วันพุธที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
หนังใหญ่ กับ ชุดไทยประจำชาติ


หนังใหญ่ กับ ชุดไทยประจำชาติ


  • Share:

สวัสดีค่ะคุณผู้อ่านไทยรัฐออนไลน์ที่รัก หลังจากที่ไทยรัฐออนไลน์ครั้งก่อนคุณครูลิลลี่พูดถึงเรื่องของมงกุฎไปหมาดๆ มาถึงไทยรัฐออนไลน์ครั้งนี้ก็ยังหนีไม่พ้นเรื่องเกี่ยวกับมงกุฎและความงาม รวมทั้งนางงามด้วยเช่นกัน ก็แหม! ขณะที่กำลังเขียนต้นฉบับไทยรัฐออนไลน์ฉบับนี้ เขาเพิ่งจะมีการประกาศผลการออกแบบชุดประจำชาติสำหรับสาวสวยของไทย เพื่อสวมใส่เชิดฉายแสดงความเป็นกุลสตรีไทยบนเวทีการประกวดระดับโลก มิสยูนิเวิร์ส 2014 นั่นเอง

ซึ่งถ้าย้อนกลับไปประเทศไทยเราก็ถือว่าเป็นประเทศตัวแม่ที่คว้ารางวัลชุดประจำชาติยอดเยี่ยมมาครองได้หลายครั้งมาก ๆ เรียกว่า เป็นประเทศลำดับต้น ๆ ของตารางเลยทีเดียวที่ทำสถิติคว้าตำแหน่งชนะเลิศและรองมาครองได้ ถ้าเท้าความไปในอดีตเลยซึ่งเชื่อว่าส่วนใหญ่ยังเกิดไม่ทัน นั่นคือ ในปี 1969 ตัวแทนสาวไทยคือคุณแสงเดือน แม้นวงศ์ กับชุดประจำชาตินางละคร คว้ารางวัลชุดประจำชาติยอดเยี่ยมได้เป็นครั้งแรก ถัดมาอันนี้หลายคนติดตาตรึงใจประทับใจกันมาก ๆ เมื่อพี่ปุ๋ย ภรณ์ทิพย์ สวมใส่ชุดไทยประยุกต์ที่ดัดแปลงจากฉลองพระองค์ของสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ จนคว้ารางวัลชุดประจำชาติยอดเยี่ยมพร้อมพ่วงตำแหน่งใหญ่ มิสยูนิเวิร์สมาพร้อม ๆ กันด้วยในปี 1988 นอกจากนั้นในช่วงหลัง ๆ ก็ยังมี ปีของคุณน็อต ชนันภรณ์ รสจันทร์ หรือปีของ คุณแก้ม กวินตรา ที่สร้างความฮือฮากับชุด นักมวยไทย รวมไปถึงอีกหนึ่งชุดที่ถูกใจกองเชียร์นางงามมากก็คือ ชุดสยามไอยราที่พัฒนามาจากช้างศึก ของ คุณปุ๊กลุก-ฝนทิพย์

ทีนี้ก็มาถึงผลการตัดสินการออกแบบชุดประจำชาติประจำปีนี้ เรียกว่าเป็นสิ่งที่แฟนนางงามรอคอยกันเป็นอย่างมาก เพราะอย่างที่คุณครูลิลลี่เล่าให้ฟังข้างต้นว่าไทยของเราไม่เป็นสองรองใครมาหลายปีติดกัน ปีนี้ก็เลยเป็นที่จับตามองเป็นพิเศษ ซึ่งในที่สุดผลการตัดสินก็ออกมาว่า ชุดประจำชาติที่ใช้ชื่อในการประกวดออกแบบสร้างสรรค์ว่า "Shadow of Siam" เป็นชุดชนะเลิศได้เป็น "ชุดประจำชาติไทย" ใส่อวดโฉมบนเวที นางงามจักรวาล 2014 (Miss Universe 2014) ณ เมืองโดรัล ฟลอริดา สหรัฐอเมริกา โดยตัวแทนสาวไทยที่จะไปอวดโฉมคือ "แอลลี่ พิมบงกช" มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2014 นั่นเอง

สำหรับผู้ออกแบบ "ชุดประจำชาติ" ชุดนี้ ชื่อ นายอมรวิภูร์ อินจาด มีอาชีพเป็น สถาปนิก โดยในข่าวที่คุณครูลิลลี่ได้อ่านมา เขาบอกว่ามีแนวคิดมาจากหนังใหญ่มหรสพไทยแต่โบราณ และแนวคิดในการออกแบบชุด “Shadow of Siam” นี้ ก็เพื่อแสดงถึงชุดไทยประยุกต์ที่ต้องการให้ดูทันสมัย และใช้สีดำ เป็นสีของเงาหนังใหญ่ยามเมื่อต้องแสง เงาสีดำที่ทอดผ่านฉากสีขาว ทำให้ตัวหนังมีชีวิตชีวา มีบทบาทต่างๆ ตามตัวหนัง ลายฉลุของเสื้อผ้า เครื่องประดับลายไทย สร้างความงดงามแปลกตาจากที่ส่วนใหญ่ คนไทยจะคุ้นชินกับลายไทยสีทอง การประยุกต์เป็นสีดำก็เพื่อสื่อถึงเงาของละครหนังใหญ่นั่นเอง

พูดถึงหนังใหญ่กันไปแล้ว ก็มาเล่าเป็นความรู้เกี่ยวกับหนังใหญ่กันเสียหน่อย เดี๋ยวจะกลายเป็นว่าขายแต่เรื่องนางงามจนลืมความรู้แบบไทยๆ ไปเสียนี่ หนังใหญ่เป็นมหรสพอย่างหนึ่งที่มีมาแต่สมัยโบราณ ไม่ใช่หนังที่ฉายจอใหญ่ หรือหนังที่ฉายในโรงใหญ่นะคะ แต่ที่เรียกว่าหนังก็เพราะสิ่งที่ใช้แสดงคือตัวหนัง โดยผลิตขึ้นมาจากหนังวัวหนังควายแผ่นใหญ่ๆ ฉลุเป็นรูปตัวละครในเรื่องที่จะแสดง เช่น เรื่องรามเกียรติ์ ก็ฉลุเป็นรูปพระราม พระลักษณ์ นางสีดา ทศกัณฐ์ เป็นต้น

การแสดงหนังใหญ่เป็นการแสดงภาพตัวหนังที่เชิดหน้าจอผ้าขาว มีไฟอยู่ด้านหน้าผู้เชิด เงาของตัวหนังจะปรากฏบนจอ และผู้เชิดตัวหนังก็แสดงท่าเต้นคล้ายการแสดงโขน มีดนตรี บทพากย์ และบทเจรจาอย่างโขน คนเชิดหนังจับตัวหนังซึ่งเป็นแผ่นใหญ่มาก เต้นไปตามบทและตามดนตรี หนังใหญ่จึงเป็นการแสดงโขนรวมกับการแสดงหนังค่ะ และด้วยการใช้แสงและเงานี่เอง จึงเป็นที่มาของชุดประจำชาติที่ใช้ชื่อว่า “Shadow of Siam” ในฐานะของคนไทยที่เป็นแฟนนางงามคนหนึ่ง คุณครูลิลลี่ก็ขออวยพรให้ชุดจากแนวคิดหนังใหญ่ ผงาดอย่างยิ่งใหญ่ โชว์ความเป็นไทย และก้าวเป็นที่หนึ่งในจักรวาลสมความตั้งใจนะคะ สวัสดีค่ะ
 
คุณครูลิลลี่
instagram : krulilly
facebook : ครูลิลลี่

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้