่ยนเรื่องคุย คุยเรื่องฟุตบอลซะ แต่ถ้าเป็นไปได้ผมจะพยายามหลีกเลี่ยง ถ้าพูดตรงๆ แรงๆ ผมไม่อยากคบคนพวกนี้

Q : มีมาลองของไหม

เจอเยอะมาก (เสียงดัง) ส่วนใหญ่จะเจอจากคนขับแท็กซี่ เจอมาตั้งแต่แดงอ่อนๆ แดงแกนนำ เจอกระทั่งหัวหน้าการ์ด ครั้งหนึ่งผมเคยเจอคนขับผู้หญิง เจอปุ๊บเขาก็จะทัก โอ้ยยย... เจอพี่กนกก็ดีแล้ว กูรู้เลยเอาแล้ว (ลากเสียงยาว) ส่วนใหญ่พวกเขาจะมาโน้มน้าวใจผม เนี่ยพี่ ไอ้อภิสิทธิ์ มันไม่ดีนะ ซึ่งเขาจะพูดให้เราไปอยู่ข้างเขา แต่ไม่เคยเจอใครด่า มีแต่เขาจะโน้มน้าวใจผม

Q : มีคนเคยถามไหมว่า กนก เสื้อสีไหน ?

หลายคนคิดว่าผมเป็นเสื้อเหลือง ครั้งหนึ่งผมก็เคยถูกพันธมิตรด่า เพราะมีอยู่ครั้งหนึ่งเลือกตั้ง เสื้อเหลืองรณรงค์ให้โหวตโน ผมไปเจอเฟซบุ๊กของพี่ยุทธนา มุกดาสนิท แกเขียนว่า โหวตโนเท่ากับโหวตฟอร์ทักษิณ ผมรู้สึกว่าใช่ ก็เอามาแชร์ โอ้โห...ถูกพันธมิตรด่า 3 วัน 3 คืน (หัวเราะดัง) เอาจริงนะ เวลาที่แสดงผลทางการเมืองผมไม่รู้ว่าผมเสื้อสีอะไร แต่ผมมองว่าคนนี้ทุจริต คนๆ นี้ทำตัวไม่ดี คนๆ นี้ทำให้บ้านเมืองแตกแยก ก็แสดงความคิดเห็น แอนตี้คนนี้ ผมเป็นสีอะไรไม่รู้ แต่ผมเป็นคนแบบนี้ผมอยู่ตรงข้ามคนที่ทำไม่ดี ไม่ดีเพราะอะไร เพราะศาลตัดสินแล้ว แล้วคุณหนี

Q : คุณไปเกลียดอะไรเขากันนักหนา?

ผมไม่ได้เกลียดเขาเลย ครั้งหนึ่งผมก็เป็นลูกน้องเขา ผมไม่เคยเกลียดเขาเลย ผมคิดว่าบ้านเมืองถ้ามีคนทำผิดแล้วไม่ได้รับโทษมันเป็นไปไม่ได้ เหนือสิ่งอื่นใด คนทำผิด ไม่ได้รับโทษเพราะว่าเขารวย มิหนำซ้ำ คนที่ไม่ได้ทำผิดเพราะรวย และมีคนยกย่องนับหน้าถือตาเพราะความรวยของเขา เราจะปล่อยให้บ้านเมืองเป็นแบบนี้ได้ยังไงและมีเรื่องเกี่ยวกับจาบจ้วงสิ่งที่เราเคารพ ผมยอมรับไม่ได้ต้องออกมา

จริงๆ ตั้งแต่วันที่มีชุมนุมคุณสนธิตอนเสื้อเหลือง ผมยังไม่ได้ไปนะ แต่เขียนบทความ แต่พอตั้งแต่ก่อน กปปส. ตั้งแต่ที่สถานีรถไฟสามเสนผมคิดว่าผมต้องไปทันทีที่ ส.ว. ผลักดัน พ.ร.บ.นิรโทษกรรมตอนตี 4 ครึ่ง เช้าวันที่ 1 พ.ย.ผมรู้เลยว่าผมต้องไป ผมต้องเป็น 1 เสียง 1 หัว ในถนนที่ต้องแสดงออกพวกคุณทำแบบนี้ไม่ได้ คุณจะยกโทษให้กับคนผิดที่หนีไปเสวยสุข แล้วส่งเงินมาป่วน ถ้านิรโทษกรรมให้กับคน 2 ใน 3 ก็ว่าไปอย่าง แต่นี่เหมาแบบนี้ไม่ได้ บ้านเมืองจะอยู่อย่างไร

Q : คุณใช้ชีวิตกับ กปปส. ตั้งแต่ต้นจนจบใช่ไหม ?


ใช่ครับ มันกลายเป็นความผูกพัน โดยที่ผมไม่ได้เป็นประชาธิปัตย์นะ ผมไม่เคยเจอลุงกำนันเลยนะคุณเชื่อไหม มีอยู่วันหนึ่งตอนเริ่มต้นชุมนุมใหม่ๆ ผมก็ไปแต่ก็ไม่ได้แสดงตัวตนชัดเจนแบบนี้ จู่ๆ ลุงกำนันโทรมาอยากให้ผมเป็นตัวแทนสื่อมวลชนไปร่วมเคลื่อนไหวไม่เอานิรโทษกรรม ผมบอกว่าไปแล้ว ไปเกือบทุกวัน ไปในฐานะพลเมืองคนหนึ่งไม่ใช่สื่อมวลชน ผมไม่อาจจะเป็นตัวแทนสื่อมวลชนได้หรอกให้ผมไปในฐานะพลเมืองคนหนึ่งเถอะ ผมไป แต่ว่าผมยังมีอาชีพเป็นนักข่าว ทางสังกัดขอว่าอย่าขึ้นเวที แต่สามารถแสดงออกได้ เพราะทุกคนมีสิทธิ์ที่จะเคลื่อนไหว แต่เขาบอกว่าต้องเข้าใจว่า เราเหมือนเป็นสินค้าของที่นี่คนรู้จัก ถ้าเราไปทำอะไรก็จะส่งผลถึงผลกระทบได้ ฉะนั้นก็เห็นแก่องค์กร ผมก็บอกกับลุงกำนันว่าขอละกัน

Q : อีกหนึ่งจุดเปลี่ยนที่คุณไม่เคยเล่าที่ไหนก็คือตอนที่คุณแยกทางกันนักเล่าข่าวคนดัง ยังจำได้ไหม ?


ผมไม่ได้ผิดใจอะไรกับเขา เราจัดรายการได้ดี ตอนนั้นผมอยู่ช่อง 7 รายการจมูกมด คุณแดงให้ความเมตตาไปจัดที่ช่อง 7 แล้วเขาอยู่ช่อง 3 กับคุณประวิทย์ ตอนกลางคืนเขาก็อยากจะให้จัดรายการด้วยกันเพราะพี่มิ่ง (ผอ.อสมท ขณะนั้น) อยากจะให้ไปจัดรายการ โอเค จนกระทั่งมีปัญหาคดี เขาก็อยู่ช่อง 9 ไม่ได้

Q : ถามจริงๆ คุณไม่รู้เรื่องนี้มาก่อน?

ผมไม่ได้รู้เรื่องอะไร เขาจ้างผมเป็นพิเศษ ไม่ได้แบ่งค่าโฆษณาอะไรกันเลย ผมเป็นเหมือนพิธีกรร่วมแค่นั้น โฆษณาเขากับช่อง 9 อะไรก็ไปว่ากัน ผมไม่เคยรู้ จนกระทั่งวันหนึ่ง อ.เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง จัดรายการแล้วเชิญสหภาพของบริษัทนี้ไป เป็นครั้งแรกที่ผมรู้เรื่องนี้ เขาก็โทรมา ผมก็ถามว่าจริงไหม ไปทำทำไมว้า....(เสียงผิดหวัง) เขาก็ขอโทษผม ผมก็เห็นอนาคตของรายการเขาแล้วว่า ลำบากแน่ ไอ้ผมไม่เป็นไรหรอกกลับมาจัดเนชั่น จัดที่ช่อง 7 ได้ ที่สุดเขาก็อยู่ไม่ได้จริงๆ เราแยกกัน เขาไปจัดช่อง 3 แล้วก็พยายามจะดึงผมไปช่อง 3 ไปจัดรายการตอนเช้าด้วย ผมบอกว่าตอนเช้าคุณก็เยอะแยะแล้วพิธีกรเยอะใครๆ ก็จัดอยู่ เขาก็บอกไม่เป็นไรจัดอยู่ด้วยกัน ผมบอกไม่เอา แล้วช่อง 7 ผมล่ะ เขาก็บอกไม่ต้องทำซิ มาอยู่ช่อง 3 ผมบอกพี่แดงเอาตายสิไม่ได้ๆ ก็ปฏิเสธไป ยกเว้นเขามีเวลาอื่น ตอนกลางคืน แล้วเขามีปัญหาเรื่องคดี แล้วดึงเราไปเราก็ไปทำกับเขาโดยทิ้งช่อง 7 ตั้งแต่นั้นมาเขาก็โกรธผม

Q : แยกกันไม่ได้ทะเลาะกันแบบที่หลายคนคิด ?

ไม่ได้ทะเลาะกัน แต่หลังจากนั้นเขาก็ไปเขียนลงในนิตยสารฉบับหนึ่งประมาณว่า 'บางคนนะ ผมคิดว่าเขาเป็นเพื่อน แต่พอถึงวันหนึ่งพูดประมาณว่าผมทิ้งเขา' มีคนโทรมาบอกว่าอ่านหรือยังเขาบอกว่า 'ทิ้งเขา ไม่ใช่เพื่อนแท้' ผมถามคำว่า ถ้าเขาไม่ไปทำเรื่อง ผมจะทิ้งเขาทำไม แล้วผมก็ไม่ได้ทิ้งเขาแต่มันไปอยู่ด้วยกันไม่ได้ ผมต้องจัดช่อง 7 แล้ว บังเอิญช่วงนั้นก็มีคุณปุระชัย เปี่ยมสมบูรณ์ พูดคำพูดนี้ออกมา หลังจากที่เพิ่งออกมาจากคุณทักษิณเขาพูดว่า

"ผมไม่ทำงานกับคนโกง" ตอนนั้นผมเขียนคอลัมน์อยู่กับเนชั่นสุดสัปดาห์เลยยกตรงนี้มาเขียนในใจความผมระบุว่าในรอบสัปดาห์นี้มีผู้ใหญ่ในบ้านเมืองขณะนั้นพูดอะไรบ้าง ซึ่งคำพูดที่ผมประทับใจบ้างแล้วผมก็อธิบายและพาดหัวคอลัมน์ด้วยคำว่า 'ผมไม่ทำงานกับคนโกง'

Q : บทความนั้น อยากจะสื่อสารถึงใครหรือเปล่า ?


ไม่ ผมไม่ได้คิดถึงเขาโดยตรงนะ ผมสาบานได้ ผมรู้สึกประทับใจคำพูดคุณปุระชัยมากที่สุด เมื่อรู้ว่าเขาเป็นคนไม่ดีอย่าอยู่กับเขา ผมฟังแล้วก็ประทับใจ แต่ 'เนชั่นสุดสัปดาห์' ก็เอาขึ้นปกเลย (หัวเราะ) ผมตกใจนะ เพราะไม่รู้เลย แต่คนก็โยงกันไปมา ซึ่งผมไม่ได้คิดถึงเขาโดยตรงนะย้ำอีกที ที่สุดบทความนี้กลายเป็นประเด็นทันที ถามว่าเขาโทรมาเคลียร์กับผมไหม ไม่ๆ หลังจากนั้นก็ไม่เคยคุยกันเลย ไม่เคยเจอกันเลย

ตอนนี้ก็ส่งเรื่องฟ้องไปแล้ว ผมไม่อยากพูดจะหาว่าไปซ้ำเติมเขา หลายๆ เรื่องเป็นเรื่องที่ไม่น่าเชื่อว่าจะทำ 

Q : โลกของสื่อมวลชนที่คุณเจอก็เป็นโลกมายาไม่แพ้วงการบันเทิง ?

สื่อมวลชนในบ้านเรามันยังมีอะไรอีกมากมายที่คนไม่รู้ ถ้าทอล์กโชว์ผมมีเวลาผมจะพูดให้คุณรู้ว่า สื่อมวลชนจับมือกับนักการเมืองชั่วเราจะเป็นเหยื่อ ผมยกตัวอย่าง ในช่วงเลือกตั้ง รายการเอกชนรายการหนึ่งเชิญพรรคการเมือง เชิญหัวหน้าพรรคการเมืองมาคุย อะไรก็ตามแต่ ไม่ได้คุยเรื่องการเมือง ให้เขาวิพากษ์วิจารณ์ เรื่องบ่อน คุณรู้ไหมว่าหัวหน้าพรรคการเมืองคนนี้จ่ายเงินให้กับรายการนั้น 4 แสนบาท อันนี้ผมรู้มา

Q :  คุณกำลังจะบอกว่ามีกระบวนการสมคบคิดระหว่างนักข่าวกับนักการเมือง นักธุรกิจ มาเฟีย จ่ายเงินเพื่อขอให้ได้ออกทีวี?

ใช่, นี่ผมแค่ยกตัวอย่างเล็กๆ ว่าสิ่งที่คุณเห็นหลังกล้องกับหน้ากล้อง มันยังมีเรื่องที่คุณไม่รู้ อีกเรื่อง น้ำท่วม รายการทีวีหลายรายการจุดที่น้ำท่วมไปรายงานสด ไปถ่ายภาพที่เขาเอาเสบียงที่ไปแจก ประชาชนจะรู้ไหม สมมติดูทีวีช่องหนึ่งเห็นเขาถ่ายทอดออกไปพายเรือเวลากลางคืนยังออกมาข้างนอกถ่ายๆ รายงานสด อ้าว...จู่ๆ เจอนักการเมืองคนหนึ่งกำลังแจกของอยู่ ชาวบ้านไม่รู้ว่าเขาเตี๊ยมกัน ซึ่งอันนี้ผมรู้มา อยากให้รู้ว่าสิ่งที่คุณเสพทางด้านหน้าจอยังมีอะไรที่คุณไม่รู้ มันเป็นมายาจริงๆ ไม่น่าเชื่อนะ แต่ต้องเชื่อ

Q : ขออนุญาตถามเรื่องที่เป็นข่าวครึกโครมก่อนหน้านี้ กรณีคลิปคุณหลุด เป็นอย่างไรบ้าง ถึงไหนแล้ว ล่าสุดเห็นมีคนออกมาขอโทษในไอจี ?


จบหมดแล้วครับ ตอนนี้ผมรู้หมดแล้ว เพราะเราได้คุยกับเขาแล้ว เขาเป็นคนทำเป็นแฟนรายการผม และเป็นคนที่มีปัญหาทางจิต

Q : นี่พูดไป ถ้าเขาไม่ได้เป็นแบบที่พูด ก็จะกลับมาปล่อยคลิปแฉ มาต่อว่าคุณอีกนะ?

เขาใช่ แล้วผมจะฟ้องเขาได้ทุกเมื่อ เขาเป็นผู้หญิง และทั้งหมดเป็นภาพตัดต่อ หน้าผมใช่ ภาพผมนอนบางภาพใช่ คลิปเป็นคลิปที่ผมพูดกับเมียผมพูดเล่นกัน ถามว่าเขาเอามาได้อย่างไร ภาพนอนผมก็ลงเฟซบุ๊ก ส่วนคลิปคุณรู้ไหมว่าเสียงมันเบามากนะคำพูดที่ว่า 'ผมรักคุณ' ผมพูดกับเมียผม เวลาพูดผมก็มีแลบลิ้นด้วย แต่ว่ามันมาตัดต่อหน้าผมให้เหมือนว่าผมเป็นคนบ้ากาม ซึ่งไม่ใช่

ตอนแรกที่ภาพออกมาเป็นช่วยตัวเอง ตั้งกล้องอยู่ใต้หว่างขาขึ้นมา ผมก็ถามว่าใครจะช่วยตัวเองบ้าขนาดนี้วะ ผมก็เขียนในเฟซบุ๊ก มันก็โพสต์ภาพเฟซไทม์ ที่สุดแล้วผมก็ไปแจ้งความ ตำรวจปท.(ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี) บอก นี่ดูก็รู้เลยว่าตัดต่อ ผมก็ปรึกษากับผู้ใหญ่ที่นี่ ตอนแรกผมนึกว่าเป็นการเมือง แต่ทั้งหมดนี้ ผมก็โพสต์ลงเฟซบุ๊กว่า เพื่อไม่ให้มันมีผลต่อวงการสื่อมวลชนในวิชาชีพผมขอหยุดงาน 1 เดือน ในระหว่างนี้ใครพิสูจน์ได้ว่าผมใช้วิชาชีพของผมไปล่อลวงผู้หญิง ผมจะเลิกทำอาชีพนี้ตลอดชีวิต และถ้าผู้หญิงคนนี้มีตัวตนจริงๆ ส่งหลักฐานที่ผู้ใหญ่ที่หัวหน้าผมได้เลย

เขาก็ติดต่อมาเพราะผมโพสต์ว่าจะเอาเรื่องให้ถึงที่สุด เขาติดต่อมาบอกว่าจะหยุดแล้ว เราก็บอกไม่ได้ จะหยุดแบบนี้ไม่ได้ ก็คุยกับผู้ใหญ่ผมแล้วมาเล่าให้ผมฟัง โอ้โห...เขาเป็นแฟนเพจผม เขาเข้ามาในเฟซบุ๊กผม ซึ่งมีทั้งหญิงและชายมีทั้งคนหน้าตาดีและไม่ดี มีทั้งเด็กไม่เด็ก มีทั้งคนสูงอายุ และเขาเป็นแฟนรายการผมมากๆ และใครที่เป็นผู้หญิงภาพโปรไฟล์สวยๆ เข้ามาในเฟซบุ๊กผม บ่อยๆ ผู้หญิงคนนี้จะเมสเสจไปคุย กับพวกเขา ทำเป็นทักทาย แล้วก็เข้าเรื่องผมเป็นแฟนรายการพี่กนกเหรอ ชอบพี่กนกเหรอ ถ้าใครบอกไม่เคยเจอจบ เขาก็ไปหาผู้หญิงคนใหม่ แต่ถ้าเคยจะเจอเอาเลย เขาก็จะเร่ิมถามเรื่องราว

Q : คุยเพื่อ?

นั่นนะซิ ตอนหลังก็รู้ว่าเพื่อสกัดกั้นแปลกไหม เขาคิดว่าผมเป็นอะไรกับผู้หญิงสวยๆ คนนี้ๆ ในเฟซผม เหนืออื่นใด ถ้าใครเคยเจอผม เคยกินข้าวกับผม เขาก็จะเริ่มบอกต่อว่า 'ระวังพี่กนกนะ เรารู้จักพี่กนกดี' บางคนมีลูกผู้หญิงก็ไปบอกเขาว่าให้ระวังลูก คุณกนกชอบเด็กผู้หญิง คนที่เคยคุยทั้งหลายก็ติดต่อผมมาว่ามีอะไรกับผู้หญิงคนนี้หรือเปล่า เขาให้ข้อมูลด้านลบกับผม พอหัวหน้าผมมาบอกว่าเป็นคนนี้ ผมโอ้โห..ผมเคยเจอ ซึ่งคนที่เขาติดต่อเมสเสจไปเขาก็ติดต่อมาในอินบ็อกที่ผม ถามผมว่ามีอะไรกับผู้หญิงคนนี้หรือเปล่า เมสเสจมาคุยทุกคืนเลย ผมก็เลยต่อว่าผู้หญิงคนนี้ก็เลยเป็นเรื่องแล้วผมก็สนับสนุนลูกเขาเก่งดนตรี

Q : ถามตรงๆ ไม่ใช่เมียน้อย หรือกิ๊กคุณ?

ไม่ใช่ ไม่ใช่เลย ผมเคยพาลูกเขาไปออกรายการเพราะเห็นเขาเป็นแฟนคลับ ผมก็งงมาก เขาก็โกรธผมที่ผมไปว่าเขา เขาก็อันเฟรนด์ไป แล้วก็หายไปก็กลับมาใหม่ มาสารภาพว่าเขาชอบผมเราก็กลับมาเป็นเพื่อนกันใหม่ก็ไม่มีปัญหา เราก็ไม่รู้เขาไปทำอะไร จนกระทั่งเขามาปล่อยภาพ หัวหน้าผมถามว่า ทำแบบนี้กับคุณกนกทำไม เขาก็บอกคุณกนกปล่อยภาพลามกเขาก่อน อ้าว มันบ้ามาก

ทุกอย่างจินตนาการหมด หัวหน้าผมก็ถามว่าคุณกนกจะมีภาพลามกคุณได้อย่างไร เขาบอกว่าเรามีอะไรกันหลายที่ เอ่ยชื่อโรงแรมเป็นสิบๆ ที่ มันบ้าไปแล้ว ผมก็ถามหัวหน้าผมว่า พี่เคยเห็นภาพลามกที่เขาอ้างไหม ก็ไม่มี เขาก็บอกว่าไม่มี คิดไปเองทั้งหมด

Q : คุณกำลังบอกว่าสิ่งที่เขาทำก็คือคิดเองเออเองทั้งหมด

ใช่ โรคไบโพล่าร์ (Bipolar disorder-โรคอารมณ์สองขั้ว) เวลาเขาอยู่ต่อที่สาธารณะแบบหนึ่ง เป็นแม่ที่ดีของลูกเรียนเก่งได้เกียรตินิยม เป็นนักดนตรี บ้านเขาเป็นนักดนตรีทั้งบ้าน แต่เขาอยู่ต่างประเทศ เบื้องหลังเขาน่ากลัวมาก เป็นคนไม่มีสังคม เป็นแม่บ้านมีปัญหาครอบครัวกับสามี กระทั่งผมเข้าไปสนับสนุนลูก ผมประทับที่ลูกเขาเก่งดนตรี อายุไม่ถึง 10 ขวบเลย แล้วเขาเป็นโซเชียลฯ มาก เล่นทุกสื่อ ตอนแรกผมจะฟ้องเขา เพราะผมเสียหายมีบางคนเชื่อ แต่ว่า ทนายผม กับผู้ใหญ่บอกว่าเห็นแก่ลูกเขาเถอะ ถ้าฟ้องครอบครัวเขาลูกเขา ซึ่งรู้จักผมด้วยเคารพผมด้วย ไม่รู้เรื่อง ที่สำคัญแม่ผู้หญิงคนนี้ผมก็ไปดูแลนะแม่เป็นโรคซึมเศร้า อยู่บ้านคนเดียว เรื่องนี้จบลงด้วยการให้เขาเขียนขอโทษผมผ่านอินสตาแกรม อันนี้ของเขาจริงๆ พอจบก็จบเลยไม่มีต่อเลย ให้เขียนขอโทษว่ารับข้อมูลมาคลาดเคลื่อนบวกกับมีปัญหาสับสนทางจิตใจ

Q : ถามตรงๆ ไม่ได้จ่ายเงินให้จบ?

ไม่มีจ่ายเงิน (เน้นเสียง) ผมหยุดงาน 1 เดือนอยู่ที่สวนลุม สงกรานต์พอดี พิธีกรร่วมผมไปเจอที่สวนลุม เขาบอกว่า พี่สนุกมากนะ พี่ไม่ทุกข์ร้อนอะไรเลย 

Q : อย่างเรื่องไลน์ที่หลุดของ กนก จีบผู้หญิงล่ะ ?


โอ้โห...ไลน์ไร้สาระมากๆ ที่ผมไปเป็นชู้กับแฟนเขา บอกตรงๆ ผมไม่ซีเรียสเรื่องนี้ จริงๆ ผมไปซื้อเบอร์มาแล้วตั้งชื่อเป็นคุณก็ได้ ตั้งชื่อใครก็ได้ อย่างเขาตั้งชื่อผม กนก รัตน์วงศ์สกุล ซ้ำเลยก็ได้

Q : แต่มันมีเบอร์คุณ

นั่นน่ะซิ ซึ่งนั่นมันก็ใช่เบอร์ผม แต่เขาก็บอกทำได้ ถ้าดูดีๆ ทำได้ ตัดต่อหรือเปล่าก็ไม่รู้ แต่ผมไม่ซีเรียสเรื่องนี้นะ ผมนี่ต้องไปเป็นชู้ทางไลน์เลยเหรอ มันจะบ้าไปแล้วหรือไงวะ แล้วคำพูดมันหยาบคายมาก แล้วในนั้นมันก็ประมาณว่านัดเป็นชู้ กับแฟนเขา ผมถามคำว่าทำไมไม่จับผมทำไมต้องรีบออกมาแฉ ถ้าเป็นเรื่องจริง ถามว่าทั้งหมดมันเป็นขบวนการทางการเมืองไหม ผมไม่รู้ แต่อันแรกมีผสมปนเป แต่เคสหลังไลน์ผมเฉยๆ  

Q: ที่ผ่านมาเจอมรสุมข่าวฉาวมากมาย มีสักแวบที่คิดจะลาวงการนี้ไหม ?


ไม่เคย (นิ่งคิด) แต่ยอมรับว่ามีแค่บางช่วงขณะอยากจะทำงานที่บ้าน ผมก็ไม่รู้ทำอะไรที่บ้านนะ แต่มีบางแวบในยุคที่อินเทอร์เน็ตเฟื่องฟูผมไปเล่นเน็ตที่พัทยา ก็แอบคิดๆ ว่านี่เป็นบ้านเราก็ดีเน้อ เปิดร้านเน็ต เราก็มองไปทะเลสุดลูกหูลูกตา บางทีไปอ่านหนังสือบนเตียงผ้าใบที่บางแสน เฮ้ย...ถ้าเราเปิดร้านกาแฟมีหนังสือให้อ่านตรงชายหาดก็ดีเน้อ แต่เป็นความรู้สึกชั่วครู่เดียว 

Q : มีอะไรที่อยากทำ แล้วยังไม่ได้ทำไหม ?


ทุกวันนี้ ผมได้ทำในสิ่งที่ผมอยากทำแล้ว เพราะตอนเรียนธรรมศาสตร์ ผมคิดว่าผมทำงานอะไรก็ได้ที่ได้แสดงความคิดเห็น เพราะผมมีความคิดเห็น มีคนถามผมว่าอยากทำงานอะไรก็ได้ ที่ได้แสดงความคิดเห็น ผมก็บอกว่าเพราะ 'ผมเป็นคนมีความคิดเห็น' ซึ่งทุกวันนี้ก็ใช้แล้ว เพราะทุกวันนี้ผมไม่ได้อ่านข่าวธรรมดา ผมมีหยอดความคิดเห็นไว้บ้าง 

Q : จริงๆแล้ว กนก เป็นคนอารมณ์ดีแบบที่เห็นไหมหรือมันเป็นการแสดง ?


ผมไม่เครียดนะ เมื่อก่อนผมจะตั้งเป้าว่าชีวิตผมทุกวันจะต้องหัวเราะ ทุกวันผมจะเข้าไปในยูทูบ เขาไปดูอะไรให้ตลกๆ หรือว่าชอตหนังที่ตลกๆ ในยูทูบ บางทีผมก็จะดูหนังในบางช่วงหนังที่แอนนาชวนชื่นเล่น ดูป๋าเทพ ดูซ้ำๆ ดูให้ขำ ผมจะต้องหัวเราะทุกวัน สมัยเด็กๆ ผมติดคณะต็อกบูม ผมติดคณะสี่สี ผมชอบดูตลก  

Q : พูดได้ไหมว่าคุณจะอยู่เนชั่นตลอดไปไหม ?


ไม่ถึงขนาดนั้น แต่ก็คงจะเกินช่วงเวลาที่จะไปทำอะไรเอง มีหลายคนบอกว่าไปเปิดบริษัทเอง เฮ้ยไม่ได้คิดเลยวะ เพราะทำงานทุกวันไม่ได้วางแผนเอาไว้เลย อีกอย่างภรรยาผมอยู่ที่นี่ด้วย 

Q : หลังจากนี้อีก 5 ปี กนกจะอยู่ในรูปแบบไหน?


คงจะเป็นคนแก่ ไม่เหงานะ ไม่โดดเดี่ยว เป็นคนแก่ที่ยังอยู่ในโลกโซเชียล ไม่ตกยุค

น้ำตาซึม

Q : ย้อนเวลากลับไปได้ อยากจะแก้ไขอะไรไหม ?


อยากจะพาแม่ไปตรวจร่างกาย สิ่งเดียวที่ผมรู้สึกพลาด ทุกวันนี้ผมนอนร้องไห้ทุกคืนนะ แม่ผมเสียวันที่ 13 ก.ย. เมื่อ 2 ปีก่อนแม่ผมเป็นโรคมะเร็งที่ลำไส้ ผมก็พาไปผ่าตัดก็หาย หลังจากนั้นก็กินได้กินเก่งอ้วนสมบูรณ์ผมก็ไปทำงาน จนกระทั่งวันหนึ่งแม่ผอม พอไปตรวจแม่เป็นมะเร็งตับ ซึ่งมันร้ายแรงมาก ส่วนใหญ่ถ้ามีอาการมันจะอยู่ระดับ 3-4 เราเร่ิมมาศึกษา คนที่เป็นมะเร็งลำไส้ หลังจากผ่าตัดแล้ว ต้องตรวจสุขภาพถี่เลย เราไม่ได้ทำ เพราะไม่มีความรู้ ประมาณ ก.ค.พอรู้ว่าแม่เป็นมะเร็งตับ ก็รู้สึกว่าชีวิตเราต้องเสียเขาไป (น้ำตาลไหล) ถ้าย้อนกลับไปได้อยากพาแม่ไปตรวจสุขภาพ

หลั่งน้ำตา

ตอนนี้ก็มีแต่คิดถึง พ่อผมเสียตั้งแต่ผมยังเด็กๆ ตั้งแต่ผมอยู่ประถม แม่ก็เป็นคนตลก เป็นคนดี (น้ำตาไหล) ตอนแกป่วยมากๆ กลางวันผมก็จะกลับไปหาแกตลอด จัดรายการเสร็จก็ไปหา ป้อนยา ข้าว น้ำ พอกอดแก ที่ผมสะเทือนใจมาก กอดเสร็จปุ๊บผมก็จะบอกว่าอี๊กินให้เยอะๆ นะ แม่ผมก็จะบอกว่าไปทำงานๆ ไม่ว่างก็ไม่ต้องมาทุกวัน ขอให้ลื้อแข็งแรงๆ นะ (ร้องไห้) เหมือนเขารู้ ผมกอดเขาสุดหัวใจ ขอให้ลื้อแข็งแรงๆ นะ ผมคิดถึงแม่ทุกวัน แม่ผมจะชอบกอดหมอนข้าง เพราะว่าแม่ผมหลังโก่งนอนหงายไม่ได้ ต้องตะแคงข้าง ทุกคืนนี้ผมนอนกอดหมอนข้าง ผมก็จะคิดถึงแม่ ผมนอนกอดหมอนข้างเพราะผมคิดถึงแม่

แม่ผมเป็นคนตลกมาก ทุกวันนี้ผมยังคิดถึงแกอยู่เสมอ คิดว่าแกคงรู้และได้ยิน.

**ล้อมกรอบ
**

24 ชั่วโมง กนกทำอะไร! - ตื่นตีห้าครึ่ง เมื่อก่อนจัดรายการเช้ากว่านี้มาที่นี่เพื่อจัดรายการ 8 โมงจนถึงเกือบเที่ยงคืน กลับบ้านอาบน้ำสระผม รอผมแห้งก็จะเปิดเฟซทักทาย ตอบคำถามในเฟซบุ๊ก หลังจากนั้นก็นอนตี 1 แทบทุกคืน วันเสาร์ก็จะไปเล่นฟุตบอลกับน้องๆ ปกติวันอาทิตย์จะไปหาแม่ ตอนนี้แม่ไม่อยู่แล้วเลย ก็ไปดูหนังบ้าง ออกงานบ้างพวกงานศพ งานแต่งงานมีทุกเสาร์ อาทิตย์ ถ้ามีเวลาก็จะดูหนัง เรื่องล่าสุดก็คือ 'ฝากไว้ในกายเธอ' ของค่ายหนังอารมณ์ดี GTH

 

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

กนก รัตน์วงศ์สกุลเปิดใจกนกคลิปลับกนกสรยุทธกนกกนกสุเทพกนกเนชั่นกปปส.วงการข่าวนักข่าวสกู๊ปออนไลน์ข่าวไลฟ์สไตล์ข่าวไทยรัฐไทยรัฐไลฟ์สไตล์ไลฟ์สไตล์ไทยรัฐไทยรัฐออนไลน์

ข่าวแนะนำ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้