ข่าว
100 year

เดิมพันที่แตกต่างกัน!

ทีมข่าวการเมือง8 พ.ย. 2557 05:01 น.
SHARE

ประชุมเป็นครั้งที่ 3 แล้ว แต่สุดท้ายคณะทำงานร่วมระหว่างอัยการสูงสุด และ ป.ป.ช.ก็ยังไร้ข้อสรุปในสำนวนคดี “อดีตนายกฯปู” ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ข้อหาละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โครงการรับจำนำข้าว

จะส่งฟ้องต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองหรือไม่

2 ฝ่ายเคาะกันไม่จบตามคาด

แล้วก็เป็น วุฒิพงศ์ วิบูลย์วงศ์ รองอัยการสูงสุด ระบุเหตุผล การพิจารณาสำนวนของ ป.ป.ช.จะเน้นเรื่องปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ แต่อัยการสูงสุดพิจารณาสำนวนในทุกประเด็น

ทั้งพยานชุดเก่าที่เคยให้ปากคำ ป.ป.ช. และที่ทีมทนายความ น.ส.ยิ่งลักษณ์ร้องขอ

จึงเห็นว่าต้องสอบพยานทุกคน เพื่อให้พยานหลักฐานแน่นหนาขึ้น

ขณะที่นายสรรเสริญ พลเจียก เลขาธิการ ป.ป.ช. ระบุว่า ที่ประชุมร่วมยังหาข้อสรุปกันไม่ได้ ยังมีปัญหาข้อกฎหมายที่ยังเห็นต่างกัน เลยต้องคุยกันใหม่ ตอนนี้ยังเหมือนวนอยู่ในอ่าง

ยื้อกันในปม “สอบพยานเพิ่ม” โดยเฉพาะพยานที่ทีมทนาย “อดีตนายกฯปู”ร้องขอ

ก็คงต้องรอประชุมแมตช์ต่อไป แต่ก็อ่านทางไม่ยาก จากท่าที ป.ป.ช.บางรายก่อนหน้า

โอกาสที่ ป.ป.ช.จะเดินหน้าฟ้องร้องต่อศาลเองมีสูง

เรียกว่าถึงขั้นนี้ “อดีตนายกฯปู” ก็คงต้องสู้กันสุดฤทธิ์ เพราะในคดีอาญาหากพลาดขึ้นมา ก็มีโอกาสซ้ำรอย “อดีตนายกฯทักษิณ ชินวัตร” พี่ชาย จนต้องระดมทีมกฎหมายหารือ

แม้ไม่ถึงขั้นเรียกอดีต รมต.ถกด่วนอย่างข่าวลือก็ตาม

ชั่งน้ำหนักแล้ว น่าจะหนักใจมากกว่าปมถอดถอนใน สนช.ด้วยซ้ำ

ถึงแม้ว่าในกระบวนการถอดถอน “อดีตนายกฯปู” ในข้อกล่าวหาละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ปล่อยปละละเลยให้มีการทุจริตจำนำข้าวจะคืบหน้าไปมาก

เพราะกรณีนี้นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธาน สนช.ใช้ดุลพินิจข้อกฎหมาย บรรจุวาระ

ถือว่าเข้าสู่กระบวนการสอยเต็มรูปแบบไปแล้ว

การประชุม สนช.วันที่ 12 พ.ย. จึงเป็นวันแถลง “เปิดคดี” อย่างเป็นทางการ

แต่ทั้งจากการประเมินเสียง สนช. จากคิวถอดถอน 2 ประธานสภาฯ สนช.มีมติรับเรื่องด้วยจำนวนเสียงที่ยังก้ำกึ่ง และเงื่อนไขหากจะถอดถอนสำเร็จต้องใช้เสียงถึง 3 ใน 5 หรือ 132 เสียง

ในขณะที่ “โทษสูงสุด” อย่างมากก็แค่ต้องเว้นวรรค ก็แค่ “พักการเมืองยาว”

ต่างจากคดีอาญา ถึงขั้นโดนโทษ “จองจำ” กันเลย

ตามรูปการณ์ก็อย่างที่เห็น “ยิ่งลักษณ์–ทักษิณ” ดูจะไม่ยี่หระปมถอดถอนกระทั่งคิวสอยของ “2 อดีตประธาน” ที่ไม่มีคอมเมนต์ใดๆจากพี่น้องชินวัตร

2 พี่น้องชินวัตร “เป้าหลัก” น่าจะโลว์โปรไฟล์ รอดูสัญญาณอีกที

หลังจากออกมาเล่นวูบวาบ ส่งภาพ ส่งข่าว ส่งซิกจากคิวทัวร์ญี่ปุ่น–จีน จน “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ต้องออกมาคำราม ปรามสื่อลดดีกรีเสนอข่าวความเคลื่อนไหวของ 2 อดีตนายกฯ

กระทบชิ่งถึง “ทักษิณ-ยิ่งลักษณ์” เพลาเกมการตลาด

ต่างจากบรรดาลูกข่ายเพื่อไทย โดนปักชนักนำร่องไปแล้ว ก่อนถึงคิวอดีต ส.ว.–อดีต ส.ส.อีกลอตใหญ่ ที่ ป.ป.ช.จ่อส่งเรื่องเข้าคิวถอดถอนใน สนช.กับคดีลักษณะเดียวกัน

บรรดานักการเมือง “เป้ารอง” เริ่มไม่มั่นใจสัญญาณ“ล้าง ยกลอต”

เสียวเส้นทางการเมืองดับวูบ ที่แกล้งสลบ–แกล้งตาย เริ่มขยับ

ในจังหวะที่หน่วยงานความมั่นคงเริ่มสแกนพบคลื่นใต้น้ำ กลุ่มเคลื่อนไหวต่างๆ

จึงมีการพูดถึงมาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญชั่วคราว “กระบองยักษ์” เปิดช่องหัวหน้า คสช.อย่าง “บิ๊กตู่” ดึงอำนาจรัฏฐาธิปัตย์กลับมาใช้

เป็น “ยาแรง” กำราบคลื่นใต้น้ำ หยุดแรงกระเพื่อม

แต่ก่อนจะไปถึงจุดนั้น ตามฟอร์แมตช์ใช้มาตรการจาก “เบา” ไปหา “หนัก” จากการใช้กฎหมายปกติ กฎอัยการศึก นำร่องก่อน จึงเริ่มมีกระแสข่าวเชิญบุคคลมา “ทำความเข้าใจ” และ “ขอความร่วมมือ”

โดนเรียกเข้าค่ายรายงานตัวกันเป็นระลอกๆแล้ว.


ทีมข่าวการเมือง

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

วิเคราะห์การเมืองเดิมพันยิ่งลักษณ์ ชินวัตรโครงการรับจำนำข้าวป.ป.ช.พรเพชร วิชิตชลชัยประธาน สนช.ถอดถอนประธานสภาฯ สนช.

ข่าวแนะนำ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้