วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
มือปาดคอนักธุรกิจหญิงชิงเบนซ์ อ้างไม่ตั้งใจทำร้าย แค่ใช้ตะปูข่มขู่

มือปาดคอนักธุรกิจหญิงชิงเบนซ์ อ้างไม่ตั้งใจทำร้าย แค่ใช้ตะปูข่มขู่

  • Share:

ตร.แถลงจับมือปาดคอนักธุรกิจหญิงชิงเบนซ์ ย่านเอกมัย ปฏิเสธไม่มีเจตนาทำร้ายแค่ขู่ด้วยตะปู ทวงเงินเดือนหลังถูกไล่ออก แต่ผู้เสียหายดิ้นทำให้ตะปูบาดคอ ขณะที่มีหญิงรายหนึ่งมาดูตัวผู้ต้องหา ระบุถูกยืมกระบะไปไม่ได้คืน....

เมื่อวันที่ 6 พ.ย. พล.ต.ต.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รักษาราชการแทน ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจจากกองบังคับการตำรวจนครบาล 5 แถลงจับกุม นายธีรพัฒน์ แก้วไซอินทร์ อายุ 38 ปี พร้อมของกลาง รถเบนซ์ เอส 300 ทะเบียน 1 กน 8855 กทม. แหวนเพชร น้ำหนักรวม 3 กะรัต 1 วง ต่างหูเพชร 1 คู่ มูลค่ารวมกว่า 8.3 ล้านบาท  ภายหลังก่อเหตุใช้อาวุธมีดจี้และทำร้าย นางรัตนา เมธีพุทธ เจ้าของธุรกิจนำเข้าและส่งออกสินค้า บริเวณลานจอดรถชั้น พี 4  อาคารโมเดิร์นทาวน์ ซอยเอกมัย 3 ก่อนชิงทรัพย์ และขับรถคันดังกล่าวหลบหนีไป  

ทั้งนี้ นายธีรพัฒน์ รับสารภาพว่า การก่อเหตุครั้งนี้เป็นเรื่องส่วนตัว เพราะต้องการจะไปเอาเงินเดือน หลังจากถูกไล่ออก  โดยไม่ได้ตั้งใจที่จะทำร้ายผู้เสียหาย แต่ผู้เสียหายสะบัดมือ และดิ้น ทำให้ตะปูที่ใช้ในการข่มขู่ไปถูกผู้เสียหาย จากนั้นตัวเองจึงขับรถของกลางหนีไป และนำไปจอดทิ้งที่ซอยวัดลาดปลาดุก โดยไม่ได้มีเจตนาที่จะขโมยของแต่อย่างใด


ก่อนหน้านี้ เจ้าหน้าที่ได้สืบทราบว่า นายธีรพัฒน์ เป็นอดีตพนักงานขับรถของบริษัทผู้เสียหาย เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ทองหล่อ จึงได้รวบรวมพยานหลักฐาน ขออนุญาตศาลออกหมายจับ โดยได้ทำการสืบสวนว่า ผู้ต้องหาได้หลบหนีไป จ.มุกดาหาร เจ้าหน้าที่ตำรวจ สืบสวนนครบาล 5 และ เจ้าหน้าที่สืบสวน สน.ทองหล่อ จึงได้ตามเข้าจับกุมตัว พร้อมข้อหา ชิงทรัพย์ เป็นเหตุให้ผู้อื่นรับอันตรายแก่กายหรือจิตใจ และพกพาอาวุธมีดไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันสมควร ส่วนทรัพย์สินที่ขโมยไป ตำรวจสามารถติดตามกลับมาได้ครบทั้งหมด โดยมีสามีของผู้เสียหายมาร่วมในการแถลงข่าวด้วย พร้อมดูทรัพย์สินได้คืนทั้งหมด

อย่างไรก็ตาม ก่อนการแถลงข่าวการจับกุม ได้มีนางมะปรางค์ แตงสาขา อายุ 34 ปี เดินทางมาที่ สน.ทองหล่อ เพื่อดูตัวนายธีรพัฒน์ โดยระบุว่า หลังรับทราบข้อมูลผ่านสื่อว่านายธีรพัฒน์ ถูกจับกุม ก็จำได้ว่าเคยเป็นบุคคลที่ติดต่อขอยืมรถกระบะ ยี่ห้อ อีซูซุ ดีแมคซ์ ถช 3171 กทม. สีดำของตน ไปตั้งแต่ช่วงดึกวันที่ 27 เม.ย.ที่ผ่านมา แต่ยังไม่ได้รับรถคันดังกล่าวคืนแต่อย่างใด

ส่วนการขอยืมรถกระบะครั้งนั้น เนื่องจากนายตำรวจรายหนึ่ง ที่มีบ้านพักอยู่ติดกัน ได้พานายธีรพัฒน์ มารู้จัก และขอยืมรถไป โดยรับรองว่านายธีรพัฒน์เป็นลูกน้อง จนถึงขณะนี้ยังไม่สามารถติดตามรถกระบะคืนได้ ซึ่งก่อนหน้านี้ได้เข้าแจ้งความไว้ตั้งแต่วันที่ 6 พ.ค.ที่ สภ.คลองห้า จึงต้องการร้องขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจช่วยติดตามรถคืนมาด้วย.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้