วันอังคารที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ปธ.บอร์ด อคส. สั่งเร่งเคลียร์หนี้ผู้ประกอบการโครงการจำนำ

ปธ.บอร์ด อคส. สั่งเร่งเคลียร์หนี้ผู้ประกอบการโครงการจำนำ

  • Share:

ปธ.บอร์ด อคส. สั่งเร่งเคลียร์หนี้ ทั้งเงินค้ำประกัน ค่าเช่า ค่ารมยา ให้ผู้ประกอบการเข้าร่วมโครงการจำนำตั้งแต่ปี 54/55-56/57 ราว 2 หมื่นล้านบาท ย้ำผู้ประกอบการไม่ต้องจ่ายอะไรทั้งสิ้น เจ้าหน้าที่ อคส.รายใดทุจริต ยันฟันไม่เลี้ยง พร้อมเดินหน้า อคส. เป็นองค์กรปลอดทุจริต

วันที่ 7 พ.ย. นางจินตนา ชัยยวรรณาการ ประธานคณะกรรมการองค์การคลังสินค้า (บอร์ด อคส.) เปิดเผยว่า ในโครงการรับจำนำสินค้าเกษตรตั้งแต่ปี 54/55-56/57 อคส.มีภาระต้องคืนเงินค้ำประกันให้กับผู้ประกอบการที่เข้าร่วมโครงการรับจำนำสินค้าเกษตรของรัฐบาล เช่น โรงสี ภายหลังจากโครงการรับจำนำสิ้นสุดแล้ว ไม่ต่ำกว่า 1,500 ราย รวมเป็นเงินประมาณ 20,000 ล้านบาท โดยขณะนี้ อคส.ได้เร่งรัดการคืนเงินค้ำประกันให้ไปแล้ว 34 ราย คิดเป็นเงิน 321 ล้านบาท และอยู่ระหว่างการพิจารณาคืนให้อีก 369 ราย คิดเป็นเงิน 369 ล้านบาท

สำหรับสาเหตุการคืนเงินค้ำประกันล่าช้า แม้โครงการรับจำนำสิ้นสุดไปนานแล้ว เป็นเพราะ อคส.ต้องใช้เวลาในการตรวจสอบเอกสารหลักฐานอย่างละเอียด จึงต้องใช้เวลานาน อีกทั้งผู้ประกอบการบางรายทำผิดสัญญากับ อคส. เช่น โรงสีบางรายเมื่อสีแปรสภาพข้าวเปลือกจากการรับจำนำเป็นข้าวสารแล้วส่งมอบให้ อคส.ล่าช้ากว่ากำหนด จึงต้องถูกปรับ แต่บางรายยังไม่ยอมเสียค่าปรับ อคส.จึงยังคืนเงินค้ำประกันไม่ได้ ส่วนที่ผ่านมา จะมีเจ้าหน้าที่ อคส.ตุกติกเรียกรับเงินใต้โต๊ะผู้ประกอบการ ก่อนการคืนค้ำประกันหรือไม่ ตนไม่ทราบ และไม่ขอพูดถึงดีกว่า

นอกจากนี้ ยังได้เร่งรัดการคืนเงินค่าเช่าโกดัง-คลังสินค้า ค่ารมยาสินค้าเกษตรในสต๊อกรัฐบาล ให้กับผู้ประกอบการแล้ว 1,140 ล้านบาท ทั้งนี้ อคส. ตั้งเป้าจะคืนเงินค้ำประกัน และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ราว 20,000 ล้านบาทให้กับผู้ประกอบการ ได้ภายใน 4 ปี หรือเฉลี่ยปีละ 5,000 ล้านบาท ซึ่งต้องขออนุมัติเงินงบประมาณจากรัฐบาล

"อคส.พยายามเร่งรัดเงินค้ำประกันให้ผู้ประกอบการ บางรายโครงการจบไปหลายปีแล้ว แต่ยังไม่ได้คืน ขอย้ำว่า การคืนเงินค้ำประกัน ผู้ประกอบการไม่ต้องจ่ายอะไรทั้งสิ้น ถ้าพบว่า เจ้าหน้าที่ อคส.เรียกเก็บเงินใต้โต๊ะ หรือมีการทุจริต แม้แต่บาทเดียว ก็ต้องเอาโทษให้ถึงที่สุด ไม่ใช่แค่โทษทางวินัย ลดขั้น หรือหักเงินเดือนเท่านั้น แต่ต้องทำให้ไม่มีงานทำเลย และอยากให้ผู้ที่ถูกเจ้าหน้าที่ อคส.เรียกเก็บเงินใต้โต๊ะแจ้งเบาะแสมาได้ที่ อคส. หรือที่สายด่วนกรมการค้าภายใน 1569”

สำหรับสินค้าเกษตรในสต๊อกรัฐบาล ที่ อคส.ดูแล ทั้งข้าว มันสำปะหลัง ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์นั้น หากสูญหาย ตนในฐานะประธานบอร์ด อคส.จะไม่ปล่อยปละละเลยแน่นอน แต่จะแจ้งความดำเนินคดี และได้สั่งการเจ้าหน้าที่ อคส.ไปแล้วว่า ทุกคดีให้ส่งกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) หมด เพราะถือว่า สินค้าเกษตรเหล่านั้นเป็นทรัพย์สินของหลวง และต้องมีคนรับผิดชอบ ซึ่ง อคส.จะต้องดำเนินการตามนโยบายของนางสาวชุติมา บุณยประภัศร ปลัดกระทรวงพาณิชย์ ที่ต้องการให้หน่วยงานในสังกัดของกระทรวงพาณิชย์ปลอดการทุจริต หรือซีโร่ คอร์รัปชัน ส่วนข้าวสารในสต๊อกรัฐบาล ในความดูแลของ อคส.ล่าสุดมีประมาณ 13 ล้านบาท ในจำนวนนี้มีภาระผูกพัน 500,000 ตัน ยังเหลือที่ขายได้อยู่อีกราว 12.5 ล้านตัน.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้