วันพุธที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
นิทานบนก้อนเมฆ : ทดสอบนิทานกับเด็กอนุบาล

นิทานบนก้อนเมฆ : ทดสอบนิทานกับเด็กอนุบาล

โดย น้าเมฆ
7 พ.ย. 2557 16:03 น.
  • Share:

หลายคนมักถามว่า เวลาผมคิดจะแต่งนิทานเรื่องใหม่ มีจุดเริ่มต้นมาจากไหน มีแรงบันดาลใจอะไรบ้าง แรกเริ่มเดิมที ผมจะนำมาจากปัญหาของลูก เช่น ลูกไม่กินผัก ผมก็แต่งนิทานชวนให้ลูกกินผัก หรือถ้าอยากสอนลูกเลิกผ้าอ้อมสำเร็จรูป ผมก็แต่งนิทานชวนลูกเข้าห้องน้ำให้นั่งโถส้วม พักหลังๆ ผมมักได้โจทย์มาจากพ่อแม่ท่านอื่นที่ขอให้แต่งนิทานเพื่อช่วยให้ลูกกินยาบ้าง เตรียมมีน้องบ้าง

...และในบางครั้ง จุดเริ่มต้นนิทานของผมก็เริ่มจากประโยคเพียงประโยคเดียวที่ได้ยิน “เด็กๆ เดินเหมือนแมวสิคะ” คำพูดนี้ ผมได้ยินเมื่อตอนที่ไปเล่านิทานให้เด็กๆ ที่โรงเรียนอนุบาลปรางทิพย์ฟังคุณครูพูดกับเด็กๆ ห้องหนึ่งที่กำลังเดินคุยกันมาในแถว พอเด็กๆ ได้ยินคำบอกของคุณครู ทุกคนเดินย่องไม่มีเสียง แถมไม่มีใครพูดอะไรเลยสักคำ ผมเห็นภาพพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปทันที จึงประทับใจจนแอบจดบันทึกไว้ว่า ถ้ามีโอกาสจะต้องแต่งนิทานเรื่องแมวเดินไม่มีเสียงนี้ให้ได้

มีอีกเหตุการณ์หนึ่งที่จุดประกายให้ผมแต่งนิทานเรื่องนี้ต่อจนสำเร็จ เมื่อผมได้ไปเล่านิทานให้เด็กที่มีความต้องการพิเศษในสถาบันราชานุกูลฟัง ผมมีบัดดี้ชื่อ “น้องนน” ครั้งแรกที่เจอน้องนนฟัง ผมเล่านิทานเรื่อง “กุ๊กไก่ปวดท้อง” ของพี่ตุ๊บปอง แต่แค่ผมจะหยิบหนังสือไปวางตรงหน้า น้องนนก็ปฏิเสธโดยการปัดหนังสือทิ้ง ผมก็ไม่ลดละ เปิดหนังสือและค่อยๆ เล่าให้ฟังทีละหน้า น้องนนดูท่ายังไม่ค่อยสนใจ ผมจึงเริ่มใส่ท่าทางประกอบการเล่าเข้าไปด้วย ได้ผลครับ! น้องนนเริ่มหันมาสนใจ เวลาสัตว์ต่างๆ ปวดท้อง ผมก็จะจับท้องแล้วก็ทำตัวงอเหมือนกับปวดท้องจริงๆ น้องนนชอบมาก หัวเราะชอบใจแล้วทำตาม เมื่อผมเล่าจบก็ให้เล่าใหม่อีก 8 รอบ (สรุปวันนั้นเล่าเรื่องนี้อยู่เรื่องเดียว ไม่ได้หยิบเรื่องอื่นเลย)

ผมสังเกตพฤติกรรมของน้องนนวันนั้น ทำให้นึกได้ว่า เอาเรื่องแมวเดินไม่มีเสียง มาเพิ่มเติมสัตว์อื่นๆ ที่เดินแล้วออกท่าทางน่าจะสนุกด้วยดีกว่า ทำให้เด็กๆ ที่ฟังนิทานมีการเคลื่อนไหวร่างกายระหว่างที่เล่าไปด้วย น่าจะเหมาะกับเด็กชั้นอนุบาลและเด็กที่มีความต้องการพิเศษ

ในที่สุด ผมก็ได้นิทานเรื่องใหม่ชื่อว่า “ดูซิ…ฉันเดินเหมือนใคร” ขึ้นมา เล่มนี้ได้นักวาดฝีมือดีผู้เคยได้รับรางวัลจากในประเทศและต่างประเทศมาวาดภาพประกอบให้ เธอชื่อคุณบล (คุณนิโลบล กิจไกรลาศ) เป็นอาจารย์คณะศิลปกรรม มหาวิทยาลัยกรุงเทพ ผมนัดคุยกับคุณบล และเล่าถึงจุดประสงค์ของนิทานเล่มนี้ จนเราได้ผลงานภาพที่สวยงาม สัตว์แต่ละตัวดูมีความเคลื่อนไหวสมจริง

อย่างไรก็ตาม ด่านสำคัญก่อนจะพิมพ์หนังสือนิทานของสำนักพิมพ์ก้อนเมฆทุกครั้งคือ ต้องนำนิทานที่เกือบเสร็จสมบูรณ์แล้วไปทดสอบกับเด็กจริงๆ ผมได้ทดสอบนิทานเรื่องนี้กับเด็กที่มีความต้องการพิเศษและเด็กอนุบาลหลายครั้ง

โดยครั้งล่าสุดผมได้ไปเล่าเรื่องนี้ที่โรงเรียนเซนต์จอห์นแผนกอนุบาล จากที่เด็กๆ นั่งฟังนิทานมาตลอด ผมให้เด็กๆ ลุกขึ้นยืน และดูภาพก่อนว่าสัตว์ตัวนั้นคือใคร แล้วค่อยเดินตามภาพ เช่น “ฉันเดินเหมือนม้า ฉันเดินย่องว่องไว” เด็กๆ ก็จะเดินกึ่งวิ่งอย่างสนุกสนาน

“ฉันเดินเหมือนนกกระยาง ฉันเดินก้าวขายาว…ยาว” ถ้าใครอายุรุ่นเดียวกับผม ต้องนึกถึง “หนู เชิญยิ้ม” กับท่าเดินก้าวขายาวแบบนกกระยางนั่นเอง

ผมเลือกที่จะนำนิทานเรื่องใหม่นี้มาใช้ปิดท้ายการไปเล่านิทานทุกครั้ง เพราะชอบที่จะให้เด็กๆ สนุกเวลาเดินกลับห้องเรียนไป บางคนแกล้งเดินช้าๆ บางคนซอยเท้าเดินเร็วๆ คุณครูกุ๊กกุ๊ก (คุณรัสวดี ควรทรงธรรม) ที่ดูแลแผนกเด็กอนุบาล โรงเรียนเซนต์จอห์น บอกให้ผมฟังว่า คุณครูแต่ละห้องบอกว่าอยากให้นำนิทานเรื่องนี้พิมพ์เสร็จออกมาไวๆ เพราะเห็นแล้วเด็กๆ ชอบกันมาก สามารถนำมาเล่าและทำกิจกรรมยามเช้าได้เป็นอย่างดี

ในวันนั้น คุณพอลลีน ล่ำซำ พาลูกชายมาเยี่ยมชมโรงเรียนและได้ทำกิจกรรมร่วมกับเด็กๆ คนอื่นบอกว่าลูกชายสนุกมาก จากตอนแรกนั่งดูพี่ๆ อย่างเดียว พอเล่านิทานเรื่อง “ดูซิ...ฉันเดินเหมือนใคร” ขึ้นมาเท่านั้นแหละ ลูกชายเดินไม่หยุดเลย

เมื่อผมได้รับฟังความคิดเห็นจากคุณครูและผู้ปกครองอย่างนี้ รวมถึงได้เห็นปฏิกิริยาของเด็กๆ ด้วยตาตัวเอง ทำให้เสริมความมั่นใจยิ่งขึ้น ก่อนที่จะส่งหนังสือเล่มใหม่เข้าสู่โรงพิมพ์ครับ นี่คือ กระบวนการทำหนังสือแบบทดสอบจริงๆ ของสำนักพิมพ์ก้อนเมฆครับ

น้าเมฆ

http://www.facebook.com/cloudbookfanpage

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้