จากเกี๊ยวซ่าถึงเหนียวไก่ ทดสอบครั้งแรกในไทยกับ MAZDA 2 ดีเซล

ข่าว

    จากเกี๊ยวซ่าถึงเหนียวไก่ ทดสอบครั้งแรกในไทยกับ MAZDA 2 ดีเซล

    อาคม รวมสุวรรณ

      14 พ.ย. 2557 09:57 น.

      เกี๊ยวซ่าร้อนๆ ในเมือง Shizuoka เมื่อเดือนที่แล้วกับการขับทดสอบ Mazda 2 2015 ในสนาม Japan Cycle Sports Center ถูกกลบด้วยรสชาติอันจัดจ้านของข้าวเหนียวไก่ทอดในสนามโบนันซ่า นี่คือการกลับมาขับทดสอบรอบที่ 2 ในประเทศไทยกับรถยนต์สปอร์ตคอมแพค 5 ประตู Mazda 2 ยานยนต์คนเมืองหัวใจดีเซล นับเป็นครั้งแรกในประเทศหลังจาก Mazda Sales Thailand หอบหิ้วนักข่าวสายยานยนต์บินเหินฟ้าเดินทางข้ามมหาสมุทรแปซิฟิกไปขับกันถึงชายขอบของภูเขาไฟฟูจิ เป็นการแย่งชิงพื้นที่ข่าวสารจากแบรนด์ Zoom Zoom เพื่อกระตุ้นความสนใจก่อนการเปิดผ้าคลุมรถยนต์รุ่นใหม่คันนี้ที่จะมีขึ้นภายในงานแสดงรถยนต์ มอเตอร์เอ็กซ์โปในช่วงปลายเดือนพฤศจิกายน สำหรับรถทดสอบ Mazda 2 ที่ Mazda Sales Thailand นำมาให้สื่อมวลชนไทยได้ลองขับเป็นครั้งแรกนั้น เป็นรถโมเดลส่งออกที่มีอุปกรณ์คล้ายคลึงกับรุ่นที่จะทำการขายในช่วงปลายปีนี้ เครื่องยนต์และอุปกรณ์อำนวยความสะดวกกว่า 90% เหมือนกันทุกอย่าง แต่มีบางจุดบางตำแหน่งเล็กๆ น้อยๆ ที่แตกต่างไปจาก Mazda 2 รุ่นที่จะขายในประเทศ


      รายละเอียดของตัวรถที่ผมเคยบรรยายเอาไว้ซะยืดยาวสำหรับการขับทดสอบที่ประเทศญี่ปุ่นน่าจะเคยผ่านหูผ่านตามาบ้าง หากคุณเป็นคนที่ชอบติดตามเรื่องรถยนต์ในเว็บไทยรัฐออนไลน์ อ่านทดสอบตอน 1-2 ได้ที่

      http://www.thairath.co.th/content/460953


      ครั้นมาถึงการขับในประเทศไทย วิศวกรของ Mazda เน้นไปที่การแจ้งรายละเอียดของตัวรถในด้านเครื่องยนต์และระบบต่างๆที่ผสมผสานกับเทคโนโลยี SkyActiv เพื่อชูประเด็นการสร้างรถยนต์ที่มีความแตกต่างในด้านสมรรถนะสำหรับการขับใช้งานในชีวิตประจำวัน ลองมาดูข้อมูลสำคัญของรถรุ่นนี้กันเลยดีกว่า เครื่องยนต์ดีเซล 1.5 ลิตร อัดอากาศด้วยเทอร์โบผนวกเทคโนโลยีใหม่ เป็นเครื่องยนต์คลีนดีเซลหรือเครื่องยนต์สะอาดที่พัฒนาขึ้นมาใหม่ล่าสุด เครื่อง Skyactiv D ขนาดความจุ 1.5 ลิตร แม้จะมีแรงม้าไม่มาก แต่แรงบิดนั้นกลับอยู่ในระดับแนวหน้าที่ 250 นิวตันเมตร มากจนขึ้นไปเทียบกับเครื่องยนต์เบนซิน 1.8 - 2.0 ลิตรรุ่นเก่ากันเลยทีเดียว นอกจากจะมีแรงบิดในย่านกลางๆ ดีเยี่ยมแล้ว เครื่องยนต์ Skyactiv D ยังมีอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงอยู่ในคาบที่โดดเด่นมาก เชื้อเพลิง 1 ถังสามารถวิ่งไปได้ไกลถึง 1,000 กิโลเมตรเลยทีเดียว ทั้งหมดทั้งปวงของ Mazda เกิดจากนวัตกรรมเทคโนโลยี Skyactiv นั่นเอง


      หัวฉีดโซลีนอยด์ของ Skyactiv D 1.5L มีขนาดความยาวที่สั้นลงสำหรับหัวฉีดเชื้อเพลิงที่ออกแบบให้มีถึง 10 รู เพื่อการสเปรย์ละอองเชื้อเพลิงที่มีความละเอียดมาช่วยลดระยะทางที่ละอองน้ำมันเดินทาง ทำให้เกิดการผสมเข้ากันอย่างรวดเร็ว และมีระยะห่างจากผนังกระบอกสูบเพียงพอ ช่วยลดการสูญเสียจากการระบายความเร็ว หัวฉีดควบคุมด้วยระบบ Transient Combustion Control Logic โดยกำหนดค่าของการเผาไหม้ที่สมบูรณ์แบบเพื่อทำให้เครื่องยนต์สามารถจุดระเบิดได้ตามที่ต้องการ การทำงานของหัวฉีดตอบสนองต่อสภาวะที่เปลี่ยนแปลงภายในกระบอกสูบตามสถานการณ์ของการขับขี่ที่ผกผันอยู่ตลอดเวลา


      ระบบอัดอากาศแบบแปรผัน รถ Mazda 2 เครื่องยนต์ดีเซล 1.5 ลิตร ใช้เทอร์โบชาร์จเจอร์แบบแปรผัน ช่วยสร้างแรงดันเสริมได้มหาศาลในช่วงกว้าง ครอบคลุมย่านรอบเครื่องยนต์ตั้งแต่รอบต่ำไปจนถึงรอบสูงสุด แม้จะเป็นเพียงแค่เทอร์โบตัวจิ๋วขนาดกะทัดรัด ซึ่งมีขนาดที่เล็กกว่าเทอร์โบของ Mazda CX-5 SkyActiv D 2.2L อยู่พอสมควร การทำงานของเทอร์โบลูกนี้ วิศวกรของ Mazda ได้ทำการติดตั้งเซ็นเซอร์ตรวจวัดความเร็วในการหมุนของกังหันเทอร์ไบน์ ทำให้สามารถรักษากำลังและแรงบิดได้ในย่านรอบเครื่องยนต์สูงสุด ความสามารถในการสร้างแรงบิดระดับสูงในรอบเครื่องต่ำเข้ามาช่วยเมื่อขับใช้งานหรือติดเครื่องยนต์ที่อุณหภูมิต่ำ การหมุนของกังหันเทอร์ไบน์ มีทิศทางที่ตรงกันข้ามกับเทอร์โบทั่วไป ช่วยให้เกิดเส้นทางของการระบายแก๊สไอเสียแบบตรง ลดการสูญเสียพลังงานในรูปของแรงดันที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาด้วยการสร้างแรงดันเสริมที่มีประสิทธิภาพ


      อินเตอร์คูลเลอร์ บทบาทของการลดอุณหภูมิไอดีก่อนประจุเข้าไปยังห้องเผาไหม้ การพัฒนาพิเศษที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะในเครื่องยนต์ SkyActiv D แตกต่างไปจากการใช้อินเตอร์คูลเลอร์ที่ระบบระบายความร้อนด้วยอากาศแบบอิสระซึ่งใช้ในเครื่องยนต์ SkyActiv D 2.2L ในเครื่องยนต์ SkyActiv D 1.5L ช่างเครื่องยนต์ชั้นหัวกะทิของ Mazda Motor ได้ทำการลดขนาดความจุของท่อร่วมไอดีลงจาก 8 ลิตร เหลือเพียง 4 ลิตร ทำให้ก๊าซ EGR เร่งเข้าสู่ท่อร่วมไอดีได้อย่างรวดเร็วขึ้น ทำให้การตอบสนองของเครื่องยนต์ขณะกดคันเร่งดียิ่งขึ้น การใช้อินเตอร์คูลเลอร์ระบายความร้อนด้วยน้ำตรงเข้าไปยังท่อร่วมไอดีสามารถเพิ่มแรงดันได้สูงขึ้น วัสดุที่ใช้ทำท่อร่วมไอดีปรับเปลี่ยนจากอะลูมิเนียมมาเป็นพลาสติกทนความร้อน ช่วยลดน้ำหนักของเครื่องยนต์ลงได้อีก 1.4 กิโลกรัม


      วาล์ว EGR ครอบคลุมการทำงานทั้งแรงดันสูงและต่ำ วาล์ว EGR แบบระบบคู่สามารถสร้างแรงดันเสริมได้สูงขึ้น ภายใต้การรับภารกรรมของเครื่องยนต์ ระบบวาล์ว EGR แบบคู่ยังช่วยลดภาวะการลดลงของแรงดัน เพิ่มเติมประสิทธิภาพของการสร้างแรงดันด้วยปริมาณ EGR ที่สูงขึ้น


      ลูกสูบรูปไข่แบบระนาบซ้อนทับ การออกแบบลูกสูบในเครื่องยนต์ SkyActiv D 1.5L ใช้การเพิ่มชั้นของพื้นที่หน้าตัดตรงกึ่งกลางของด้านบนลูกสูบ ทำให้เกิดการกระจายอย่างรวดเร็วของน้ำมันเชื้อเพลิงที่ถูกฉีดไปยังห้องเผาไหม้ ช่วยลดพื้นที่ในการอัดอากาศ โดยทำหัวลูกสูบให้เป็นแบบ 2 ชั้น รอบเส้นรอบวงของลูกสูบด้านบน แถมยังช่วยลดการไหลวนและป้องกันไม่ให้ก๊าซเผาไหม้สูญเสียความร้อน


      ระบบระบายความร้อนของเครื่องยนต์ ใน SkyActiv D 1.5L ระบบระบายความร้อนใช้เซ็นเซอร์ตรวจจับการทำงานของเครื่องยนต์โดยเฉพาะรอบเครื่อง อัตราการฉีดจ่ายเชื้อเพลิง อุณหภูมิของน้ำในหม้อน้ำและอุณหภูมิของเชื้อเพลิงในขณะขับขี่ เพื่อทำการกำหนดคุณสมบัติในการทำงานที่มีความสอดคล้องกับสถานการณ์ของการขับขี่ในรูปแบบต่างๆ รวมถึงการควบคุมการปิด-เปิดวาล์วสารหล่อเย็น แผ่นตะแกรงถูกวางลงในโพรงน้ำมันเครื่องเพื่อป้องกันการสูญเสียพลังงานจากการระบายความร้อน ช่วยทำให้ประหยัดเชื้อเพลิงและช่วยลดการปล่อย Co2 ส่งผลโดยตรงในการลดการสูญเสียของพลังงานจากการเผาไหม้ที่ไม่สมบูรณ์


      ระบบเกียร์อัตโนมัติ SkyActiv DRIVE เป็นระบบส่งกำลังแบบใหม่ที่มีการพัฒนาเพื่อให้เข้ากับคุณลักษณะของเครื่องยนต์ขนาดเล็ก เกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด SkyActiv DRIVE มีน้ำหนักเบาและมีขนาดที่เล็ก เพื่อวางประกบกับเครื่องยนต์ขับเคลื่อนล้อหน้าแบบวางตามขวาง เกียร์อัตโนมัติ SkyActiv DRIVE ยังเข้ามาใช้เสริมประสิทธิภาพของอัตราเร่งและค่าความประหยัด โดยมีการออกแบบให้เกียร์ชิพตัวเองเข้าสู่เกียร์สูงอย่างรวดเร็วเพื่อลดรอบเครื่องยนต์ซึ่งจะส่งผลไปถึงความประหยัด เกียร์ออโต SkyActiv DRIVE ยังมีการทำงานที่ค่อนข้างราบรื่นอีกด้วย


      ระบบ i-ELOOP เป็นระบบที่นำเอาพลังงานที่สูญเสียไปจากการเบรกหมุนเวียนกลับมาใช้ใหม่ ระบบนี้ประกอบด้วยตัวเก็บประจุไฟฟ้าขนาดใหญ่หรือ Capacitor หรือ Electronic Double Layer Capacitor เป็นงานวิศวกรรมล่าสุดจาก Mazda สามารถลดน้ำหนักได้ 5 กิโลกรัม ซึ่งเป็นน้ำหนักของระบบ ช่วยทำให้ประหยัดเชื้อเพลิง กลไก i-ELOOP พ่วงการทำงานกับระบบ i-Stop (Auto Start/Stop) จะทำการดับเครื่องยนต์ทันทีที่ตัวรถหยุดนิ่งและสตาร์ตเครื่องยนต์ทันทีที่ผู้ขับยกเท้าออกจากแป้นคันเร่ง ช่วยลดการใช้น้ำมันท่ามกลางการขับขี่ในสภาพการจราจรที่ติดขับรวมถึงยังช่วยลดมลพิษจากเครื่องยนต์เมื่อทำการดับเครื่องทุกครั้งที่รถหยุดนิ่งอยู่กับที่ โดยระบบปรับอากาศยังคงทำงานแบบอัตโนมัติต่อไป


      14.45 น. ข้างพิตเลนในสนามโบนันซ่า ผมยืนมอง Mazda 2 SkyActiv D 1.5L ทั้ง 4 คันที่ถูกแปะด้วยสติกเกอร์สีขาว SKYACTIV เรือนร่างใหม่ของ Mazda 2 ที่ผ่านตาคุณไปบ้างแล้ว เมืิ่อเทียบกับรุ่นที่ผ่านมา Mazda 2 เวอร์ชั่นล่าสุดมีความโค้งมนมากยิ่งขึ้น ความโค้งของตัวรถที่คล้ายกับการนำเอา Mazda 3 มาย่อสัดส่วน ไล่ตั้งแต่แนวสปอยเลอร์หน้า รายละเอียดของไฟหน้ากลมโต ทรงด้านข้างที่ไหลลื่นไล่เรียงไปจนถึงสัดส่วนบั้นท้ายที่โค้งเว้าได้รูปคล้ายกับการกระโจนของเสือซีตาห์ รถทดสอบทั้ง 4 คันกับรถ Display car อีก 1 คันเป็นรถ Mazda 2 ที่เพิ่งจะประกอบเสร็จมาหมาดๆ ในโรงงาน AAT ที่จังหวัดระยอง เป็นการขับทดสอบรถ Mazda 2 ครั้งแรกในประเทศไทย เพื่อเปิดโอกาสให้สื่อมวลชนไทยที่ไม่ได้เดินทางไปทดสอบในประเทศญี่ปุ่น ได้ลงทดสอบประสิทธิภาพกับความสามารถของเทคโนโลยีใหม่ที่ Mazda ประดังประดาใส่มาให้แบบจัดเต็ม วันนี้ สื่อมวลชนสายยานยนต์จะได้ทดลองขับ Mazda 2 SkyActiv D ถึง 6 รอบโดยแบ่งออกเป็นช่วงๆ ละ 3 รอบสนาม ก่อนที่จะมีการเปิดตัวในช่วงปลายเดือนพฤศจิกายนในงานมอเตอร์เอ็กซ์โปที่อิมแพค เมืองทองธานี หลังจากนั้นจะมีการขับทดสอบครั้งใหญ่อีกครั้งในช่วงเดือนมกราคม ด้วยการยกพลขึ้นไปทดสอบรถรุ่น 2 ที่จังหวัดเชียงราย การระดมทำตลาด Mazda 2 SkyActiv D เพื่อสร้างยอดขายในปี 2557-2558 นับเป็นการเร่งทำตลาดต่อจากการเปิดตัวสดๆ ร้อนๆ ที่ญี่ปุ่นและยุโรป เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา มันเป็นการทำตลาดที่รวดเร็วทันอกทันใจแฟนคลับของแบรนด์ Zoom Zoom จากที่เมื่อก่อนต้องรอกันนานถึงกว่า 1-2 ปี กว่ารถรุ่นใหม่ที่ขายในตลาดโลกจะเข้ามาขายในประเทศไทย นับต่อจากนี้ Mazda ได้ทำการปรับนโยบายการขายให้มีความรวดเร็วทันต่อสถานการณ์มากยิ่งขึ้น


      โบนันซ่าเป็นสนามแข่งรถขนาดเล็กตั้งอยู่ท่ามกลางธรรมชาติที่งดงามของเขาใหญ่ ด้วยพื้นที่ตั้งซึ่งแวดล้อมไปด้วยขุนเขาน้อยใหญ่โอบล้อมสนามเกือบทุกทิศทุกทาง สภาพสนามในปัจจุบันค่อนข้างอยู่ในสภาพที่สมบูรณ์ สนามแข่งรถโบนันซ่ามีความยาวรวม 2.8 กิโลเมตร ประกอบไปด้วยโค้งยูเทิร์น โค้งรูปตัวเอสขึ้น-ลงเนิน และมีความยากในระดับที่ไม่ให้อภัยกับผู้ที่พลาดพลั้ง ทีมพีอาร์ของ Mazda Sales (Thailand) แบ่งสื่อมวลชนออกเป็น 2 กลุ่ม โดยมีกลุ่มเช้าและบ่าย เพื่อลงทำการขับทดสอบโดยสลับกันขับทดสอบครั้งละ 3 รอบสนาม ก่อนที่จะสรุปประเมินผลของการทดสอบ ส่วนรถทดสอบมีเพิียงแค่รุ่นเครื่องยนต์ดีเซล SkyActiv D 1.5L เท่านั้นซึ่งเป็นรุ่นที่จะทำตลาดในประเทศไทย นั่นก็คือ Mazda 2 SkyActiv D เครื่องยนต์เบนซินแถวเรียง 4 สูบ 1.5 ลิตร 105 แรงม้า กับแรงบิด 250 นิวตันเมตร รถทดสอบทั้ง 4 คันวางเกียร์อัตโนมัติ SkyActiv Drive แบบ 6 สปีด พร้อมสวิตช์เปลี่ยนเกียร์ที่หลังพวงมาลัยในรุ่นสูงสุด ล้อและยางที่ใช้ขับทดสอบในวันนี้เป็นล้ออัลลอยติดตั้งมาจากโรงงานขนาด 16 นิ้ว ใส่ยาง Dunlop รุ่น Ena save EC300T ไซล์ 185/60/R16 ทั้งสี่ล้อ ที่น่าทึ่งคือเครื่องยนต์ดีเซล 1.5 ลิตร SkyActiv D ติดตั้งชุดอัดอากาศขนาดเล็กจิ๋ว ซึ่งเป็นเทอร์โบแปรผันประสิทธิภาพสูง พอๆ กับเทคโนโลยีของระบบขับเคลื่อนที่ใส่มาให้มาเพียบแบบจัดเต็มไม่กลัวขาดทุน เป็นการอัดแน่นประสิทธิภาพการใช้งานที่ควบรวมกับความล้ำสมัย ความปลอดภัย และความงามมากที่สุดคันหนึ่งของวงการรถเล็กในประเทศกันเลยทีเดียว


      สนามโบนันซ่าแตกต่างจากสนามแข่ง Japan Cycle Sports Center ในเมือง Shizuoka ตรงที่ความยาวและความกว้างของแทรค ในญี่ปุ่น สภาพแทรคทดสอบของสนาม Japan Cycle Sports Center มีความกว้างมากกว่าและจะอันตรายมากหากใส่มาแบบไม่ยั้ง ผมปรับท่านั่งที่คุ้นเคยใน Mazda 2 ท่านั่งที่ดีช่วยให้คุณควบคุมรถในสนามทดสอบที่ใช้ความเร็วมากกว่าการทดสอบบนถนนปกติ กดปุ่มสตาร์ตเครื่องยนต์ เสียงเครื่องยนต์ดีเซลขนาด 1.5 ลิตร ในรอบเดินเบาไม่ได้ดังมากมายอะไรเหมือนเครื่องดีเซลในยุคโบราณ รอบเดินเบาในเครื่อง SkyActiv D ยังมีแรงสั่นสะเทือนต่ำ เกิดจากการออกแบบให้ลดการเสียดสีกันของชิ้นส่วนภายในที่เคลื่อนไหว รวมถึงจุดยึดพวกยางแท่นเครื่องแท่นเกียร์ ขนาดและน้ำหนักของเครื่องยนต์และเกียร์ ตำแหน่งของการวางที่ค่อนไปชิดกับกึ่งกลางตัวรถเพื่อการกระจายน้ำหนักที่ดี เบาะที่ถูกกดลงจนสุดเหมือนกับการขับที่ญี่ปุ่นช่วยทำให้แรงเหวี่ยงหนีศูนย์กลางหรือแรงจีลดลงเล็กน้อยเมื่อผมนั่งใกล้กับพื้นรถมากยิ่งขึ้น พวงมาลัยไฟฟ้าก็ยังถูกปรับตำแหน่งให้ขยับเข้ามาใกล้ตัวอีกนิดสำหรับการหมุนพวงมาลัยที่รวดเร็วในจุดที่ต้องขับหลบไพล่อนที่สถานีสลาลม


      ระบบส่งกำลังแบบออโต 6 สปีด ผลักดัน Mazda 2 ให้ไปได้ไม่เต็มที่เต็มทางเท่าที่ควรเนื่องจากความอันตรายของสนาม ผมใช้อัตราทดได้แค่เกียร์ 3 ก็ต้องเชนเกียร์ลงต่ำเพื่อลดความเร็วมุดหัวเข้าโค้ง ไพล่อนสีส้มที่ตั้งเรียงรายคอยบีบความเร็วประคองให้สื่อมวลชนหักพวงมาลัยให้ถูกไลน์ก่อนเข้าโค้ง ไพล่อนที่ตั้งดักอยู่ช่วยไม่ให้ความเร็วในสนามสำหรับการขับทดสอบรถเล็กรุ่นนี้สูงมากจนเกินไป ซึ่งอาจทำให้เกิดอันตรายจากความผิดพลาด การขับทดสอบครั้งแรกในประเทศญี่ปุ่นที่เพิ่งจะผ่านพ้นไปหมาดๆ ทำให้ผมพอที่จะรับรู้นิสัยใจคอของเจ้าจิ๋วคันนี้ได้บ้าง เกียร์ตอบสนองในลักษณะที่มันควรจะเป็น สมองกลไฟฟ้าหรือ ECU ที่ควบคุมเกียร์มักแช่คาไว้ในย่านที่สามารถเรียกแรงบิดได้อย่างทันท่วงทีแม้จะไม่ได้แรงอะไรมากมายแต่ Mazda 2 SkyActiv D เป็นรถที่ขับได้สนุกมากที่สุดในกลุ่มรถเล็กทรงป้อม แป้นเปลี่ยนเกียร์หลังพวงมาลัยใช้งานได้ดี แม้จะมีอาการรีเลย์นิดๆ แต่ไม่ได้มากมายอะไร การตัดต่อขึ้นลงของเกียร์เป็นไปแบบธรรมชาติ ให้อารมณ์สปอร์ตแบบ Zoom Zoom ได้ดีพอใช้และไม่น่าเบื่อเหมือนเกียร์ CVT ในโหมดแมนนวลที่ผมต้องชิฟเกียร์เอง มันจะผ่องถ่ายอัตราทดไปตามการกดสั่งงานบนแป้น Paddle Shift หรือจะถนัดโยกคันเกียร์เล่นในโหมดนี้บนเครื่องหมาย +/- ก็สามารถใช้งานได้อย่างว่องไว รอบที่สามซึ่งเป็นรอบสุดท้ายก่อนการพักรถในช่วงทดสอบภาคบ่าย ผมเปลี่ยนโหมดเกียร์มาเป็นแบบออโต โดยปล่อยให้มันทำงานไปตามโปรแกรมที่ได้ตั้งค่าเอาไว้ในสมองกลเกียร์หรือ ECU เกียร์ SkyActiv Drive 6 Speed ท่ี่ปรับอัตราทดให้มีความเหมาะสมกับระดับของแรงบิดจากเครื่องยนต์ดีเซลตัวเล็ก ทำงานด้วยตัวของมันเองในการวิ่งทดสอบบนสนามโบนันซ่าได้อย่างไร้ข้อกังขา


      ช่วงบ่ายกับการลงขับอีก 3 รอบสนาม ผมขับมันช้าเหมือนเคยสำหรับการทดสอบในช่วงท้าย เมื่อขับให้ช้าลงเพื่อซึมซับรับรู้อารมณ์ของการขับแบบปกติ บนเส้นทางที่ผมต้องขับผ่านทางลาดชันและโค้งคดเคี้ยวในโบนันซ่า ไดนามิกของการกระจายน้ำหนักที่ค่อนข้างสมดุลถึงแม้จะเป็นรถขับหน้า ช่วงล่าง พวงมาลัยไฟฟ้ากับแชสซีส์แบบใหม่ ยังคงทำงานร่วมกับยาง Dunlop ได้ดี เครื่องยนต์ในช่วงที่ถูกเร่งเต็มกำลังส่งเสียงการทำงานผ่านท่อระบายที่ออกมาในแนวสุภาพเรียบร้อย รอบเครื่องยนต์ที่ตวัดกวาดอย่างรวดเร็วพร้อมๆ ไปกับแรงบิด 250 นิวตันเมตรที่ส่งตัวรถให้พุ่งทะยานไปข้างหน้า 3 รอบสนามในช่วงสุดท้ายหมดลงท่ามกลางสภาพอากาศแบบปลายฝนต้นหนาวที่ยังคงมีอุณหภูมิสูงมากในตอนกลางวัน เท่าที่สังเกต สื่อมวลชนไทยขับกันด้วยความระมัดระวังและใช้ความเร็วต่ำมาก คงเป็นเพราะชื่อเสียงของสนามโบนันซ่าที่ไม่เคยให้อภัยกับผู้ที่ทำผิดพลาด ทำให้สื่อใช้ความระวังมากกว่าการขับบนถนนปกติ บวกกับสภาพยางที่เริ่มออกอาการและเชื้อเพลิงเบนซินเกือบครึ่งถังจากการกดกระหน่ำของสื่อมวลชนบางท่านที่เคยเป็นนักแข่งรถ


      Mazda 2 SkyActiv D 1.5L แสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพของมันอย่างชัดเจนทั้งการขับที่ญี่ปุ่นจนมาถึงการซิ่งไปบนสนามแข่งรถเล็กๆ ในเขาใหญ่ Mazda 2 2015 ให้ความรู้สึกเดียวกันกับตอนที่ขับใน Japan Cycle Sports Center มันมีช่วงล่างและเครื่องยนต์ที่โดดเด่น มันเหมือนกับการนำเอาแฮตช์แบคบ้านๆ มาทำให้แรงขึ้นด้วยการปรับแต่งอย่างลงตัว มันมีความสมบูรณ์แบบและทันสมัยน่าใช้งานจากเทคโนโลยีที่ Mazda ประดังใส่มาให้ อดใจรออีกนิดกับการเปิดตัวในช่วงปลายเดือนนี้ซึ่งคาดว่า รุ่นซีดาน 4 ประตูจะมาเผยโฉมพร้อมๆ กันกับรุ่น 5 ประตูยอดนิยม ปลายเดือนพฤศจิกายนไปจนถึงมกราคมนี้ Mazda 2 SkyActiv D จะมีส่วนช่วยให้แบรนด์ Mazda กลับเข้ามาครอบครองตลาดรถเล็กอีกครั้ง การประกาศผลิตรถยนต์อีโคคาร์ในเฟสที่ 2 ก่อนใครเพื่อนแบบต่อยก่อนได้เปรียบของ Mazda ท่ามกลางการแข่งขันกันอย่างเอาเป็นเอาตายของค่ายรถจากแดนปลาดิบที่ใช้ประเทศไทยเป็นฐานการผลิตจะยิ่งดุเดือดเลือดพล่านมากยิ่งขึ้น การประกาศดักดาในด้านเทคโนโลยีของระบบขับเคลื่อนจาก Mazda 2 เหมือนกับจะประกาศว่านับต่อจากนี้เป็นต้นไป แบรนด์ไหนทำของไม่ดีออกมา รับรองได้ว่าจะต้องขายไม่ออกอย่างแน่นอน.

      อ่านเพิ่มเติม...

      แท็กที่เกี่ยวข้อง

      คุณอาจสนใจข่าวนี้

      thairath-logo

      ApplicationMy Thairath

      ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
      Trendvg3 logo
      Sonp logo
      inet logo
      วันจันทร์ที่ 6 ธันวาคม 2564 เวลา 15:32 น.
      ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
      เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์