วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
'มาร์ค' รับกังวล 36 กมธ.ยกร่างรธน.มองต่างมุม

'มาร์ค' รับกังวล 36 กมธ.ยกร่างรธน.มองต่างมุม

  • Share:

"อภิสิทธ์" ขอ "สนช." เดินหน้าตามกฎหมาย ปมถอดถอน สมศักดิ์-นิคม กังวล "36 กมธ.ยกร่างฯ" มองต่างมุม หวั่นกติกาที่ออกมาใช้แก้ไขปัญหาไม่ได้ แนะอย่ามองหน้าใคร ห่วงไม่ทำประชามติ

วันที่ 6 พ.ย. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการประชุมของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เพื่อพิจารณาวาระการถอดถอนนายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ อดีตประธานรัฐสภาและนายนิคม ไวยรัชพานิช อดีตประธานวุฒิสภา กรณีการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่มา ส.ว.โดยมิชอบว่า

การถอดถอนจะเกิดเป็นปัญหาแน่ ถ้าเป็นเหตุการณ์ปกติ การเมืองเดินมาแบบไม่มีการเปลี่ยนแปลง ไม่มีการรัฐประหารกระบวนการนี้จะต้องเข้าสู่สภาฯ แต่พอเกิดการรัฐประหารขึ้น เรื่องนี้จึงเป็นเรื่องที่มีความละเอียดอ่อนมากยิ่งขึ้น และมุมมองของมวลชนก็เป็น 2 ฝ่าย คือ ฝ่ายหนึ่งรู้สึกว่า ถ้าเรื่องนี้ไม่เดินหน้าทำอย่างจริงจังก็ค้างคาใจ อีกฝ่ายหนึ่งก็มองว่า เมื่อเกิดรัฐประหารขึ้น องค์กรที่มาทำหน้าที่แทนวุฒิสภาไม่ใช่เป็นวุฒิสภา ก็เกิดความค้างคาใจ จึงเป็นจุดที่ทำให้เกิดมีการออกมาแสดงความคิดเห็นต่างๆ ตนเข้าใจว่าผู้มีอำนาจก็กังวลเรื่องนี้ แต่สนช. ก็ต้องดำเนินการไปตามข้อกฎหมาย ตามเนื้อผ้าก็เดินหน้าไปตามข้อเท็จจริง ตามข้อกฎหมาย และฝ่ายต่างๆ ก็ต้องได้รับความเป็นธรรมจึงอยากให้ทุกฝ่ายยอมรับในข้อยุติ ให้กระบวนการทุกอย่างมันเดินไปตามหลัก 

นายอภิสิทธิ์ กล่าวถึงการแต่งตั้งคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญว่า ดูชื่อ กมธ.ยกร่างฯแล้วทุกคนมีประสบการณ์เชี่ยวชาญ และคงมีความคิดเห็นทางกฎหมาย ทางการเมืองที่ไม่เหมือนกัน แต่สุดท้ายเราก็ต้องดูทิศทางของ กมธ.ยกร่างฯในการตั้งโจทย์ ส่วนตัวอยากให้คณะกมธ.สื่อสารตั้งแต่ต้นว่า มองปัญหาหลักๆ ที่ผ่านมา ที่ต้องการการแก้ไขคืออะไร แล้วหลักในการแก้ปัญหานั้นคืออะไร รวมถึงอยากให้มีการรับฟังความคิดเห็นต่างๆ เพื่อให้หลายฝ่ายช่วยกันคิดว่าวิธีการจะเป็นอย่างไร แล้วก็นำไปสู่ กมธ.ยกร่างทั้ง 36 คน แต่ก็ยังกังวลว่าในที่สุดกติกาที่ออกจะไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ 

นายอภิสิทธิ์ กล่าวต่อว่า สำหรับตนโจทย์ใหญ่ที่สุดจะต้องเป็นเรื่องของการตรวจสอบ และการเขียนรัฐธรรมนูญไม่ควรจะไปหมกมุ่นว่า เขียนไปแล้วจะไปช่วยให้ใครได้ประโยชน์หรือจะไปกีดกันใคร หรือให้ใครเสียประโยชน์นั้นไม่ได้ ต้องเขียนด้วยหลักการซึ่งคนที่จะเข้ามาทำหน้าที่เขียนกฎหมายก็ดี บริหารประเทศก็ดี ต้องยึดโยง เคารพเจตนารมณ์ของประชาชน ซึ่งครั้งที่แล้วมีการทำประชามติก็ยังมีการพูด และท้วงติง ถ้าครั้งนี้ไม่มีการทำประชามติ ตนคิดว่าเป็นเรื่องยากมากที่จะทำให้รัฐธรรมนูญมีกลไกที่มาเพิ่มความชอบธรรม และคุ้มครองตัวเอง ไม่ให้ถูกแก้ในอนาคต ไม่ห่วงกรอบเวลาขอให้ทุกฝ่ายยอมรับ

เมื่อถามว่า กังวลเรื่องกรอบเวลาในการทำงานที่ค่อนข้างจำกัดหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ไม่กังวล เราไม่ได้คิดว่าการปฏิรูปด้านต่างๆ เรามีปัญหาในเรื่องของการขาดองค์ความรู้ หัวใจของการผลักดันให้สำเร็จนี้อยู่ที่การรวบรวมความคิดเพื่อกำหนดทิศทางแล้วก็มีเจตนารมณ์ทางการเมืองที่จะผลักดันให้สำเร็จ และทำการปฏิรูปนี้ให้ได้รับการยอมรับให้มากที่สุดนั่นคือหัวใจสำคัญที่สุดในปีนี้ ซึ่งอย่างไร การปฏิรูปก็เกิน 1 ปีอยู่แล้ว อาจจะ 3-5 ปีด้วยซ้ำ อย่าไปกังวลตรงนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้