วันจันทร์ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
จู่โจมค้นคุกสุราษฎร์ฯ พบนักโทษฉี่ม่วงกว่า 50 ราย

จู่โจมค้นคุกสุราษฎร์ฯ พบนักโทษฉี่ม่วงกว่า 50 ราย

  • Share:

เจ้าหน้าที่สนธิกำลัง จู่โจมตรวจค้นเรือนจำกลางสุราษฎร์ธานี พบนักโทษฉี่ม่วงกว่า 50 ราย ยึดโทรศัพท์และสิ่งของต้องห้ามหลายรายการ ...

เมื่อเวลา 05.00 น. วันที่ 7 พ.ย. 57 ที่เรือนจำกลางสุราษฎร์ธานี นายสมจิต สัจสัญญาวุฒิ ผู้บัญชาการเรือนจำกลางสุราษฎร์ธานี พร้อมด้วย พ.ต.อ.เชิดศักดิ์ บุญนัดดา รอง ผบก.ภ.จว.สุราษฎร์ธานี สนธิกำลังเจ้าหน้าที่ทหารจากค่ายวิภาวดีรังสิต ตำรวจภูธรจังหวัด, อาสาสมัครฝ่ายปกครอง เจ้าหน้าที่ ป.ป.ส. และเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ รวม 150 นาย เข้าจู่โจมตรวจค้นเรือนจำกลางสุราษฎร์ธานี เพื่อดำเนินการป้องปรามการกระทำผิดทุกชนิด ตามนโยบายเรือนจำสีขาวของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้กระจายกำลังเข้าค้นในเรือนนอนต่างๆ ล็อกเกอร์เก็บของใช้ผู้ต้องขัง และรอบๆบริเวณอาคารสถานที่ต่างๆ เพื่อตรวจหายาเสพติด อาวุธ สิ่งแทนอาวุธ และสิ่งต้องห้ามอย่างอื่น รวมทั้งตรวจค้นตัวผู้ต้องขังแต่ละคน ซึ่งผลจากการตรวจค้นพบโทรศัพท์มือถือ 2 เครื่อง ซิมการ์ดโทรศัพท์ 3 อัน อุปกรณ์ชาร์จแบตเตอรี่, สิ่งดัดแปลงเป็นอาวุธ, อุปกรณ์เสพยาเสพติด ไพ่ดัดแปลง โพยพนันฟุตบอล และบัญชีการเดิมพันพนันฟุตบอลจำนวนมาก ทั้งนี้ ได้มีการสุ่มตรวจปัสสาวะผู้ต้องขัง จำนวน 104 คน จากจำนวนผู้ต้องขังทั้งชายและหญิง 4,657 คน ปรากฏว่าพบสารเสพติดในปัสสาวะ จำนวน 51 คน

นายสมจิต สัจสัญญาวุฒิ ผู้บัญชาการเรือนจำกลางสุราษฎร์ธานี กล่าวว่า สืบเนื่องจากนโยบายของอธิบดีกรมราชทัณฑ์ ซึ่งได้สั่งการให้เรือนจำทุกแห่งทั่วประเทศดำเนินการจู่โจมตรวจค้นเรือนจำของตัวเองทุกวัน และในขณะนี้ ทางเรือนจำกลางสุราษฎร์ธานีได้มีโครงการร่วมพลังแผ่นดินขจัดสิ้นยาเสพติด โดยได้สนธิกำลังเจ้าหน้าที่จากทุกภาคส่วน มีแผนการปฏิบัติการ 3 เดือน ซึ่งที่ผ่านมาได้เข้าตรวจค้น จำนวน 20 ครั้ง สามารถจับโทรศัพท์มือถือกว่า 200 เครื่อง

ผลการตรวจค้นได้สำเร็จตามเป้าหมายอย่างดียิ่ง เพราะทำให้กระบวนการสั่งซื้อ สั่งยาเสพติดจากภายในสู่ภายนอกเรือนจำลดลงมาก ทำให้สถานการณ์ด้านยาเสพติดในเรือนจำกลางสุราษฎร์ธานี ลดความรุนแรงลง แต่ตอนนี้เครือข่ายยาเสพติดได้หันมายิงหนังสติ๊ก ที่มียาเสพติดเข้ามาภายในเรือนจำ ตกลงมาที่มีผู้ต้องขังอยู่นับพันคนยากแต่การตรวจสอบ เพราะในเรือนจำจะมีอยู่หลายเครือข่าย ซึ่งตอนนี้ทางเรือนจำได้ขออนุมัติสั่งย้ายผู้ต้องขังที่เกี่ยวข้องกับการซื้อขายยาเสพติดไปอยู่ที่เรือนจำเขาบิน โดยตอนนี้ได้ย้ายไปแล้ว 40 คน จากจำนวน 60 คน ได้เพิ่มมาตรการคุมเข้มและขอความร่วมมือหน่วยงานและบ้านเรือนโดยรอบ ช่วยกันแจ้งเบาะแสการลักลอบขว้างสิ่งของเข้ามาในเรือนจำ

นายสมจิต กล่าวอีกว่า กรณีคนร้ายยิงนายชาญชัยนั้น ตอนนี้อยู่ในกระบวนการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ แต่ตอนนี้สามารถจับผู้ต้องหาตามหมายจับ ได้ 2 คน คือ คนยิงและคนขับ แต่ทางเรือนจำกลางสุราษฎร์ธานีมีความไม่เหมาะสมในการควบคุมตัว จึงได้ขออนุมัติจากกรมราชทัณฑ์ ย้ายผู้ต้องหาทั้ง 2 ไปยังเรือนจำ อ.ไชยา และ เรือนจำ อ.เกาะสมุย ส่วนเรื่องที่จะมีคนในเรือนจำเกี่ยวข้องนั้นไม่ ขึ้นอยู่กับการสืบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ

สำหรับกรณีคนร้ายประกบยิง นายชาญชัย นามจักร อายุ 40 ปี หัวหน้างานบริหารเรือนจำกลางจังหวัดสุราษฎร์ธานี เสียชีวิตเมื่อวันที่ 12 ต.ค.ที่ผ่านมา ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เร่งหาพยานหลักฐาน จนสามารถออกหมายจับผู้ต้องหา และเมื่อวันที่ 3 พ.ย. เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ควบคุมตัว 2 ผู้ต้องหา ตามหมายจับที่ลงมือยิงนายชาญชัย แต่ผู้ต้องหาทั้ง 2 ราย ยังคงให้การปฏิเสธ ซึ่งแม้ผู้ต้องหาจะให้การปฏิเสธ และไม่ยอมให้การซัดทอด ก็ไม่มีผลต่อการขยายผลจับกุมกลุ่มผู้จ้างวาน ขณะนี้พนักงานสอบสวนเร่งรัดรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อเตรียมเสนอศาลจังหวัดสุราษฎร์ธานีออกหมายจับกลุ่มผู้จ้างวานทั้งหมดแล้ว ซึ่งมีด้วยกันอย่างน้อย 2 กลุ่ม จำนวน 4-5 คน

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้