วันพฤหัสบดีที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ลุ้นจุดเสี่ยงเดินซ้ำรอย

ลุ้นจุดเสี่ยงเดินซ้ำรอย

  • Share:

“เป็นการเตือนเฉยๆว่ามันยังอยู่เท่านั้นเอง ไม่ได้บอกจะใช้อะไรเมื่อไหร่”

ก็เป็นไปอย่างที่ “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. ระบุถึงการกำชับในที่ประชุม ครม.ให้ติดตามกลุ่มความเคลื่อนไหวต่างๆ และเอ่ยถึงมาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญชั่วคราว

เปิดช่องให้หัวหน้า คสช.ใช้อำนาจนิติบัญญัติ บริหาร และตุลาการ ดึงอำนาจรัฏฐาธิปัตย์มาใช้เต็มรูปแบบ บนเงื่อนไขดูแลสถานการณ์ความมั่นคง

ถึงนาทีนี้ ยังเป็นแค่แกว่ง “กระบองยักษ์” โชว์

ป้องปรามมวลชนสองขั้วเริ่มขยับ ในช่วงที่ปมถอดถอนเรียงคิวเข้า สนช. เสี่ยงเป็น “ชนวน” จุดความขัดแย้งรอบใหม่

สำทับด้วยนายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รมต.ประจำสำนักนายกฯระบุว่า หน่วยงานความมั่นคงพบการเคลื่อนไหวกลุ่มต่างๆ นัดชุมนุม เผยแพร่ข้อมูลยุยงปลุกปั่น “ทุกการเคลื่อนไหว” น่าเป็นห่วงหมด

จับสัญญาณ สแกนคลื่นใต้น้ำกันละเอียด

ส่วนที่มีคนช่างคิดช่างจับผิด มองว่าคิว “บิ๊กตู่” งัดกระบองโชว์ อาจรวมถึงปัจจัยอื่นๆด้วย รวมทั้งการป้องปราม “แรงกระเพื่อมภายใน” จากกระแสข่าวการขบเหลี่ยมในขุมข่ายอำนาจปัจจุบัน

กระทั่งกระแส “คลื่นใต้น้ำ” ในกลุ่มท็อปบูต 2 สาย และแรงหนุนจากขั้วอำนาจเก่าแก่

โยงที่ “ดร.วิษณุ เครืองาม” รองนายกฯเคยระบุแต่ต้น มาตรา 44 ตามรัฐธรรมนูญชั่วคราว มีไว้เพื่อป้องปรามเหตุฉุกเฉิน ไม่ให้เกิดปฏิวัติซ้อนขึ้นมาอีก

แต่ปมร้อนๆที่ว่านี้ ก็น่าจะ “มโน” ลึกล้ำเกินไป

เอาเป็นว่า เบื้องต้นในการขู่ใช้ “ของหนัก” และชนวน “ถอดถอน” ล่าสุดก็ชัดเจนช็อตแรกไปแล้ว เมื่อ สนช.มีมติรับเรื่องกรณีความผิดตามรายงาน ป.ป.ช. ของนายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ อดีตประธานรัฐสภา และนายนิคม ไวยรัชพานิช อดีตประธาน วุฒิสภา ไว้พิจารณาตามกระบวนการถอดถอน

ด้วยคะแนน 87 ต่อ 75 งดออกเสียง 15

เข้าสู่โหมด “สอย” อย่างเป็นทางการ

ผิดจากที่คาดว่าเสียง สนช.ในปีกทหารและข้าราชการจะโหวตคว่ำไม่รับเรื่องถอดถอน เพราะไม่มั่นใจข้อกฎหมาย และไม่ต้องการให้เป็นชนวนความขัดแย้ง

สุดท้ายมติ “แหกโพย” ไม่มีรายการ “ยกประโยชน์ให้จำเลย”

ถึงประเด็นการถอดถอนยังต้องมีกระบวนการพิจารณาให้ผู้ถูกกล่าวหามาชี้แจง และต้องใช้เสียง 3 ใน 5 หรือประมาณ 132 เสียง จาก 220 เสียง

แต่แค่รับเรื่องไว้ก็เป็นสัญญาณอันตราย “นำร่อง” แล้ว

เพราะยังมีคดีในข่ายที่จ่อคิวถอดถอนอีกหลายรายการ ทั้งกรณีของอดีต ส.ว. 39 ราย รวมทั้งอดีต ส.ส.กว่า 300 รายในคดีลักษณะเดียวกัน

รวมทั้งล่าสุดมีข่าวหลุด ป.ป.ช.จ่อฟันซ้ำคดี “อดีตนายกฯปู” กรณีโยกย้ายนายถวิล เปลี่ยนศรี จากเก้าอี้เลขาธิการ สมช. และมีรัฐมนตรีติดร่างแหด้วย 33 ราย

ถึงแม้จะมีเสียงติง หากผลถูกเชือดยกลอต ต่อไปฝ่ายบริหารจะจัดวางคนทำงานไม่ได้ ขณะที่รัฐมนตรีไม่รู้อีโหน่อีเหน่ก็ต้องซวยไปด้วย

นอกจากนี้ ที่ต้องจับตาคิวต่อไป อีกคดีใหญ่วันที่ 12 พ.ย.นี้ สนช.มีคิวพิจารณากรณีถอดถอน “อดีตนายกฯปู” ในปมปล่อยโกงจำนำข้าว

เรื่องที่มองได้สองมุม ทางหนึ่งก็มีคนชี้ว่า “อดีตนายกฯปู” ไม่ได้สนใจ เพราะอยาก “พักยาว” อยู่แล้ว

แต่อีกทางหนึ่งก็มีบางฝ่ายยกเรื่อง “รสชาติอำนาจ” มาแย้ง

แต่ทั้งหมดทั้งปวง ยังมีอีกจุดที่ต้องจับตา กรณีที่ประชุมคณะทำงานร่วม ป.ป.ช. และอัยการสูงสุด มีคิวพิจารณาคดี “ปล่อยโกงจำนำข้าว” ของอดีตนายกฯหญิง วันที่ 7 พ.ย.

จะขอสอบพยานหลักฐานเพิ่ม ยืดเวลาชี้ขาดส่งฟ้องคดีต่อศาลหรือไม่

แต่ที่สุดเมื่อ ป.ป.ช.เงื้อดาบมาแล้ว พร้อมลุย “ส่งฟ้อง” เอง

เป็นโทษทัณฑ์ทางคดีอาญาที่ “อดีตนายกฯปู” ลุ้นมากกว่า

และคงต้องต่อสู้ทางกฎหมายสุดฤทธิ์

หาช่องเคลียร์ ไม่ให้ “ซ้ำรอย” พี่ชาย.

ทีมข่าวการเมือง

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้